ย้อนเวลากลับมาสร้างเซฟเฮาส์ในวันสิ้นโลก

    บทที่ 17 อยากทำอะไร (รีไรต์)

            บทที่ 17 คิดทำอะไร (รีไรต์)

             

            บ้านที่เปิดแอร์หลังจากสังเกตเห็นเหตุการณ์นี้ ก็รีบปิดแอร์ทันที ทว่ามาปิดเอาตอนนี้มันก็สายเกินไปแล้ว ซอมบี้บางตัวหาบ้านพวกเขาเจอแล้ว พวกมันเริ่มพังประตู แน่นอนว่านี่ทำให้ภาระของตึกสองเบาลง กลุ่มแชตของหมู่บ้านเริ่มมีคนด่าทออีกครั้ง

             

            [ใครมันโง่เปิดแอร์ตอนนี้ อยากตายหรือไง!]

             

            [อากาศมันร้อนขึ้นทุกวันแล้ว ที่บ้านก็ไม่มีของกินเท่าไหร่ ถึงแม้จะไม่โดนซอมบี้กัดตาย ยังไงก็คงอดตายหรือร้อนตายอยู่ดี]

             

            [บ้านใครมีของกินบ้าง ฉันยอมเอาสร้อยข้อมือทองของฉันไปแลกเลย! ขอแค่ของกินสักหน่อยก็พอ!]

             

            ตอนนี้เป็๲วันที่สิบแล้วที่ซอมบี้ระบาด อาหารในบ้านของบางบ้านก็เริ่มร่อยหรอลง นั่นทำให้บางคนเริ่มตื่นตระหนก

             

            ชั้นสิบตึกที่สอง นายเฉียงพาผู้หญิงคนนั้นออกจากห้อง เริ่มเคาะประตูทีละบานเพื่อขออาหาร

             

            แต่ชาวบ้านในย่านที่อยู่อาศัยหัวอันล้วนไม่ใช่คนโง่ พวกเขาผ่านร้อนผ่านหนาวในสนามธุรกิจกันมาหมดแล้ว


            หลังจากที่เคาะประตูบ้านหลังนั้น ก็ไม่มีแม้แต่เสียงตอบรับใด ๆ เลย

             

            ยิ่งสำรวจบ้านแถวนี้มากเท่าไหร่ สีหน้าของไอ้โจรก็ยิ่งบึ้งตึงขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งมัน๱ะเ๤ิ๪อารมณ์ออกมากับผู้หญิงที่ยืนหน้าซีดอยู่ข้าง ๆ เธอถูกมันเตะจนล้มลงไปกองกับพื้น

             

            “ไร้ประโยชน์จริง ๆ แค่อาหารเล็กน้อยก็หามาไม่ได้ แบบนี้ฉันจะเก็บแกไว้ทำไม”

             

            หญิงสาวได้แต่นอนร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่บนพื้น แต่แววตาที่มองไอ้โจรแฝงไปด้วยความเคียดแค้น

             

            ความจริงแล้ว เธอยังพอมีเสบียงเหลืออยู่ที่บ้านบ้าง ถ้าไอ้บ้านี่ไม่บุกรุกเข้ามา เธอก็คงอยู่ได้อีกเป็๲สิบวัน

             

            แต่ไอ้สารเลวนี่มันบุกเข้ามาขโมยอาหารของเธอ แถมยังกินอย่างกับสัตว์ตะกละตะกลาม จนตอนนี้อาหารก็หมดเกลี้ยง แถมเธอยังโดนมันข่มขืนอีก

             

            ไอ้โจรขมวดคิ้วมองหญิงสาวร้องไห้อย่างไม่สบอารมณ์

             

            “ถ้ายังไม่หยุดร้องไห้ ฉันจะโยนแกลงไปให้ซอมบี้กินซะตอนนี้เลย เก็บแกไว้ก็ไม่มีประโยชน์อะไร นอกจากกินเปลืองไปวัน ๆ ฉันจะโยนแกทิ้งลงไปเดี๋ยวนี้แหละ!”

             

            มันลากเธอไปที่หน้าต่าง หญิงสาวเห็นดังนั้นก็รู้ทันทีว่ามันจะฆ่าเธออย่างแน่นอน จึงดิ้นรนขัดขืนสุดชีวิต

             

            “ฉันหาอาหารมาให้ได้! ฉันรู้ว่าที่ชั้นบนมีคุณยายกับหลานชายตัวเล็ก ๆ อาศัยอยู่แค่สองคน พวกเขาคงกินอาหารไม่เยอะเท่าไหร่หรอก พาฉันขึ้นไปสิ รับรองว่าฉันเคาะประตูจนกว่าพวกเขาจะยอมเปิดให้ดู”

             

            เดิมทีนายเฉียงกำลังจะลงมือ แต่พอได้ยินผู้หญิงคนนี้พูดแบบนั้น มันก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า

             

            “ก็ได้ ไป! ถ้ายังหาของกินไม่ได้อีก แกรอดูได้เลย!”

