ตอนที่ 18 คำทำนาย (5)
จางเอ่อร์กลับนั่งอยู่ข้างๆ ทางหนึ่งคอยดูกองไฟ อีกทางก็มองใบหน้าของเสวี่ยสวินที่สะท้อนแสงไฟหรุบหรู่เดี๋ยวมืดเดี๋ยวสว่าง ดวงหน้าพริ้มเพราใต้แสงจากเปลวเพลิงส่องสะท้อนยิ่งแลดูงดงามชวนประทับใจ
ครั้นเห็นลมหายใจของเสวี่ยสวินค่อยๆ หนักขึ้นและสม่ำเสมอ จางเอ่อร์ก็เผยยิ้มบาง หยิบเสื้อตัวนอกของตนไปห่มคลุมให้นาง
คล้ายจะนึกบางอย่างออกกะทันหัน เขาล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ หยิบปิ่นระย้าทองคำรูปดอกท้อที่ซื้อจากร้านค้าในเมืองเสียนหยางออกมาพิศดู หลังจากมั่นใจแล้วว่าไม่มีอะไรเสียหายระหว่างหลบหนีก็ค่อยวางใจลง
เพิ่งจะเก็บของชิ้นนั้นกลับเข้าในอกเสื้อไม่นาน แววตาจางเอ่อร์พลันแข็งค้าง มองดูป่าเขาอันมืดมิด ก่อนดับไฟลงทันที จากนั้นอุ้มร่างเสวี่ยสวินทั้งเสื้อคลุมเข้าไปซ่อนตัวในพงหญ้าด้านข้าง
เดิมทีเสวี่ยสวินก็ไม่ได้นอนหลับสนิท เวลานี้นางถูกความเคลื่อนไหวของจางเอ่อร์ปลุกให้ตื่นขึ้นมา ขณะจะเอ่ยถามว่าเกิดอะไรขึ้น กลับได้ยินเสียงหอนคำรามของหมาป่าดังมาจากบริเวณไม่ไกล!
ครั้นมองตามต้นเสียงก็เห็นเพียงแม่หมาป่าใหญ่ยักษ์ตัวหนึ่งเดินออกมาจากในป่า ดวงตาสีเขียวเข้มมองจ้องคนทั้งสอง แค่นี้ก็เพียงพอให้คนขนลุกเกรียวได้แล้ว!
ที่แท้แม่หมาป่าในภูเขาก็วิ่งเข้ามาตามแหล่งกำเนิดไฟ! แม้เวลานี้จะไม่มีแสงไฟแล้ว แต่พวกเขาก็ถูกสัตว์ร้ายตัวนั้นพบเข้าจนได้!
จางเอ่อร์เห็นท่าไม่ดีรีบวางเสวี่ยสวินลงหลบอยู่หลังต้นไม้ กระบี่ของตนหล่นหายตกหน้าผาไประหว่างหนีตาย เขาจึงเริ่มสู้กับแม่หมาป่าด้วยมือเปล่า!
แต่ต่อให้จางเอ่อร์จะวรยุทธ์แข็งแกร่งเพียงใด เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์มือเปล่าไร้อาวุธก็ยังยากจะหยุดยั้งแม่หมาป่าดุร้ายที่อาศัยอยู่ในภูเขาได้ในชั่วเวลาสั้นๆ การต่อสู้ยิ่งรุนแรงดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อเห็นท่อนแขนและแผ่นหลังของจางเอ่อร์ถูกกรงเล็บหมาป่าข่วนเป็นแผล เสวี่ยสวินด้วยอารามร้อนใจจึงหยิบไม้ฟืนจากในกองไฟฟาดลงไปบนร่างแม่หมาป่า
แม่หมาป่าคล้ายกำลังต่อสู้พัวพันกับจางเอ่อร์ ไม่สนใจเสวี่ยสวินแม้แต่น้อย ชูกรงเล็บขึ้นหมายจะพุ่งเข้าตะปบจางเอ่อร์
เสวี่ยสวินเห็นจางเอ่อร์โดนแม่หมาป่ากระโจนเข้าใส่จนล้มลงกับพื้น ต่างฝ่ายต่างยืนหยัดไม่ยอมแพ้ยากจะชี้ชนะ ในใจนางทั้งโมโหและหวาดกลัว ชั่วขณะที่ลนลาน มือก็สัมผัสโดนของแข็งเย็นเฉียบชิ้นหนึ่งตรงช่วงเอว เวลานี้ถึงค่อยนึกออก เป็นกริชที่พี่ใหญ่เซี่ยงมอบให้ตนพกติดกายไว้ตลอด!
