คนรื้อค้นไปได้สองกองก็ยังไม่เจออาวุธที่ถูกใจ จนกองที่สาม คนจับได้อะไรแท่งๆ ไม่รู้อะไรดลใจ คนจึงดึงขึ้นมาดู
ปรากฏเป็อาวุธประเภทดาบ ที่ใบดาบแตกหักไปเจ็ดในสิบส่วน
เยี่ยหลงที่เห็นดังนั้น ก็กะจะวางไม่เลือกแล้ว แต่พอคนจะทิ้งวาง คนก็พลันนึกอยากลองบางสิ่งขึ้น ' ลองอัดใส่พลังิญญา พลังแมนน่า เข้าไปในดาบดูดีกว่า เผื่อมันอาจจะมีความพิเศษอะไร '
เมื่อเยี่ยหลงคิดได้ดังนั้น คนก็เริ่มอัดพลังิญญาเข้าไปในดาบก่อนเป็อันดับแรก จนเวลาผ่านไปสองนาที ผลปรากฏคือ ไม่เกิดอะไรขึ้น
ครั้นเป็เช่นนั้น คนก็หยุดอัดพลังิญญาและหันมาอัดพลังแมนน่าใส่ในดาบแทน
ทันทีที่เยี่ยหลงใส่พลังแมนน่าลงไป ฉับพลันนั้น คนก็โดนดึงพลังแมนน่าออกจากร่างกายในปริมาณมากกว่าที่คนเลือกจะอัดใส่ ต่อมาเมื่อเป็เช่นนั้น คนก็คิดจะปล่อยวางดาบลง แต่ผลปรากฏออกมาว่ามิอาจปล่อยวางได้
เยี่ยหลงที่โดนดาบดึงพลังแมนน่าไปในปริมาณมาก และวางดาบมิได้ คนก็กล่าวขึ้น " เอาพลังแมนน่าของฉันคืนมานะเว้ย "
ไม่นานหลังจากเยี่ยหลงกล่าวบอกกับดาบเสร็จ จู่ๆทันใดนั้น กองอาวุธที่ทับถมกันที่ไม่ใช่กองที่สาม ก็เกิดการสั่นขึ้น ต่อมาจากนั้นหลังจากเกิดการสั่น ก็มีบางสิ่งพุ่งออกมาจากทางด้านใต้กองอาวุธที่ทับถม เข้าหาทางเยี่ยหลง
เยี่ยหลงที่เห็นดังนั้น ก็ใ จึงทำการหลับตา ยกแขนไขว้กันป้องกันหัว
สิบวินาทีต่อมา เยี่ยหลงที่รับรู้ได้ว่า ตนไม่ได้รับาเ็จากสิ่งที่พุ่งมา คนจึงลืมตาดู จากนั้นจึงค่อยๆลดแขนที่ยกป้องกันหัวลง
ทันทีที่ลดแขนที่ยกป้องกันหัวลง จึงทำให้คนเห็นว่าแท้จริงแล้วสิ่งที่พุ่งมา หาใช่พุ่งเข้าหาใส่ตัวคนไม่ แต่หากพุ่งเข้าหาดาบที่คนถือต่างหาก
ใบดาบที่แตกหักเจ็ดในสิบส่วน บัดนี้ ประกอบกันจนกลายเป็ดาบใหญ่ ที่เกือบสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว
เยี่ยหลงที่เห็นดังนั้น ก็หยุดคิดเื่ที่ตน้าแมนน่าคืนและคิดขึ้น ' เศษดาบที่แตกหัก กลับมาประกอบกันจนเกือบจะแนบชิด ที่ชิ้นส่วนใบดาบที่พุ่งมายังลอยและอยู่ในรูปทรงของดาบได้ ก็เป็เพราะว่าพลังแมนน่าที่ห่อหุ้มยึดมันเอาไว้นั่นเอง มิน่าล่ะมันถึงดึงดูดพลังแมนน่าเราไปเยอะขนาดนั้น เพราะ้าที่จะให้พลังแมนน่าเป็ดั่งกาวต่อเศษใบดาบที่แตกหักเข้าด้วยกันนั่นเอง '
