เช้าวันต่อมาตัวผมนอนอยู่บนเตียงที่คุณเมลองเตรียมให้นั้นก็ลืมตาตื่นขึ้นจากแสงตะวันที่ส่องเข้ามาจากหน้าต่าง
“อื้ม…ขนสัตว์เนี่ยมันให้ผิวััที่ดีเอาเื่เลยแฮะ… อ้าว?”
พอผมเหยียดแขนบิดี้เีไปเท่านั้นก็พบว่าที่บริเวณใกล้กับเอวมีอะไรบางอย่างทีนุ่มนิ่มเกาะติดอยู่
“ฟี้…ฟี้…”
เมื่อยกผ้าห่มที่ทำมาจากหนังสัตว์ออกนั้นก็พบกับลิเลียจังที่นอนขดตัวกลมอย่างแสนน่ารักน่าชัง
ท่าทางเธอคงลอบเข้ามาในเตียงขณะที่ผมกำลังหลับอยู่กระมัง
“ลิเลียจังตื่นได้แล้วนะลิเลียจัง”
“อื้ม...”
ผมโยกตัวของลิเลียเบาๆ จนกระทั่งเธอค่อยๆ ลืมตาขึ้น
“อรุณสวัสดิ์จ้ะลิเลียจัง”
“...อรุณสวัสดิ์ค่าพี่ชายมาซากิ”
ท่าทางจะหลับเพลินล่ะมั้งตอนนี้ตายังหยีอยู่เลย
“ทำแบบนี้ไม่ดีนะลิเลียจังอยู่ๆ ก็หายไปแบบนี้เดี๋ยวพวกคุณเมลองจะเป็ห่วงเอา”
“เอ๋ ก็พี่ชายมาซากินอนคนเดียวนี่ค้าน่าสงสารแย่เลย คุณพ่อก็มีคุณแม่นอนด้วยอยู่แล้วเพราะงั้นก็ไม่เหงาหรอกนี่คะ? เพราะงั้นลิเลียก็เลยมานอนกับพี่ชายมาซากิยังไงล่ะค่า”
ตายแล้วอะไรจะอ่อนโยนเบอร์นี้
ต่างกับพวกหลานชายเหลือขอที่เจอหน้ากันทีไรก็เอาแต่ขอตังลูกเดียวอย่างลิบลับเลยแฮะ
“งั้นเหรอขอบคุณนะลิเลียจัง”
“ค่า”
ระหว่างที่ผมลูบศีรษะของลิเลียอยู่พลางๆ นั้นก็ได้ยินเสียงฝีเท้าหนักอึ้งจากระเบียงทางเดินดังเข้ามาใกล้บานประตูในทุกขณะ
“ยะๆๆ แย่แล้วล่ะมาซากิ! ลิเลียหาย...เดี๋ยวนะ มาซากิ”
“อะอะไรเหรอครับ?”
“ทำไมลิเลียถึงอยู่ที่นี่ล่ะ?”
