Tale of Tales Online: Age of Apocalypse อภิมหาสงครามภัยพิบัติถล่มจักรวาล

    ตอนที่ 13 ชาวนากับงูเห่า

    “เชี่ยไรอีกวะเนี่ย” ผมอดไม่ได้ที่จะอุทานเป็นคำหยาบออกมา เมื่อสายตาประสบกับสิ่งที่เห็นไม่คิดไม่ฝันมาก่อนเลยว่านากะทวินเบลดตัวนี้จะมีทักษะที่ทำให้คมดาบปัดป้องกระสุนได้ด้วย ดาบทั้งสองถูกร่ายรำจนก่อเกิดเป็นเสี้ยวคมดาบนับไม่ถ้วนขึ้นรอบตัวราวกับเสกบาเรียขึ้นมารอบกาย เหล่าทักษะออโต้แคสต์ที่พุ่งเข้าใส่หากไม่ถูกเบี่ยงวิถีก็จะถูกคมดาบฟันจนสลายไป แม้แต่แรงระเบิดหรือแรงลมใดๆ ก็ไม่สามารถหยุดท่วงทำนองของมอนสเตอร์ตรงหน้านี้ได้เลยสกิลออโต้แคสต์อย่างไลท์นิงโบลต์หรือเอนแทงเกิลที่สามารถหยุดการเคลื่อนไหวของมันได้ก็ไม่ถูกร่ายออกมาเลย ซึ่งผมคิดว่าเป็นเพราะก้อนพลังเวทธรรมดาเหล่านั้นไม่ได้บรรลุเงื่อนไขที่ว่าต้องโจมตีโดนตัวเป้าหมายจู่ๆ ก็มีคลื่นความเย็นก่อตัวบริเวณรอบตัวผม ก่อนจะปรากฏเป็นวงเวทจางๆ บนพื้นน้ำแข็ง พร้อมกับคริสตัลเกล็ดน้ำแข็งที่ลอยเคว้งหมุนวนอยู่ในอากาศราวกับหิมะก็ไม่ปาน ซึ่งไม่ต้องบอกก็รู้ว่าต้องหนี แต่ด้วยขนาดของวงเวท ต่อให้จะเปิดใช้งานทักษะไอซ์สเต็ปอยู่ก็ไม่สามารถมั่นใจได้เลยว่าจะรอด“ไลท์นิงแดช(Lightning Dash)”ทักษะหลบตีนมอนสเตอร์ถูกเรียกใช้งานขึ้นอีกครั้ง คราวนี้จึงเปลี่ยนเป้าหมายเป็นนากะเมจิคเชี่ยนแทน เพราะคิดว่าควรจะฆ่าพวกมันให้ตายทีละตัว ซึ่งนากะเมจิคเชี่ยนนั้นเป็นตัวเลือกแรกที่ผมจะจัดการ เนื่องจากมันไม่ได้มีสกิลหลบหลีกหรือปัดกระสุนแบบนากะทวินเบลด อย่างเก่งคงเป็นแค่สกิลหมอกพิษระหว่างที่กำลังเคลื่อนที่ไปข้างหน้าด้วยความเร็วแสง หางตาก็เหลือบไปเห็นพื้นที่ตรงที่ผมเคยยืนอยู่ แค่เพียงเสี้ยววินาทีก็ปรากฏเป็นแท่งคริสตัลน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่แทบจะกินพื้นที่ไปครึ่งหนึ่งของโถงนี้เข้าไปแล้ว ก่อนที่จอมเวทงูจะใช้คทาสองมือกระแทกลงบนพื้นหนึ่งครั้ง แล้วแท่งน้ำแข็งพลันแตกกระจายเป็นคริสตัลแหลมคมชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่ปกคลุมไปทั่วบริเวณไม่อยากจะคิดเลยว่าหากผมหลบออกมาไม่ทัน ชิ้นส่วนร่างกายของผมก็อาจจะได้ไปอยู่ในคริสตัล แล้วถูกส่งกลับสถานพยาบาลอัลปาป้าทั้งแบบนั้นการต่อสู้กับมอนสเตอร์ในเกมนี้ แม้มันจะให้ความรู้สึกเร้าใจก็จริง แต่หากพลาดท่าโดนโจมตีจนบาดเจ็บหรือโดนหยุดการเคลื่อนไหว โอกาสชนะคงกลายเป็นศูนย์ ยิ่งเป็นการต่อสู้กับมอนสเตอร์ที่เลเวลต่างกันถึงแปดเลเวลจำนวนสองตัว แถมยังมีสถานะประหลาดที่เหมือนจะเป็นสถานะบ้าคลั่งแต่ก็ไม่บ้าคลั่ง