ลวี่เอ๋อร์ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ยามนี้สายตาเหยียดหยันและกดดันของทุกคนในตำหนักต่างจับจ้องมาที่จางฉางไจ้แทน
ฮองเฮาในฉลองพระองค์สีเหลืองทองอร่ามปักลวดลายพญาหงส์สยายปีกอย่างวิจิตร ทอดสายตาลงมาพลางนึกย้อนได้ว่าจางฉางไจ้ผู้นี้เคยเป็สตรีที่ฝ่าาโปรดปรานมากที่สุด ถึงขั้นเคยแย่ง่เวลาพลิกป้ายเสด็จตำหนักในของเว่ยลี่เฟยและหานเสียนเฟยมาครองได้มากกว่าสนมคนอื่น ๆ ที่เพิ่งเข้าวังเสียอีก
ทว่าหลังจากมีคำทำนายเื่บุตรในครรภ์ของนางเป็กาลกิณีต่อฝ่าา นางก็ไม่เคยได้รับใช้ใกล้ชิดอีกเลย จนทำให้ฮองเฮาเองก็ลืมเลือนสนมผู้นี้ไปแล้วเช่นกัน
แต่ไป๋ไท่เฮาผู้ประทับอยู่บนบัลลังก์สูงสุดในฉลองพระองค์ผ้าไหมสีม่วงเข้มมงคลทอลายอักษรโซ่ว [1] สีทองหม่น กลับจำชื่อของจางฉางไจ้ผู้นี้ได้อย่างแม่นยำ
เพราะตอนนั้นฝ่าาต้องป่วยก็เพราะบุตรที่นางคลอดออกมา มีดวงตรงกับดาวหางแดง โหรหลวงทำนายว่าดวงขององค์หญิงผู้นั้นเป็กาลกินี ทำให้นางต้องเดินทางไปถือศีลภาวนาให้ฝ่าาอยู่ที่วัดห่างไกล นานถึงสามปีกว่าจึงจะได้กลับวัง
ในเมื่อตอนนี้ตัวปัญหาก่อเื่ขึ้นมา นางก็จะถือโอกาสนี้กำจัดเนื้อร้ายออกจากวังหลังแห่งนี้เสีย!
"ของในมือนางกำนัลคนนั้นคือหลักฐานชั้นดีเพคะไทเฮา ฮองเฮา โปรดสั่งค้นตัวนางด้วยเพคะ" เว่ยลี่เฟยถือโอกาสสุมฟืนลงในกองเพลิง
"เช่นนั้นก็ค้นตัวนางซะ" ไป๋ไท่เฮาโบกพระหัตถ์อนุญาตด้วยท่าทางเฉยชา
ทว่าเมื่อนางกำนัลาุโนำของสามสิ่งที่ลวี่เอ๋อร์กอดเอาไว้แน่นออกมาคลี่ต่อหน้าพระพักตร์ ก็พบว่าเป็เพียงกระดาษคัดอักษรที่มีคำว่า ร่ำรวย โชคดี และสุขภาพดี ที่งดงามและทรงพลังเท่านั้น
ตัวกระดาษก็เป็เพียงกระดาษเนื้อหยาบธรรมดาที่หาซื้อได้ทั่วไป ไม่เหมือนกับของพระราชทานหรือของบรรณาการที่จะทำด้วยกระดาษล้ำค่าแต่อย่างใด
ฮองเฮามีสีหน้าดีขึ้นมาก เมื่อเห็นว่าของที่นางกำนัลจะนำออกไปขายไม่ใช่ของที่ลักขโมยมาจากคลังหลวง ทว่าตัวอักษรเ่าั้กลับงดงามชดช้อยและทรงพลังมากจริง ๆ
"ในเมื่อของเหล่านี้ไม่ใช่ของในวัง เช่นนั้นนางก็ไม่ใช่ขโมย เว่ยลี่เฟยช่างขี้ใเกินเหตุเสียจริง หาเื่ให้ไทเฮาทรงปวดศีรษะเช่นนี้ ไม่รู้หรือไรว่ากิริยาไม่สำรวม" น้ำเสียงของฮองเฮาอ่อนนุ่ม ทว่าแฝงไปด้วยกระแสติเตียนอย่างชัดเจน
เว่ยลี่เฟยหน้าถอดสีเมื่อเห็นดวงตาเยือกเย็นของไทเฮาจับจ้องมาที่นางด้วยความไม่พอใจ แต่กระนั้นนางก็ยังไม่ยอมแพ้
"หม่อมฉันมิบังอาจเพคะ... เพียงแต่ไม่ทราบมาก่อนว่าจางฉางไจ้่นี้กำลังฝึกคัดลายมืออยู่ ทว่าหม่อมฉันเคยเห็นลายมือของนางมาก่อน ย่อมไม่ใช่เช่นนี้ ไม่รู้ว่าผลงานนี้เป็ของผู้ใด ไม่แน่อาจจะขโมยมาจากสนมตำหนักอื่นก็เป็ได้"
"เว่ยลี่เฟยกล่าวเกินไปแล้ว หม่อมฉันเพียงสำนึกตนอยู่ในเรือนท้ายตำหนัก ไม่เคยแม้แต่จะย่างกรายออกไปที่อุทยานหลวง ไฉนเลยจะมีโอกาสลักขโมยของผู้อื่นได้เพคะ" จางลี่เซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แววตาไร้ความลังเล