ในขณะที่เยี่ยหลงกำลังดูอาวุธที่ตนถืออยู่ ฟีนิกซ์ร่างแยกที่รู้สึกว่าเยี่ยหลงกำลังรู้สึกสนใจอาวุธที่กำลังถือ คนก็กล่าวขึ้น " สนใจอาวุธของฉันหรอวะ "
" อาวุธของคุณฟีนิกซ์ หมายถึงดาบที่ผมถืออยู่หรอครับ " เยี่ยหลงกล่าวถาม
" ใช่ มันชื่อ ดาบเวทหนักสรรพธาตุ เป็ดาบที่สามารถฟาดฟันคลื่นพลังแมนน่าและคลื่นพลังสรรพธาตุใส่ศัตรูได้ ฉันได้รับมันมาใช้เมื่อ หนึ่ง กัลป์ ที่แล้ว ก่อนจะหยุดใช้ไปเมื่อหนึ่งพันล้านปีก่อน มันเป็อาวุธที่ดีนะ สามารถใช้ฟันดั่งดาบก็ได้ ถึงแม้ใบดาบจะไม่คมก็ตาม
เขวี้ยงเศษใบดาบใส่และให้ย้อนกลับมาดั่งบูมเมอแรงก็ได้ ใช้เหมือนแส้ก็ได้ แต่ข้อเสียก็อย่างที่เห็น คือมันดูดแมนน่ามากไป ถ้าเป็คนมีแมนน่าน้อยก็จะใช้ดาบนี้ไม่ได้นาน เพราะเมื่อแมนน่าหมด เศษใบดาบที่ถูก
แมนน่ายึดติดก็จะร่วงหล่นสู่พื้น กลายเป็เศษใบดาบที่แตกหักธรรมดา กูว่ามึงหาอาวุธอื่นเถอะ จะดีกว่านะ" ฟีนิกซ์ร่างแยกกล่าวบอก
เยี่ยหลงนิ่งไม่พูดอยู่สิบวินาที ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ และกล่าว " ผมเอาดาบเล่มนี้แหละครับ คุณฟีนิกซ์ "
ฟีนิกซ์กล่าวถาม " ทำไมวะ ทำไมมึงถึงเลือกเล่มดาบนี้วะ ทั้งๆที่มึงก็ไม่ได้แมนน่าเยอะอะไร ช่วยบอกเหตุผลกูหน่อยได้มั้ยว่าทำไมถึงเลือก "
เยี่ยหลงตอบกลับ " ผมว่าผมคุมได้ครับ "
" คือ มึงคิด รู้สึกเอาเองว่างั้นเถอะ "
" ใช่ครับ "
" เจริญล่ะ ถ้าคิดอย่างงี้ก็ขอให้เจริญๆนะ " ฟีนิกซ์ร่างแยกกล่าว
" ถ้าได้อาวุธชิ้นแรกแล้ว ก็อย่าช้า รีบเลือกอันต่อไปเร็ว " ฟีนิกซ์ร่างแยกกล่าวบอก
เยี่ยหลงที่ได้ยินดังนั้น ก็ตอบรับ " ครับ ครับ ครับ "
หลังจากตอบรับเสร็จ คนก็รื้อค้นกองอาวุธกองที่สามต่อ คนรื้อไปได้ไม่นาน คนก็ค้นดูอาวุธกองที่สามจนหมดกองที่สาม แต่ก็ยังไม่เจออาวุธชิ้นที่สองที่ถูกใจที่จะพกไปทำภารกิจด้วย
เยี่ยหลงที่เบื่อที่จะค้นหาอาวุธจากกองอาวุธที่ทับถมกันอยู่แล้ว คนจึงเปลี่ยนมาเดินดูหาอาวุธที่ถูกจัดเรียงเอาไว้แทน
