เช้าวันใหม่เวียนมาเเล้วเดิมทีเฮยอู๋ฉางตั้งใจจะไม่นอน เเต่เมื่อจำเเลงร่างเป็มนุษย์พลังของเขาช่างน้อยนิดรู้สึกอ่อนเพลียทั้งที่เเทบไม่ได้ทำสิ่งใดหนักหนาเสียด้วยซ้ำ
เมื่อเขาลืมตาตื่นขึ้นมาสิ่งที่เขาเห็นเป็อย่างเเรกคือชั้นวางไม้ขนาดใหญ่ที่มีหนังสือนับร้อยเล่มวางเต็มชั้นไหนจะเสื้อผ้าที่ถูกพับไว้อย่างเรียบร้อยที่ปลายเตียงอีกเดาได้ไม่อยากเลยว่าเป็ฝีมือของผู้ใด
"หลี่อวี้ฝู"ชายหนุ่มลุกขึ้นนั่งพลางถอนหายใจสตรีผู้นี้ประหลาดนัก คิดจะเเต่งงานกับยมทูตจริงดังพูดเช่นนั้นหรือ"เหตุใดถึงดื้อเช่นนี้นะ"
ร่างสูงสะบัดหัวก่อนลุกขึ้นเดินไปดูชั้นวางหนังสือใหม่เขาสุ่มหยิบมาสองสามเล่มดูเหมือนว่าหนังสือพวกนี้จะเป็หนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ทั้งหมด
"เ้าเเมวสอดรู้"เฮยอู๋ฉางเผลอกระตุกยิ้มโดยไม่รู้ตัว
พูดตามตรง ในสายตาของยมทูตดำหลี่อวี้ฝูเหมือนจิ้งจอกจำเเลงกายเป็หงส์ ท่าทีสง่าองอาจใบหน้าขาวผ่องไม่ยำเกรงสิ่งใดเเต่ทุกการกระทำกลับเต็มไปด้วยเขี้ยวเล็บที่จะขย้ำศัตรูลงเหว
เเล้วเหตุใดหญิงอันตรายเช่นนี้ถึงมีความคิดประหลาดหรือนางอยากท้าทายยมโลกกัน
"นางชอบเ้า"เสียงนุ่มที่ใครได้ฟังต่างต้องเคลิบเคลิ้มดังขึ้นไม่ใช่ใครอื่น เป็ไป๋อู๋ฉางที่เขารู้จักดี "ไม่รู้รึ?"
"ที่เเท้ก็เเอบดูอยู่นี่เอง"เขามองไปทางมุมมืดของเรือนทันใดนั้นเองเเสงพลันสว่างวาบขึ้นพร้อมการปรากฎตัวของยมทูตขาว
ไป๋อู๋ฉางเดินไพล่หลังเข้ามาหาใบหน้าเปื้อนยิ้มทำอีกฝ่ายรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย
"ว่าเเต่นี่คือสิ่งที่เ้าไปขอกับท่านอ๋องเหยียนหลัวมารึ?"ชายหนุ่มชุดขาวเลิกคิ้ว พลางเดินไปหยิบหนังสือเล่มใหม่มาเปิดอ่านดู"ช่างเป็หญิงที่ใส่ใจรายละเอียดดีจริงๆ"
"ข้าจำเป็ต้องพึ่งนาง"เฮยอู๋ฉางกล่าวเสียงเรียบ
"จะหลอกใช้นางล่ะสิ"ขณะที่ไป๋อู๋ฉางกำลังอ่านหนังสือเขาก็พูดพลางหัวเราะเชิงรู้ทัน ยิ่งทำให้เพื่อนรู้สึกหงุดเข้าไปใหญ่เฮยอู๋ฉางรีบคว้าหนังสือออกจากมือไปเก็บเข้าชั้น
"ข้าไม่เคยหลอกใช้ผู้ใด"เขาพูดเสียงเย็นสายตาเเข็งกร้าวที่มอง เป็ผลให้ยมทูตขาวเองก็เริ่มบึ้งตึงใส่
"หากไม่ได้ชอบนางเ้าก็บอกนางไปตามตรงสิ มิใช่หลอกให้นางมีความหวังเเล้วสุดท้ายเ้าก็จะไปจากนาง"
"ข้าเคยพูดกับนางเเล้ว"เขาพูดด้วยท่าทีเบื่อหน่าย
"เ้าพูดคำว่าไม่ชอบนางไม่ได้"
"เพราะอะไรน่ะหรือ"
"เ้า..."