“กะ ก็... คือมันเป็งี้นะครับ—”
“คุณพ่อค้าลิเลียมานอนกับพี่ชายมาซากิแหละค่า”
“โอ้โห…มาซากิพวกเราออกไปข้างนอกกันดีกว่า ขอฟังรายละเอียดเื่นี้ให้ชัดเจนกว่านี้หน่อยสิ”
คุณเมลองหักนิ้วมือดังกร๊อบๆ เสร็จแล้วก็ลากคอของผมออกไปยังสวนหลังบ้าน
ท้ายที่สุดแล้วกว่าคุณเมลองที่แสดงสีหน้าดุดันยิ่งกว่าั์มารเลิกเข้าใจผิดได้นั้นก็ต้องให้คุณอิซาเบลล่าเข้ามาช่วยเอาไว้
“ก๊ากๆเมื่อกี้นี่ขอโทษด้วยเนอะ”
“คุณเมลองน่ากลัวจริงๆ เลยครับ”
“อย่าพูดงั้นสิ ถ้าไปถึงที่หมู่บ้านแล้วจะเลี้ยงเหล้าสักแก้วนะ”
ตอนนี้ผมกับคุณเมลองกำลังเดินทางไปยังหมู่บ้านเขา้านำเนื้อสัตว์กับหนังไปขาย
“โทษทีนะที่ต้องให้มาช่วยแบบนี้”
“อย่าได้ใส่ใจเลยครับถือเป็ค่าตอบแทนที่ให้พักด้วยแบบนี้”
ผมกล่าวแสดงความขอบคุณอย่างเป็ทางการาอีกครั้งแล้วก็กลับมาแบกสัมภาระเดินทางต่อไป
“งั้นเหรอๆ จะว่าไปแล้วฉันเองก็ไม่ได้ลงไปที่หมู่บ้านนานแล้วนะนี่คงต้องซื้อของเยอะสักหน่อยแฮะ ขากลับก็ฝากด้วยนะ มาซากิ”
“ได้เลยครับถึงอย่างไรผมก็ติดค้างที่พักหนึ่งคืนกับอาหารหนึ่งมื้ออยู่ด้วยขากลับผมจะช่วยแบกของให้เองครับ”
“ฮ่าๆ! อย่าลืมเื่ผู้ช่วยชีวิตจากฮอร์นแรบบิทด้วยล่ะ”
คุณเมลองหัวเราะเอิ๊กอ๊ากอย่างชอบอกชอบใจเขาตบไหล่ผมดังปังๆ
“ปกติแล้วไปหมู่บ้านบ่อยงั้นเหรอครับ?”
“หืม? ปกติแล้วไปทุกๆ 7 วันล่ะนะ... แต่คราวนี้ถือว่าไปครั้งแรกในรอบ 20 วัน”
“เห…ทำไมเหรอครับ?”
“อื้ม…่หลังมานี้พวกสัตว์ที่มีให้ล่าจำนวนมันลดน้อยลงน่ะถึงปริมาณที่จับได้จะไม่มีปัญหาอะไรกับการบริโภคในครัวเรือนก็เถอะ…แต่จำนวนก็ไม่มากพอที่จะเอาไปขายยังหมู่บ้านอยู่ดี”
“ปริมาณที่มีให้จับมันลดน้อยลงเหรอครับ? มันเกี่ยวข้องอะไรกับฤดูกาลหรือเปล่าน่ะครับ”
“เปล่าปกติแล้ว่นี้ของทุกปีพวกสัตว์ป่าจะชุมมากเลยล่ะนะเหตุการณ์แบบนี้ไม่เคยมีมาก่อนแม้แต่หนเดียวเลย”
หากอิงเวลาของญี่ปุ่นนั้นขณะนี้ย่างเข้าสู่่ต้นฤดูร้อนซึ่งมันควรจะเป็ฤดูกาลที่สัตว์ป่าและเหล่าสิ่งมีชีวิตเปี่ยมไปด้วยความคึกคักแม้เื่จำนวนสัตว์ที่คุณเมลองสามารถล่าได้มีจำนวนน้อยลงจะน่ากังวลก็ตามแต่สิ่งที่เป็ปริศนายิ่งกว่าคือเหตุใดในปีนี้จำนวนของพวกมันจึงลดน้อยลง
แม้คุณเมลองจะหัวเราะออกมาก็ตามแต่สำหรับนายพรานอย่างเขานั้นนี่คงเป็ปัญหาโดยตรงกับการหาเลี้ยงปากท้องอย่างแน่นอน
“หวังว่าฮอร์นแรบบิทจะขายได้ราคาสูงนะครับ”
พอฟังเื่ราวจากปากของคุณเมลองแล้วนั้นผมก็กล่าวแสดงความคิดเห็นด้วยสีหน้าที่จริงจังออกไป
“…อื้ม นั่นสินะ”
คุณเมลองผงกหน้ารับอย่างหนักแน่น
หลังจากนั้นเมื่อเดินเล่นไปได้ประมาณชั่วโมงหนึ่งในที่สุดพวกเราก็มาถึงตัวหมู่บ้าน
“ถึงแล้วนะมาซากิที่นี่คือหมู่บ้านฟาสต์”
“โห— ดูสงบสุขมากเลยนะครับเนี่ย—”
เมื่อกวาดสายตามองดูรอบตัวก็พบกับชาวบ้านที่ทำไร่นากับวัวที่กำลังแทะเล็มต้นหญ้า
บ้านของชาวนาแต่ละหลังทำมาจากไม้ส่วนที่บริเวณศูนย์กลางซึ่งดูเหมือนเป็จตุรัสใจกลางเมืองนั้นมีกลุ่มของพวกเด็กๆ วิ่งเล่นไปมาอย่างร่าเริง
“ตามมานี่สิมาซากิ พวกเราต้องเอาขนไปขายที่ร้านอุปกรณ์กันก่อน เสร็จแล้วก็ค่อยไปขายเนื้อ”
“ครับ”
ผมถือสัมภาระแล้วก็เดินตามหลังคุณเมลองต่อไป
“เฮ้อเหนื่อยหน่อยนะมาซากิ มาดื่มกันสักแก้วหลังเสร็จงานดีกว่า”
คุณเมลองยื่นแก้วไม้ซึ่งบรรจุเหล้าซึ่งมีลักษณะเหมือนเบียร์มาให้กับผม
“เหนื่อยหน่อยนะครับวันนี้”
“เอาล่ะ ชนแก้ว!”
