ตอน 12 เมียรองอยู่ที่ใด
นับั้แ่ข่าวลือแพร่ออกไป ในสายตาชาวประชา...เว่ยกวงกลายเป็ตัวประหลาดชั่วข้ามคืนที่ผู้คนต่างรังเกียจและตีตัวออกห่าง ข่าวลือที่น่ารังเกียจนี้ลบความห้าวหาญในสนามรบตลอดสิบปีของเขาจนสิ้น บัดนี้ฉือเว่ยกวงได้เรียนรู้แล้วว่า ชื่อเสียงนั้นมิใช่ความยั่งยืน เขาเองเริ่มเข้าใจชีวิตมากขึ้น ยอมรับที่จะใช้ชีวิตอย่างสงบในจวนฉือที่เติบใหญ่มา แต่ถึงอย่างไรเขาเองก็ยังคงคอยสืบเสาะข่าวคราวที่เกี่ยวข้องกับราชสำนักอยู่เนืองๆ...มิอาจเลี่ยงได้ โดยมีเยี่ยชิงเป็ผู้คอยจัดการอยู่เื้ั
เว่ยกวงใช้เวลาพักฟื้นที่จวนฉือนานกว่าครึ่งเดือน... ในหัวของเขาคล้ายมีเสียงของหญิงสาวที่ฟังดูคุ้นเคยนัก ไม่ว่าจะพยายามคิดอย่างไร ว่าเสียงนั้นเป็เสียงของผู้ใดกัน เขาก็ไม่สามารถพบต้นตอของเสียงนั้นได้ กระทั่งเว่ยกวงจดจำว่า ครั้งหนึ่งจวนฉือเคยแต่งภรรยารอง...
"เหตุใดั้แ่กลับมา ข้านั้นพบเพียงซ่างจี้จู ภรรยาเอก เื่นี้ช่างน่าประหลาดใจนัก" เว่ยกวงเริ่มครุ่นคิด ถึงกระนั้นเขาเองไม่ปล่อยให้ค้างใจนาน
ปลี่ตัวไปที่เรือนฮูหยินเพื่อไถ่ถามให้รู้เื่
"ท่านแม่... เหตุใดข้าพบเพียงภรรยาเอก มิใช่ว่าฝ่าาประทานสมรสแก่ข้า ให้แต่งภรรยารองมิใช่หรือ เหตุใดข้าไม่เคยพบนางมาก่อน" เว่ยกวงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหนักแน่น หวังจะได้รับคำตอบที่จริงใจเช่นกัน
"เด็กโง่... ในที่สุดคนไร้ใจเช่นเ้าก็เริ่มสังเกตผู้อื่นเป็แล้ว... ภรรยารองของเ้านั้นงดงามทั้งกายใจ คุณหนูใหญ่สกุลหยางเช่นนางใครๆต่างรู้ดีว่า ชมชอบความสงบและรักในธรรมเนียม มากมารยาทเป็ที่สุด ั้แ่แต่งเข้าจวน นางเฝ้าติดตามรอข่าวสารของเ้า แม่นางผู้นี้ช่างรู้ความยิ่งนัก เพื่อขอพรให้ผู้เป็สามีได้ปลอดภัย นางร้องขอออกบวชตลอดชีวิตที่อารามหลวง หากจะหวังพานพบนางอีกหน เห็นทีคงจะยากเสียแล้ว" ฮูหยินฉือไม่มีใจยอมรับหลินอีเป็สะใภ้รองอีกต่อไป นางจึงกุเื่ราวที่น่าเวทนาเช่นนี้ขึ้นมา เพื่อให้บุตรชายตัดขาดกับนาง
"นางดีเช่นนั้นเชียวหรือ... งั้นข้าจะไปเยี่ยมเยือนนางสักหน่อย ข้าอยู่ในจวนนานครึ่งเดือนรู้สึกอุดอู้อยู่บ้าง" เว่ยกวงตอบกลับคำโกหกของมารดาอย่างไร้ข้อกังขา
"เว่ยเอ่อร์ลูกข้า... อย่าได้ไปรบกวนความสงบของนางเลย หากเ้ายังโหยหาภรรยาเพื่อเร่งสืบทอดบุตรนั้นอย่ากังวล ข้าเตรียมสู่ขออนุทั้งสามให้เ้า เพียงพูดมาหนึ่งหนว่าชอบแม่นางเรือนใด มีหรือที่คนเป็มารดาเช่นข้าจะไม่ให้เ้าสมปรารถนา" ฮูหยินใหญ่พยายามจะเปลี่ยนเื่พูด เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของบุตรชาย
"เข้าใจผิดแล้วท่านแม่ ร่างกายข้านั้นเพิ่งจะฟื้นคืนได้ไม่นาน ข้าไม่อยากรีบร้อนคิดเื่พวกนี้ หากข้ามิได้ทำให้ท่านแม่พึงพอใจ ลูกขออภัย" เว่ยกวงเริ่มรู้สึกตงิดใจขึ้นมา เพราะเขารู้ดีว่าราชโองการของฝ่าานั้นขัดมิได้ ดังนั้นภรรยารองต้องถูกแต่งเข้าจวนเรียบร้อยเป็แน่ แม้ว่าตัวเขาจะไม่ได้เข้าร่วมพิธีก็ตาม เว่ยกวงผู้ชาญฉลาดรู้ดีว่า หากผิดราชโองการ ป่านนี้สกุลฉือคงเหลือแต่ชื่อ
**********
ณ โรงครัวจวนฉือ เวลา 19.00 น.