แม้ยามนี้ตัวนางจะสวมเพียงชุดผ้าฝ้ายสีฟ้าครามเรียบง่าย ไร้เครื่องประดับทองหยกล้ำค่า มีเพียงปิ่นเงินเรียบ ๆ ปักมวยผมไว้ ทว่าท่าทีที่ยืดตัวตรงและลำคอระหงส์สง่างามกลับทำให้ดูบริสุทธิ์ผุดผ่อง ดูงดงามจนยากจะละสายตา
เมื่อลวี่เอ๋อร์เห็นว่านายหญิงของตนกำลังตกเป็รอง จึงยอมเสี่ยงชีวิตสอดปากออกมาพูด
"ทูลไทเฮา ทูลฮองเฮา... ผลงานทั้งสามชิ้นนี้เป็ฝีมือขององค์หญิงสี่เพคะ หม่อมฉันไม่กล้าทูลโกหกแม้แต่ครึ่งคำ!" นางก้มหน้าคำนับแนบพื้นไม่กล้าเงยขึ้นมาอีก
"เด็กคนนั้นโตจนจับพู่กันได้แล้วหรือ ข้าจำได้ว่านางเพิ่งจะคลอดตอนที่ข้าออกจากวังไป" ไป๋ไท่เฮาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ราวกับไม่เชื่อในสิ่งที่นางกำนัลต่ำต้อยพูด
"เรียนไทเฮาเพคะ องค์หญิงสี่อายุห้าขวบแล้ว นางมีความสามารถในการเขียนพู่กันจีนจริง ๆ เพคะ" จางลี่เซียนเอ่ยยืนยันหนักแน่น
"เอามาให้ข้าดูหน่อย" ไทเฮาทรงตรัสสั่ง เมื่อรับกระดาษหยาบสามแผ่นนั้นมาแล้วก็ทรงพิจารณาอยู่นาน หัวคิ้วที่ขมวดมุ่นอยู่ก่อนแล้วพลันกระตุกเล็กน้อย พลางคิดในใจว่า
เด็กห้าขวบจะสามารถเขียนอักษรที่สง่างามทรงพลังเช่นนี้ได้อย่างไร นางไม่ได้เรียนที่สำนักศึกษาหลวง ข้ากลับสงสัยว่ามารดาของนางจะเป็คนเขียนเอง แต่อยากหาความดีความชอบให้บุตรสาวจึงบังอาจพูดบิดเบือน...
ดี... เราจะให้เ้าพิสูจน์ หากบุตรสาวของเ้าเขียนพู่กันสง่างามเช่นนี้ไม่ได้จริง เ้าจะต้องโดนโทษทัณฑ์ฐานหลอกลวงเบื้องสูง!
"หมัวมัว ไปตามองค์หญิงสี่มาเข้าเฝ้าไทเฮา" เมื่อฮองเฮาสังเกตเห็นสีหน้าของไทเฮา จึงรีบสั่งให้หมัวมัวคนสนิทไปตามองค์หญิงสี่ที่เรือนท้ายตำหนักฉางชุนมาเข้าเฝ้าทันที พลางคิดในใจด้วยความระอาว่า
สนมเหล่านี้ช่างน่ารำคาญเสียจริง จางฉางไจ้ก็อยู่อย่างสงบเสงี่ยมมาตั้งนานไม่เคยสร้างปัญหา เหตุใดพวกนางถึงต้องคอยกัดไม่ปล่อยราวกับสุนัขบ้าเช่นนี้
ท่ามกลางสายตารอดูเื่สนุกสนานของพระสนมทั้งหมดในตำหนัก เว่ยลี่เฟยดูเหมือนจะเป็ผู้ที่เฝ้ารอคอย่เวลาแห่งความจริงที่กำลังจะมาถึงมากที่สุด
หลงจื่อเหว่ยกำลังตั้งหน้าตั้งตาคัดอักษร เพื่อหาเงินช่วยแบ่งเบาภาระของมารดา
นางแอบสืบรู้มาว่าเหล่าบัณฑิตยากไร้ที่ไม่มีกำลังทรัพย์ซื้อตำราหายากมาอ่านเพื่อเตรียมสอบขุนนาง ต่างพากันตามหาฉบับคัดลอกของตำรากวนจื่อ [2] ซึ่งมีคนรับซื้อและให้ราคาที่ดีพอสมควรเลยทีเดียว
ก่อนหน้านี้นางนั่งค้นกองตำราของมารดาด้วยความตื่นเต้นราวกับเจอขุมสมบัติ สมแล้วที่มารดาของนางเป็ถึงบุตรสาวของราชบัณฑิตแถวหน้าแห่งกรมพิธีการ ตำราล้ำค่าที่ควรจะมีล้วนมีครบถ้วนทั้งหมด ซ้ำยังมีร่องรอยของการเปิดพลิกอ่านไปมาอยู่บ่อยครั้ง ไม่ได้ตั้งโชว์ไว้เฉย ๆ ให้ฝุ่นจับ
ท่านแม่ของข้าฉลาดปราดเปรื่องยิ่งนัก!