“ชนแก้ว!”
เสียงแก้วไม้ชนกระทบกันดังขึ้นจากนั้นพวกเราก็กระดกลงคอ
ส่วนรสชาตินั้นก็ไม่อร่อยตามที่คิดเอาไว้เพราะอุณหภูมิค่อนข้างอุ่น แถมรสชาติก็อ่อนเอาเื่
“ดื่มหลังเลิกงานนี่มันอร่อยจริงจริ๊ง! ...หือ?เป็อะไรน่ะมาซากิ ไม่ชอบเอลงั้นเหรอ?”
คุณเมลองนั้นมีสีหน้าตรงกันข้ามกับผมโดยสิ้นเชิงใบหน้ายิ้มแฉ่ง เขากระดกเครื่องดื่มลงคออย่างออกรสชาติ
“เปล่าครับไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย”
“ก๊ากๆ ไม่ต้องฝืนน่าหน้าตาฟ้องว่า ‘ไม่เห็นอร่อย’เลยนี่ แต่มาซากินี่เด็กเอาเื่แฮะ เอลก็ไม่ดื่มด้วย”
“ฮะๆๆ...อาจจะเป็แบบนั้นก็ได้ครับ”
ผมได้แต่ยิ้มแหยๆ แล้วก็กล่าวรับไปตามน้ำ
ส่วนคุณเมลองที่ดื่มเอลนั้นจัดได้ว่าอารมณ์ดีเอาเื่เขายิ้มไม่หยุดั้แ่ต้นจนจบเลย
“อ้าวเมลองไม่ใช่หรือนั่น”
เมื่อประตูของร้านเหล้าเปิดออกก็มีชายคนหนึ่งซึ่งใบหน้าเปื้อนดินเดินเข้ามา
ท่าทางเขาจะเป็ชาวนากระมังเพราะเมื่อสังเกตดูดีๆ เลยพบว่าดินไม่ได้เปื้อนแค่ใบหน้าแต่มันเปรอะอยู่บนเสื้อผ้าเต็มตัวเลย
“อะไรกันจารัมเองเรอะ ไม่ได้เจอกันตั้งนานเลยนี่เมื่อกี้ฉันเพิ่งเอาเนื้อไปขายให้กับเมียของแกมานี่เอง”
“ขอบคุณหลายๆ ขอนั่งด้วยได้ปะ?”
“เชิญเลยๆ อ้อ เ้านี่ชื่อมาซากิเป็แขกของฉัน”
“แปลกเหมือนกันนะเนี่ยที่เมลองมีแขกฉันชื่อว่าจารัม ยินดีที่ได้รู้จักนะมาซากิ”
“ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณจารัม”
คุณจารัมเองก็สั่งเอลมาดื่มหนึ่งแก้ว
“จะว่าไปแล้วเมลองแถวบ้านของนายได้รับความเสียหายบ้างไหม”
“...‘ความเสียหาย’ ที่ว่านี่หมายถึงเื่อะไร?”