"คุณหนูเ้าคะ... นายท่านฉือกลับถึงจวนนานโข... คุณหนูไม่คิดจะออกจากโรงครัวเพื่อพบพานสักหน่อยหรือ ถึงอย่างไรนายท่านฉือก็คือสามีของท่านนะเ้าคะ" เสี่ยวถี สาวใช้ข้างกายของหลินอีเอ่ยซักถามเตือนสติผู้เป็นายอย่างนอบน้อม
"เห้อ... อย่าว่างั้นงี้เลยนะ ข้าน่ะมาที่นี่เพราะความจำเป็บางอย่าง ข้าไม่ได้้าชิงดีชิงเด่นอะไร ชีวิตหยางหลินอีที่นี่ช่างยากลำบากนัก ข้าปรารถนาเพียงใช้ชีวิตให้อยู่รอดปลอดภัย รอวันไขปริศนาก็เพียงพอแล้ว อีกอย่างฉือเว่ยกวงอะไรนั่น ข้าก็ไม่เคยพบหน้าเขามาก่อน จะให้ข้าไปเอาอกเอาใจคนที่ข้าไม่ได้รัก เป็ไปไม่ได้หรอก " หลินอีผู้เริงร่าหายไปแล้ว นางกลายเป็เพียงหลินอีผู้มีใจเศร้าหมอง ทำงานตรากตรำในโรงครัวของจวนฉือเยี่ยงทาส สาวใช้ทั้งหลายต่างดูถูกดูแคลน แม้กระทั่งภรรยาเอกที่แสนดีอย่างซ่างจี้จูยังไม่เข้าพบนางแม้แต่เงา ชีวิตที่เหลืออยู่ช่างไร้ค่านัก
"เพียงแค่ข้าแอบดูแลเขาในยามค่ำคืน ก็เพียงพอแล้ว มิใช่หรือ..." หลินอีพึมพำคนเดียวริมหน้าต่าง พลางเหม่อมองจันทร์กลมนวลที่กำลังทอแสงเด่นกลางฟ้า
*เพื่อไม่ให้เว่ยกวงต้องฝันร้ายถึงความเป็ความตายในสนามรบ หลับพักผ่อนได้ยาวขึ้น ท่านหมอปรุงยาสมานปราณที่มีส่วนผสมของยานอนหลับให้เขาดื่ม อีกทั้งกำยานหอมที่มีฤทธิ์เคลิ้มถูกจุดคลุ้งเรือน ทำให้เว่ยกวงมักจะหลับใหลอย่างไร้สติทุกค่ำคืน*
และในเวลานั้นเอง เป็เวลาที่ภรรยารองผู้เร้นกายยอมแอบมาปรนนิบัติผู้เป็สามี อย่างลับๆ ที่นางทำเช่นนี้เพื่อไม่้าให้ตกเป็เป้าสายตาของแม่ผัวและเมียเอก
พักฟื้นนานกว่าครึ่งเดือน เว่ยกวงผู้โง่เขลายังไม่เคยรับรู้สักครั้ง... ว่าผู้ที่เคียงกายมาตลอดคือภรรยารอง ผู้ที่เขาขนานนามว่า ม้าดีดกะโหลก...โดยที่ในขณะเดียวกัน เมียเอกผู้เลอโฉมนั้นเพียง้าประจบเอาใจแค่เบื้องหน้าในยามเขาตื่น ไม่มีใจแยแสปรนนิบัติสามีแม้แต่น้อย