"ไป๋อู๋ฉาง!"เฮยอู๋ฉางตวาดเสียงดังทำอีกฝ่ายหน้าเปลี่ยนสีเเละหยุดพูดไป เขารู้สึกไม่สบอารมณ์ที่ต้องถูกคนอื่นทำเป็รู้ความคิดของเขา"ข้ากับนางต่างมีผลประโยชน์ร่วมกัน"
"ไม่ใช่เื่ความรู้สึกเเต่คือเื่ของผลประโยชน์"
"ข้า้าตามหาสตรีเเซ่ทั่งนาง้ายุติการคลุมถุงชน เหตุผลเท่านี้เ้าพอใจหรือไม่?"
"พูดเช่นนี้ก็เหมือนกับยัดบาปให้ข้าน่ะสิ"ไป๋อู๋ฉางยักไหล่พลางหัวเราะใบหน้าเรียวส่ายไปมาด้วยความเวทนา เหตุผลที่เฮยอู๋ฉางอยู่ตรงนี้ เขารู้ดีเเละเขาก็คิดว่าเฮยอู๋ฉางเองก็ทราบ หรือบางทีอาจจะไม่
กลิ่นหอมดอกเหมยที่เป็กลิ่นเเทนกายของหวังเหมยลี่อบอวลอยู่เต็มสำนักเหวยฝูอย่างน่าประหลาด คำตอบใดเล่าจะชัดเท่านางกลับชาติมาเกิดเเล้ว
คล้ายว่าจะเป็คนที่ก็รู้อยู่ว่าใคร
"ตอนนี้ข้าคิดเพียงเื่ไปเกิดใหม่"เฮยอู๋ฉางรีบเดินหนีไปยังชั้นวางหนังสืออีกฝั่งยมทูตขาวเพื่อนรักของเขาในบางทีก็เเสนอันตรายเหลือเกิน
"เอาเถอะ"ไป๋อู๋ฉางเดินตามเพื่อนไปเขาตบไหล่หนักๆ อีกฝ่ายสองสามที "ถ้าทุกอย่างเรียบตรง ข้าเองก็หมดห่วง"
ก่อนยื่นหน้าไปกระซิบที่ข้างหลังร่างตรงหน้า"เเต่ว่านะ...อาเฮย"
"หากมนุษย์อยู่ใกล้ยมทูตมากเกินไปชื่อของคนเ่าั้จะปรากฎในบัญชีไม่ใช่หรือ?"
เสียงเเผ่วเบาเเต่เ้าเล่ห์ทำยมทูตดำเหลืออดหันหลังไปจะต่อว่า ทว่าไม่ทันไร ยมทูตขาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยเสียเเล้ว
เฮยอู๋ฉางได้เเต่ทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ด้วยความเหลืออดจริงตามที่ไป๋อู๋ฉางพูดทุกประการเวลาหนึ่งปีที่เขาขอไว้กลับท่านอ๋องเหยียนหลัวนั้นก็น้อยเเต่มากพอที่จะพรากอายุขัยของหลี่อวี้ฝูไปได้ทั้งหมด
ย้อนกลับไปยังคืนที่เหลียงป๋อเสียชีวิติญญาของของถูกกระชากออกมาเเบบไม่ทั้งตั้งตัวไม่ทันไรก็ถูกยมทูตชุดดำหน้าตาน่ากลัวใส่โซ่คล้องคอฉุดพาไปยังดินเเดนเเห่งหนึ่งที่ไม่คุ้นเคย
ที่นี่มืดสนิทเเต่มีดวงไฟสีขาวรายล้อมรอบกายยมทูตทำให้เหลียงป๋อได้เห็นสิ่งที่เขาเห็นมาตลอด นั่นคือภาพเหตุการณ์ที่เขาทำร้ายผู้อื่นอย่างโเี้
ไม่ว่าจะเป็เหตุการณ์ที่เขากลั่นเเกล้งศิษย์ร่วมสำนักที่ยากจนด้วยวิธีปั้นเื่ให้อับอายจนชายผู้นั้นเเขวนคอตายหนีโลกที่มีเหลียงป๋อหรือจะเป็ครั้งที่เหลียงป๋อเเละพวกดักไถทรัพย์สินที่ซอกตึก ใครผ่านไปผ่านมาต่างถูกรีดไถไปจนหมดตัวเเต่ที่เลวร้ายคือชายชราคนหนึ่งที่มากับหลานโชคร้ายเจอปีศาจร้ายเเละไม่มีของกำนัลให้อีกฝ่ายพอใจจึงถูกรุมทำร้ายจนาเ็สาหัสเเละสิ้นลมในที่สุด อนิจจา หลานชายผู้น่าสงสารเกิดมาดูโลกได้เพียงห้าปี ถูกคนถ่อยวิ่งไล่ปิดปากจนพลั้งจมน้ำตายตามไป
สิ่งที่น่าเวทนากว่านั้นคือกฎหมายเอาผิดเหลียงป๋อเเละพวกไม่ได้เพราะอำนาจของผู้เฒ่าเหลียงข่มอำนาจของผู้รักษากฎหมายประจำพื้นที่เมื่อเกิดเื่ขึ้นกี่ครั้งเื่ก็จะเงียบลงทันทีโดยไม่ทันมีใครได้พูดถึงเสียด้วยซ้ำ
มาวันนี้สิ้นอำนาจบิดาจะก้าวก่ายเพราะความตายของเขาถูกกุมไว้ที่เฮยอู๋ฉางเพียงผู้เดียว
เเต่เหลียงป๋อที่เห็นทุกการกระทำของตนกลับไม่คิดกลับใจมีความคิดเพียงว่านี่ไม่ใช่ความผิดของเขา เเละเขายังต้องมีชีวิตอีกนาน
"ปล่อยข้า!!!!!"เขาะโอาละวาดเสียงดังเเต่ยิ่งขยับตัว โซ่ที่คอก็ยิ่งรัดเเน่นขึ้นเรื่อยๆ"ข้ายังไม่อยากตาย!!!!!"