คนเดินดูอยู่ได้ประมาณเก้านาที คนก็พบกับสิ่งที่น่าสนใจ เพราะไม่คิดว่ามันจะเป็อาวุธด้วย มันคือธง
เยี่ยหลงหยิบธงที่ตนสนใจออกมาดู จากนั้นจึงค่อยกล่าวถามฟีนิกซ์ร่างแยก " คุณฟีนิกซ์ครับ ธงนี่นับเป็อาวุธด้วยหรอครับ "
ฟีนิกซ์ยังไม่ทันตอบ ซีคก็ตอบแทน " ใช่ครับ ธงที่คุณถือนับเป็อาวุธครับ มันคืออาวุธิญญาภายนอก
นิรันดร์ ธงิญญา ธงนี้ก็เป็อาวุธของฟีนิกซ์อีกชิ้นหนึ่งเช่นกันครับ คุณเนี่ยช่างถูกชะตากับอาวุธของฟีนิกซ์จริงๆเลยนะครับ หนุ่มน้อย "
" เป็งั้นเองหรอครับ แล้วธงนี้มันทำอะไรได้หรอครับ " เยี่ยหลงกล่าวถาม
" ธงนี้มีความสามารถต่อสู้อยู่สามอย่าง หนึ่ง คือ เขตแดนิญญาสู่นิทรา สอง คือ หุ่นเชิดิญญา สาม คือ โซ่ตรึงิญญา " ฟีนิกซ์กล่าวบอก
เยี่ยหลงที่ได้รับรู้ถึงความสามารถของธงิญญามาดังนั้น คนก็ถึงกับกล่าวขึ้น " วิเศษเช่นนั้นเชียว งั้นผมเอาอันนี้แหละ "
เมื่อเยี่ยหลงตัดสินได้ว่าจะเอาธงิญญามาเป็อาวุธชิ้นที่สอง คนก็ใช้มือข้างที่ว่างหยิบธงิญญาออกมาจากที่เก็บ
จึงทำให้ทั้งสองมือของเยี่ยหลง ถือไปด้วยอาวุธอย่างละชิ้น เยี่ยหลงที่รู้ว่าตนได้รับสิทธิ์ให้พกอาวุธไปได้อีกชิ้น คนก็ไม่อยากเสียสิทธิ์ คนเลยวางอาวุธที่ถืออยู่ทั้งสองชิ้นลงกับพื้น และเดินไปรื้อค้นกองอาวุธที่ยังไม่ได้รื้อค้น
คนรื้อไปสองกอง หรือคือกองที่ห้า หากนับรวมกองอาวุธที่เคยรื้อค้นที่ผ่านมา คนก็ยังไม่เจออาวุธชิ้นที่สามที่คนถูกใจ
จนเข้าสู่กองที่หก คนรื้อไปได้สักพัก คนก็เจออาวุธที่สนใจถูกชะตา อาวุธชิ้นนั้นคือ โล่สีทอง
ครั้นคนเจออาวุธที่ถูกใจแล้ว คนก็กล่าวถามพวกฟีนิกซ์ " คุณฟีนิกซ์ คุณซีค ครับ โล่สีทองนี้ ทำอะไรได้หรอครับ "
ซีคกล่าวตอบกลับ " โล่ที่คุณถืออยู่ มีชื่อว่าโล่เวทและิญญาสีทองแห่งกฎเกณฑ์สมดุล มันเคยเป็อาวุธของแคนมาก่อน ความสามารถของมันก็คือ เปลี่ยนแปลงพลังที่มากระทบกับโล่ให้ลดลงให้เหลือเท่ากับพลังของผู้ถือ หรือเพิ่มขึ้นให้มากเท่าผู้ถือครับ เธอเข้าใจใช่มั้ย "
เยี่ยหลงตอบกลับ " เข้าใจครับ "
