ผงขับไล่อสูรที่พวกโจรป่าได้เคลือบลงไปบนพื้นดินรอบบริเวณค่ายโจร สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
รัศมีป้องกันอาณาเขตหนึ่งลี้ที่ร่ายไว้รอบค่ายนั้น ราวกับกำแพงพลังงานที่มองไม่เห็น สามารถขับไล่สิ่งมีชีวิตที่ไม่เป็มิตรออกไปได้ในทันที
แม้จะมีสัตว์อสูรระดับหลอมกายาเดินผ่านมาจำนวนมาก
แต่เมื่อพวกมันััถึงกลิ่นอายที่แปลกปลอมและบิดเบือนในอากาศ พวกมันก็เริ่มรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยในพื้นที่นี้
เหล่าสัตว์อสูรเ่าั้สลัดความเชื่อมั่นที่เคยมีออกไปและเริ่มถอยร่นตามสัญชาตญาณ
เวลาไม่นาน หลังจากที่เทียนจุนได้ไปหลบซ่อนตัวตนอยู่เหนือต้นไม้ใหญ่ที่ตั้งไม่ไกลนัก
ในตอนนั้นสัตว์อสูรระดับหลอมกายามากมายที่เคยเดินผ่านและออกล่าเหยื่อในบริเวณนี้ก็ััได้เช่นเดียวกัน
ประสาทััและจมูกการดมกลิ่นที่ดี เริ่มััได้ถึงการหายไปของกลิ่นอายที่น่าสะอินสะเอียน
มีอสูรหมาป่าบางตนเริ่มดมกลิ่นและเคลื่อนไหวไปเรื่อยๆ ยิ่งก้าวเท้าเข้าใกล้กับศูนย์กลางของค่ายพักมากขึ้น
และเมื่อััได้ว่าััที่ไม่สู้ดีนั้นหายไปแล้ว อสูรหมาป่าตนนั้นก็ส่งเสียงร้องออกมา
“บรู๊ววววววววว!”
เสียงร้องของอสูรหมาป่าดังก้องออกไปในอากาศ ทุกตัวที่อยู่ในรัศมีนั้นต่างตื่นตัวและเริ่มตอบรับสัญญาณ
จากนั้นเสียงร้องของมันก็ดังก้องกังวานไปทั่วทั้งบริเวณป่าใหญ่ ราวกับเป็คำสั่งที่ชัดเจนให้พวกมันรู้ว่าถึงเวลาที่จะต้องออกล่าแล้ว ทุกตัวหมาป่าก็เริ่มขยับตัวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วและมั่นคง ไม่ว่ามันจะต้องเผชิญกับสิ่งใดก็ตาม
เทียนจุนซึ่งซ่อนตัวอยู่เหนือต้นไม้ใหญ่รู้สึกถึงความเคลื่อนไหวของพวกมัน
ทุกก้าวที่หมาป่าเ่าั้เคลื่อนตัวเข้าใกล้ ทำให้เขาสามารถััได้ถึงความตึงเครียดที่เริ่มสะสมขึ้น
พวกมันเริ่มวิ่งราวกับมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือศูนย์กลางของค่ายพัก
เพราะพวกมันไม่เคยกล้าเข้ามาใกล้พื้นที่นี้มาก่อน ด้วยสาเหตุนี้เอง ทุกการเคลื่อนไหวจึงทำให้เทียนจุนมั่นใจได้ว่า อสูรหมาป่าเหล่านี้จะไม่หยุดจนกว่าจะหาทางเข้าไปในพื้นที่ที่เขาทำการปกป้องเอาไว้
“ฝูงหมาป่าอสูร? เห็นทีคงต้องทดสอบพลังของมันเสียหน่อย”
หมาป่าพวกนี้อาจจะดูอ่อนแอกว่าสัตว์อสูรสายพันธุ์อื่นๆ แต่บางกลุ่มอาจมีจำนวนมากถึงหลายร้อยตัว
นับว่าเป็ภัยคุกคามที่ไม่น้อยเลยทีเดียว พวกมันมีประสาทััที่ละเอียดและยอดเยี่ยม
ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงัด
ฝูงหมาป่าที่เคลื่อนที่เข้ามาใกล้ก็แผ่ขยายเต็มที่ เกิดเสียงฝีเท้าอย่างหนักที่ดังขึ้นมาจากทิศทางต่างๆตามมาเป็ระยะๆ
ซึ่งทำให้ชายหนุ่มรู้ว่าเวลานี้ไม่อาจละเลยได้แล้ว ต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการโจมตีครั้งใหญ่ที่จะเกิดขึ้น
ไม่นานนัก หมาป่าอสูรนับร้อยตนก็ได้เข้าโจมตีกำแพงไม้ที่สูงกว่าสามจั้ง
“โฮกกกกกกกกกก!”
อาณาเขตหลายทิศทางได้เริ่มพังทลาย เสียงคำรามอันโหดร้ายของสัตว์อสูรดังกึกก้อง ปลุกให้หัวหน้าค่ายอย่างตงชิงและบรรดากลุ่มโจรพลันตื่นตัว พวกเขาตื่นจากการหลับไหลด้วยความตระหนก และได้เห็นฝูงหมาป่ามากมายที่เข้ามาโจมตี
“กะ.. เกิดอะไรขึ้น? ผงขับไล่อสูรไม่ทำงานเรอะ!?”