ทว่าั้แ่แต่งเข้าจวนฉือมา จากเหตุการณ์ที่นางถูกทำร้ายร่างกาย... หลินอีไม่เคยได้เป็ตัวของตัวเองอีกเลย กระทั่งยามค่ำคืนได้พบชายแปลกหน้าที่ขึ้นชื่อว่าเป็สามีเพียงในนาม หลับใหลไร้สติ นางน้อยผู้เหงาใจ ถือโอกาสนี้เล่าเื่ของตนั้แ่ตั้นจนจบกล่อมเกลาข้างเตียงของเขาทุกวันคืน ก่อนนางจะเคลิ้มหลับไป และตื่นขึ้นในยามอิ๋น (寅:yín) 03.00 น. ของทุกวัน และจากไป กลับไปเป็สตรีในโรงครัว ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แต่หารู้ไม่ ว่าทุกเื่ราวที่นางเล่าให้เขาฟังวันแล้ววันเล่า มันฝังหยั่งรากลึกใต้จิตสำนึก รับรู้ตื้นลึกหนาบางทั้งหมด เพียงแค่ร่างกายตอบสนองมิได้เพราะฤทธิ์ยา ดังนั้นเสียงนุ่มนวลของนางหลอกหลอนอยู่ภายในหัวของเขาตลอดเวลาแม้ยามตื่น...
**********
รุ่งเช้าวันต่อมา แสงอรุณส่องหน้า สายลมพลิ้วไหว ม่านสีขาวบางลอยกระทบลมอย่างช้าๆ เสียงนกน้อยที่บินว่อนหยอกล้อกันปลุกเข้าให้ตื่นจากหลับใหล
"เยี่ยชิง... "
"เยี่ยชิง!!" เพียงลืมตาตื่น ไม่วายเรียกหาสหายข้างกายผู้นี้
"ขอรับพี่ใหญ่" เยี่ยชิงวิ่งหน้าตั้งเข้าหาที่ปลายเตียง พร้อมซาลาเปาเต็มสองข้างแก้ม อมไว้จนกรามตุ่ย
"นี่อะไรของเ้า..." เว่ยกวงหลุดขำออกมา ทั้งสองมองหน้ากันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
ในขณะเดียวกัน เช้าตรู่เช่นนี้ ภรรยาเอกอย่างซ่างจี้จูไม่รอช้าที่จะเอาใจสามี นางเดินมาพร้อมถาดขนมหวานและชาดี
"ท่านพี่... ข้าคิดถึงท่าน บัดนี้ร่างกายของท่านก็ดีขึ้นมาก ข้ารอท่านที่เรือนทุกคืนทุกวัน แต่ไม่มีวี่แววแม้แต่น้อยที่ท่านจะไปหาข้า เช่นนั้นข้าจึงต้องมาปรนนิบัติท่านด้วยตัวเอง หวังว่าท่านพี่จะไม่หาว่าข้าก้าวล่วงเกินไป..." จี้จูพ่นพูดออกมาเป็ชุดๆ โดยไม่มีความเกรงใจเยี่ยชิงแม้แต่น้อย
"อะ...เอ่อ..." เยี่ยชิงเริ่มทำตัวไม่ถูก เขารีบเคี้ยวซาลาเปาให้หมดแก้ม และเช็ดริมฝีปากที่ดูมูมมาม
"เยี่ยชิง... เ้าออกไปก่อนเถอะ นางทำให้ข้าลืมเลือนเื่ที่ข้าตั้งใจจะพูดกับเ้า เื่ของเราไว้พูดทีหลัง" เว่ยกวงหยุดสีหน้าแสนสุขลงกะทันหัน จากที่หัวเราะคิกคักชอบใจ กลับทำสีหน้าเคร่งขรึมตึงเครียด ภายใต้หน้ากากทอง
"ขอรับ" เยี่ยชิงเอง ทำสีหน้าเจื่อนๆเดินจากไปด้วยความเงียบเชียบ
ทันทีที่จี้จูเห็นเยี่ยชิงจากไป นางรีบนั่งลงข้างเตียง เทชาดีลงจอก ยกยื่นให้ผู้เป็สามี หวังวางยากำหนัดปลุกกามอารมณ์
สาวใช้ที่ติดตามตัว เดินออกห่างปิดประตูลงกลอนหน้าต่างทุกบาน ราวถูกจัดแจงอย่างถี่ถ้วน
