“คุณพ่อ คุณแม่ คุณพ่อคะคุณแม่คะ อย่าเพิ่งไป รอสาด้วยอย่าไป รอสาด้วย คุณพ่อคุณแม่” รวิสาที่เพิ่งจะนอนหลับไปได้ไม่นานหลังจากออกไปทำข่าวฆาตกรรม การปล้นร้านทองเมื่อกลางดึกที่ผ่านมาเธอกำลังฝันถึงคุณขจรและคุณพราวพรรณพ่อแม่ที่เสียชีวิตไปพร้อมกันด้วยเหตุฆาตกรรมเมื่อสองปีก่อน
“ยัยสา สายัยสาเป็อะไร ฝันร้ายอีกแล้วเหรอ ยัยสาตื่น ตื่นสิ” วิมลเพื่อนรุ่นพี่ของรวิสาที่คืนนี้มานอนค้างกับเธอกำลังปลุกคนข้างๆให้ตื่นจากฝันร้าย
“พี่มล?? ขอโทษค่ะ สาฝันร้ายอีกแล้ว” รวิสาที่เพิ่งจะรู้สึกตัวตื่นตั้งสติได้สักพักก็รีบเอ่ยขอโทษคนข้างๆด้วยรู้สึกผิดที่ตัวเองเป็สาเหตุให้เพื่อนรุ่นพี่ตื่นขึ้นมาเพราะฝันร้ายของเธอ
“โธ่เอ๋ยย ยัยสาผ่านไปสองปีแล้ว ยังไม่หยุดฝันร้ายเื่เดิมอีกเหรอ”ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอกับรวิสาออกไปทำข่าวด้วยกันจนดึกดื่นแล้วก็พักค้างคืนด้วยกันบางครั้งเธอก็มาค้างที่คอนโดรวิสา บางคราวรวิสาก็ไปค้างคืนที่บ้านเธอนี่ยังไม่นับรวมอีกหลายครั้งที่เธอทั้งคู่ต้องออกไปค้างคืนกันที่อื่นเพราะอาชีพนักข่าวอาชญากรรมเช่นพวกเธอ เอาเวลาแน่นอนไม่ได้ทำให้วิมลชินกับฝันร้ายของรวิสา แต่จะว่าไป่สองสามเดือนมานี้ดูเหมือนอาการฝันร้ายของรวิสาจะหายไปได้พักใหญ่แล้วนะ ทำไมคืนนี้ถึงกลับมาได้ล่ะ
“จริงๆสาก็ไม่ได้ฝันแบบนี้นานแล้วนะคะพี่มล ไม่รู้ทำไมคืนนี้ความฝันแบบเดิมถึงกลับมาอีก”รวิสาเองก็คิดไม่ต่างกับวิมลเช่นกัน
“เอาเถอะๆนอนต่อเถอะยัยสา เพิ่งนอนไปได้ไม่กี่ชั่วโมงเองนะพรุ่งนี้เช้าก็ต้องไปทำข่าวที่กระบี่อีก หลับๆๆ ให้ไวเลยน้อง”วิมลพูดจบก็ล้มตัวลงนอนทันทีเนื่องจากพรุ่งนี้พวกเธอทั้งคู่ต้องเดินทางไปทำข่าวนักค้าพลอยรายใหญ่ที่ถูกฆาตกรรมขณะเดินทางไปพักผ่อนที่จังหวัดกระบี่
ณ. โรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดกระบี่หญิงสาวสองคนกำลังยืนจ้องมองท้องทะเลสีฟ้าคราม พร้อมดื่มด่ำกับธรรมชาติอันงดงามกันอย่างเพลิดเพลิน
“ว้าววทะเลที่นี่สวยจังเลยนะคะพี่มล ดูสิคะสีฟ้าใสเชียว สาชักอยากไปเล่นน้ำแล้วสิ”รวิสาพูดกับเพื่อนรุ่นพี่หลังจากเช็กอินในโรงแรมที่ทางบริษัทจองไว้ให้เรียบร้อยแล้วด้านหน้าโรงแรมที่พักของสองสาวเป็ชายหาดทอดตัวยาวออกไปไกลสุดตามีเตียงผ้าใบจัดตั้งไว้ให้แขกที่มาพักได้นอนพักผ่อน อาบแดดเป็ระยะอย่างพอเหมาะ
