13
ของสิ่งนี้มันคือ…
ภายในห้องว่างของเรือนที่ไม่ไมีผู้ใดอาศัยอยู่ เจียงถิงถิงเดินตามสาวใช้ไปหยุดตรงหน้าไหที่ถูกปิดทับไว้ด้วยผ้ากระสอบหนาหลายชั้น เมื่อเห็นเจียงถิงถิงพยักหน้าให้ผู่เย่ว์ก็เดินตรงไปที่ไหเอื้อมมือน้อย ๆ ของตนไปที่ผ้ากระสอบก่อนจะดึงมันออกอย่างเบามือ ใบหน้าเรียวเล็กชะเง้อมองในไหด้วยความตื่นเต้น
เมื่อไหถูกเปิดคนเป็เ้านายจึงพาตนเองเดินไปหยิบของในไหออกมาพิศดู นางชูมันสู้แสงแดดยามเย็นที่ส่องผ่านฉากกั้นห้อง ใบหน้าที่เคยอวบอิ่มมองสิ่งของในมือ แววตาเปล่งประกายคล้ายต้องหยาดน้ำค้าง
“ไปผู่เย่ว์ ไปลองชิมกันดีกว่า” กล่าวจบก็ก้มลงอุ้มไหใบไม่เล็กไม่ใหญ่เดินนำผู่เย่ว์ไปด้านข้างของเรือน ไม่นานสองเท้าก็ก้าวข้ามธรณีประตูครัว
เจียงถิงถิงวางไหแล้วหยิบเอาไข่ในไหออกมาจนหมด รอน้ำในหม้อเดือดก็เอาเกลือกับไข่ใส่ไปเกือบหมด นางหมักไข่ในไหนี่มาเกือบครึ่งเดือน ไข่ที่ได้มาจากครัวใหญ่ทิ้งไว้นานก็ไม่สดเสียแล้ว นางจึงคิดนำมันมาหมักไว้จะได้เก็บไว้ได้นานกว่าเดิม
ผ่านไปครึ่งเค่อนางก็ตักไข่ออกมาแช่น้ำในอ่างไม้ไว้ รอให้มันหายร้อนค่อยเก็บให้เป็ที่เป็ทาง
“เ้ามาชิมสิ ว่ามันเป็อย่างไร” เจียงถิงถิงเอ่ยถามสาวใช้คนสนิทเมื่อนางตักอาหารตรงหน้าใส่ปาก คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างร้อนใจ รอฟังข้อติจากสตรีเน่งน้อยตรงหน้า
ครู่เดียวก็พลันปรากฎรอยยิ้มบนใบหน้าจิ้มลิ้มของผู่เย่ว์ นางพยักหน้าหลายคราติดกัน ดวงตากลมเบิกโพลงระคนตื่นเต้น
“อร่อยเ้าค่ะ บ่าวไม่เคยกินสิ่งนี้มาก่อนเลย” กล่าวจบก็ตักใส่ปากอีกสักหลายคำ เห็นแบบนั้นเจียงถิงถิงจึงนึกบางอย่างขึ้นมาได้
“ถ้าเช่นนั้นเราลองทำขายดีหรือไม่ ผู่เย่ว์”
“คุณหนูเป็ถึงฮูหยินตระกูลหยุน จะออกไปค้าขายได้อย่างไรเ้าคะ” ผู่เย่ว์กล่าวด้วยความเป็ห่วง หากนางออกไปทำงานค้าขายเหมือนชาวบ้านทั่วไปคงถูกอนุภรรยา บ้านสามี รวมถึงบ้านเก่าตนเองดูถูกแน่นอน
“ทำไมจึงจะไม่ได้ คนพวกนั้นไม่ได้มีผลต่อชีวิตของข้าเสียหน่อย”
“โถ่ คุณหนู เช่นนั้นลองถามคุณชายอันดีหรือไม่เ้าคะ”
