ตอนที่ 1 ข้าข้ามเวลามาแล้ว
“ท่านแม่ข้าขอร้องล่ะ ขอร้องท่านได้โปรดช่วยพี่สาวของข้าด้วย…”
“ท่านแม่ ข้าขอร้อง ข้าขอโขกศีรษะคำนับท่าน!”
"ฮืออออ... ข้าขอร้อง!"
...
ท่ามกลางแสงจันทร์สลัว ไป๋เพ่ยเพ่ยพลันได้ยินเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้น พลางรู้สึกปวดหัวขึ้นมาเล็กน้อย
ใครกันถึงไร้ซึ่งความเกรงใจในตอนกลางดึกเช่นนี้ นางอยากจะก่นด่าสาปแช่งให้ตายเสียจริง
เดี๋ยวก่อน ทำไมถึงรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติไปนะ?
ไป๋เพ่ยเพ่ยลืมตาขึ้นทันที และพบว่าตัวเองนอนอยู่ในห้องที่ทรุดโทรมผุพัง ผนังถูกฉาบขึ้นจากดินเหลือง ตู้สองบานเก่าเสียจนสีหลุดลอก ยังมีโต๊ะตัวใหญ่ซึ่งขาเดิมหายไปและถูกซ่อมด้วยไม้อื่นแทน บนโต๊ะนั้นมีกาน้ำโกโรโกโสใบใหญ่ ข้าง ๆ กันเป็ชามลายครามที่ปากบิ่นแตก...
ข้อสำคัญคือมีเด็กสาวซึ่งมีขนาดตัวกลาง ๆ กำลังคุกเข่าอยู่บนพื้น เสื้อผ้าป่านสีฟ้าที่สวมใส่ถูกซักบ่อยจนกลายเป็สีขาว ทว่าสกปรกมอมแมม ซ้ำยังมีรอยปะซ่อมอยู่หลายจุด
ผมของนางนั้นไม่รู้ว่าใช้วัสดุอะไรมัดไว้เป็มวยสองข้าง และไม่รู้ว่าเป็เพราะฝีมือการมัดผมที่ไม่ดีหรือเพราะโดนใครเขาขยี้มา จึงทำให้ดูยุ่งเหยิงอยู่เล็กน้อย
ใบหน้าเล็กขนาดเท่าฝ่ามือนั้นผอมบาง ทำให้ขอบตาคล้ำ ยามเมื่อมีน้ำตานั้นน่ากลัวอยู่ไม่น้อย
เมื่อนางเห็นไป๋เพ่ยเพ่ยลุกขึ้นนั่ง ก็พลันคิดว่าการร้องไห้อ้อนวอนของตนนั้นได้ผล จึงโขกศีรษะให้แรงขึ้นจนคราบเืปรากฏขึ้นบนหน้าผากทันที
โขกศีรษะอย่างนั้น ไป๋เพ่ยเพ่ยมองดูก็รู้สึกถึงความเ็ป แต่ใครกันจะคาดคิดว่าเด็กสาวไม่เพียงแต่จะไม่รู้สึกเ็ป ทว่ากลับกอดเข้าที่ต้นขาของไป๋เพ่ยเพ่ยแทน
“ฮืออออ ฮึก... ท่านแม่ ข้าขอร้องท่าน โปรดช่วยพี่สาวของข้าด้วย พี่สาวของข้ากำลังจะโดนครอบครัวสามีทุบตีจนตาย นางเสียเืมาก และกำลังจะสิ้นใจอยู่รอมร่อ ขอเพียงท่านช่วยพี่สาวของข้า ท่านจะให้ข้าทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น กระทั่งจะพาข้าไปแต่งงานกับชายชราพิการท้ายหมู่บ้านเพื่อแลกกับเงินข้าก็ยอม...”
เซี่ยเหมียวเหมียวรู้ดีว่าอาสะใภ้รองไม่เต็มใจที่จะรับอุปการะพวกนางสองคน ด้วยเหตุผลว่าพวกนางพี่น้องอยู่กินโดยไม่จ่ายเงิน ทว่าพวกนางไม่มีพ่อและแม่ หากไม่อยู่กับครอบครัวของท่านอาและอาสะใภ้… แล้วจะให้ไปอยู่กับใครกัน?
พวกนางเรียกอาสะใภ้รองว่า ‘ท่านแม่’ มาหลายปีแล้ว งานที่เหนื่อยหนักและสกปรกในบ้านพวกนางสองพี่น้องล้วนเป็คนทำ ให้ทำอะไรก็ทำเช่นนั้น ขอเพียงอาสะใภ้รองมองเห็นสิ่งนี้แล้วยอมช่วยพี่สาวของนาง
ไป๋เพ่ยเพ่ยใ อะไรนะ เรียกข้าว่าท่านแม่งั้นรึ?