ไหนจะชื่อของพวกมันที่มีคำว่าซอมบี้ต่อท้ายนั่นอีก… เกมนี้มันไม่ปกติตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ผมละอยากรู้จริงๆ เลยว่าทีมผู้พัฒนาได้เล่นเกมของตัวเองเริ่มต้นตั้งแต่เลเวลหนึ่งเลยหรือเปล่า หรือแค่เสกตัวละครขึ้นมาทดสอบ ทำให้ไม่รู้ว่าเกมที่ทำออกมามันเล่นยากแค่ไหน… ‘จากใจผู้บ่าวคนนี้’หลังจากสิ้นผลของทักษะก้าวย่างสายฟ้า ผมก็ใช้การไถลไปอีกหน่อยเพื่อจะไปหาเจ้านากะเมจิกเชี่ยนที่ยืนอยู่แทบจะติดผนังโถงถ้ำ“โอ๊ย!”จู่ๆ ก็รู้สึกเจ็บแปลบเหมือนโดนของมีคมบาด เมื่อมองตามลงไปก็เห็นเป็นแท่งคริสตัลน้ำแข็งเล็กๆ กระจายตัวอยู่บนพื้นและไม่ยอมหายไปแม้ว่าจะสิ้นผลของสกิลไปแล้วก็ตาม แต่เพราะเป็นการไถลผมจึงไม่ได้โดนหนามเล็กๆ ทิ่มแทงทุกครั้งไปยังไงผมก็ต้องรีบจัดการนากะเมจิกเชี่ยนให้ได้ก่อนที่นากะทวินเบลดจะเข้ามาแทรก คำนวณดูแล้วผมน่าจะมีเวลาน้อยกว่าห้าวินาทีด้วยซ้ำ หากเจ้านากะทวินเบลดมันคิดจะเขวี้ยงดาบมาอีกนากะเมจิกเชี่ยนกำลังเริ่มร่ายทักษะบางอย่างขึ้นมาอีกครั้ง แท่งคริสตัลน้ำแข็งชิ้นเล็กชิ้นน้อยบัดนี้ได้ลอยขึ้นมาในอากาศและพร้อมกับเกิดการควบแน่นจนแท่งคริสตัลแปลงสภาพเป็นแท่งหนามน้ำแข็งที่สามารถจะปักทะลุมนุษย์ได้ถึงสองคน“นี่มันบ้าไปแล้ว”ไม้กายสิทธิ์ในมือถูกกำแน่น ก่อนจะส่งก้อนพลังเวทออกไปยังจอมเวทงูเพื่อขัดขวางการร่ายเวท พลางหลบแท่งหอกน้ำแข็งที่พุ่งเข้ามาทั่วทิศทาง บ้างก็พลาดปักลงบนพื้น บ้างก็พลาดปักเข้าที่ผนังถ้ำในตอนนี้ผมจึงเข้าใจแล้วว่าทำไมคนที่มีความสามารถในการควบคุมร่างกายสูงในชีวิตจริงถึงสามารถเล่นเกมประเภทนี้ได้ดีกว่า ยังไงก็ต้องขอขอบคุณนิยายเกมออนไลน์ที่ผมเคยอ่านไม่นานนักทักษะออโต้แคสต์ที่ผมไม่รู้จักก็ได้ถูกร่ายขึ้น ไม้กายสิทธิ์ในมือเริ่มสั่นอย่างรุนแรงจนทำให้ผมต้องกำมันแน่นขึ้นกว่าเดิม ปรากฏเป็นก้อนแสงขนาดกำปั้นที่ปลายอาวุธ และเป็นขณะเดียวกันกับที่นากะทวินเบลดได้เข้าประชิดตัวผมจากด้านหลังพร้อมกับง้างดาบพลันก้อนลำแสงเมื่อครู่ก็ถูกจุดระเบิดขึ้นและส่งลำแสงสีรุ้งออกไปราวกับการปล่อยพลังของสาวน้อยเวทมนตร์ที่ผมเคยเห็นในอนิเมะ ซึ่งแม้ว่าผมจะพยายามบังคับวิถีของลำแสงที่ปล่อยออกมาจากกิ่งไม้ในมือ มันก็ยังกวัดแกว่งไม่ต่างจากม้าพยศ และด้วยความรุนแรงของทักษะออโต้แคสต์ปริศนา ทำให้ร่างผมไถลถอยหลังจนร่างกายไปกระแทกเข้ากับผนังถ้ำอีกด้านแรงกระแทกทำให้ผมเผลอปล่อยอาวุธหลุดมือ ทำให้การแสดงผลของทักษะลำแสงเมื่อครู่ได้สิ้นสุดลง เหลือทิ้งไว้เพียงร่องรอยอารยธรรมบนฝาผนังที่เว้าแหว่งไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น