" รู้อย่างงี้แล้ว ยังจะเลือกโล่นี้เป็อาวุธติดตัวไปด้วยหรอครับ " ซีคกล่าวถาม
เยี่ยหลงที่ได้ฟังคำถามมาดังนั้น ก็รู้สึกไม่อยากจะได้โล่นี้แล้ว แต่ด้วยความที่ตนี้เีรื้อค้นหาอาวุธต่อ คนจึงตัดสินใจเอาโล่นี้และกล่าวบอกแก่คน " ครับ ผมจะเอาโล่นี้แหละครับ "
เมื่อเยี่ยหลงได้อาวุธครบแล้ว คนก็พยายามจะวางอาวุธซ้อนกันเป็ชั้นๆ แต่ก็ทำไม่สำเร็จ
ฟีนิกซ์ร่างแยกที่เห็นว่าเยี่ยหลงพยายามดันทุรังจะวางอาวุธซ้อนกันอยู่นั้น คนก็รู้สึกสงสารและเห็นใจในความพยายาม คนจึงเรียกแหวนมิติเก็บของออกมาจากแหวนมิติเก็บของของตน และกล่าว " เยี่ยหลง วางอาวุธทั้งหมดลงและรับแหวนมิติเก็บของไป จากนั้นก็เก็บอาวุธทั้งหมดเข้าไปด้านในแหวนซะ จะได้ไม่ต้องถือ "
เยี่ยหลงที่ได้ฟังดังนั้นก็ตอบรับ " ครับ เข้าใจแล้วครับ "
แต่ก่อนที่จะได้วางอาวุธที่ถือลง เยี่ยหลงที่เห็นว่าฟีนิกซ์มาใจดีกับตนโดยไม่หวังอะไร ก็รู้สึกแปลก คนจึงกล่าวถาม " คุณฟีนิกซ์มามอบของให้แบบนี้ ผมต้องทำอะไรให้แลกเปลี่ยนรึเปล่าครับ "
ฟีนิกซ์ร่างแยกที่ได้ฟังดังนั้น ก็เกิดตระหนักรู้ขึ้นมาได้ ว่าตนต้องไม่ทำอะไรให้ฟรีๆ " เออว่ะ กูลืมคิดเื่นี้ไป "
" เอาเป็ว่า กูคิดได้เมื่อไหร่ค่อยบอกก็แล้วกัน " ฟีนิกซ์ร่างแยกกล่าวบอก
เมื่อฟีนิกซ์กล่าวบอกจบ เยี่ยหลงก็วางอาวุธที่ตนถือลงกับพื้น พอฟีนิกซ์เห็นว่าเยี่ยหลงวางอาวุธลงกับพื้นแล้ว คนก็จะโยนแหวนให้
แต่ก่อนที่คนจะโยนแหวนส่งให้ คนก็คิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ' หวังว่าไอ้เวรเยี่ยหลงมันคงจะไม่ทำหายหรอกนะ ถ้าหายขึ้นมานี่เื่ใหญ่เลยนะ เพราะมันเป็แหวนที่อัลเบียนจะใช้ไว้หมั้นกับคนที่ชอบ ซึ่งอัลเบียนไว้ใจฝากไว้กับเรา ที่ซึ่งคิดว่าเป็น้องชายคนหนึ่ง แม้ที่แหวนจะมีเวทบอกตำแหน่งที่อยู่ของแหวนก็ตาม แต่ถ้าหายเราเสียเครดิตกับอัลเบียนแน่ งั้นเราร่ายเวทยึดติดใส่ไว้ที่แหวนดีกว่า ถ้านิ้วไม่ขาด แหวนก็ไม่หาย '
ครั้นฟีนิกซ์คิดได้ดังนั้น คนก็ทำการร่ายเวทใส่แหวน จากนั้นจึงค่อยโยนแหวนให้เยี่ยหลง เยี่ยหลงก็รับมาอย่างไม่พลาด