“หน้าที่ของใครวะ!? ข้าบอกแล้วใช่ไหมว่าให้ตรวจสอบการป้องกันให้ดี!”
“ไอ้สารเลว ไม่มีทางเลือกแล้ว! พวกแกจับอาวุธและสังหารพวกมันให้หมด!”
“พวกมันเป็เพียงสัตว์อสูรหลอมกายาขั้นที่หนึ่งและสองเท่านั้น!"
ตงชิงะโออกคำสั่งเสียงดัง ทำให้กลุ่มโจรนับร้อยแผดร้องปลุกใจสู้เสือ ใช้อาวุธเข้าโจมตีฝูงหมาป่ากันอย่างบ้าคลั่ง
“เข้ามาเลยไอ้พวกสัตว์เดรัจฉาน!”
โดยเฉพาะกับชายหัวโล้นอย่างตงชิง เขาใช้ดาบเหล็กขนาดใหญ่ วิ่งเข้าใส่อสูรหมาป่านับสิบตน
ก่อนที่จะตวัดดาบใหญ่ในมือ สบั้นร่างของพวกมันออกเป็ชิ้นๆ
เืสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ เสียงหวีดร้องของหมาป่าดังระงม มันดิ้นรนกระเสือกกระสนก่อนที่ร่างจะสิ้นชีพ
กระนั้นแล้ว จำนวนของหมาป่าอสูรยังคงมีมากเกินไป
พวกมันเริ่มปีนขึ้นบนกำแพงไม้ที่เริ่มพังทลาย แหวกทางให้พรรคพวกที่อยู่เื้ัแห่ทะลักเข้ามาในค่าย
เสียงเหล็กกระทบเนื้อดังสนั่น เสียงร้องโหยหวนของมนุษย์และอสูรปะปนกันไปทั่วอาณาบริเวณ
ท่ามกลางความโกลาหล ชายหนุ่มยืนอยู่บนยอดไม้ห่าง มองดูสถานการณ์ ขณะที่รอยยิ้มบางปรากฏขึ้นบนใบหน้า
“น่าสนใจ.. หัวหน้าโจรฝีมือพอใช้ได้ แต่จำนวนสัตว์อสูรแบบนี้คงลำบากอยู่ไม่น้อย”
“เพราะถึงพวกมันจะอ่อนแอ แต่เมื่ออยู่รวมกัน มันก็ไม่ต่างไปจากคลื่นกระแสพายุที่ถาโถมเข้าใส่หินผา”
“อีกสักพัก ค่ายโจรคงจะทนไม่ได้นานกว่านี้แล้วละ?”
ขณะเดียวกัน ตงชิงที่ยืนอยู่กลางวงล้อมหมาป่าอสูรก็เริ่มรับรู้ได้ถึงความสิ้นหวัง
แม้เขาจะฆ่าพวกมันไปมากมาย แต่พวกมันก็ยังคงเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
“พวกมันมาจากไหนกันนัก!?”
“แม่งเอ้ย! พวกเราจะถูกฆ่าหมดแน่ถ้ายังเป็แบบนี้!”
ตงชิงสบถออกมาอย่างเดือดดาล ดวงตาของเขาเริ่มแปรเปลี่ยนเป็สีแดงฉาน
จากความโกรธแค้นและสัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่พลุ่งพล่านขึ้นมา เขาะโสุดเสียง
“ไม่มีทางเลือกแล้ว! ใช้ไฟ! จุดไฟเผาพวกมัน!”
กลุ่มโจรรีบทำตามคำสั่ง พวกเขาหยิบคบเพลิงขึ้นมาและเริ่มขว้างเข้าไปในหมู่หมาป่าอสูร เปลวไฟลุกโชติ่ แผดเผาิัของอสูรหมาป่า มันร้องโหยหวนด้วยความเ็ป ก่อนจะวิ่งพล่านไปทั่ว ทำให้เกิดไฟลุกลามไปทั่วบริเวณอย่างรวดเร็ว
เทียนจุนซึ่งเฝ้าดูอยู่ถึงกับหัวเราะเบาๆ
“ไฟงั้นรึ? นั่นเป็การตัดสินใจที่ฉลาดไม่เลว แต่ก็นับว่าเสี่ยงไม่น้อย”
“หากควบคุมมันไม่ได้ ค่ายของพวกมันเองอาจจะมอดไหม้ไปด้วย!”
ถึงเปลวไฟส่วนใหญ่จะสามารถกำราบสัตว์อสูรระดับต่ำได้ แต่มันกลับเริ่มเผากำแพงไม้ของค่ายโจรไปพร้อมกัน
สถานการณ์กลายเป็ฝันร้ายซ้อนฝันร้าย ขณะที่หมาป่าบางตนล่าถอยออกไปเพราะเปลวไฟ
แต่ส่วนใหญ่ยังคงบ้าคลั่ง วิ่งฝ่ากองเพลิงเข้าใส่กลุ่มโจรอย่างไม่หวั่นเกรง
เสียงกรีดร้องของพวกโจรดังระงม เมื่อพวกเขาเริ่มถูกโจมตีอย่างไร้ความปรานี ร่างของพวกเขาถูกฉีกกระชาก เืสาดกระจายไปทั่ว
พื้นดินที่เคยแห้งแล้งบัดนี้ถูกย้อมไปด้วยสีแดงฉาน บ่งบอกถึงความโหดร้ายของาระหว่างมนุษย์และสัตว์อสูร