กับซากจอมเวทงูที่เหลือแต่ท่อนบนที่ยังกระตุกอยู่ ส่วนนักดาบงูนั้นก็ไม่ต่างกัน ร่างกายของมันก็โดนลำแสงเข้าที่ไหล่ข้างหนึ่ง ในตอนนี้มันจึงเหลือแค่เพียงมือข้างเดียวเท่านั้นพลันนากะทวินเบลดก็แสดงท่าทีประหลาดออกมา ดาบในมือของมันถูกปล่อยจนร่วงปักลงเป็นพื้น นัยน์ตาแดงก่ำพลันเปลี่ยนเป็นสีดำ พร้อมกับหยาดหยดของน้ำตาสีแดงที่ไหลออกมา ก่อนที่มันจะเมินผมแล้วเลื้อยไปยังซากเพื่อนร่วมทีมของมันเมื่อผมหาอาวุธที่ตกลงบนพื้นเจอ ก็รีบพุ่งเข้าไปใกล้ของร่างมอนสเตอร์ทั้งสอง หากมองจากไกลๆ ก็เห็นเหมือนนากะทวินเบลดนั้นกำลังสะอื้นและซบอยู่กับซากศพของนากะเมจิคเชี่ยน ภาพฉากนี้ทำให้รู้สึกผิดขึ้นมานิดหน่อย ผมไม่เคยคิดเลยว่ามอนสเตอร์เหล่านี้ก็มีความรู้สึกนึกคิดเช่นกันแต่พอเดินเข้าไปใกล้ๆ เท่านั้นแหละ…“เฮ้ย!” ผมอุทานด้วยความตกใจ พร้อมกับหัวใจของผมที่แทบจะตกไปอยู่ที่ตาตุ่มเห็นเป็นนากะตัวที่ยังมีชีวิตกำลังกัดกินร่างของมอนสเตอร์ตัวที่ตายแล้วอยู่ มันหันมามองผมครู่หนึ่งพร้อมกับเศษเนื้อและเลือดที่เปรอะเปื้อนบริเวณปาก เผยให้เห็นภาพอันสยดสยองตรงหน้าที่ทำให้ขนลุกซู่“นี่มันไม่ใช่เกมออนไลน์แล้ว นี่มันเกมผีชัดๆ”ผมจึงรีบส่งกระสุนเวทไปยังเจ้านากะทวินเบลด... แต่มันก็สายไปเสียแล้วของเหลวสีแดงที่ผมเคยคิดว่าเป็นน้ำตา บัดนี้มันได้เจิ่งนองอยู่บนพื้น ก่อนจะก่อตัวเป็นวงเวทดาวหกแฉก ส่งร่างทั้งสองให้หลอมละลายกลายเป็นของเหลวข้นสีแดงที่ซึมลงไปในพื้นน้ำแข็งไม่นานนักวงเวทนั้นแปลงสภาพเปลี่ยนเป็นสิ่งที่มีลักษณะคล้ายประตูมิติสีแดงดำ ส่งกลิ่นสาบคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ก่อนที่จะมีสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า… ‘งูยักษ์’ เลื้อยออกมาเรื่องบ้าทั้งหมดที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้นั้นไม่สามารถโทษใครอื่นไปได้เลย นอกจากตัวผมเองที่จู่ๆ ก็เกิดอยากมีมนุษยธรรมกับมอนสเตอร์ร่วมโลก ผมเลยเผลอให้เวลาพวกมันในการทำใจ ก่อนที่ผมจะพรากชีวิตของมันเพื่อจบการต่อสู้นี้อย่างงดงาม… แต่ที่ไหนได้กลับกลายเป็นผมที่เสียรู้ให้กับอสรพิษซอมบี้เหล่านี้ ช่างไม่ต่างอะไรกับนิทานเรื่องชาวนากับงูเห่าที่โดนงูเห่าที่เขาช่วยไว้แว้งกัดตายในท้ายที่สุด“โลกนี้ช่างไม่ยุติธรรม” ผมตัดพ้อร่างของงูยักษ์ตรงหน้านั้นมีขนาดมหึมา ลำตัวโดยรวมมีสีดำเป็นมันซึ่งเป็นสีที่ตัดกับพื้นน้ำแข็งอย่างชัดเจน แต่กลับดูกลมกลืนไปกับผนังของโถงถ้ำแห่งนี้ได้อย่างน่าประหลาด