“พอเลยยัยสาอย่าลืมสิว่าเรามาทำงานนะจ๊ะไม่ได้มาเที่ยวอีกอย่างถ้าพี่จำไม่ผิดเธอเองก็เป็เด็กเกาะเห็นน้ำทะเลมาั้แ่เกิดไม่ใช่เหรอยะ” วิมลเตือนรวิสาอย่างไม่จริงจังนักเมื่อเห็นสาวน้อยซึ่งเป็คนภูเก็ตโดยกำเนิดทำท่าทางอย่างกับไม่เคยเห็นทะเลมาก่อน
“แหมพี่มลสาไม่ได้มาทะเลนานแล้วนิคะ ก็ั้แ่.. เกิดเื่สาก็ไม่ได้กลับไปที่ภูเก็ตอีกเลย เมื่อก่อนยังไปๆ มาๆ กับคุณพ่อคุณแม่บ้าง”รวิสาพูดไปสักพักก็นิ่งไป เพราะคิดถึงอดีตก่อนที่พ่อกับแม่เธอจะเสียชีวิตครอบครัวเธอมีถิ่นฐานเดิมอยู่ที่จังหวัดภูเก็ตคุณพ่อของเธอเป็คนภูเก็ตโดยกำเนิดส่วนคุณแม่เป็สาวชาวกรุงที่มาหลงเสน่ห์หนุ่มชาวใต้หน้าตาคมเข้มเข้าให้สุดท้ายเลยตัดสินใจแต่งงานย้ายมาอยู่กับคุณพ่อของเธอที่ทางใต้ตั้งรกรากอยู่ที่ภูเก็ตจนกระทั่งมีเธอหลังจากที่เธอเรียนชั้นมัธยมที่โรงเรียนสตรีประจำจังหวัดจนจบการศึกษาครอบครัวเธอก็ตัดสินใจย้ายไปอยู่ที่กรุงเทพฯโดยพ่อกับแม่ของเธอให้เหตุผลว่าอยู่ที่ภูเก็ตมาครึ่งชีวิตแล้วตอนนี้ก็ถึงเวลากลับมาอยู่บ้านเกิดของแม่เธอบ้าง แต่จริงๆ เธอรู้เหตุผลดีอยู่แล้วว่าท่านทั้งสองอยากให้เธอได้มาเข้าเรียนในรั้วมหาวิทยาลัยซึ่งพ่อแม่ของเธอได้พบกันและรักกันจนกระทั่งมีเธอในวันนี้ได้ครั้นจะส่งเธอขึ้นมาเรียนโดยฝากฝังบรรดาญาติๆ ทางฝั่งแม่ของเธอพ่อของเธอก็ไม่ยอมเพราะหวงและห่วงลูกสาวสุดที่รักคนเดียวคนนี้มาก เลยต้องมาสร้างบ้านอีกหลังที่กรุงเทพฯส่วนบ้านที่ภูเก็ตก็ปล่อยไว้ให้คนดูแลเผื่อเวลาต้องเดินทางมาทำธุระหรือพักผ่อนที่ภูเก็ตซึ่งจะว่าไปแล้วพ่อของเธอก็ต้องเดินทางไปกลับบ่อยๆเนื่องจากมีหุ้นส่วนทางธุรกิจและที่ทางมากมายอยู่ที่นั่นถึงจะมีบรรดาญาติหรือเพื่อนๆ คอยดูแลจัดการให้แต่พ่อของเธอก็ต้องเดินทางมาร่วมประชุมและแวะมาหาบรรดาเพื่อนเก่าเพื่อนแก่และญาติพี่น้องอยู่บ่อยๆ
“เอาเถอะยัยสาพี่ก็ลืมไปว่าเธอไม่ได้กลับบ้านเกิดนานแล้วเอาเป็ว่าเดี๋ยวทำงานเสร็จเราก็ขอบอสลาพักร้อนอยู่เที่ยวต่อซะเลยเป็ไง”วิมลเอ่ยปากชวน เพราะจริงๆ แล้วเธอสองคนก็ทำงานจนไม่ได้ใช้สิทธิ์ลาพักร้อนนานแล้วเมื่อเห็นว่าหญิงสาวข้างๆออกอาการตื่นเต้นดีใจที่ได้มาทะเลขนาดนั้นก็อยากให้เธอได้พักผ่อนซะหน่อย
“น่ารักที่สุดเลยค่ะพี่มลสาเห็นด้วยเราไม่ได้ใช้สิทธิ์นานแล้ว บอสไม่กล้าปฏิเสธแน่นอนค่ะสาจะขอใช้สิทธิ์ลาพักร้อนให้คุ้มค่าสักอาทิตย์เป็ไงคะ” รวิสาพูดอย่างหมายมาด