เยี่ยหลงที่ได้แหวนมาอยู่บนมือ คนก็มองแหวน แหวนมิติเก็บของที่เยี่ยหลงได้รับมานั้น เป็แหวนเพชรสีน้ำเงินเม็ดใหญ่
เมื่อเยี่ยหลงมองเสร็จ คนก็สวมใส่แหวนเพชรเข้านิ้วนางข้างซ้าย จากนั้นคนจึงค่อยใส่แมนน่าเข้าไปในแหวนเพื่อเปิดมิติเก็บของ ต่อมาจึงค่อยนำอาวุธมาัักับแหวน เพื่อให้แหวนดูดอาวุธเข้าไปในมิติเก็บของในฉับพลัน
พอเยี่ยหลงดูดอาวุธเก็บเข้าไปในแหวนได้ทั้งหมดเสร็จ คนก็เก็บของที่พกมาใส่ไว้ในเสื้อ ใส่ลงไปในแหวนด้วยเช่นกัน
ฟีนิกซ์ก็กล่าวบอก " ปะเยี่ยหลง ไปเตรียมรถม้าที่หน้าร้านรอไอ้แคนดีกว่า พอไอ้แคนเสร็จธุระส่วนตัวเสร็จ เราจะได้ไปกันเลย "
เยี่ยหลงตอบรับ " ครับ "
หลังจากเยี่ยหลงตอบรับแก่ฟีนิกซ์ร่างแยกเสร็จ ฟีนิกซ์ร่างแยกก็เดินนำเยี่ยหลงออกจากห้องเก็บอาวุธ มุ่งไปสู่หน้าร้าน พอมาถึงหน้าร้านแล้ว ฟีนิกซ์ร่างแยกใช้เวลาหนึ่งนาทีในการเตรียมรถม้าจนพร้อมออกเดินทาง
เวลา แปด โมงเช้าตรงมาถึง แคนที่เสร็จธุระส่วนพอดี ก็เปิดประตูหน้าร้านและเดินออกมาสู่หน้าร้าน
เมื่อคนออกมาจากในร้านแล้ว ไม่ในทันทีแต่ก็ไม่นาน คนก็เจอเข้ากับรถม้าที่จอดรออยู่กับฟีนิกซ์ที่นั่งอยู่ในที่ผู้โดยสารและเยี่ยหลงที่นั่งอยู่ในที่ตำแหน่งสารถี
แคนที่เห็นดังนั้น ก็มีคำถามกับเยี่ยหลง แต่คนไม่ถามในทันที คนรอให้ตนเดินเข้ามาใกล้เยี่ยหลงก่อนจึงกล่าวถาม " เยี่ยหลง มึงมานั่งตรงนี้ มึงรู้หรอว่าเราจะไปไหนกันอะ "
เยี่ยหลงตอบกลับด้วยใบหน้าและน้ำเสียงที่ซื่อๆ " ไม่รู้ครับ "
" อ้าว แล้วมึงมานั่งทำไมอะ " แคนกล่าวถาม
เยี่ยหลงกล่าวตอบ " ก็เห็นคุณฟีนิกซ์ไปนั่งที่โดยสาร ผมก็คิดว่าคุณแคนก็คงจะไปนั่งด้วย ผมเลยคิดว่าพวกคุณๆจะให้ผมเป็คนขับน่ะสิครับ "
แคนที่ได้รับฟังดังนั้น ก็ถึงกับเอามือจับหน้าผาก และกล่าว " เวรกรรม "
แคนกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเอือมระอา " มึงไปนั่งด้านในกับไอ้ฟีนิกซ์ไป เดี๋ยวกูขับเอง "
เยี่ยหลงตอบรับ " อ๋อครับ "
หลังจากเยี่ยหลงตอบรับเสร็จ คนก็ขยับลุกตนไปนั่งด้านในที่สำหรับผู้โดยสารนั่ง