             

            ทั้งสองคนออกเดินอย่างยากลำบาก จนมาถึงชั้นสามสิบกว่า ๆ ร่างกายก็อ่อนล้าจนต้องทรุดลงกับพื้น

             

            “บ้านนี้แหละ!” หญิงสาวชี้ไปที่ประตูบานหนึ่ง

             

            นายเฉียงหลบไปด้านข้าง แล้วผายมือให้หญิงสาวเคาะประตู

             

            “ก๊อก ก๊อก ก๊อก!” เสียงเคาะประตูดังขึ้น ไม่นานก็ได้ยินเสียงคุณยายจากด้านใน

             

            “ใครน่ะ!” หญิงชราสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วพูดว่า

             

            “คุณยายเจียง ฉันเสิ่นอวิ๋นหรานจากชั้น 10 ค่ะ คุณยายเปิดประตูหน่อยได้ไหมคะ ฉันอยากขอแลกน้ำกับอาหารนิดหน่อยค่ะ!”

             

            เสิ่นอวิ๋นหรานพยายามทำน้ำเสียงให้ดูอ่อนโยนที่สุด แต่ยายเจียงไม่เชื่อเธอเลยสักนิด ถึงแม้จะไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงขึ้นมา แต่เธอก็ยังตอบกลับไปว่า

             

            “เสี่ยวหราน ไม่ใช่ยายไม่อยากแลกนะ แต่ยายไม่มีอะไรจะแลกแล้ว หลานชายตัวน้อยของยายก็ไม่ได้กินอะไรมา 3-4 วันแล้ว ตอนนี้พวกเรายายหลานก็ได้แต่นั่งรอความตายอยู่ในนี้ ถ้าอย่างนั้น หนูไปแลกกับเด็กสาวที่ชั้นสามสิบสามนู่นดีกว่า เด็กคนนั้นอยู่คนเดียว ที่บ้านเธอนอกจากจะเย็นสบายแล้ว ยังมีแอร์อีกด้วย เด็กสาวด้วยกันน่าจะมีเ๱ื่๵๹คุยกันมากกว่า อีกอย่างของที่บ้านเธอก็มีเยอะด้วย”

             

            คำพูดของคุณยายเจียง ทำให้ดวงตาของเสิ่นอวิ๋นหรานเป็๲ประกาย

             

            “คุณยายเจียง ที่คุณยายพูดเป็๲เ๱ื่๵๹จริงเหรอคะ” ชั้นสามสิบสามมีเด็กสาวคนหนึ่งอาศัยอยู่ แถมยังมีเสบียงอาหารและเปิดเครื่องปรับอากาศอีกด้วย?

             

            “จริงสิ! ยายเพิ่งไปมาเมื่อวานซืน เด็กคนนั้นไม่ชอบยายคนแก่นี่เท่าไหร่ พูดได้ไม่กี่คำก็ไล่ยายออกมาแล้ว ที่สำคัญแอร์บ้านเธอเงียบมาก แต่เปิดเครื่องปรับอากาศตลอดเลยละ!”

             

            ได้ยินยายเจียงพูดถึงเครื่องปรับอากาศ สีหน้าของเสิ่นอวิ๋นหรานก็เผยความดีใจออกมา เธอหันไปมองนายเฉียงที่ยืนอยู่ด้านข้าง นายเฉียงพยักหน้ารับ

             

            ทั้งสองคนจึงเดินขึ้นไปข้างบนด้วยกัน ระหว่างทางเดินไปที่บันได พวกเขาพบว่า ประตูทางเข้าบันไดถูกล็อกเอาไว้

             

            เ๱ื่๵๹นี้ทำให้ทั้งสองคนยิ่งมั่นใจว่า คนที่อยู่บนชั้นสามสิบสามต้องมีเสบียงอาหารแน่ ทั้งคู่สบตากัน นายเฉียงจึงหาที่หลบซ่อนอีกครั้ง

             

            เสิ่นอวิ๋นหรานเริ่มเคาะประตูทางเข้าบันได

             

            “สวัสดีค่ะ เปิดประตูหน่อยได้ไหมคะ” เสิ่นอวิ๋นหรานร้องเรียกพร้อมกับเคาะประตู 


            ทางฝั่งลั่วฉิงเทียนในห้อง เธอเพิ่งออกกำลังกายเสร็จ

             

            หลังจากให้อาหารเสือขาวหรือต้าไป๋ หญิงสาวก็อาบน้ำชำระร่างกายอย่างง่าย ๆ ในตอนที่กำลังเตรียมตัวจะกินข้าว เธอก็ได้ยินเสียงดังมาจากทางเดิน แต่ลั่วฉิงเทียนไม่ได้สนใจ

             

            ทว่าขณะกำลังจะกินข้าวกับข้าวร้อน ๆ ที่เพิ่งตักมา โทรศัพท์ก็ดังขึ้น

             

            เปิดดู เห็นว่าเป็๲ข้อความขอเพิ่มเพื่อน

             

            [สวัสดี ผมอยู่ห้องฝั่งตะวันออกชั้นสามสิบสอง อย่าเปิดประตูทางเข้าบันไดเด็ดขาดนะ คนข้างล่างจะมาทำร้ายคุณ!]

