ตอนที่ 27 อยากคิดเงียบๆ คนเดียว (2)
ลู่โจวหันกลับมายิ้มให้พวกเขา “ถ้าผมไปถึงอารามเต้าเทียนแล้ว ผมจะขอยันต์กันภัยมาให้พวกคุณนะครับ”
เมื่อทุกคนได้ยินดังนั้นก็รีบโบกมือปฏิเสธทันที “ไม่ต้องๆ ไม่ต้องขอยันต์อะไรมาให้พวกเราหรอก”
อารามเต้าเทียนเป็อารามใหญ่อันดับหนึ่งของประเทศ ยันต์ที่มาจากอารามนี้ล้วนถูกวาดโดยนักพรตที่มีพลังแกร่งกล้า หากผีที่มีพลังไม่มากนักแตะต้องยันต์ที่พวกเขาวาดิญญาจะสลายไปทันที ใครจะกล้าขอยันต์กันภัยพวกนั้นกันล่ะ
“แล้วพวกคุณ้าอะไรล่ะครับ” ลู่โจวรู้สึกว่าในเมื่อทุกคนยอมออกมาส่งเขากลางดึกเช่นนี้ หากเขาไม่นำอะไรติดไม้ติดมือมาฝากบ้างคงรู้สึกผิดแย่
ทุกคนต่างตอบว่า “ธูปกับเทียน”
ลู่โจว “...”
“เผากระดาษเงินกระดาษทองมาให้พวกเราก็พอ”
ลู่โจว “...”
ผู้เฒ่าเวิงเร่งเขา “ไปกันเถอะๆ”
หากยังไม่ไปอีก เขาจะไม่กล้าออกไปแล้วนะ
“ครับ” ลู่โจวค่อยๆ ประคองผู้เฒ่าเวิงเดินทีละก้าวไปยังประตูบ้านหยางเหมิน
วินาทีที่เท้าขวาของผู้เฒ่าเวิงก้าวออกไปจากประตู เขาก็รีบหลับตาปี๋
ผู้เฒ่าเซิ่งและผู้เฒ่าลั่วไม่กล้ามองิญญาของเพื่อนเก่าสลายหายไป จึงรีบเบือนหน้าหนีทันที
คนอื่นๆ เองก็รู้สึกตึงเครียดระคนตื่นเต้น
ผู้เฒ่าเวิงค่อยๆ หดเท้าซ้ายแล้วก้าวไปข้างหน้า ทันใดนั้นก็ััได้ว่าเส้นเขตแดนผ่านตัวเขาไป แต่ไม่ได้รู้สึกเ็ปอะไร ทั้งยังมีสายลมที่ไม่ใช่ของบ้านหยางเหมินพัดผ่านตัวเขาไปอีกด้วย
เขาลืมตาอย่างรวดเร็ว รีบหันไปมองลานกว้างที่เต็มไปด้วยโคมไฟอย่างงุนงง “ข้า...ข้าออกมาได้แล้วหรือ”
่เวลานั้นิญญากลับไม่สลายหายไป ทั้งยังไม่รู้สึกเ็ปอะไรอีกด้วย เขาสามารถออกจากบ้านได้สบายๆ แบบนี้เชียวหรือ
ผู้เฒ่าเวิงร้องขึ้นมาด้วยความดีใจ “ข้าออกมาได้แล้ว ข้าออกมาได้แล้ว”
ลู่โจวคิดว่าอีกฝ่ายดีใจที่จะได้ไปจุดธูปบูชาที่อารามเต้าเทียน ก็พลอยรู้สึกดีใจไปด้วย
กลุ่มคนที่อยู่ในลานบ้านหยางเหมินเห็นผู้เฒ่าเวิงออกไปจากบ้านอย่างไร้รอยขีดข่วนก็พากันโห่ร้องอย่างบ้าคลั่ง “เขาออกไปได้แล้ว เขาออกไปได้แล้ว”
มีคนถามว่า “ิญญาของผู้เฒ่าเวิงไม่ได้สลายไป เท่ากับว่าพวกเราก็สามารถออกไปได้เหมือนกันใช่ไหม”