ทันใดนั้นเสวี่ยสวินก็ไม่สนใจขบคิดมากมาย สองมือเพียงจับกริชไว้ กัดริมฝีปากอย่างค่อนข้างหวาดกลัว เล็งไปยังร่างของแม่หมาป่า แทงลงไปอย่างแรง!
จางเอ่อร์เห็นเสวี่ยสวินหยิบอาวุธออกมาก็ได้โอกาสคว้าจับมือนาง ลากกริชกรีดพาดลำคอแม่หมาป่า เลือดอุ่นร้อนของหมาป่าสาดกระเซ็นบนตัวเขา! กว่าครู่ใหญ่แม่หมาป่าก็ร่างกระตุกล้มลงไป
หลังหนีรอดผ่านพ้นความตายมาได้ จางเอ่อร์พลันพลิกตัวขึ้น กลับเห็นเสวี่ยสวินย่อตัวนั่งเหม่ออยู่บนพื้น สองมือสั่นเทาอย่างทำตัวไม่ถูก บนใบหน้ามิรู้ว่าเต็มไปด้วยน้ำตาตั้งแต่เมื่อใด
“สวินเอ๋อร์” จางเอ่อร์กลัวเลือดหมาป่าบนร่างจะทำเอาเสวี่ยสวินตกใจกลัว จึงใช้เสื้อตัวนอกที่ถอดไว้เมื่อครู่คลุมปิดคราบเลือดแล้วค่อยเดินมาถามนางใกล้ๆ
ครั้นได้ยินจางเอ่อร์ร้องเรียก นานอยู่พักหนึ่งกว่าที่เสวี่ยสวินจะหันหน้ามาพูดกับเขา “พี่ชาย ข้า…ข้าฆ่ามัน…”
นี่เป็นครั้งแรกที่นางจับมีดฆ่าสัตว์ตัดชีวิต จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะตระหนกหวาดกลัว
น้ำตาร้อนผ่าวไหลพรู อาบย้อมทั่วแก้มของเสวี่ยสวินอย่างเงียบเชียบ ถึงที่สุดแล้วนางก็เป็นแค่สตรีอ่อนแอคนหนึ่ง เมื่อประสบพบเจอเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ ในใจจึงนึกหวาดกลัวยิ่งนัก
ครั้นเห็นท่าทางเช่นนี้ของเสวี่ยสวิน จางเอ่อร์ก็โอบร่างนางเข้ามากอดในอ้อมแขน ใช้มือข้างที่ไม่ได้บาดเจ็บลูบหลังนางเบาๆ พลางพูดปลอบ “ไม่เป็นไรแล้วสวินเอ๋อร์ ไม่ต้องคิดแล้ว ทุกอย่างล้วนผ่านไปแล้ว!”
“ข้ากลัว ข้ากลัวเหลือเกินว่าท่านจะเป็นอะไรไป พี่ชาย…”
เสวี่ยสวินผ่อนคลายลงเมื่ออยู่ในอ้อมกอดจางเอ่อร์ นางเงยหน้าขึ้นมองเขา “หากท่านเป็นอะไรไป…แล้วข้าจะทำเช่นไร”
เมื่อได้ยินคำพูดของเสวี่ยสวิน ในหัวใจจางเอ่อร์ก็เกิดสั่นไหว อดไม่ได้ที่จะกอดนางแน่นขึ้นกว่าเดิม!