"จี้จู... เหตุใดต้องทำเช่นนี้" เว่ยกวงพูดเพียงครึ่งประโยค นางเผยพิรุธ เนื้อตัวสั่นกระทั่งจอกชาในมือหล่นพื้น
"ท่านพี่...ไม่ใช่อย่างที่คิด จี้จูไม่ได้ผสมผงกำหนัดในชาร้อนของท่าน เื่นี้ต้องมีการเข้าใจผิดอะไรเป็แน่" จี้จูตีตนก่อนไข้ทั้งที่เว่ยกวงยังไม่ได้ปริปากพูดว่านางผสมอะไรลงไปหรือไม่
"โอ่ว นี่เ้าผสมของพันนั้นลงให้ข้าดื่มงั้นเหรอ ช่างเป็วิธีที่ต่ำช้านัก เป็ถึงภรรยาเอกของข้า กลับไม่รู้ความ ทำตัวไม่เหมาะสม " เว่ยกวงไม่ไว้หน้า แม้นางจะพยายามปั้นสีหน้าให้ดูน่าสงสาร
"ทะ ท่านพี่... แต่ว่า..." จี้จูพยายามแก้ตัว กอดแขนของเว่ยกวงไว้แน่น
"เอามือของเ้าออกไปซะ ก่อนที่ข้าจะอดกลั้นไม่ไหว เ้าคงไม่้าจะเห็นด้านมืดของข้าหรอก ใช่หรือไม่" เว่ยกวงขึงขัง ลุกขึ้นยืนสะบัดมือของนางออกอย่างไร้เยื่อใยพร้อมเดินจากไป... แม้นางจะแกล้งลมนอนพื้น ก็ไม่สามารถเรียกร้องความสนใจจากเขาได้แม้แต่นิดเดียว
"อ๊ากกกก อ๊ากกกก !!! "เสียงกรี้ดของเมียเอกดังลั่นเรือน นางทำลายข้าวของ เขวี้ยงกาชากระแทกพื้น แตกละเอียดเป็เสี่ยงๆ พฤติกรรมนี้สร้างความเบื่อหน่ายให้เว่ยกวงเป็อย่างมาก
**********
ณ ห้องหนังสือจวนฉือ
" เยี่ยชิง... คืนนี้ข้า้ารู้ให้ได้ด้วยตัวเอง ว่าสตรีที่กล่อมเกลาข้าตลอดมาคือผู้ใด ทว่าเื่นี้จะให้ผู้ใดล่วงรู้มิได้ เ้าจงตระเตรียมทุกอย่างให้เรียบร้อย เปลี่ยนกำยานหอม ให้เป็เพียงกำยานไม้ธรรมดา ยาบำรุงปราณที่เคยปรุงให้ข้าดื่ม จงเปลี่ยนเป็เพียงชาดี "
"ขอรับพี่ใหญ่"
เว่ยกวงไม่เคยมีอาการเช่นนี้มาก่อน เขาร้อนใจนัก อยากให้เวลาผ่านไปโดยเร็ว แม้จะเดินวนไปหลายหนในห้องหนังสือ อ่านตำราจบไปหลายเล่ม เวลาก็ผ่านไปเพียงแค่สองชั่วยาม ยิ่งตะวันโด่งกลางฟ้า ยิ่งทำให้เขาร้อนใจกลัวจะไม่ได้พบนาง
"นี่ข้าเป็อะไรไป... หรือข้าจะบ้าไปแล้ว" เว่ยกวงพูดพึมพำกับตนเอง พลางยกจอกชาดื่มติดกันหลายหน ถอนหายใจเข้าออกฟึดฟัด เหมือนเด็กหกขวบ
และแล้วเวลาที่รอคอยก็มาถึง เมื่อทุกอย่างถูกตระเตรียมเข้าที่ ฉือเว่ยกวงการละครได้เริ่มขึ้น ละครฉากใหญ่ที่ไม่เคยฉายที่ไหนมาก่อน กำลังจะเปิดโปงต่อสตรีที่เขาเฝ้ารอ