ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 40 รีดไถ

            สาเหตุหลักเป็นเพราะหมูอบหม้อดินเป็นอาหารที่ชาวปักกิ่งนิยมทานกันทั้งมณฑลเฮยคงมีแค่ไม่กี่คนที่ทำอาหารด้วยวิธีการนี้

            “คืออย่างนี้ครับเธอคือจือชิงที่มาจากปักกิ่ง แต่ตอนนี้แต่งงานมาอยู่ที่หมู่บ้านต้าเจียงแล้วจึงถือว่าเป็นคนของหมู่บ้านเรา ผมทราบว่าพวกท่านมาจากปักกิ่งจึงเชิญเธอมาทำอาหารเลี้ยงต้อนรับไม่ทราบว่ารสชาติอาหารถูกปากหรือเปล่าครับ”

            อันที่จริงหัวหน้าฝ่ายคณะใหญ่ไม่จำเป็นต้องถามเลยเพราะแค่ดูจากสีหน้าของแต่ละคนก็รู้แล้วว่าพวกเขารับประทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย ผู้อำนวยการซุนยังเอ่ยชมไม่ขาดปาก

            สวีจือชิงช่วยพวกเขาได้มากจริงๆ!

            รองอธิบดีสวีได้ยินคำพูดของหัวหน้าฝ่ายคณะใหญ่แล้วนิ่งอึ้งไปสักพัก

            คนที่ทำอาหารคงไม่ใช่คนที่เขาอยากเจอหรอกนะ?

            แต่ไม่ทันไรเขาก็ปฏิเสธความคิดนี้ของตัวเอง

            น้องสาวของเขาไม่เคยทำงานบ้านเลยตั้งแต่เล็กจนโตจะทำอาหารที่อร่อยขนาดนี้ได้อย่างไร

            หลังมื้ออาหารพวกหัวหน้าฝ่ายคณะใหญ่ก็ตามเหล่าข้าราชการระดับสูงไปสำรวจพื้นที่

            สวีหว่านหนิงล้างจานชามเสร็จเรียบร้อยเมื่อเห็นว่าไม่มีธุระของตนแล้วจึงเตรียมตัวกลับบ้าน

            เธอเพิ่งออกจากสำนักงานฝ่ายคณะใหญ่ก็มีคนปาผักกาดเน่าใส่เธอ

            สมองของเธอยังไม่ทันประมวลผลแต่ร่างกายก้าวถอยหลังไปหลายก้าวเพื่อหลบการโจมตีโดยอัตโนมัติ

            “สวีจือชิงฉันก็แค่พูดไม่เข้าหูเธอ เธอถึงกับเล่นงานหลานฉันเชียวหรือเธอก็เป็นแม่คนเหมือนกัน ทำไมถึงใจไม้ไส้ระกำขนาดนี้?”

            สวีหว่านหนิงขมวดคิ้วมองป้าจางที่กำลังยืนเท้าเอวชี้หน้าด่ากราดก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด “ป้าจาง คนเราพูดอะไรต้องมีหลักฐานฉันไปเล่นงานหลานป้าตอนไหนคะ ปรักปรำกันแบบนี้ฉันไปแจ้งความที่สถานีตำรวจได้นะ!”

            “ถุย!”ป้าจางถ่มน้ำลายลงพื้น “อย่าเอะอะก็เอาตำรวจมาขู่ฉันแน่จริงก็ไปแจ้งความ ฉันจะรอดู ว่าตำรวจจะจับตัวใครกันแน่”

            “คนบ้านเหล่าจางเธอมาถึงก็ปาผักกาดขาวใส่สวีจือชิง ไม่ยอมอธิบายว่าหลานเธอเป็นอะไรกันแน่แล้วพวกเราจะตัดสินถูกผิดได้อย่างไร!”