“ตามใจจ้ะแต่พี่คงลาได้ไม่เกินสองวันนะพอดีมีธุระต้องจัดการที่กรุงเทพฯ ต่อนะ ถ้าสาไม่มีอะไรก็จัดเต็มเลยละกัน นานๆทีใช้เวลาพักผ่อนให้คุ้มค่าละ ว่าแต่ตอนนี้เราไปเตรียมตัวสัมภาษณ์คุณนงนุชพนักงานโรงแรมที่นัดไว้ดีกว่า” วิมลพูดจบก็ชวนรวิสาไปยังจุดนัดพบนงนุชพนักงานโรงแรมซึ่งเป็คนแรกที่พบศพนายชรัสนักค้าพลอยชื่อดังที่มาเสียชีวิตณ.โรงแรมแห่งนี้
“สวัสดีค่ะคุณนงนุชใช่ไหมคะดิฉันเป็ตัวแทนจากสำนักข่าวไทยคมชื่อวิมลที่ขอนัดไว้นะคะส่วนนี่ก็รวิสานักข่าวของเราอีกคน ขอบคุณคุณนงนุชมากนะคะที่สละเวลามาให้สัมภาษณ์เื่คุณชรัสเพื่อไม่เป็การเสียเวลาเรามาเริ่มกันเลยนะคะ” วิมลแนะนำตัวพร้อมเริ่มสัมภาษณ์ทันที หลังจากนงนุชทักทายกลับอย่างยิ้มแย้มพร้อมรับการสัมภาษณ์
“ไม่ทราบว่าคุณนงนุชพบศพคุณชรัสที่ไหนคะแล้วพอจะจำได้ไหมคะว่าตอนนั้นเป็เวลาอะไร” วิมลยิงคำถามทันที
“ดิฉันพบคุณชรัสที่ห้องน้ำในห้องพักส่วนตัวนะคะตอนนั้นเป็่เวลาสักประมาณสิบโมงเช้าดิฉันเข้าไปทำความสะอาดห้องพักตามปกติโดยเริ่มจากห้องน้ำเป็ที่แรกดิฉันเห็นคุณชรัสนอนคว่ำหน้าอยู่ในอ่างอาบน้ำไม่ขยับเขยื้อนเลย ดิฉันก็เลยรีบแจ้งผู้จัดการให้มาดูคะ”
“แล้วคุณได้ลองเรียกหรือเขย่าตัวคุณชรัสดูรึเปล่าคะ”รวิสาถามต่อ
“ดิฉันไม่กล้าหรอกค่ะแค่เห็นสภาพคุณชรัสแบบนั้นดิฉันก็แทบจะทำอะไรไม่ถูกแล้วพอตั้งสติได้ถึงได้รีบโทรตามผู้จัดการมานะคะ”
“แล้วนอกจากสภาพคุณชรัสที่คุณพบในห้องน้ำ ไม่ทราบว่าคุณเห็นอะไรแปลกๆหรือผิดปกติบ้างไหมคะ”
“เอ่อดิฉันมัวแต่ใเลยแทบจะไม่ได้สังเกตอะไรอย่างอื่นเลยค่ะ”
“ลองนึกดูอีกทีสิคะมีอะไรที่แปลกตาไม่คุ้นเคยหรือผิดแปลกไปจากรูปแบบห้องพักที่คุณเข้าไปดูแลทำความสะอาดอยู่เป็ประจำบ้างรึเปล่า”
“เดี๋ยวนะคะ คิดๆดูก็มี มีค่ะดิฉันเห็นขวดไวน์ตั้งอยู่ตรงโต๊ะอาหาร มีแก้วรินไวน์ทิ้งไว้อ้อแล้วในห้องน้ำมีเสื้อคลุมอาบน้ำหล่นอยู่ตัวนึง ทั้งๆที่ในห้องมีแค่คุณชรัสเข้าพักคนเดียวคุณชรัสสวมเสื้อคลุมอาบน้ำอีกตัวแช่อยู่ในน้ำด้วยค่ะ” นงนุชพยายามนึกเพิ่มเติม
“เสื้อคลุมอาจจะเป็ตัวที่ใช้แล้วรอให้เก็บไปซักรึเปล่าคะ” รวิสาตั้งข้อสังเกต
“ไม่ใช่หรอกค่ะปกติคุณชรัสเธอเป็คนรักความสะอาดมากเธอสั่งให้แม่บ้านเข้าไปทำความสะอาดห้องเธอทุกวันเธอไม่ปล่อยให้มีเสื้อผ้าใช้แล้ววางทิ้งไว้แบบนั้นแน่ค่ะ”
“แล้วปกติในห้องพักมีเสื้อคลุมให้แขกกี่ชุดคะต่อวัน”
“สำหรับห้องดับเบิ้ลเบดจะมีเผื่อไว้สองชุดค่ะ”
“ถ้าอย่างงั้นเป็ไปได้ว่าชุดคลุมอาจจะถูกคุณชรัสใช้ผลัดเปลี่ยนด้วยสาเหตุบางอย่างแล้วคุณชรัสก็กองเตรียมไว้ส่งซักก็ได้”
