"ตามใจสิ! เรามันก็แค่ตุ๊กตาไม่มีหัวใจนี่ จะปั้นจะเชิดยังไง จะยกให้ใครก็ได้!"
องค์อินทร์น้อยใจจนไม่อยากมองหน้าสาวซื่อบื้ออีก มีที่ไหนมายุยงให้เขาไปจีบใครก็ได้ หรือไม่ก็จะแนะนำรุ่นน้องให้บ้าง ไม่รู้เลยหรือไงว่าหัวใจเขาอยู่ที่ตัวเธอมาตั้งนานแล้ว
"เฮ้ย! ถามจริง เมนส์มาเรอะไงถึงได้'รมณ์เสียใส่เราอย่างนี้?" เ้าจันทร์ถามพลางขำพลางกับท่าทางโมโหจนหน้าดำคร่ำเครียดของเพื่อนหนุ่ม
องค์อินทร์มองสาวที่แอบขโมยใจตัวเองไปด้วยสาวตาขุ่น " ไม่รู้โว้ย!" ก่อนจะยกเป้ขึ้นพาดบ่าเดินจ้ำอ้าวไปอย่างโกรธๆ ทิ้งให้คนข้างหลังนั่งหัวเราะคิกๆอย่างสบายใจที่ยั่วอารมณ์เพื่อนได้
**************************************************************************************************************************************
เกือบห้าโมงเย็นแล้วกว่าเ้าจันทร์จะเลิกคลาสสุดท้ายของวันนี้ เพื่อนคนอื่นแยกย้ายกันกลับไปก่อนหน้าแล้วเพราะรู้ว่าเธอมีนัดพบอาจารย์ที่ปรึกษาต่อเื่การทำธีสิสที่ค้างไว้ กว่าจะคุยเื่บทคัดย่อเสร็จก็ปาเข้าไปเกือบทุ่มครึ่ง บรรยากาศในมหา'ลัยยามนี้ค่อนข้างเงียบสงัดกว่าที่เคย อาจเพราะมีฝนลงมาั้แ่่เย็นทำให้ใครๆต่างพากันหนีฝนไปหมด แต่หญิงสาวก็ไม่ได้กังวลอะไรมากนัก เพราะองค์อินทร์กับเธออยู่หอใกล้กัน อีกฝ่ายจึงมารับเธอกลับพร้อมกันเป็ประจำ เ้าจันทร์ยืนเตร่รอเพื่อนหนุ่มอยู่ข้างตึกคณะที่เป็จุดนัดพบซึ่งขณะนี้มีเพียงแสงไฟจากใต้อาคารไม่กี่ดวงตามนโยบายประหยัดไฟในสถานที่ราชการของฝ่ายบริหาร แต่เมื่อผ่านไปพักใหญ่และยังไม่เห็นแม้แต่เงาของหนุ่มนิติหน้าเข้ม เ้าจันทร์ก็ตัดสินใจพึ่งพาสองขาของตัวเองแทน ในใจคิดว่าไอ้เพื่อนบ้าคงมัวแต่งอนเื่เมื่อเที่ยงยันบ่ายเลยพาลไม่มารับเธอเสียเลย หญิงสาวยกแฟ้มพลาสติกใสขึ้นบังเม็ดฝนที่ยังโปรยมาไม่ขาดสายก่อนเดินลัดเลาะไปตามเส้นทางที่คุ้นเคยโดยไม่รู้ตัวเลยว่ามีใครบางคนแอบตามเธอมาั้แ่ออกจากมหาวิทยาลัย...