“ไจแอนท์บีไงไจแอนท์บี! ได้ยินว่าที่ละแวกนี้มีไจแอนท์บีโผล่มาด้วยล่ะ”
“ว่าไงนะ!?”
คุณเมลองแสดงอาการใเขาถึงกับลุกพรวดขึ้น
“ที่พูดน่ะเป็เื่จริงงั้นเรอะ!?”
“เฮ้อ...ทำหน้าแบบนี้แสดงว่ายังไม่รู้เื่สินะแกะของดีรุนกับหมูของรัคเคิลถูกเล่นงานไปหลายตัวแล้ว... เท่าที่ฟังจากปากของผู้ใหญ่บ้านเห็นว่ามีผู้เคราะห์ร้ายเสียชีวิตอยู่ริมเนินเขาด้วยร่างกายเป็รูโหว่หลายจุดเลยล่ะ”
“อย่างนี้นี่เอง...ก็ว่าทำไมสัตว์ถึงมีให้ล่าน้อยนัก”
“งี้นี่เองก็ถึงว่าอยู่ ไม่เห็นนายลงเขามาตั้งนานแล้วนี่”
“ใช่ก็่หลังมานี้จำนวนสัตว์ให้ล่าหายไปเยอะมาก จับอะไรไม่ค่อยได้เท่าไร”
“ถ้านายพรานระดับนายยังล่าอะไรไม่ค่อยได้ล่ะก็...แสดงว่ารังของไจแอนท์บีน่าจะอยู่ในูเานี่ล่ะนะ”
“เฮ้ย!?”
เมื่อฟังประโยคสุดท้ายของคุณจารัมนั้นสีหน้าของคุณเมลองถึงกับเปลี่ยนไป
จากนั้นคุณเมลองหันหน้ามามองผมเขารีบกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นคลอน
“…ยะ แย่แล้วล่ะมาซากิถ้าเื่ที่คุยกันอยู่นี้เป็จริงล่ะก็…อิซาเบลล่ากับลิเลียต้องตกอยู่ในอันตรายแน่”
ผมกับคุณเมลองจึงรีบออกจากหมู่บ้านโดยทันที
“ขอร้องล่ะ…อิซาเบลล่า ลิเลีย…ช่วยยังปลอดภัยเหมือนเดิมทีเถอะ”
ผมสามารถััถึงความทุรนทุรายจากใบหน้าและถ้อยคำที่คุณเมลองรำพึงออกมาได้เลยแค่ฟังอย่างเดียวก็ทำให้หัวใจเจ็บแปลบไปแล้ว
“รีบไปกันเถอะครับคุณเมลอง”
“อื้อ”
เท่าที่ฟังจากปากของคุณเมลองไจแอนท์บีคือมอนส์เตอร์ที่มีลักษณะคล้ายผึ้งขนาดใหญ่ มีความก้าวร้าวสูงมากความน่ากลัวของมอนส์เตอร์ตัวนี้นั้นนอกจากมันจะจู่โจมพวกสัตว์เศรษฐกิจอย่างแกะหรือหมูแล้วยังทำร้ายลูกหลานของมนุษย์แล้วพากลับรังเพื่อนำไปเป็อาหารอีกด้วย
แม้ส่วนศีรษะกับเหล็กในของมันจะนำไปขายเป็วัตถุดิบราคาแพงได้ก็ตามแต่ก็ไม่ค่อยมีกิลด์นักผจญภัยแห่งไหนอยากรับเื่เท่าไรนัก เนื่องจากรังของไจแอนท์บีนั้นจะมีพวกมันอาศัยอยู่เป็ฝูงไม่ต่ำกว่าหลายร้อยตัวเลย
“แฮ่ก...แฮ่ก...”
คุณเมลองมุ่งหน้าไปตามเส้นทางในูเาโดยยังปิดปากเงียบเอาไว้อยู่
สาเหตุที่ผมยังไล่ตามคุณเมลองไปได้นั้นเพราะใช้คาถาบูสต์กับร่างกายหากเป็คนปกติทั่วไปล่ะก็มีหวังถูกทิ้งไว้ด้านหลังนานแล้วด้วยซ้ำ