ห้าสิบปีก่อนเกิดภัยพิบัติที่ร้ายแรงที่สุดในใต้หล้าอนันตสุญญตา ลูกไฟขนาดใหญ่นับหมื่นลูกร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้าในยามค่ำคืน เปลวอัคคีส่องสว่างไปทั่วท้องนภาและผืนพิภพ จุดที่มันตกกลายเป็หลุมเพลิงโชติ่ขนาดใหญ่ บังเกิดการทำลายล้างนับสิบลี้ ทั้งผู้คนและบ้านเรือนล้วนมลายกลายเป็ฝุ่นผง
หลังจากนั้นสองชั่วยามหมอกสีเืก็ปกคลุมไปทั่วบริเวณหนึ่งร้อยลี้จากจุดตก สิ่งมีชีวิตทั้งหมดเกิดการกลายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็มนุษย์ สัตว์ป่า และแมลง พวกมันดุร้ายและหวงแหนอาณาเขต หากผู้คนจากภายนอกล่วงล้ำเข้ามาจะถูกรุมทำร้ายอย่างทารุณจนสิ้นชีวิต
แม้แต่พืชก็บังเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างพิสดาร คล้ายมาจากต่างถิ่นที่มีสภาพภูมิประเทศแตกต่างจากใต้หล้าแห่งนี้
ผู้คนต่างพากันหนีตายจากอาณาเขตหมอกสีเื รวมตัวกันก่อตั้งชุมชนใหม่ที่ห่างไกลจากเขตอันตราย แต่ภัยร้ายที่แท้จริงกลับเกิดขึ้นจากเงื้อมมืุ์ด้วยกันเอง ภัยพิบัติทำลายล้างสิ่งมีชีวิตและทรัพย์สินถึงเจ็ดส่วน ส่งผลให้ผู้คนสูญเสียคุณธรรมอันดีงามไปสิ้น
ความอดอยาก ความสูญเสีย ความเห็นแก่ตัว และการที่กฎหมายถูกหลงลืมไปชั่วขณะ ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่พากันปลดปล่อยสัญชาตญาณดิบออกมา การต่อสู้แย่งชิงเกิดขึ้นทั่วใต้หล้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
บ้างต่อสู้เพื่อความเป็ใหญ่ บ้างต่อสู้เพื่อความอยู่รอด บ้างต่อสู้เพื่อปกป้องพิทักษ์ครอบครัวและพวกพ้อง บ้างต่อสู้เพื่อสนองตัณหา แต่ผลลัพธ์กลับไม่แตกต่าง ล้วนประสบกับความสูญเสียทุกฝ่าย
ครั้นเวลาล่วงเลยผ่านไปสิบปี การต่อสู้เพื่อแย่งชิงอำนาจก็จบลง ผู้ทรงอำนาจที่ผุดขึ้นมาจากทุกหนแห่งได้เปิดโต๊ะเจรจา ข้อตกลงคือการแบ่งใต้หล้าอนันตสุญญตาออกเป็สิบแปดเขตการปกครอง จากนั้นผู้นำแต่ละเขตการปกครองลงนามในสนธิสัญญาสงบศึก ไม่ล่วงล้ำในอธิปไตยของกันและกัน ทำให้าแห่งความวุ่นวายที่มีมายาวกว่าสิบปียุติลงในที่สุด
เมื่อาระหว่างมนุษย์จบลง ทุกฝ่ายอำนาจพากันค้นหาความลับที่ซ่อนอยู่ในหมอกสีเื ไม่นานก็ค้นพบว่าสมุนไพรที่เติบโตอยู่ด้านในทรงคุณค่ายิ่ง แต่การค้นพบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดกลับเป็ ‘ศิลาแห่งชีวิต’ ที่ฝังตัวอยู่ในร่างของสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์เ่าั้
ศิลาแห่งชีวิตมีสีเขียวเข้ม อัดแน่นไปด้วยพลังงานมหาศาล สามารถนำมาใช้ในงานช่างได้ดียิ่ง โดยเฉพาะการผลิตอาวุธและชุดเกราะ พลังจากมันทำให้อาวุธและเกราะแข็งแกร่งขึ้นหลายสิบเท่า เพิ่มมูลค่าของสินค้าได้มหาศาล
เวลาล่วงเลยผ่านไปอีกสิบปี มนุษย์ก็ค้นพบวิธีการฝึกฝนตนเองให้แข็งแกร่งขึ้น โดยการใช้สมุนไพรจากแดนหมอกสีเืปรุงโอสถวิเศษ ใช้เพิ่มพลังกาย รักษาโรคร้าย และบำรุงร่างกายให้มีอายุยืนยาว อีกทั้งยังสามารถดึงดูดพลังจากศิลาแห่งชีวิต ช่วยปรับร่างกายจนแข็งแกร่งกว่าเดิมนับร้อยเท่า
ด้วยเหตุนี้ผู้คนจึงเปลี่ยนชื่อเรียกของศิลาแห่งชีวิตเป็ ‘หินิญญา’ และเปลี่ยนชื่อแดนหมอกสีเืเป็ ‘แดนโลหิต’ เรียกสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ว่า ‘สัตว์เทพ’ ทั้งสิบแปดเขตปกครองล้วนเรียกหาเฉกเช่นเดียวกัน
ผู้ฝึกฝนร่างกายด้วยโอสถวิเศษและหินิญญาได้รับการขนานนามว่า ‘ผู้ฝึกตน’ ซึ่งแบ่งความสำเร็จออกเป็ห้าระดับ ซึ่งเป็การฝึกกายาให้แข็งแกร่งเหนืุ์ปุถุชนทั่วไป
ขั้นที่หนึ่งเรียกว่า ‘ผลัดผิวหลอมหนัง’
ขั้นที่สองเรียกว่า ‘ชำระกล้ามเนื้อเปลี่ยนเส้นเอ็น’
ขั้นที่สามเรียกว่า ‘ชำระกระดูกขัดเกลาไขข้อ’
ขั้นที่สี่เรียกว่า ‘หลอมอวัยวะภายใน’
ขั้นที่ห้า ‘ทะลวงชีพจรเปิดสัตตทวาร’
ผู้ฝึกตนเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว เริ่มมีการรวมกลุ่มก่อตั้งสำนัก ชมรม หรือ สมาพันธ์ขึ้นมาเพื่อขยายอำนาจ ต่างแย่งชิงสิทธิ์ในการแดนโลหิต เกิดการต่อสู้ขึ้นอย่างดุเดือดขึ้นหลายครา ท้ายที่สุดแล้วก็จบลงด้วยการเจรจา แบ่งปันจัดสรรผลประโยชน์ได้ลงตัว
ถึงกระนั้นมนุษย์ก็ยังไม่สามารถรุกล้ำเข้าไปยังด้านในของแดนโลหิต แม้จะมีผู้ฝึกตนจำนวนมากมาย แต่สัตว์เทพในชั้นถัดไปแข็งแกร่งกว่าพวกเขามากนัก
ปริศนาเกี่ยวกับแดนโลหิตจึงยังไม่อาจคลี่คลาย