เด็กหญิงนั่งคุกเข่ายืดตัวตรงพลางขยับตวัดพู่กันมาได้ครู่ใหญ่แล้ว ใบหน้าน้อย ๆ เปล่งประกายสุกใสมีชีวิตชีวา
ยามนี้สกิลพิเศษของนางพัฒนามากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อใดที่นางคัดอักษรได้ครบหนึ่งร้อยตัว พลังพิเศษจะช่วยฟื้นฟูกำลังและลดความเมื่อยล้าทางกายของนางลงทันที ทำให้นางสามารถคัดอักษรต่อไปได้เรื่อย ๆ โดยไม่มีอาการเหน็ดเหนื่อย
แม่นมเหนียงนั่งมองภาพนั้นอยู่เงียบ ๆ ด้วยความตื้นตันใจ มือนุ่มคอยหยิบป้อนขนมกุ้ยฮวาที่ตนลงมือทำเองเข้าปากองค์หญิงน้อยไม่หยุด ปากน้อย ๆ สีจิ้มลิ้มอ้ารับทันทีโดยไม่ยอมหันมามองทางนี้เลยแม้เพียงนิด มือน้อย ๆ ที่อวบอ้วนขาวนุ่มราวกับซาลาเปาอุ่น ๆ นั้น มีคราบหมึกดำคุณภาพต่ำที่สุดเปรอะเปื้อนอยู่ประปราย
แม่นมเหนียงหมายมาดในใจด้วยความแน่วแน่
หากนายหญิงกลับมาแล้ว ข้าจะต้องทูลเตือนให้นางหาซื้อน้ำหมึกคุณภาพดีมาให้องค์หญิงสี่ใช้ให้ได้!
หลงจื่อเหว่ยเคี้ยวขนมจนแก้มป่องอย่างอารมณ์ดี พลางโยกศีรษะแกละสองข้างไปมาอย่างเพลิดเพลิน ในใจยังคิดคำนวณอย่างรื่นรมย์
การเป็องค์หญิงที่ไม่ได้รับความโปรดปรานนี่มันดีชะมัด แค่นางหาเงินให้ได้มากหน่อยชีวิตก็สบายแล้ว ไม่จำเป็ต้องไปแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับใครให้เกิดเื่ปวดหัวเหมือนในซีรีส์จีนโบราณพวกนั้น นางจะขออยู่กับมารดาอย่างสงบสุขในเรือนท้ายตำหนักเล็ก ๆ แห่งนี้นี่แหละ
ทว่าความเงียบสงบกลับต้องชะงักลง เมื่อเสียงเอะอะโวยวายดังใกล้เข้ามายังเรือนท้ายตำหนักเรื่อย ๆ
"แม่นมเหนียง! องค์หญิงสี่ของพวกท่านถูกไทเฮารับสั่งให้เข้าเฝ้าด่วน!" เสียงะโกร้าวของนางกำนัลาุโดังข้ามรั้วเข้ามาก่อนที่ตัวจะปรากฏ
ทำเอาแม่นมเหนียงกำหมัดแน่นด้วยความโกรธขึ้ง
บรรดานางกำนัลพวกนี้เห็นว่านายหญิงของตนไร้ความโปรดปราน แม้แต่กับองค์หญิงสี่ตัวน้อยก็ยังไม่คิดจะให้ความเคารพยำเกรงกันเลยสักนิด
หลงจื่อเหว่ยรีบวางพู่กันลง ท่อนขาสั้นก้าววิ่งฉับ ๆ ออกมายังหน้าเรือนด้วยความสงสัย เมื่อเห็นว่ามีนางกำนัลหลายคนยืนหน้าถมึงทึงรออยู่ หน้าผากนุ่มที่เปื้อนคราบหมึกพลันกระตุกรัว จิตสำนึกของนางร้องเตือนออกมาในทันใดว่า...
คนไม่หาเื่ เื่ก็มาหาคนแล้ว!
เชิงอรรถ
^อายุยืน
^ตำราของจีนโบราณที่รวมศาสตร์การปกครอง ปรัชญา และเศรษฐกิจ ซึ่งเป็ตำราภาคบังคับที่บัณฑิตสายบุ๋นทุกคนต้องอ่านเพื่อเตรียมสอบขุนนาง (จอหงวน)