“ก็เป็ไปได้คะ”
“แล้วพอจะมีอะไรอย่างอื่นผิดสังเกตอีกไหมคะ”
“เอ่ออ ไม่มีแล้วนะคะเท่าที่เห็นก็ปกติดีทุกอย่างห้องสะอาดเรียบร้อยผ้าปูที่นอนกับผ้าคลุมเตียงก็ยังเรียบร้อยดีเลยค่ะ”
“เรียบร้อยแล้วค่ะขอบคุณ คุณนงนุชมากนะคะที่ให้ข้อมูล”
“ด้วยความยินดีค่ะถ้ามีอะไรอีกก็เรียกใช้ดิฉันได้เลยนะคะ” นงนุชรีบบอก
“ขอบคุณค่ะถ้าอย่างงั้นก็รบกวนคุณนงนุชช่วยพาเราสองคนไปพบผู้จัดการของที่นี่หน่อยได้ไหมคะ”รวิสารับข้อเสนอทันที
“เชิญทางนี้เลยค่ะ” พูดจบนงนุชก็นำทางสองสาวไปพบผู้จัดการที่ห้องทำงานทันที
ที่ห้องผู้จัดการโรงแรมชายหนุ่มสองคนกำลังนั่งคุยเื่งานกันอยู่ภายในห้องคนหนึ่งคือณรงค์ซึ่งเป็ผู้จัดการของโรงแรมแห่งนี้ ส่วนอีกคนหนึ่งคือภาคินวงศ์บริรักษ์ลูกค้าคนสำคัญของโรงแรม
“ขอบคุณ คุณภาคอีกครั้งนะครับที่ให้โอกาสโรงแรมของเราใช้เป็สถานที่จัดงานเปิดตัวสินค้าใหม่ของร้านกะรัตผมรับรองว่าทุกอย่างจะเสร็จสมบูรณ์พร้อมสำหรับการต้อนรับบรรดาแขกวีไอพีภายในวันเสาร์ที่จะถึงนี้แน่นอนครับ” ณรงค์ ผู้จัดการโรงแรมรีบกล่าวกับลูกค้ารายใหญ่ ภาคิน วงศ์บริรักษ์เ้าของธุรกิจจิวเวอรี่ชื่อดังที่มาใช้โรงแรมแห่งนี้เป็สถานที่จัดการประชุมและใช้จัดงานของทางบริษัทอยู่บ่อยๆ
“ยินดีครับก็ในเมื่อคุณณรงค์และทางโรงแรมไม่เคยทำให้ผมผิดหวังมาก่อนผมก็ต้องทำตัวเป็ลูกค้าที่ดี คอยใช้บริการเป็ประจำสิครับ” ภาคินตอบตามความจริงซึ่งโรงแรมใหญ่แห่งนี้จัดว่าเป็มืออาชีพในเื่การจัดงานอีเว้นท์อีกทั้งยังมีสถานที่ซึ่งเหมาะกับงานสัมมนาและการประชุมต่างๆ ครบวงจร
“ขอบคุณจริงๆ ครับรับรองว่าทางเราจะไม่ทำให้คุณภาคผิดหวังแน่นอนครับ”
“ครับถ้าอย่างงั้นผมคงต้องขอตัวเลยแล้วกัน พอดีมีนัดคุยกับลูกค้าต่อ”
“เชิญเลยครับงั้นผมออกไปส่งนะครับ” พูดจบณรงค์ก็ออกไปส่งภาคินขึ้นลิฟต์ซึ่งพอดีกับวิมลและรวิสาที่ขึ้นมาพบณรงค์เพื่อขอสัมภาษณ์เพิ่มเติมเมื่อประตูลิฟต์เปิดภาคินก็รู้สึกสะดุดตากับสาวร่างบางั์ตากลมโตที่ดูทะมัดทะแมงในชุดเสื้อกางเกงยีนซึ่งยืนอยู่ตรงกลางกลุ่มพอดีเธอดูคุ้นเคยเหมือนเคยได้พบเจอและรู้จักกันมาก่อนแต่เขายังนึกไม่ออกว่าที่ไหนเมื่อไหร่ภาคินเผลอตัวจ้องมองรวิสาจนทำให้เธอรู้สึกอึดอัดและไม่ชอบขี้หน้าคนตรงหน้าขึ้นมาตงิดๆ‘ตาบ้านี่ไม่มีมารยาทมาจ้องหน้าฉันแถมยังยืนขวางหน้าลิฟต์อีก จะรีบเข้าไปไหนเนี่ยคนอื่นยังไม่ทันได้ออกจากลิฟต์เลย’รวิสาคิดในใจ ไวเท่าความคิดเธอเอ่ยออกไป