ผ่านไปเนิ่นนาน คนในอ้อมแขนค่อยเว้นระยะห่างออกมาข้างตัวเขานิดหน่อย เห็นเพียงมวยผมงามของนางยุ่งเหยิงเล็กน้อย สีหน้าสับสน ท่าทางดูน่าสงสารเหลือเกิน
จางเอ่อร์เอื้อมมือมา ค่อยๆ จัดผมให้นาง หลังจากเส้นผมดูเรียบขึ้นเล็กน้อยแล้ว เขาก็หยิบของสิ่งหนึ่งออกมาจากช่วงเอว สอดเข้าไปในมวยผมคนตรงหน้าอย่างนุ่มนวลเบามือ
เสวี่ยสวินเห็นจางเอ่อร์หยิบปิ่นระย้าออกมา มันคือปิ่นระย้าทองคำรูปดอกท้อในเมืองเสียนหยางที่นางเห็นแล้วถูกใจเมื่อวันนั้น! จึงรีบเอ่ยพร้อมยกมือขึ้นหมายจะถอดมันออก “พี่ชาย…ของล้ำค่าเช่นนี้ข้ารับไว้ไม่ได้หรอก…”
“อย่าถอด! เจ้าปักมันไว้ เจ้าเป็นสตรีงดงามที่สุดเท่าที่ข้าเคยพบเจอมา…”
เอ่ยคำจบ เสวี่ยสวินพลันนิ่งค้าง จางเอ่อร์ลูบปอยผมนางเบาๆ อีกหน พอนึกถึงความห่วงใยที่เจ้าตัวแสดงออกมาโดยไม่ตั้งใจเมื่อครู่นี้ ภายในใจพลันรู้สึกอบอุ่น กล่าวขึ้นช้าๆ
“สวินเอ๋อร์ ขอเพียงเจ้ามีความสุข แม้ทองพันชั่งหมดสิ้นก็คุ้มค่า ขอเพียงเป็นสิ่งที่เจ้าต้องการ แม้จบสิ้นทั้งใต้หล้า ข้าก็จะนำมันมาวางไว้ในมือเจ้า!…สวินเอ๋อร์ เจ้าคงรู้ความในใจข้า”
เสวี่ยสวินได้ยินถ้อยคำของจางเอ่อร์ รู้สึกเพียงในใจพลันสั่นไหว คล้ายว่ากระทั่งหัวใจยังเต้นแรงขึ้นหลายส่วน
เมื่อนึกถึงการเดินทางมายังแคว้นฉินครั้งนี้ ญาติผู้พี่คอยดูแลข้างกายนางไม่ห่าง ยามพบเจออันตรายก็ปกป้องตนไว้เสมอ ในหัวใจพลันแอบรู้สึกซาบซึ้งหวั่นไหวขึ้นมา
ยามนี้เสวี่ยสวินจ้องมองบุรุษตรงหน้า นัยน์ตาดุจระลอกคลื่นยามฤดูสารทคล้ายมีประกายแสงวูบไหว นางยิ้มน้อยๆ พร้อมเอ่ยถามเสียงนุ่มนวล “สวินเอ๋อร์มีคุณธรรมความสามารถอันใดกัน พี่ชายถึงได้ดีต่อข้าเพียงนี้”
ใครเลยจะรู้ พอได้ยินวาจาของเสวี่ยสวิน จางเอ่อร์เองก็ระบายยิ้มอย่างอ่อนใจไม่รู้จะทำอย่างไรเช่นกัน “เจ้ายังจำได้หรือไม่ ตอนเยาว์วัยครั้งอยู่ในวังจ้าว เจ้าเคยช่วยข้าไว้ ตอนนั้นข้าไม่รู้จักซาบซึ้งรับน้ำใจ แต่ตอนนี้ บางทีอาจเป็นสวรรค์ลิขิตมา ให้ข้าใช้ชีวิตที่เหลือต่อไปตอบแทนเจ้า…”
แม้เป็นสีหน้าอ่อนใจไร้ทางเลือก ทว่าสิ่งที่สะท้อนสู่สายตาของเสวี่ยสวิน กลับเป็นคู่นัยน์ตาเปี่ยมความรู้สึกลึกซึ้งและอบอุ่นอ่อนโยน
เพียงแต่ไม่รู้ว่าความรู้สึกลึกซึ้งเช่นนี้ นางจะตอบแทนมันได้อย่างไร!