“เช่นนี้ก็ดีเหมือน เ้าลองเอาไปให้คุณชายอันชิมเสียหน่อยก็แล้วกัน” เจียงถิงถิงว่าจบก็ใช้มีดผ่าไข่ให้แบ่งออกเป็สองซีก
ไม่รู้เขามีตาทิพย์หูทิพย์หรือไม่ พอเจียงถิงถิงกล่าวจบคนที่ถูกพูดถึงก็เดินเข้ามาในครัวด้วยท่วงท่าสง่าสมเป็บุรุษรูปงามอันดับหนึ่งเสียจริง ท่าทางการก้าวเดิน การยิ้ม การโบกพัดที่งดงามสง่าชวนมองทำให้เจียงถิงถิงที่เผลอมองถึงกับสติหลุด
“มีใครคิดถึงข้าเช่นนั้นหรือแม่นางเจียง” เสียงทุ้มนุ่มการหยอกเย้าสตรีใบหน้าเกลี้ยงเกลา พลันให้นางคืนสติสะบัดหัวรวมรวบสติที่แตกละเอียด แม้หัวใจยังเต้นแรงราวกับมีใครไปนั่งต้มน้ำอยู่ข้างในก็ตาม
“ใครจะคิดถึงท่านกันเล่า ข้าเพียงมีบางสิ่งอยากให้ท่านได้ลิ้มลอง”
“เช่นนั้นก็เป็โชคดีของข้าใช่หรือไม่ ไหนเล่าของที่ว่า” มือใหญ่เคาะพัดลงบนฝ่ามืออีกข้างเพื่อรวบพัดก่อนจะหันไปมองบนโต๊ะ
อันอี้เฉินก้มลงใช้จมูกสูดกลิ่นอาหารแปลกตาบนโต๊ะ จะว่าไข่ต้มก็ไม่ใช่ จะว่าไข่ไก่สดก็ไม่เชิง เขายกจานที่มีไข่ขึ้นมาจนสูงเสมอดวงตา หมุนจานซ้ายขวาเพ่งพิศมันสักครู่จึงเอ่ยถามเ
“ของสิ่งนี่มันคือ…”
“เรียกมันว่าไข่เค็ม ท่านลองชิมเสียก่อนเถิด” อันอี้เฉินพยักหน้าวางมันไว้ที่เดิมจากนั้นจึงใช้ช้อนตักไข่เค็มของเจียงถิงถิงเข้าปาก คิ้วเรียวค่อย ๆ ขมวดเข้าหากันจนคนทำกำมือเข้าหากันจนแน่น ไม่มั่นใจว่าบุรุษตรงหน้าจะชอบสิ่งที่นางลงแรงทำเองหรือไม่
“ไม่ถูกปากท่านหรือ” ริมฝีปากอวบอิ่มขยับเอ่ยถามน้ำเสียงกังวล คนฟังนึกขันในใจแต่ยังคงทำหน้าราวกับอยากจะคายของที่เพิ่งกินไปออกมา
“หากไม่ถูกปากก็คายทิ้งเถอะ ไม่ต้องฝืนกินเข้าไป” พูดจบใบหน้าเนียนขาวแม้จะยังไม่เล็กเรียวก็หงอยลง ถอนหายใจเสียงดังหันหลังกลับไปหมายจะเดินไปหน้าเตา แต่ถูกรั้งไว้ด้วยบุรุษหนุ่มด้านหลังด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม
“เดี๋ยวสิ”
“ท่านแกล้งข้า” พอหันกลับมาเจอคนขี้แกล้งยิ้มอยู่จึงรู้ตัวว่าถูกแกล้งเสียแล้ว “โอ๊ย…” เจียงถิงถิงฟาดเข้าที่ไหล่อันอี้เฉินเสียงดังจนคนถูกฟาดนิ่วหน้าร้องโอดโอย