เกล็ดดำบางส่วนของมันถูกแซมไปด้วยเกล็ดสีแดงดำเกมม่วง ปากพลางแลบลิ้นออกมาพร้อมเสียงขู่ฟ่อ ซึ่งทำให้มันยิ่งดูน่าเกรงขามเข้าไปอีกนากะการ์เดี้ยน(ซัมมอน) เลเวล: 27กระสุนเวททถูกยิงออกไปติดๆ กัน แต่ก็นับว่ายังดีที่กระสุนเวทธรรมดาสามารถสร้างรอยขีดข่วนให้มันได้บ้าง ผมนี่โคตรจะกลัวเลย กลัวว่าเกล็ดของมันจะมีคุณสมบัติสะท้อนกระสุนเวทเช่นเดียวกับมอนสเตอร์ในแชลโลสวอมบ์ตัวอื่นที่เคยเจอมามอนสเตอร์ร่างยักษ์ตรงหน้ามันเคลื่อนหัวไปข้างหลังเล็กน้อย ก่อนจะพุ่งฉกลงมา“เทเลพอร์ต(Teleport)”ผมเรียกใช้สกิลดังกล่าวในจังหวะที่กำลังจะหันหลังหนี ทำให้ทิ้งระยะห่างออกมาได้พอสมควร และด้วยผลของทักษะไอซ์สเต็ปที่ทำให้ผมสามารถเคลื่อนที่บนพื้นน้ำแข็งได้อย่างคล่องแคล่วว่องไว และยังทำให้สามารถหลบพวกหอกน้ำแข็งที่ปักอยู่บนพื้นได้อย่างไม่ยากเย็นนักในจังหวะที่ผมคิดว่าหลบมันพ้นแล้ว ผมจึงหันหลังกลับไปดูลาดเลา แต่ภาพที่บังเกิดตรงหน้ากลับปรากฏเป็นปากงูขนาดใหญ่ที่กำลังอ้ากว้าง… นี่มันเกมสยองขวัญชัดๆ“อควาเฟด(Aqua Fade)”สิ้นเสียงเรียกใช้ทักษะ ร่างก็พลันเปลี่ยนเป็นน้ำ แต่ก็ยังมิวายโดนมันงับหมับเข้าให้ ทำให้หยดน้ำสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณช่วงเวลาหนึ่งวินาทีถัดมา ร่างของผมก็ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นอีกครั้ง จากตรงที่ที่มีมวลน้ำมากที่สุดด้วยลักษณะการฉกที่ดูเหมือนจะเป็นการทุ่มงับไปทั้งตัวของมัน ทำให้ผมมีโอกาสที่จะส่งกระสุนเวทเข้าโจมตีมันอีกครั้ง ในใจขอเพียงแค่ให้ทักษะออโต้แคสต์ลำแสงสีรุ้งใช้งานออกมาอีกครั้งก็พอ ซึ่งไม่เคยมีครั้งไหนที่ผมภาวนาได้เฉพาะเจาะจงขนาดนี้มาก่อนทักษะออโต้แคสต์จำนวนนับไม่ถ้วนถูกร่ายขึ้น แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ทำให้มอนสเตอร์ตรงหน้าสะทกสะท้าน ไม่แม้กระทั่งทักษะเอนแทงเกิลที่เป็นทักษะที่ใช้ในการหยุดการเคลื่อนไหวของศัตรูโดยเฉพาะผมนึกไม่ออกเลยจริงๆ ว่าจะต่อสู้กับมอนสเตอร์ที่มีเลเวลและขนาดตัวที่แตกต่างกันกับผมขนาดนี้ได้ยังไง ขืนยังเป็นแบบนี้ถ้าไม่พลังเวทหรือพลังงานที่จะหมดลงก่อน ก็น่าจะพลาดถูกกินแทนสกิลหลบหลีกอันสุดท้ายที่เพิ่งจะรีเซตคูลดาวน์ก็ถูกใช้งานออกมาเพื่อหลบการพุ่งงับอย่างต่อเนื่องของงูยักษ์ตรงหน้า หากไม่จำเป็นผมจะไม่ใช้เลย“ไลท์นิงแดช(Lightning Dash)”        ไม่รู้ว่าเวลาผ่านมาเท่าไร แต่ผมก็ได้พยายามอย่างถึงที่สุด ทั้งกระโดดหลบให้มันงับลำตัวของมันเอง หรือร่ายทักษะออโต้แคสต์ทั้งที่รู้จักและไม่รู้จักเข้าใส่เป็นจำนวนที่นับไม่ถ้วน