เเม้เฮยอู๋ฉางจะรำคาญสักหน่อยเเต่ไม่ได้ให้ค่าเขาเดินลากมาจนถึงประตูทางเข้าปรโลกสิ่งที่เเปลกใจกว่าการที่เหลียงป๋อไม่สำนึกผิดคือไป๋อู๋ฉางที่กำลังคอยเขาอยู่พร้อมิญญาชั้นดีที่มีพลังบุญเต็มเปี่ยมผิดกับิญญาที่เขาดูเเล
"เหตุใดเ้าถึงยังอยู่ตรงนี้"
"ข้าต้องมั่นใจสิว่าข้าจะไม่ได้ไปเกิดคนเดียว"ไป๋อู๋ฉางพูดเพียงเท่านี้ก่อนยิ้มให้เขากำลังจะก้าวข้ามไปยังมิติปรโลก
ทว่าทันใดนั้นเอง ลมจู่ๆพัดอย่างรุนเเรงจนยมทูตขาวดำเเทบทรงตัวไม่อยู่ ใบไม้เศษดินปลิวว่อน เพราะความชั่วร้ายในจิตใจของเหลียงป๋อนั้นเเข็งเเกร่งบวกกับความรู้สึกไม่ยุติธรรมที่ต้องตายเช่นนี้ เขาจึงกลายเป็ปีศาจร้ายโดยสมบูรณ์
"หากสมุดนั่นไม่มีชื่อข้าข้าก็จะไม่ตาย!!!!!"ิญญาร้ายะโเสียงดังพลางกระโจนเข้าไปกระชากกระดาษบัญชีอายุไขที่มีชื่อตนอยู่
โชคดีที่ยมทูตเเละิญญาร้ายคนละชั้นกันเฮยอู๋ฉางจับโซ่เหวี่ยงเหลียงป๋อทุ่มลงกับพื้นเเต่สิ่งที่โชคร้ายคือเหลียงป๋อสามารถกระชากกระดาษออกไปได้เพียงเเต่นั่นมิใช่ชื่อของเขา
"อาไป๋...เ้ารีบไปส่งิญญาก่อนเถอะ"เฮยอู๋ฉางพูดเสียงนิ่งทว่าในเสียงนั้นเเผ่ไปด้วยรังสีอาฆาต
"เเล้วเ้าจะทำอย่างไรกับกระดาษที่ฉีกไป"ไป๋อู๋ฉางขมวดคิ้วมองิญญาร้ายที่ร้องโอดโอยอยู่บนพื้นเเละกระดาษในกำมือของชายผู้นั้นก็กลายเป็ผงดินไปเสียเเล้ว
"ข้าจะไปพบท่านอ๋องทีู่เาว่านเซิง"
"เ้ารีบไปก่อนเถอะ"
ยมทูตดำพูดเท่านี้ก่อนเดินไปมัดโซ่ล่ามเหลียงป๋อที่ต้นไม้ใหญ่เเละหายตัวจากไปนั่นเท่ากับว่าต่อจากนี้เหลียงป๋อต้องทุกข์ทรมานอยู่กับบาปในใจตัวเองที่ทางผ่านเวลาเเห่งนี้ไปจนกว่าเฮยอู๋ฉางจะกลับมา