            “นั่นน่ะสิถ้าอยากกล่าวหาสวีจือชิงก็ควรเล่าต้นสายปลายเหตุให้ชัดเจนจะอาศัยแค่ลมปากปรักปรำสวีจือชิงได้อย่างไรเล่า”

            ป้าจางนึกไม่ถึงว่าทุกคนไม่เพียงไม่เข้าข้างเธอ ทั้งยังช่วยพูดแทนสวีหว่านหนิงด้วยมันทำให้เธอเดือดจัด

            เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยโทสะ“ใครใช้ให้เธอเอาอาหารให้หลานฉันกินชิวเฟินกับเถี่ยตั้นกินเห็ดกับไก่ที่เธอให้มาจนท้องเสียไม่ว่า แถมยังอาเจียนไม่หยุดด้วย!”

            “บ้านพวกเธอก็มีเด็กกินอาหารที่สวีจือชิงให้เหมือนกันใช่ไหมทำไมยังช่วยพูดแทนเธออีกเล่าไม่กลัวว่าคนต่อไปที่จะโชคร้ายคือลูกหลานตัวเองบ้างเหรอ!”

            ครั้งนี้ป้าจางทำสำเร็จดึงความสนใจจากพวกป้าๆ ในหมู่บ้านมาอยู่ที่ตัวเองได้ทั้งหมด

            “อายุปูนนี้แล้วหลานตัวเองไม่สบายแล้วยังคิดจะโทษสวีจือชิงอีกหรือ?เด็กบ้านฉันก็กินไปเหมือนกัน แต่ก็เห็นยังร่าเริงสดใสดี ไม่มีปัญหาสักนิด!”

            “นั่นน่ะสิหุบปากไม่เป็นมงคลของเธอเสียเถิด หลานฉันก็ยังแข็งแรงดี!”

            “เมื่อวานมีเด็กตั้งหลายคนกินอาหารของสวีจือชิงทุกคนล้วนสบายดี มีแต่หลานเธอที่มีปัญหา ฉันว่ามันคงเป็นกรรมตามสนองละมั้ง!”

            ปกติป้าจางเป็นคนจิตใจคับแคบเพราะลูกชายได้ทำงานในตัวเมือง เธอจึงทำตัวกร่างในหมู่บ้านเป็นประจำพวกชาวบ้านเหม็นหน้าเธอมานานมากแล้ว

            แต่เพราะเป็นคนหมู่บ้านเดียวกันและไม่ได้มีปัญหาขัดแย้งอะไรมากมาย ทุกคนจึงยอมลืมตาข้างหนึ่งหลับตาข้างหนึ่ง

            แต่ตอนนี้ป้าจางเป็นคนยื่นมีดใส่มือคนอื่นเองจึงไม่แปลกที่จะถูกรุมต่อว่า

            สวีหว่านหนิงเข้าใจต้นสายปลายเหตุแล้ว

            เมื่อวานเด็กมือสกปรกสองคนนั้นคงจะเป็นหลานของป้าจางสินะ

            กะแล้วว่าใช้มือที่สกปรกขนาดนั้นหยิบอาหารจะต้องท้องเสีย

            “พวกเธอหุบปากซะ!” ป้าจางคำรามเสียงดัง ทำเอาคนที่อยู่ใกล้เธอมากที่สุดพากันปิดปากสนิท

            เธอจ้องหน้าสวีหว่านหนิงพลางกัดฟันกรอด“ฉันไม่สน หลานฉันกินอาหารของเธอถึงไม่สบาย เธอจะต้องจ่ายเงินชดใช้ให้ฉัน!ถ้าไม่จ่ายเรื่องนี้ไม่จบแน่!”

            “งั้นหรือคะ?” สวีหว่านหนิงเลิกคิ้ว “ขอแค่วันนี้ฉันยอมรับปากป้าต่อไปถ้าหลานของป้าปวดหัวตัวร้อนเป็นไข้ขึ้นมา ก็คงมาขอเงินจากฉันอีกหรือเปล่าฉันจะขาดทุนไหมคะนี่”

            ป้าจางถูกพูดแทงใจดำเธอนิ่งเงียบไปนาน ก่อนเอ่ย “เอาเป็นว่าเดิมทีเรื่องนี้เธอก็เป็นฝ่ายผิด!”