“เอ่อคุณคะขอทางออกก่อนได้ไหมคะ คือพวกดิฉันจะรีบไปทำธุระเหมือนกัน”รวิสาบอกชายหนุ่มที่ยืนขวางทางเธออยู่
“ขอโทษครับ เชิญครับ”ภาคินตอบพร้อมกับหลีกทางให้หญิงสาว ก่อนจะก้าวเข้าไปในลิฟต์เพื่อลงไปพบลูกค้าภาคินมองตามหญิงสาวจนกระทั่งประตูลิฟต์ปิดไปเองเขายังรู้สึกติดใจกับหญิงสาวที่เจอกันเมื่อครู่เขามั่นใจว่าเคยเห็นผู้หญิงคนนี้มาก่อนแน่นอนแต่ตอนไหนเมื่อไหร่ตอนนี้เขายังนึกไม่ออกจริงๆ
“สวัสดีครับคุณวิมลคุณรวิสาคุณคงเป็นักข่าวของทางไทยคมที่นายไมค์โทรมาแจ้งผมไว้สินะครับ”ณรงค์ทักทายอย่างเป็กันเอง เนื่องจากไมค์หรือศิขร พัฒนเกียรติ์เป็เพื่อนรุ่นน้องั้แ่สมัยเรียนมัธยมปลายทั้งยังสนิทสนมกันมาตลอดเพราะชอบในด้านกีฬาบาสเกตบอลเหมือนกันเคยร่วมเล่นกีฬาด้วยกันบ่อยๆ ก่อนที่ไมค์จะย้ายไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ
“สวัสดีค่ะคุณณรงค์ฉันวิมลส่วนนี่รวิสาค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ วันนี้พวกเราต้องขอรบกวนคุณณรงค์ด้วยนะคะ”วิมลกล่าว
“ด้วยความยินดีครับนายไมค์บอกไว้แล้วว่าพวกคุณ้าอะไรบ้าง ไม่ต้องเกรงใจนะครับผมยินดีให้ความร่วมมือเต็มที่” ณรงค์กล่าวอย่างใจดี
“ขอบคุณค่ะถ้างั้นเราขอเริ่มด้วยการสัมภาษณ์คุณณรงค์ก่อนเลยนะคะแล้วหลังจากนั้นคงต้องรบกวนคุณณรงค์ช่วยพาไปสถานที่เกิดเหตุด้วยค่ะ”
“ด้วยความยินดี ครับแต่สำหรับห้องที่เกิดเหตุหลังจากทางโรงแรมเคลียร์เื่ต่างๆกับทางตำรวจเรียบร้อยแล้ว ทางเราก็เข้าไปจัดการทำความสะอาดห้องแล้วนะครับเพราะว่าธุรกิจอย่างเราจบข่าวเร็วเท่าไหร่ยิ่งดีอีกอย่างข่าวยิ่งเงียบเท่าไหร่ก็ยิ่งเป็การดีเท่านั้นครับ” ณรงค์อธิบายสองสาวเพราะหลังจากเกิดเื่ทางโรงแรมก็ขอให้ทางตำรวจช่วยปิดเื่ฆาตกรรมนี้ให้เงียบที่สุดเพราะมันไม่เป็ผลดีกับทางโรงแรมและรูปคดี ถ้าเื่นี้ถูกแพร่งพรายออกไปซึ่งตรงกับความ้าของทางตำรวจพอดี ทั้งสองฝ่ายเลยจัดการทุกอย่างอย่างเงียบเชียบเรียบร้อยที่สุดส่วนทางด้านไมค์ก็ได้รับปากเป็มั่นเหมาะแล้วว่าจะไม่มีการเอ่ยประกาศชื่อโรงแรมออกมาให้เสียชื่อเด็ดขาดณรงค์ที่สนิทและรู้นิสัยไมค์เป็อย่างดีว่าพูดคำไหนเป็คำนั้นเขาจึงอนุญาตทางสำนักข่าวไทยคมเป็กรณีพิเศษ ทั้งๆที่เขาเองก็อดแปลกใจไม่น้อยว่าทางไทยคมรู้ข่าวที่อุตส่าห์พยายามปิดอย่างเงียบเชียบนี้ได้ยังไงซึ่งเขาลองถามกับทางไมค์ดูแล้วก็ไม่ได้คำตอบ
