ใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กหนุ่มหน้าตี๋ถอนหายใจด้วยความเบื่อหน่าย เทียนกำลังนั่งรอผู้ปกครองหน้าสนามบินต่างจังหวัด มือเรียวไถโทรศัพท์และดูรูปภาพที่เพื่อนๆอัพโหลดในโซเชียล หลังจากที่นักศึกษาปีหนึ่งปิดเทอมฤดูร้อน ต่างคนก็ต่างชวนกันไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ
เด็กหนุ่มอายุสิบเก้ารู้สึกอิจฉา เขาควรจะอยู่ในทะเลและใส่กางเกงขาสั้นโชว์ผิวขาวๆสะท้อนแสงบนหาดทรายเหมือนกับวัยรุ่นทั่วไป แต่ไม่รู้ทำไมผู้เป็พ่อถึงต้องสั่งให้มานั่งเฝ้าอู่ซ่อมรถก็ไม่รู้
“คุณเทียนใช่มั้ยครับ”
เสียงทุ้มต่ำนุ่มลึกทำให้ใบหน้าเด็กหนุ่มหรี่ตาขึ้นไปมอง เทียนจำได้ว่าชายตรงหน้าคือช่างซ่อมรถประจำอู่ของพ่อ ใบหน้าของชายคนนี้ดูเคร่งขรึมเหมือนกับโดนบังคับมา ผิวสีเข้มหยาบๆั้แ่หัวจรดเท้ามีรอยสักเต็มแขน หนวดเคราดกหนายิ่งทำให้เหมือนโจรป่า แม้จะคุ้นหน้า แต่เทียนก็เดาชื่อไม่ออก
“ไกร…หรอ?”
“ครับ”
“แล้วพ่อไปไหนอ่ะ”
“เฮียติดงานน่ะครับ เลยวานให้ผมมารับ”
“จิ๊…ก็น่าจะโทรมาบอกกันก่อนสิ”
น้ำเสียงและกิริยาที่พูดคุยกับผู้ใหญ่ บ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าเทียนเป็ลูกชายที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างตามใจั้แ่เกิด เด็กหนุ่มลุกขึ้นจากเก้าอี้ ก่อนจะเดินไปยังรถยนต์ของผู้เป็พ่อ ทิ้งไว้ให้ไอ้ไกรยกกระเป๋าสัมภาระขนาดใหญ่ราวกับว่าเป็คนใช้ส่วนตัว
ชายวัยกลางคนรู้ดีว่าไอ้เด็กคนนี้นิสัยเสียเช่นไร หากไม่ใช่ลูกเ้านาย ป่านนี้คงโดนนายช่างตบหัวสั่งสอนมารยาทไปแล้ว
ไอ้ไกรเป็ช่างซ่อมรถในอู่ประจำอำเภอมานานนับสิบปี จนตอนนี้มันอายุได้สามสิบห้าปีแล้ว ชายฉกรรจ์ขับรถไปตามทาง โดยที่มีคุณหนูหน้าตี๋นั่งไขว่ห้างเล่นโทรศัพท์อยู่ทางด้านหลัง ตลอดทั้งการเดินทางเต็มไปด้วยความเงียบงัน จากนั้นรถยนต์ก็มาจอดที่หน้าบ้านหลังใหญ่โอ่อ่าของเ้านาย
“มัวทำอะไรอยู่” เทียนหันไปถามไอ้ไกร เมื่อเห็นว่าชายร่างใหญ่นั่งอยู่ฝั่งคนขับเช่นเดิม
“ครับ คุณเทียน?”
“เปิดประตูสิ”
“ฮ่ะ?”
“สงสัยอะไร”
ใบหน้าของเด็กหนุ่มคนนั้นช่างยียวนกวนบาทา เมื่อไอ้ไกรได้ยินเช่นนั้นมันก็เอียงหน้าไปกัดฟันกรอด ชายวัยกลางคนเดินออกมาจากรถ ก่อนจะเปิดประตูให้คุณหนูเทียนถลาตัวออกมา กลิ่นน้ำหอมราคาแพงฟุ้งกระจาย แต่กลิ่นสาปเหงื่อและกลิ่นน้ำมันเครื่องดิบๆของชายฉกรรจ์กลับทำให้คุณหนูบิดจมูกเหมือนรังเกียจ
“รออะไรอยู่”
“อะไรอีกครับ”
“กระเป๋าไง ยกมาไว้ในบ้านสิ”
“….”
“ต้องให้บอกทุกอย่างเลยหรอ”
ดูเหมือนตอนนี้สถานะของไอ้ไกรจะไม่ใช่ช่างซ่อมรถ มันกลายเป็คนขับรถและคนรับใช้ส่วนตัวของลูกเ้านายไปเสียแล้ว ชายฉกรรจ์เดินไปด้านหลัง ก่อนจะยกกระเป๋าเดินทางเดินตามร่างเล็กของเด็กหนุ่มเข้าไปในบ้าน คุณนายหัวฟูวิ่งเข้ามาโอบกอดลูกชาย ก่อนจะประคบประหงมผิวกายขาวใสเกินเหตุจำเป็
“เทียนเหนื่อยมั้ยลูก ดูสิ ผิวคล้ำหมดแล้ว แม่เตรียมของหวานไว้ในครัว หนูจะทานตอนนี้เลยมั้ย เดี่ยวแม่สั่งแม่บ้านให้เตรียมจาน”
“ไม่เป็ไรครับ เทียนขอขึ้นไปพักบนห้องก่อนดีกว่า”
“จ๊ะ ถ้าหายเหนื่อยแล้วเราไปซื้อของกันนะ ั้แ่เทียนไปเรียนไม่มีใครช่วยแม่เลือกกระเป๋าเลย”
ไอ้ไกรยืนขมวดคิ้วกับการเลี้ยงดูของคุณหญิง บทสนทนาของสองแม่ลูกเหมือนหลุดออกมาจากละครหลังข่าว ั้แ่หัวจรดเท้าของคุณหนูเทียนไม่เหมือนผู้ชายเลยสักนิด แขนและขาเรียวยาวไม่มีกล้าม มิหนำซ้ำใบหน้ายังแต่งแต้มเครื่องสำอางบางๆโดยเฉพาะริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพู
“….แกยืนทำบ้าอะไร”
“ครับ?”
“หมดหน้าที่แล้วก็ออกไปสิ นี่พ่อฉันมีลูกน้องโง่ขนาดนี้เลยหรอ”
เด็กหนุ่มหันมาตวาด ก่อนจะใช้สายตามองใบหน้าหยาบๆของไอ้ไกรเหมือนดูถูก ชายฉกรรจ์พยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะกำหมัดเดินจากไปด้วยอารมณ์ขุ่นมัว มันพอจะรู้ข่าวมาบ้างว่าปิดเทอมนี้เฮียจะเอาลูกชายมานั่งเฝ้าอู่เพื่อสอนงาน แต่ดูจากท่าทางกิริยาเช่นนี้ เหล่าพนักงานช่างอีกนับสี่สิบชีวิตคงลำบากมากกว่าเดิมแน่ๆ