จนในบัดนี้สกิลที่ช่วยให้รอดชีวิตทุกอย่างไม่ว่าจะเป็น ก้าวย่างสายฟ้า ก้าวย่างเหมันต์ หายตัววิบวับหรือวารีจำแลงก็ไม่สามารถใช้ได้อีกต่อไป คอของผมแห้งผาก ไม่สามารถส่งเสียงใดๆ ออกมาได้อีก ซึ่งนั่นเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าผมไม่เหลือพลังเวทให้ใช้งานอีกต่อไปแล้ว‘เลเวลมันแตกต่างกันมากเกินไป’และในจังหวะที่ผมกำลังสิ้นหวังอย่างหาที่สุดมิได้ จู่ๆ ร่างกายก็พลันเปล่งแสง เดี๋ยวนะ… นี่มัน… เอ็ฟเฟ็คที่เกิดขึ้นตอนเลเวลอัพหนิ“ได้ไงอะ!”ผมทั้งตกใจและดีใจไปในขณะเดียวกัน เมื่อเหลือบไปเห็นร่างม่องเท่งของเจ้างูยักษ์ที่นอนหงายท้องอยู่เบื้องหน้า ซึ่งเมื่อลองมองดูดีๆ จึงเห็นเป็นรอยเหมือนโดนของมีคมบาดและรอยแผลทิ่มแทงอยู่ทั่วทั้งลำตัวของนากะการ์เดี้ยน ก่อนที่ร่างของมันจะสลายไป พร้อมกับเสียงหอกน้ำแข็งจำนวนหนึ่งที่พุ่งปักลงมาบนพื้นน้ำแข็งสิ้นสุดการต่อสู้ท่านได้รับการเลื่อนระดับเป็นเลเวล 16 แล้วท่านได้รับกำไลสวอมบ์การ์เดี้ยน 1 ชิ้นปลายกิ่งไม้ในมือถูกจิ้มลงไปที่เนื้อหนัง เพื่อทดสอบให้แน่ใจว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นในตอนนี้เป็นเรื่องจริง ไม่ใช่ความฝันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าผมจะสามารถล้มมอนสเตอร์ที่เลเวลต่างกันถึงสิบเจ็ดเวลลงได้ ซึ่งก็เล่นเอาผมเกือบตายเหมือนกันแม้จะโล่งอกที่สามารถชนะการต่อสู้ครั้งนี้มาได้ แต่ปริศนาหลายอย่างก็ยังไม่ได้รับการแถลงไข ไม่ว่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ทักษะน้ำแข็งของนากะเมจิคเชี่ยนไม่สลายไป หรือสภาพแวดล้อมและพื้นที่ในการต่อที่ที่สามารถถูกเปลี่ยนแปลงได้ แถมยังส่งผลต่อมอนสเตอร์และผู้เล่นอีกด้วย หรือแม้แต่กลไกการเรียนรู้ของมอนสเตอร์ที่ผมค่อนข้างมั่นใจเลยว่า พวกมันสามารถเรียนรู้ได้แน่ๆ แต่คำถามที่สำคัญก็คือ พวกมอนสเตอร์ตัวอื่นๆ ที่จัดเป็นประเภทเดียวกันจะสามารถนำความรู้ไปใช้งานต่อได้เลยหรือไม่ หากคำตอบคือใช่ ความซวยทั้งหมดก็จะตกไปอยู่กับพวกผู้เล่นหน้าใหม่เป็นแน่แท้ส่วนในด้านทักษะผมเองนั้น ผมไม่รู้ว่าทักษะลำแสงนั่นคือทักษะอะไร แต่ที่แน่ๆ คือมันเป็นทักษะที่มีความรุนแรงมาก ซึ่งส่วนหนึ่งน่าจะมาจากผลของทักษะอินเวอร์สเลิร์นนิงเคิร์ฟที่ทำให้ผมสามารถใช้เวทมนตร์ที่ไม่ได้ครอบได้แรงขึ้นถึงหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์

    ยังไม่ทันที่ผมจะเปิดหน้าต่างอัพสกิล พลันร่างกายก็สลายกลายเป็นแสงไป แล้วทุกอย่างก็กลายเป็นสีดำมืด… พร้อมกับเสียงประกาศของระบบที่ดังตามมา