พอเข้าไปนั่งได้เรียบร้อย แคนก็เข้านั่งตำแหน่งสารถีแทนเยี่ยหลง จากนั้นก็เริ่มออกเดินทางในทันที
เมื่อรถม้าขยับ เยี่ยหลงก็กล่าวถามความสงสัยที่มีั้แ่เมื่อวาน ที่บอกจะมาถามวันนี้ " เออ คุณฟีนิกซ์ครับ คือผมมีคำถามครับ "
ฟีนิกซ์ร่างแยกถามกลับ " มีอะไรว่ามา "
" คือภารกิจที่เราจะไปทำกันตอนนี้ เป็ภารกิจแบบไหนหรอครับ " เยี่ยหลงกล่าวถาม
" เป็ภารกิจหาสายลับที่มาจากนิกายมารฟ้าที่เข้าแทรกซึมสู่ยังสำนักเมฆาอรุณน่ะ " ฟีนิกซ์ร่างแยกกล่าวบอก
เยี่ยหลงถามต่อ " แล้วพวกคุณฟีนิกซ์วางแผน ที่จะหาสายลับไว้แบบไหนหรอครับ "
ฟีนิกซ์ร่างแยกตอบ " เดิมทีกูกับไอ้แคน วางแผนเอาไว้ว่าจะสมัครเข้าไปเป็ศิษย์ของสำนักเมฆาอรุณ ในตอนที่ทางสำนักเปิดรับ จากนั้นก็ค่อยๆสืบไปทีละนิด "
" แต่ตอนนี้เปลี่ยนแผนล่ะ " ฟีนิกซ์ร่างแยกกล่าวบอก
" เปลี่ยนแผน ? เปลี่ยนเป็แผนไหนครับ " เยี่ยหลงกล่าวถาม
ฟีนิกซ์ร่างแยกกล่าวบอก " มึงจำที่มึงถามกูได้เปล่าว่า ที่กูให้ของมึงฟรีๆแบบนี้ ต้องทำอะไรให้แลกเปลี่ยนรึเปล่า และกูบอกว่า เอาเป็ว่า กูคิดได้เมื่อไหร่ค่อยบอกก็แล้วกันอะ ตอนนี้กูคิดออกแล้ว ว่ามึงต้องทำอะไรแลกเปลี่ยน "
เยี่ยหลงกล่าวถาม " ทำอะไรแลกเปลี่ยนหรอครับ "
ฟีนิกซ์ร่างแยกตอบทันควัน " มึงต้องไปทำงานสืบหาสายลับแทนพวกกูแบบกายเนื้อคนเดียว ฟรีๆแบบไม่มีค่าจ้างไง "
" อะไรนะ!! จะให้ผมไปทำงานสืบคนเดียว คุณฟีนิกซ์ให้งานยากไปมั้ยครับเนี่ย อย่าลืมนะครับว่าระดับพลังของผมในตอนนี้อยู่ที่ผู้ปลุกิญญาขั้นเก้าหลังจากแบ่งร่างออก ถ้าให้ผมไปสมัครเป็ศิษย์ของสำนักเมฆาอรุณ โอกาสที่ผมจะถูกเลือกให้เป็ศิษย์มีน้อยมาก คุณฟีนิกซ์ จะเอาแบบนี้จริงๆหรอครับ ไม่กลัวงานเสียหรอครับ " เยี่ยหลงกล่าว
" มึงไม่ได้ฟังเลยใช่มั้ยว่า กูให้มึงไปทำงานสืบแบบกายเนื้อเพียงคนเดียวแทนพวกกูอะ " ฟีนิกซ์ร่างแยกกล่าว
" ผมไม่เข้าใจครับ ว่าคุณฟีนิกซ์กำลังจะบอกอะไรกันแน่ " เยี่ยหลงกล่าวถาม