หลังจากพูดคุยสอบถามเื่ราวต่างๆจนพอใจแล้วทั้งสองสาวจึงขอตัวเพราะรู้ว่า่นี้ณรงค์ซึ่งเป็ผู้จัดการโรงแรมคงมีเื่ยุ่งๆให้จัดการเยอะแยะแน่
“ขอบคุณคุณณรงค์มากเลยนะคะ ที่ให้ความร่วมมือ ช่วยเหลือพวกเราทุกอย่าง”
“เล็กน้อยเองครับถ้ามีอะไรให้ช่วยอีกก็บอกนะครับ นายไมค์ฝากฝังให้ผมดูแลพวกคุณเป็อย่างดีเพราะฉะนั้นไม่ต้องเกรงใจนะครับ” ณรงค์พูดจบก็แอบเหลือบไปมองรวิสานิดหนึ่งเพราะเวลาที่ไมค์พูดถึงผู้หญิงตาโตตรงหน้าเขารู้สึกว่ามันมีอะไรอย่างอื่นที่พิเศษนอกเหนือจากคำว่าเ้านายลูกน้องหรือเพื่อนธรรมดาแน่นอนแต่ก็ไม่แปลกหรอกเพราะหญิงสาวตรงหน้าจัดว่าเป็คนที่มีเสน่ห์ดึงดูดอย่างน่าประหลาดเธอไม่ได้ดูสวยหยาดเยิ้มหรือมีหุ่นเป๊ะแบบดารานางแบบแต่โดยรวมแล้วเธอเป็ผู้หญิงที่ดูดีทั้งหน้าตาและบุคลิก เธอสวยแบบที่ไม่ว่าใครได้เห็นครั้งหนึ่งแล้วคงจะลืมเธอไม่ลงเลยทีเดียวผู้หญิงที่มีความเป็ตัวของตัวเองสูงสายตาที่มองตรงมาสามารถสะกดคนที่สบตาด้วยได้ไม่ยากความมั่นใจและรอยยิ้มจริงใจนั้นทำให้เขาเผลอไผลไปชั่วขณะเลยทีเดียว‘นี่ถ้าเ้าไมค์ไม่จองไว้ก่อนนะ คงต้องขอจีบดูสักตั้ง’ ณรงค์คิดในใจพร้อมกับยิ้มตอบสาวสวยตรงหน้าที่กำลังจ้องมองมาที่เขาตาแป๋ว
“ไงยัยสา เหนื่อยมากไหมวันนี้”วิมลถามรวิสาที่กำลังยืนมองทะเลอยู่ริมระเบียงห้องพัก
“แค่นี้เองพี่มลสบายมากค่ะ หนักกว่านี้เราก็ทำมาแล้วนี่คะ ขนาดต้องวิ่งหลบะุยังเคยเลยแค่นี้อ่ะงานสบายแถมยังมีคนรู้จักกับบอสคอยช่วยเหลือทุกอย่างอีก”
“จ้าแม่คุณทำงานไม่เคยเหนื่อยเลยนะเรา เอาล่ะนี่ก็ได้เวลาพักแล้วสาอยากไปเล่นน้ำรึเปล่าเดี๋ยวพี่จะไปเป็เพื่อน”วิมลเอ่ยอย่างใจดี เพราะเห็นหญิงสาวบ่นอยากเล่นน้ำั้แ่มาถึง
“อยากสิคะแต่พี่มลไม่ต้องไปเป็เพื่อนสาหรอกคะ เมื่อคืนพี่มลนอนน้อยเพราะสาพี่มลนอนพักผ่อนที่ห้องเถอะนะคะเดี๋ยวสาลงไปเล่นน้ำคนเดียวได้”หญิงสาวกล่าวอย่างหนักแน่นเพราะรู้ว่าปกติวิมลก็แทบจะไม่มีเวลานอนอยู่แล้วเพราะต้องช่วยดูแลหลานๆที่บ้าน อีกทั้งเมื่อคืนก็ต้องตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะฝันร้ายของเธออีก
“งั้นก็โอเคจ้ะไปคนเดียวได้แน่นะ” วิมลถามย้ำด้วยความเป็ห่วง
“แหม สาโตแล้วนะคะพี่มลไม่ต้องเป็ห่วงสาหรอกค่ะ พี่มลพักเถอะสาขอไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน”
“จ้าอ้อแล้วก็อย่าลืมโทรไปรายงานบอสเื่วันนี้ด้วยนะ ถือโอกาสลาพักร้อนซะเลยเดี๋ยวพี่ก็จะโทรไปขอลาพักกับบอสเหมือนกัน”