“ข้าขอโทษ ท่านเจ็บมากหรือไม่” คนลงมือลูบลาดไหล่ของคนถูกตี ราวกับนางลืมไปว่าตนเองไม่ใช่สตรีรูปบางบอบบางผู้นั้นอีกแล้ว พอรู้ตัวจึงรีบเอ่ยขอโทษคนถูกตีกลับหัวเราะเสียงดังลั่นจนนางอยากจะตีอีกสักหนสองหน
“ท่านแกล้งข้าอีกแล้ว”
“ฮ่า ๆ ตอนเ้าทำหน้าเช่นนี้ ช่างน่าขันยิ่งนัก” อันอี้เฉินหัวเราะแล้วจับข้อมือของเจียงถิงถิงให้ลดต่ำลง มองใบหน้าบิดเบี้ยวบึ้งตึงเพราะหงุดหงิดที่ถูกบุรุษตรงหน้าแกล้งซ้ำแล้วซ้ำเล่า อีกคนใบหน้าเปื้อนยิ้มอีกคนบึ้งตึง พอรู้ว่าอยู่ใกล้กันเพียงหนึ่ง่แขน นางก็รีบร้อนขยับเท้าถอยหลัง
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมีอาการระแวดระวังอันอี้เฉินจึงหยุดหัวเราะแล้วปล่อยข้อมืออวบอิ่ม แต่บนใบหน้ายังประดับด้วยรอยยิ้มงามอยู่ไม่จางไป
ผู่เย่ว์ยืนมองอยู่หน้าธรณีประตูนางยกมือขึ้นมาปิดรอยยิ้ม ไม่รู้ว่านานเท่าใดที่นางไม่เห็นคุณหนูของตนเองมีความสุข ท่าทีเขินอายไม่ต้องบอกคนที่ตามดูแลคุณหนูมาเป็สิบปีอย่างนางย่อมดูออก
“ผู่เย่ว์เ้ายิ้มทำไมกัน” ถอยห่างจากสหายหนุ่มเสร็จเจียงถิงถิงก็หันไปมองสาวใช้ที่ยืนยิ้มหัวเราะไม่ออกเสียง เนื้อตัวโยกคลอนอยู่ไม่ห่าง คิ้วเรียวขมวดเข้าหาใบหน้ายู่ยี่บ่งบอกว่านางกำลังไม่สบอารมณ์กับสิ่งที่คนสนิทคิด
“เปล่าเ้าค่ะคุณหนู คุณหนูรีบถามคุณชายอันเลยสิเ้าคะ” ผู่เย่ว์ที่ถูกเ้านายดุด้วยสายตา รีบเปลี่ยนเื่พูดด้วยการเอ่ยเตือนเ้านายถึงเื่ที่นางอยากจะทำอาหารขายในตรอกการค้า
พอถูกเตือนคิ้วที่เคยขมวดก็คลายลง นางขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะเดินกลับที่จานอาหาร
“ก่อนนี้ท่านชิมแล้วเป็อย่างไรบ้าง รสชาติพอใช้ได้หรือไม่”
“เ้าไม่รู้หรืออย่างไรว่ารสมือตนเองดีเพียงใด”
“ข้าจะถือว่ามันคือคำชม เช่นนั้นท่านว่ามันจะขายได้หรือไม่ อยากลองทำขายก่อนจะได้เปิดร้านบะหมี่ ท่านว่าเป็อย่างไร”
“เอาสิ หากเ้าไม่คิดว่ามันทำให้เ้าเหนื่อย ข้าจะหาคนขายให้เอง” อันอี้เฉินตอบรับอย่างง่ายดาย เจียงถิงถิงเองก็ไม่คิดว่ามันจะง่ายเช่นนี้เลยยืนนิ่งไม่รู้จะพูดสิ่งใดต่อแล้วยกมือขึ้นมาเกาแก้มเบา ๆ
“หมดเื่จะใช้ข้าแล้วหรือ เช่นนั้นทำอาหารให้ข้ากินได้หรือไม่ ข้าอยากกินหนังไก่ทอด”