" คือยังงี้นะ ที่กูบอกว่าจะให้มึงไปทำงานสายสืบแบบกายเนื้อเพียงคนเดียว ก็มีความหมายตรงตัวเลยนั่นแหละ ไม่ต้องคิดอะไรอีก แต่แม้กูจะบอกไปแบบนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าพวกกูจะไม่ได้ติดตามไปด้วยนะ บอกแค่นี้เข้าใจรึเปล่า " ฟีนิกซ์ร่างแยกกล่าว
" คือยังไงครับ ผมไม่เข้าใจ "
" ก็คือกูจะติดตาม มึงไปในรูปแบบอื่นที่ไม่ใช่กายเนื้อยังไงเล่า ไอ้โง่นี่ " ฟีนิกซ์ร่างแยกกล่าว
" ติดตามไปในรูปแบบอื่นที่ไม่ใช่กายเนื้อ ? " เยี่ยหลงกล่าวทวน
" ก็คือ พวกกูจะติดตามมึงไปในรูปแบบิญญาไง " แคนร่างแยกกล่าวบอกแก่เยี่ยหลง
" นี่ใช่มั้ยความคิดมึงไอ้ฟีนิกซ์ " แคนร่างแยกกล่าวถามฟีนิกซ์
ฟีนิกซ์ร่างแยกที่ยังเห็นเยี่ยหลงทำหน้างงๆ หลังจากแคนกล่าวบอก คนก็เอ่ยอธิบาย " คือยังงี้นะ พวกกูจะใช้เวทถอดิญญา ถอดิญญาเข้าไปสถิตอยู่ในร่างกายมึงเป็ิญญาอีกดวงที่อาศัยอยู่ในร่างเดียวกันแต่ไม่ส่งผลร้ายแก่มึง และจะติดตามมึงไปในทุกที่ คอยช่วยเหลือมึงเท่าที่ทำได้ บอกแค่นี้มึงคงเข้าใจนะ"
" อ๋อ ที่แท้ก็เป็เช่นนี้นี่เอง ผมเข้าใจแล้วครับ " เยี่ยหลงกล่าวตอบรับเข้าใจ
" แต่ว่าแต่ผมยังมีคำถามที่ยังสงสัยอยู่อะครับ หนึ่งคือช่วยอธิบายข้อดีของมันให้ชัดๆกว่านี้ได้ไหมครับ สองคือ มันจะมีข้อเสียอะไรมั้ย ที่จะส่งผลแก่ผม และมีข้อจำกัดอะไรมั้ยในเื่อะไรบ้างครับผม " เยี่ยหลงกล่าวถาม
" ถามได้ถูกจุดดีเลย เยี่ยหลง มันมีอยู่จริงๆข้อเสียและข้อจำกัดน่ะ " ฟีนิกซ์ร่างแยกกล่าวบอก
" มีอยู่งั้นหรอครับ งั้นช่วยบอกผมทีได้รึเปล่าครับ ผมจะได้รู้อะไรส่งผลร้ายกับผม และอะไรคือข้อจำกัดน่ะครับ " เยี่ยหลงกล่าวถาม
ฟีนิกซ์ร่างแยกถามกลับ " เื่ที่กูต้องตอบมีเื่อธิบายข้อดีของเวทมนต์ถอดิญญาให้ชัดๆกว่านี้อยู่ด้วยรึเปล่ากูจะได้ตอบทีเดียว "
เยี่ยหลงตอบรับพยักหน้าทันควัน " มีครับ "
ฟีนิกซ์ร่างแยกที่ได้รับคำบอกแบบนั้น คนก็กล่าวบอก