“รับทราบค่าพี่สาวไปละนะค๊า” รวิสาทำท่าตะเบ๊ะเหมือนทหารรับคำสั่งผู้บังคับบัญชาก่อนรีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อจะลงไปเล่นน้ำ ทำให้วิมลอดยิ้มเอ็นดูคนตรงหน้าไม่ได้
ท้องทะเลสีฟ้าใสไล่เลียงระดับสีไปตามความลึกของน้ำทะเล จากสีฟ้าอ่อนระเรื่อยไปถึงสีน้ำเงินเข้มจนกระทั่งสีดำซึ่งเป็ส่วนลึกสุดของท้องทะเลรวิสากำลังเล่นน้ำอย่างเพลิดเพลินท่ามกลางผืนน้ำทะเลอันกว้างใหญ่เธอแทบจะลืมความรู้สึกนี้ไปแล้วความรู้สึกในวัยเด็กที่ได้แหวกว่ายท่ามกลางผืนน้ำทะเล ดำผุดดำว่ายอย่างสนุกสนานราวกับนางเงือกตัวน้อยเธอได้เล่นน้ำแทบทุกวันเพราะมีบ้านอยู่บนชายฝั่งซึ่งติดกับทะเลคุณขจรและคุณพราวพรรณพ่อแม่ของเธอก็รักทะเลมากจึงได้ตัดสินใจซื้อที่ดินพร้อมกับสร้างบ้านหลังงามไว้ใกล้กับชายหาดรวิสาคิดมาตลอดว่าเธอโชคดีมากที่มีบ้านริมทะเล เพราะอยากเล่นน้ำเมื่อไหร่เธอก็แค่วิ่งไปหน้าบ้านกระโจนลงน้ำได้ทันที ตอนเธอยังเป็เด็กเพื่อนๆชอบนัดกันมาทำงานกลุ่มที่บ้านของเธอเพราะพอทำงานเสร็จพวกเธอก็ให้รางวัลตัวเองโดยการลงไปเล่นน้ำกันอย่างจุใจตอนกลางคืนก็มีปาร์ตี้บาร์บิคิว ร้องเพลงและเล่นรอบกองไฟกันอย่างสนุกสนาน
รวิสากำลังลอยตัวคิดถึงความหลังอันแสนสุขอย่างเพลิดเพลินอยู่บนผืนน้ำทำให้ไม่ทันสังเกตเห็น นักดำน้ำแบบสนอร์เกิลลิ่ง (สน็อกเกิ้ลหรือสกินไดร์ฟวิ่ง)ซึ่งเป็การดำน้ำในระดับผิวน้ำเพื่อชมปะการังหรือบรรดาฝูงปลาเล็กๆหลากสีที่อยู่ตามปะการังไม่ไกลจากชายฝั่งนัก กำลังว่ายตรงมาในทิศทางที่เธอกำลังลอยตัวอยู่พอดีพ่อนักดำน้ำก็กำลังเพลิดเพลินอยู่กับการว่ายตามฝูงปลาการ์ตูนสีสวยไม่ทันได้สังเกตเลยว่ามีใครยึดครองพื้นที่แถวนั้นอยู่เ้าปลาการ์ตูนตัวน้อยราวกับจะตั้งใจแกล้งคนทั้งสองเมื่อต่างพากันแหวกว่ายมาตรงด้านหลังของหญิงสาวที่กำลังนอนลอยตัวอยู่พอดีชายหนุ่มว่ายมาชนหญิงสาวเข้าอย่างจังเมื่อเผลอตามเ้าปลาการ์ตูนตัวน้อยที่แสนซุกซนมาจนสุดทางอย่างเพลิดเพลิน
“ว๊ายยย อะไรกันเนี่ย”รวิสาร้องเสียงหลงเมื่อโดนชนเข้าอย่างจังกลางลำตัวพอดีทำให้เธอเสียจังหวะเกือบจมลงไปใต้น้ำ ยังดีที่มีมือใหญ่แข็งแรงคว้าตัวเธอไว้ได้ทันชายหนุ่มซึ่งก็ใไม่แพ้กันตั้งสติได้ก่อนเมื่อรู้แล้วว่าตัวเองว่ายน้ำมาชนอะไรเข้าเขารีบคว้าตัวหญิงสาวไว้ได้ทันก่อนที่เธอจะจมลงไป