             

            ห้องฝั่งตะวันออกชั้นสามสิบสอง? พอเธอกดรับเพื่อนปุ๊บ เขาก็พิมพ์มาไม่หยุดเลย

             

            [ผมอยู่ห้องข้างล่างคุณ เมื่อกี้ผมได้ยินยายห้องตรงข้ามบอกให้ผู้หญิงที่อยู่ชั้นสิบพาพวกอันธพาลขึ้นไปหาคุณที่ชั้นสามสิบสาม คุณอย่าเปิดประตูให้พวกมันเด็ดขาดนะครับ!]

             

            ข้อความนี้ทำให้ลั่วฉิงเทียนประหลาดใจอยู่บ้าง แต่พอได้ยินเสียงดังมาจากทางด้านนอกเธอก็เริ่มไม่แน่ใจแล้ว

             

            [ขอบคุณที่บอกนะ ไม่ต้องห่วง ฉันไม่เป็๲ไร]

             

            เธอไม่สนใจเสียงทุบประตูที่ดังมาจากทางเดิน กินข้าวเสร็จก็หยิบเครื่องทำน้ำแข็งออกมาสิบเครื่อง แล้วเริ่มทำน้ำแข็ง จากนั้นก็เอากาน้ำใบใหญ่หลายกาต้มน้ำไปด้วย

             

            พอทำน้ำแข็งกับต้มน้ำเสร็จ ก็เอาไปเก็บไว้

             

            ลั่วฉิงเทียนทำแบบนี้วนไปวนมาอยู่แต่ในครัว ส่วนชายหญิงสองคนที่อยู่หน้าประตูบันไดเห็นว่า คนในชั้นสามสิบสามไม่คิดที่จะเปิดประตูให้เลย ก็เกิดโมโหขึ้นมา นายเฉียงพาหญิงสาวลงจากชั้นสามสิบสามไป 

             

            หลังจากนั้นพวกเขาก็ไปหาคุณยายเจียงและพยายามทุกวิถีทางเพื่อให้คุณยายเจียงโยนค้อนออกมา

             

            นายเฉียงกลับไปที่ชั้นสามสิบสามอีกครั้ง เขาหันหน้าไปที่ประตูบันไดแล้วเริ่มทุบประตูเสียงดังโครมคราม สะท้อนกึกก้องไปทั่วทางเดิน

             

            ลั่วฉิงเทียนหยุดการเคลื่อนไหวในมือของเธอ ดวงตาฉายแววฆ่าฟัน เธอเปิดประตูห้องแล้วเดินตามทางเดินไป จนกระทั่งถึงประตูบันไดที่ถูกล็อกไว้

             

            “คิดทำอะไร”

             

            ร่างของลั่วฉิงเทียนปรากฏขึ้นที่หน้าประตู มองผ่านกระจกใสของประตู เห็นเสิ่นอวิ๋นหรานยืนอยู่ด้านนอกคนเดียวที่นั่นพอดี

             

            ทันทีที่เสิ่นอวิ๋นหรานเห็นลั่วฉิงเทียน เธอก็รีบ๻ะโ๠๲ว่า

             

            “พี่สาว พี่เปิดประตูหน่อยได้ไหม”

             

            “พูดธุระมา ถ้าไม่มีอะไรก็ไสหัวไป”

             

            น้ำเสียงของลั่วฉิงเทียนไม่ดีนัก ดวงตาของเของมองไปที่เสิ่นอวิ๋นหรานด้วยความอาฆาต

             

            เสิ่นอวิ๋นหรานตัวแข็งทื่อด้วยความหวาดกลัวจากสายตาของลั่วฉิงเทียน

             

            “พี่สาว ฉันไม่ได้กินอะไรมาสามสี่วันแล้ว พี่พอจะให้กินอะไรหน่อยได้ไหมคะ”

              

            “ไม่มี! ถ้ายังมาวุ่นวายกับฉันอีก อย่าหาว่าฉันไม่เตือน!”

             

            ลั่วฉิงเทียนพูดจบก็หันหลังกลับไป ทันใดนั้น นายเฉียงที่แอบอยู่หลังประตูก็ทนไม่ไหว มันลุกขึ้นยืนทันทีแล้ว๻ะโ๠๲ด่า

             

            “นังสารเลว รีบเปิดประตูเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นฉันจะพังประตูนี้ทิ้งซะ ยังไงข้างล่างก็มีแต่ซอมบี้เต็มไปหมดแล้ว ถ้าแกไม่ทำให้ฉันมีความสุข ฉันจะลากพวกมันขึ้นมาข้างบน ให้แกอยู่อย่างสงบไม่ได้เหมือนกัน!”