" ก็เมื่อใดก็ตามที่กูเข้าสิงควบคุมร่างกายมึงแทนตัวมึง ร่างกายมึงก็จะสามารถใช้เวทมนต์และิญญายุทธ์ของพวกกูได้ และความพิเศษของเวทมนต์ถอดิญญาที่ใช้ในการสิงสถิตสู่ร่างกายมึงอีกอย่างก็คือ ต่อให้ไม่เข้าสิงควบคุมร่างกายมึง พวกกูก็ยังสามารถช่วยมึงต่อสู้ได้ โดยการให้พลังเวทและพลังิญญาแก่มึง โดยที่ไม่ต้องเข้าควบคุมร่างกายมึง ส่วนเื่ข้อจำกัด หนึ่ง เื่การเข้าควบคุมร่างกายมึง มีโอกาสที่จะทำให้ร่างกายมึงรับพลังจากกูไม่ไหวและอาจเกิดอาการาเ็ภายในได้ ส่วนเื่ที่สอง การใช้ิญญายุทธ์และเวทมนต์ของพวกกู มึงจักใช้ได้แค่สิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้น ส่วนเื่สุดท้าย เื่การให้พลังเวทและพลังิญญาโดยไม่เข้าควบคุมร่างกายมึง พวกกูให้ได้แค่เล็กน้อยเท่านั้น และเพียงต่อหนึ่งครั้งต่อวันเท่านั้นด้วย "
" เป็เช่นนี้นี่เอง " เยี่ยหลงกล่าวเข้าใจ
" มีอะไรจะถามอีกมั้ย " ฟีนิกซ์ร่างแยกกล่าวถาม
" ก็มีคำถามอยู่อะครับ ว่าสำนักเมฆาอรุณนี่มันตั้งอยู่ที่ไหนของราชอาณาจักรเมฆวายุหรอครับ " เยี่ยหลงกล่าวถาม
" ถ้าเมืองเมฆาปลิดตะวันตั้งอยู่ทางทิศเหนือของเมืองหลวงของราชอาณาจักรเมฆวายุ งั้นสำนักเมฆาอรุณก็ตั้งอยู่ตรงข้าม คือ ทางทิศใต้ของราชอาณาจักรเมฆวายุ ณ เมืองเมฆต่ำผสานป่าเขียวนิรันดร์ ยังไงล่ะ " ฟีนิกซ์ร่างแยกกล่าวบอก
" แล้วมันอยู่ไกลจากเมืองมฆาปลิดตะวันมากมั้ยครับ " เยี่ยหลงกล่าวถาม
" ก็ไม่ไกลมากหรอก เดินทางต่อเนื่องสิบวันก็ถึง " ฟีนิกซ์ร่างแยกกล่าวบอก
" สิบวันเลยหรอครับ!! " เยี่ยหลงกล่าวอุทานเป็ประโยคออกมาอย่างใ
ฟีนิกซ์ร่างแยกที่เห็นคนมีท่าทีดังนั้นก็ไม่แปลกใจ เพราะมันคือการเดินทางที่นานจริงๆจนน่าในั่นแหละ ฉะนั้นคนจึงไม่สนเื่นี้ แต่ไปสนใจเื่ที่เยี่ยหลงจะมีคำถามอีกรึเปล่าแทน
คนจึงกล่าวถาม " เยี่ยหลง มึงมีอะไรจะถามกูอีกมั้ย ถามมาเร็วๆ กูจะได้รีบตอบ เพราะกูจะพักผ่อนแล้ว "
เยี่ยหลงตอบกลับ " ตอนนี้ก็ไม่มีอะไรจะถามแล้วครับ แต่ในอนาคตไม่รู้ครับ "
" ถ้ามึงมีอะไรจะถามกู ก็เก็บไว้ในใจก่อน รอกูตื่น หรือไม่ถ้ามึงไม่อยากรอ ก็ถามไอ้แคนดูแล้วกัน โอเค " ฟีนิกซ์ร่างแยกกล่าวบอก
หลังจากฟีนิกซ์ร่างแยกกล่าวบอกเยี่ยหลงเสร็จ คนก็ทำการเรียกผ้าปิดตานอนออกมาจากแหวนมิติ และสวมใส่ จากนั้นก็ทำการนอน
เยี่ยหลงที่ได้ฟังและเห็นดังนั้น ก็ได้แต่ตอบรับว่า
" เข้าใจแล้วครับ "