            “อ้อใช่ค่ะใช่ ฉันหวังดีอยากให้พวกเด็กๆ ได้กินของอร่อย ฉันผิดเอง”

            สวีหว่านหนิงพูดจากวนประสาททำเอาป้าจางไม่รู้จะพูดอะไรต่อ

            “ยังไงก็ตามแต่พวกเด็กๆ ไม่รู้เรื่องด้วย รีบพาไปส่งโรงพยาบาลก่อนเถอะค่ะเท่าที่ฟังจากน้ำเสียงของป้าจาง อาการของเด็กสองคนคงหนักใช่ย่อยสถานีอนามัยน่าจะรักษาไม่ได้ ควรพาไปส่งโรงพยาบาลประจำตำบล”

            ป้าจางทำสีหน้าดีใจ

            ขอแค่สวีหว่านหนิงยอมพาหลานของเธอไปโรงพยาบาลเธอก็จะมีข้ออ้างเรียกร้องเงินชดเชย!

            ลูกชายของเธอบอกแล้วว่าจะต้องขอค่าทำขวัญให้มากหน่อย

            คุณป้าที่อายุมากแล้วคนหนึ่งกระตุกเสื้อสวีหว่านหนิงพลางกระซิบเตือนว่า “สวีจือชิง ยายแก่คนนี้อยากจะขูดรีดเธอทำไมถึงยังกระโจนลงหลุมกับดักเองอีกล่ะ”

            ขอแค่พวกเธอยืนข้างเดียวกับสวีจือชิงคนแซ่จางแน่มาจากไหนก็ไม่มีทางขูดรีดสวีจือชิงได้

            แต่สวีจือชิงกลับไม่เข้าใจดันติดกับดักอีกฝ่ายเสียอย่างนั้น

            เด็กในเมืองช่างไร้เดียงสาเสียจริง!

            ทว่าป้าจางไม่คิดจะพลาดโอกาสนี้เธอรีบกล่าวทันทีว่า “เธอพูดเองนะ ห้ามเปลี่ยนใจภายหลังล่ะ!”

            “ฉันจะเปลี่ยนใจทำไมคะ” สวีหว่านหนิงตอบอย่างไม่ทุกข์ร้อน “อีกอย่างจะต้องให้หมอตรวจอย่างละเอียดดูสิว่าหลานสองคนของป้าท้องเสียและอาเจียนเพราะสาเหตุอะไร ถ้าเป็นเพราะกินอาหารของฉันฉันจะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลให้”

            “แน่นอนว่าถ้าผลการตรวจออกมาว่า มันไม่เกี่ยวกับอาหารของฉัน เงินค่ารักษาพยาบาลป้าต้องเป็นคนจ่ายเอง”

            “สาธยายมาตั้งนานสุดท้ายก็ไม่อยากจ่ายเงิน!”

            สวีหว่านหนิงแบมือยักไหล่“ป้าเห็นฉันดูโง่มากหรือคะ แค่ป้าอ้าปากขอเงิน ฉันก็ต้องให้เงินกับป้า?”

            “ไม่กลัวฉันไปแจ้งความจับเธอหรือไง?”

            “เชิญตามสบายค่ะสหายตำรวจจะได้มาดูสิว่า ใครกันแน่ที่พูดจาไร้เหตุผล!”

            จู่ๆป้าจางก็รู้สึกว่า ฝีปากของเธอที่เคยด่าคนทั้งหมู่บ้านได้อย่างสบายๆกลับต่อกรกับสวีหว่านหนิงไม่ไหว

            ลูกชายเธอบอกแล้วว่าแค่เอาตำรวจมาอ้าง สวีจือชิงก็จะยอมทำตามคำสั่ง

            แต่ทำไมมันไม่เหมือนแผนการที่พวกเธอวางไว้เลยสักนิด?

            ตอนนี้สวีหว่านหนิงไม่รีบร้อนกลับบ้านอีกแล้วเธอมองป้าจางที่กำลังทำสีหน้าสับสนพลางยิ้มกว้าง “ป้าจางยังอยากไปโรงพยาบาลไหมคะ ฉันเกรงว่าเดี๋ยวหลานๆ ของป้าจะหายดีเสียก่อนแล้วป้าจะหมดข้ออ้างในการรีดไถฉันนะคะ”

            สวีหว่านหนิงพูดคำว่ารีดไถออกมาอย่างเปิดเผย

             

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】 ที่คุณอ่าน

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390