ข้ายังไม่ได้แต่งงานเสียด้วยซ้ำ ยามเดินตามท้องถนนก็ถูกผู้คนเรียกว่า ‘คุณผู้หญิง’ แต่จู่ ๆ นางกับเรียกข้าว่า’ท่านแม่’?
ผู้คนยุคนี้โตเร็วเกินไปแล้ว ทำเอาหญิงสาวใอยู่เล็ก ๆ
แต่เด็กสาวตรงหน้าช่างน่าสงสารนัก หัวใจของไป๋เพ่ยเพ่ยพลันโอนอ่อน ในใจส่งเสียงฮึดฮัดของการแก้แค้นเสียงเย็น พลางดึงเด็กสาวขึ้นมาจากพื้น
“ใจเย็น ๆ ค่อย ๆ พูด"
ในขณะเดียวกัน ไป๋เพ่ยเพ่ยก็หยิบชามลายครามใบใหญ่บนโต๊ะ เทน้ำลงไป แล้วใช้ผ้าเช็ดหน้าสะอาดเช็ดหน้าผากของเด็กสาวพร้อมตรวจดูาแ
โชคดีที่เป็เพียงแผลเล็ก ๆ ไม่ร้ายแรงมาก เมื่อถึงเวลานางจะขึ้นไปเก็บสมุนไพรบนูเามาใส่แผล...
และในเวลานี้เองที่ไป๋เพ่ยเพ่ยสังเกตเห็นว่ามือของตนที่ใช้ตรวจดูแผลบนหน้าผากของเด็กสาวนั้นมีบางอย่างไม่ถูกต้อง ฝ่ามือของนางเต็มไปรอยแตกจำนวนมาก มองดูแล้วราวกับมือของคนใช้แรงงาน
นี่ใช่มือของนางที่ไหนกัน!
นางเป็หมอในโรงพยาบาลแพทย์แผนจีน ลมไม่เคยพัดผ่าน แสงแดดไม่เคยตกกระทบใส่ รอบแตกบนมือจะมาจากไหน?
เมื่อมองตามมือนี้ขึ้นไป ไป๋เพ่ยเพ่ยก็ตระหนักว่าจริง ๆ แล้วนางแต่งตัวคล้ายกับเด็กสาว เว้นก็แต่ว่านางสะอาดกว่า
ไป๋เพ่ยเพ่ยจึงลองหยิกตัวเอง และผลลัพธ์คือรู้สึกเจ็บจริง
เช่นนั้นแล้วนางสวมใส่ชุดนี้อยู่จริง ๆ ไม่ใช่ความฝันงั้นหรือ?!
สับสน มึนงง
ท่ามกลางความเลือน ๆ ราง ๆ ก็ยังได้ยินเด็กสาวกล่าวบอกด้วยเสียงสะอื้นว่า “พวกเขาบอกว่าพี่สาวของข้าถูกพี่เขยทุบตีจนแท้ง ฝ่ายนั้นก็ยังไม่เชิญหมอมา ตอนนี้นอนอยู่บนเตียง เกรงว่าใกล้จะตายแล้ว...”
อะไรนะ ร้ายแรงขนาดนี้เชียว?
เ้าของร่างเดิมไม่ใช่คนหรือไรกัน ลูกสาวคนโตกำลังเดือดร้อน กลับไม่รู้จักช่วย ซ้ำยังปล่อยให้ลูกคนเล็กมาอ้อนวอนขอร้องแบบนี้ นี่เป็เื่ที่มนุษย์ทำได้อย่างนั้นหรือ?
คงไม่ใช่แม่เลี้ยงหรอกใช่ไหม?
หลังจากก่นด่าสาปแช่งเ้าของร่างเดิมที่ไม่ได้เื่แล้ว ไป๋เพ่ยเพ่ยก็ลุกขึ้นยืนทันที
เซี่ยเหมียวเหมียวใ ด้วยไม่รู้ว่าไป๋เพ่ยเพ่ย้าจะทำอะไรจึงรีบเดินตามหลังไป จากนั้นนางก็เห็นไป๋เพ่ยเพ่ยตรงเข้าไปในครัว ก่อนจะหยิบมีดทำครัวเล่มใหญ่มา แล้วลองชั่งน้ำหนักด้วยมือ
ไม่ใช่สิ อาสะใภ้รองจะจัดการนางงั้นหรือ? ใบหน้าของเซี่ยเหมียวเหมียวเต็มไปด้วยความกลัว เด็กสาวพลันหดคอ
ไป๋เพ่ยเพ่ยซึ่งถือมีดทำครัวไม่ได้สนใจ เพียงรู้สึกว่าขาดอะไรบางอย่างไป เมื่อมองไปด้านข้างก็พบเข้ากับไม้คาน หญิงสาวถือมีดทำครัวไว้มือหนึ่ง ส่วนอีกมือหนึ่งหยิบไม้คานขึ้นมา
อืม! นี่สิถึงจะถูก!