เมื่อผู้เฒ่าวั่นได้ยินดังนั้น ก็ล้วงเงินกงเต็กออกมาแล้วโยนออกไปข้างนอก ทันใดนั้นก็เกิดเสียงฟู่ขึ้นมา เงินกงเต็กที่พ้นเขตบ้านถูกเผาจนกลายเป็เถ้าธุลี “ทุกคนเห็นแล้วนะ ต้องให้เสี่ยวโจวพาพวกเราไปด้วยถึงจะออกไปได้”
ทุกคนพากันซึมเศร้า “อย่างนั้นมันจะต่างจากออกไปไม่ได้ตรงไหน”
“อย่างน้อยพวกเราก็มีหวังที่จะออกไปจากที่นี่นะ”
ทุกคนต่างเห็นด้วย แต่พวกเขาจะให้ลู่โจวพาพวกเขาทั้งหมดออกไปได้อย่างไร
ประตูบ้านหยางเหมินมีเขตแดนกั้นอยู่ คนที่อยู่นอกบ้านไม่สามารถได้ยินเสียงโห่ร้องภายในบ้านหยางเหมินได้ ตอนนี้ลู่โจวกำลังประคองผู้เฒ่าเวิงออกจากคฤหาสน์ตระกูลลี่
ผานม่อและผานสื่อรออยู่นานแล้ว เมื่อเห็นลู่โจวประคองชายชราคนหนึ่งออกมาก็รีบเดินเข้าไปหา “คุณชาย ท่านผู้นี้คือผู้เฒ่าเวิงใช่ไหม”
เมื่อสองวันก่อนพวกเขาได้ยินลู่โจวเล่าเื่ผู้เฒ่าเวิงให้ฟัง ซึ่งผู้เฒ่าเวิงปรึกษากับผู้เฒ่าวั่นแล้วว่า ขอเพียงออกจากลานบ้านหยางเหมินได้ ก็จะแสดงร่างจริงให้ผู้อื่นได้เห็นร่างผีของเขา
ลู่โจวพยักหน้า “ใช่แล้ว”
ผานม่อและผานสื่อรีบเข้าไปประคองผู้เฒ่าเวิงทันที
ทันใดนั้นก็มีเสียงร้อนรนดังออกมาจากบ้านตระกูลลี่ “คุณชายลู่ รอก่อน คุณชายลู่ รอด้วยครับ...”
ลู่โจวหันกลับไปมอง เห็นพ่อบ้านพาบอดี้การ์ดร่างใหญ่สองคนวิ่งเหยาะๆ ตามมาด้วย
“ลุงตี๋ มีอะไรเหรอครับ”
บอดี้การ์ดคนหนึ่งแบกกระเป๋าเดินทางไว้บนไหล่ เขาวางกระเป๋าเดินทางลงตรงหน้าลู่โจวแล้วพูดว่า “คุณชายลู่ นี่คือเสื้อผ้าที่คุณนายเตรียมเอาไว้ให้คุณ เสื้อคลุมสีขาวเป็ของคุณ ส่วนสีดำเป็ของเพื่อนอีกสองคนของคุณครับ”
ลู่โจวนึกสงสัย “คุณนายเหรอ คุณนายคนไหน”
พ่อบ้านตอบว่า “แน่นอนว่าต้องเป็คุณแม่ของคุณชายใหญ่หนานเสวียนครับ”
สีหน้าของลู่โจวดูเหนือความคาดหมาย หลานรั่วหร่านไม่ชอบเขาชัดๆ ทำไมถึงเตรียมเสื้อผ้าให้เขาไปร่วมงานชุมนุมอีก
“คุณนายให้คุณพาทั้งสองคนไปด้วย...” พ่อบ้านชี้ไปยังบอดี้การ์ดสองคนที่มาด้วยกัน “ทางซ้ายชื่อโจวอ๋าง ส่วนทางขวาชื่อติงเต๋อ หากคุณ้าอะไรก็สั่งทั้งสองคนได้ครับ”
“คุณนาย เธอ...” ลู่โจวไม่รู้ว่าควรพูดอะไรดี
พ่อบ้านยิ้มตาหยีแล้วกล่าว “คุณนายเป็คนที่คุ้มครองคนของตัวเองน่ะครับ”