เวลานี้รวิสาถูกคว้าตัวอยู่ในอ้อมกอดของใครคนหนึ่งแถมยังอยู่ในสภาพที่แนบชิดกันไปตลอดทั้งตัว ชายหนุ่มโอบกอดหญิงสาวร่างเล็กไว้แน่นเพราะไม่แน่ใจว่าเขาทำให้เธอาเ็แค่ไหน
“นี่คุณปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ”รวิสาร้องเสียงดังเมื่อตั้งสติได้และพบว่าตัวเธออยู่ในสถานการณ์ที่ล่อแหลมแค่ไหนก็ในเมื่อตอนนี้เธอเองสวมใส่แค่ชุดว่ายน้ำแบบบิกินี่ที่มีเพียงสองชิ้นติดกายเท่านั้นแล้วเธอเองก็แน่ใจว่าผู้ชายซึ่งกำลังโอบกอดเธออยู่แทบจะไม่ต่างกันเพราะเขาสวมเพียงแค่กางเกงดำน้ำขาสั้นแนบเนื้อติดกายเพียงชิ้นเดียวเท่านั้น
“อยู่นิ่งๆสิคุณเดี๋ยวก็จมลงไปหรอก” ชายหนุ่มส่งเสียงดุโดยที่ยังไม่ยอมคลายอ้อมกอดจากหญิงสาว ทำให้รวิสาไม่พอใจเพราะคิดว่าผู้ชายคนนี้นึกจะฉวยโอกาสกับเธอรวิสาเงยหน้าขึ้นไปมองคนตัวโตที่โอบเธอไว้ไม่ยอมปล่อย กะว่าจะด่าแบบจัดเต็มแต่ยังไม่ทันได้อ้าปากริมฝีปากบางก็ไปกระทบเข้ากับริมฝีปากหนาของคนตัวโตที่ก้มลงมาพอดี “คุณ!! อีตาบ้า คนฉวยโอกาส ไอ้บ้ากาม ไอ้คนทุเรศปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะไม่งั้นฉันจะร้องไห้คนช่วย”รวิสาเงยหน้าเห็นชายหนุ่มตรงหน้าเต็มตาเธอจำได้ว่าเธอเพิ่งได้พบผู้ชายตรงหน้าเมื่อกลางวันนี้เองชายหนุ่มที่จ้องมองเธออย่างไม่มีมารยาทนี่อย่าบอกนะว่าเขาสะกดรอยตามเธอมาถึงในทะเลเนี่ย คิดแล้วรวิสาก็เริ่มดิ้นเธอใช้สองมือสองเท้าร่วมด้วยช่วยกัน ทั้งเตะต่อยทุบตีคนตรงหน้าไม่ยั้ง
“โอ้ยคุณผมเจ็บนะหยุดดิ้นได้แล้ว”ภาคินรัดรวิสาแน่นขึ้นกว่าเดิมเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าไม่มีทีท่าว่าจะหยุดทำร้ายร่างกายเขาเลยส่วนรวิสาเมื่อเห็นท่าไม่ดีก็งัดไม้ตายมือไม้ แข้งขาใช้ไม่ได้สุดท้ายก็ปากนี่ละวะคิดแล้วก็ลงมือปฏิบัติการทันที
“โอ้ยยยย”คราวนี้ได้ผลภาคินปล่อยหญิงสาวหลุดจากอ้อมแขนทันทีเมื่อโดนฟันคมๆกัดเข้าที่ไหล่ซ้ายของเขา พร้อมกับได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้นตามมา
“ว๊ายยย ช่วยด้วยยยตะคริว ตะคริวกิน”คงเป็เพราะรวิสาอยู่ในน้ำนานเกินไปและเมื่อกี้ยังใช้แรงเหยียดขาและเท้าประทุษร้ายชายหนุ่มตรงหน้าอย่าเอาเป็เอาตาย
“ผมบอกคุณแล้วใช่ไหมว่าให้อยู่นิ่งๆ ตรงนี้น้ำมันลึกคุณไม่รู้ตัวเลยรึไง”แล้วชายหนุ่มก็คว้าตัวหญิงสาวไว้อีกครั้งก่อนที่เธอจะจมน้ำคราวนี้รวิสาไม่แผลงฤทธิ์อีก ได้แต่จ้องหน้าชายหนุ่มด้วยความโมโหพร้อมกับน้ำตาคลอหน่วยเพราะขาเป็ตะคริวยังไม่หาย