บทที่ 8 นายนี่มันปัญญาอ่อนจริงๆ นั่นแหละ
เซี่ยเสี่ยวเล่ยประหม่าเล็กน้อยที่ถูกเขามอง ทั้งๆที่ตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิด แถมยังทำตัวสุภาพเรียบร้อย แต่พอถูกเหลียงเฉินมองแบบนี้แล้วไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกไม่มั่นใจขึ้นมา
คงจะเป็เพราะ … ออร่าของพระเอกสินะ
แค่สบตาก็ััได้ถึงแรงกดดันแล้ว
“เอ่อ… คุณเหลียง ฉันชื่อเซี่ยเสี่ยวเล่ย เป็เพื่อนสนิทกับลั่วลั่วค่ะ” จู่ๆ เธอก็นึกขึ้นได้ ตอนนี้พระเอกยังไม่รู้จักเธอ คงกำลังสงสัยพฤติกรรมของเธออยู่แน่ๆ
“รู้แล้ว” เหลียงเฉินพูด “เฉินลั่วลั่วเคยพูดถึง”
อืมมม หน้าชาเลย เซี่ยเสี่ยวเล่ยยิ้มแห้งๆ
ขณะนี้ เธอเหมือนได้ยินเสียงหัวเราะเยาะของระบบ 666 ในหัว
ไอ้ระบบปัญญาอ่อนเอ๊ย!
“กินข้าวเย็นหรือยัง” ในขณะที่เธอกำลังคิดจะสั่งสอนระบบ 666ในหัว เหลียงเฉินก็ถามขึ้น
“ยังค่ะ” เซี่ยเสี่ยวเล่ยตอบกลับอย่างรวดเร็ว
เทียบกับระบบกากๆ นั่นแล้ว พระเอกสำคัญกว่า! เพราะเวลามีจำกัด เป็เื่ความเป็ความตายว่าเธอจะโดนลงโทษหรือไม่!
ส่วนเื่สั่งสอนระบบ ค่อยว่ากันทีหลัง!
“ในครัวมีวัตถุดิบอีกเยอะ ลองไปเช็คดู” สายตาของเหลียงเฉินกลับมาที่นิตยสารแฟชั่นในมือ แต่ประโยคถัดมาชัดแล้วว่าพูดกับเซี่ยเสี่ยวเล่ย “ขอสองที่”
“ยินดีด้วยนะ โฮสต์จ๋าาาา ไม่คิดเลยว่าพระเอกจะให้ความร่วมมือขนาดนี้!” เซี่ยเสี่ยวเล่ยยังไม่ทันได้วิเคราะห์คำพูดของเหลียงเฉิน เสียงดีใจของระบบ 666 ก็ดังขึ้นในหัว
“ที่รัก เขาหมายความว่าจะมากินด้วยกันใช่ไหม? แบบนี้ภารกิจฉันก็สำเร็จแล้วสิ!” เซี่ยเสี่ยวเล่ยแปลกใจเล็กน้อยกับความมีน้ำใจของเหลียงเฉิน
แต่ว่านะพระเอก บทนายไม่ใช่แบบนี้นี่
นายต้องเป็เหมือนดอกฟ้าที่ไม่ยอมให้หมาวัดดอมดมสิ (เอ๊ะแปลกๆ วลีนี้เหมือนผู้หญิงต้องเป็ดอกฟ้ารึเปล่า ทำไมสลับกัน?)
แต่ไหงถึงได้… เข้าถึงง่ายแบบนี้ล่ะ?
“ภารกิจยังไม่ขึ้นว่าสำเร็จนะ โฮสต์จ๋าาา ต้องกินข้าวเย็นกับพระเอกเสร็จก่อนถึงจะสำเร็จ!” ระบบ 666 เตือนอย่างเป็มิตร “ไม่แน่ว่าก่อนคุณทำอาหารเสร็จ เขาจะโดนลูกพี่ลูกน้องโทรตามออกไปข้างนอกก่อนก็ได้นะ”
“…” เซี่ยเสี่ยวเล่ย “นั่นสิ ลืมไปเลย”
“คุณเหลียง รบกวนรอสักครู่นะคะ! ฉันทำสปาเก็ตตี้อร่อยมาก! คุณต้องลองชิมดู!” พูดจบ เซี่ยเสี่ยวเล่ยก็รีบหันหลังเดินเข้าครัวไปทันที
คำพูดนั้นไม่เกินจริง งานอดิเรกและทักษะที่เซี่ยเสี่ยวเล่ยภาคภูมิใจมากที่สุดสองอย่างคือ การแต่งหน้ากับการทำอาหาร
เมื่อได้ยินดังนั้น ในขณะที่เซี่ยเสี่ยวเล่ยหันหลังกลับไป เหลียงเฉินก็เงยหน้ามองตามแผ่นหลังของเธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะก้มลงมองนิตยสารในมือต่อ
ถ้าไม่นับการแต่งหน้าสุดห่วยและภาพลักษณ์ภายนอกแล้ว นิสัยของผู้หญิงคนนี้ก็ไม่ได้แย่อย่างที่เห็น
ครัวที่บ้านของเหลียงเฉินเป็ครัวแบบเปิด ซึ่งเป็แบบที่เซี่ยเสี่ยวเล่ยชอบ
เซี่ยเสี่ยวเล่ยหยิบวัตถุดิบที่ใช้ได้จากตู้เย็นออกมาเตรียมไว้ ทบทวนสูตรอาหารในใจก่อนจะลงมือทำสปาเก็ตตี้สองที่ ซึ่งเกี่ยวพันกับ “ความเป็ความตาย” ของเธอ
“โฮสต์จ๋าาาา คุณทำอาหารเป็ด้วยเหรอ” ระบบ 666 แสดงความประหลาดใจที่เซี่ยเสี่ยวเล่ยทำอาหารเป็ “ฉันนึกว่าคุณเป็ผู้หญิงที่เก่งแค่เื่แต่งหน้าซะอีก”
เซี่ยเสี่ยวเล่ยที่กำลังหั่นเนื้ออยู่พลันเสียสมาธิ พลาดทำมีดบาดนิ้วตัวเอง ความเจ็บแล่นเข้ามาจนต้องร้อง “โอ๊ย” ออกมา
“อุบัติเหตุค่ะ อุบัติเหตุ” เซี่ยเสี่ยวเล่ยได้แต่ยิ้มแห้งๆ เมื่อเห็นเหลียงเฉินมองมา “ไม่เป็ไรค่ะ คุณเหลียง อ่านต่อเถอะค่ะ”
เหลียงเฉินไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่หันกลับไป
โชคดีที่เธอพกพลาสเตอร์ยาไว้ในกระเป๋ากางเกง เซี่ยเสี่ยวเล่ยจึงหยิบขึ้นมาติดแผลบาด
“โฮสต์จ๋าาาา ทำไมถึงได้ซุ่มซ่ามแบบนี้! ไม่เห็นต้องทำร้ายตัวเองเพื่อเรียความสนใจจากพระเอกเลย!” ระบบ 666 เข้าใจความหมายของเธอผิดไปไกล
“…” เซี่ยเสี่ยวเล่ย “นายนี่มันปัญญาอ่อนจริงๆ นั่นแหละ”
“???” ระบบ 666
ฉันทำอะไรผิด โฮสต์ถึงได้มาด่าว่าฉันปัญญาอ่อนตลอดเลย!?