ไป๋เพ่ยเพ่ยมั่นใจเต็มร้อยจึงเอ่ยขึ้น "เอาล่ะ ไปกันเถอะ"
“ไป... ไปไหนหรือ?" เซี่ยเหมียวเหมียวเอ่ยถามอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
“ช่วยพี่สาวเ้าไง!”
อาสะใภ้รองตกลงงั้นหรือ?!
เซี่ยเหมียวเหมียวร้องไห้ด้วยความดีใจ น้ำตาพลันเอ่อล้นขึ้นที่หางตา เด็กสาวคว้าเอาไม่ตะบองที่อยู่มุมกำแพงมาแล้วเดินตรงไปข้างหน้า
สุดยอดไปเลย!
อาสะใภ้รองตอบตกลง!
นางสาบานในใจว่าเมื่ออาสะใภ้รองช่วยพี่สาวของนางกลับมาได้แล้ว นางจะไม่มีวันเกลียดอาสะใภ้รองอีกเลย และจะทำทุกอย่างที่อาสะใภ้รองเอ่ยปากขอ แม้แต่จะขายนาง นางก็ยอม
ทันทีที่ก้าวออกจากลานบ้านก็พบเข้ากับเพื่อนบ้าน
“ครอบครัวเซี่ยเหล่าเอ้อร์ พวกเ้ากำลังจะไปไหนกันหรือ?” ป้าหลิวที่อยู่ฝั่งตรงข้ามรู้สึกงุนงงเล็กน้อยเมื่อเห็นไป๋เพ่ยเพ่ยมือหนึ่งถือมีดทำครัว อีกมือหนึ่งถือไม้คาน ราวกับว่านางกำลังจะไปคิดบัญชีกับใครบางคน
ท่าทางดุดันดุร้ายถึงเพียงนี้ เหตุใดจึงรู้สึกว่ากำลังจะไปหาเื่ใครเขาอย่างไรอย่างนั้น?
ไม่มีทาง สตรีนางนี้เป็หญิงพาลในหมู่บ้าน ใครกันช่างมีความสามารถ กล้าไปยั่วยุสตรีชั่วร้ายคนนี้?
สกุลเดิมของสามีคือเซี่ยงั้นหรือ? เป็ลูกคนรอง? และชื่อของเขาคือ “เหล่าเอ้อร์”? ไป๋เพ่ยเพ่ยพร่ำบ่นสิ่งนี้อยู่ในใจ ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างความแค้นเคืองต่อความไม่เป็ธรรม “จะไปไหนได้อีกเล่า? นอกเสียจากไปคิดบัญชีกับเ้าแซ่เฉียวนั่นอย่างไร”
เซี่ยเหมียวเหมียวกล่าวเสริมอย่างเหมาะเจาะ “พี่สาวของข้าซึ่งกำลังตั้งครรภ์ถูกพี่เขยทุบตีเสียจนแท้ง ได้ยินมาว่านางจะตายอยู่แล้ว แต่คนที่ฝั่งนั้นไม่มีใครไปช่วยตามหมอมาเลย ปล่อยให้พี่สาวของข้ารอความตายอยู่ที่นั่น...”
“ได้ยังไง... ทำไมเป็แบบนี้ไปได้?! ก่อนหน้านี้ยังดี ๆ กันอยู่ไม่ใช่หรือ?” ป้าหลิวสูดหายใจเข้าอย่างแรง คำว่า "ก่อนหน้านี้" ที่นางพูดไม่รู้ว่าผ่านมานานแค่ไหนแล้ว
ท้ายที่สุดแล้ว ไม่ใช่ทุกคนที่จะต้อนรับสตรีที่แต่งงานแล้วกลับสู่ครอบครัวเดิม
เมื่อลองคิดดูว่าเซี่ยต้ายาซึ่งแต่งงานเข้าตระกูลเฉียวนั้นไม่ได้ใช้ชีวิตแบบคนมาโดยตลอด ซ้ำข้าง ๆ ยังมีคนช่วยคนชั่วก่อกรรมทำเข็ญ หัวใจของป้าหลิวก็พลันเดือดเป็ฟืนไฟ และเอ่ยออกมาด้วยความโกรธเคือง “ใครเป็คนก่อให้เกิดเื่? ก็คนเลวนี่อย่างไร หากไม่ใช่เพราะนาง้าอาศัยเื่การแต่งงาน จึงยกเื่ที่พ่อแท้ ๆ ของเ้าตกลงเื่แต่งงานของพี่สาวเ้ามา จนฝ่ายตระกูลเฉียวไม่อาจยกเลิกการแต่งงานครั้งนี้ได้ จึงต้องนำสินสอดจำนวนสูงลิ่วมาเพื่อบังคับให้พี่สาวของเ้าแต่งงาน ซ้ำร้ายนางยังหักสินสอดเดิมของพี่สาวเ้าไปอีก คนพวกนั้นจะระบายความโกรธลงกับพี่สาวเ้าไหมเล่า? มาวันนี้มีเื่เกิดขึ้นกับเซี่ยต้ายาแล้วสิ? ข้าอยากรู้นักว่านางจะนำเื่นี้ไปสารภาพกับพ่อผู้ให้กำเนิดที่ตายไปแล้วของเ้าว่าอย่างไร...”
“ข้า... ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรว่าจะมีเื่แบบนี้เกิดขึ้น?” เมื่อหยิบยกเื่นี้มากล่าวโทษ ไป๋เพ่ยเพ่ยย่อมไม่อาจหักล้างได้
หากแต่สามีของเ้าของเดิมตายไปแล้วงั้นหรือ?
นั่นถือเป็ข่าวดี
“เ้าจะไปคนเดียวหรือ เซี่ยเหล่าเอ้อร์ไปไหน?” เห็นได้ชัดว่าป้าหลิวไม่วางใจให้ไป๋เพ่ยเพ่ยไปคนเดียว
ล้อเล่นหรืออย่างไรกัน เมื่อครั้งเซี่ยต้ายาถูกครอบครัวสามีทุบตีและวิ่งกลับมาขอความช่วยเหลือ ไป๋เพ่ยเพ่ยไม่เพียงแต่ตัดสินใจแทนเซี่ยต้ายา หนำซ้ำยังใช้เด็กสาวเพื่อ ‘บีบบังคับ’ ขอเงินจากตระกูลเฉียว จากนั้นจึงส่งเซี่ยต้ายากลับไป
เซี่ยต้ายาผู้น่าสงสาร วันที่นางถูกส่งกลับ นางถูกขังอยู่ในเพิงไม้ ทั้งยังได้ยินมาว่านางถูกทุบตีอีก
การไปบ้านตระกูลเฉียวคราวนี้ เป็ไปได้ว่าไป๋เพ่ยเพ่ยอาจไปหาเงินชดเชยอีกก็เป็ได้
“หา?” ไม่ใช่ว่าสามีของเ้าของร่างเดิมตายไปแล้วหรอกหรือ แล้วมีอีกคนโผล่มาได้ยังไง? ไป๋เพ่ยเพ่ยรู้สึกสับสนเล็กน้อย
เช่นนั้นแล้วคนที่ตายคือพ่อผู้ให้กำเนิดของเซี่ยต้ายา ส่วนเ้าของร่างเดิมนั้นแต่งงานใหม่กับเซี่ยเล่าเอ้อร์งั้นหรือ?
ป้าหลิวเมื่อเห็นสีหน้าของไป๋เพ่ยเพ่ยก็รู้สึกว่าตนเดาถูก เื่ใหญ่โตถึงเพียงนี้หากไม่บอกกล่าวเซี่ยเหล่าเอ้อร์ก็ชัดเจนว่ามีผี*[1]
ทว่าไม่รู้ว่าเซี่ยเหล่าเอ้อร์ทำอะไรอยู่ที่ไหน จะไปแจ้งเขาในตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าจะต้องไปหาเขาที่ไหน
ไม่ได้ นางปล่อยให้ไป๋เพ่ยเพ่ยไปคนเดียวไม่ได้เด็ดขาด
ยิ่งป้าหลิวคิดเกี่ยวกับเื่นี้มากเท่าไร ก็ยิ่งรู้สึกไม่สบายใจมากเท่านั้น จึงเอ่ยขึ้นว่า “สามีของเ้าออกไปข้างนอกแล้วใช่หรือไม่? หาเขาไม่เจอหรือ? ตระกูลเฉียวนั้นไร้เหตุผล เ้าไปคนเดียวไม่ได้หรอก เ้ารอก่อน ข้าจะไปเรียกสามีข้ามา เขาอยู่ในบ้าน...”
ก่อนจะหันศีรษะเข้าไปในบ้านแล้วะโเรียกหลิวเกินเซิง สามีของนาง
*[1] มีผี หมายถึง มีบางอ่ยางผิดปกติ แปลก ๆ มีเลศนัย