‘จวนสกุลจ้าว’
ซิ่วอิงทะลุมิติจากป่าไผ่มาโผล่ที่เรือนด้านหลังจวน เนื่องจากเธอไม่อยากให้ใครรับรู้ถึงวิชานี้มากนัก อีกทั้งยังถือโอกาสเดินสำรวจด้านหลังของจวนไปในตัว
จวนหลังนี้ด้านหลังเป็ป่าไผ่และเนินดินย่อมๆมีพื้นที่ว่างพอสมควร ทั้งยังมีที่โล่งเป็พื้นราบในเนื้อที่ประมาณ 7-8 หมู่ ซิ่วอิงดูแล้วมีพื้นที่กว้างมากพอให้ทำอะไรได้หลายอย่างในพื้นที่แห่งนี้
เมื่อเดินมาถึงบริเวณด้านหลัง มีบ้านพักของบ่าวอยู่ 2 แถวๆละ 10 ห้อง ซึ่งตอนนี้ไม่มีผู้ใดอยู่ ถัดจากบ้านพักของบ่าวคือ โรงซักล้าง โรงเรือน โรงครัว ถัดมาคือสระน้ำที่มีดอกบัวหลากสีบานสะพรั่ง มีศาลาหลังนึงตั้งอยู่กลางสระ ริมสระมีต้นไผ่เรียงรายอยู่ตลอดแนว ก่อนจะมาถึงเรือนที่ซิ่วอิงจับจองไว้ ถัดไปเป็เรือนของเสี่ยวหยวน ถัดจากเรือนเสี่ยวหยวนก็เป็เรือนหลักของบิดากับมารดา ฝั่งตรงข้ามของสระน้ำเป็เรือนพักรับรองแขกมีทั้งหมด 3 เรือน ซึ่งตอนนี้มีครอบครัวของเถ้าแก่เหอพักอาศัยอยู่ 1 หลัง ด้านหน้าสุดเป็เรือนหลัก ในเรือนหลักนั้นมีห้องหนังสือ ห้องประชุมใหญ่และห้องทานอาหารรวม
ยามที่ซิ่วอิงเดินเข้าไปในห้องประชุม พบกับผู้เป็บิดานั่งจิบชาอยู่เพียงลำพัง มารดากับน้องสาวที่ไปซื้อของกับเถ้าแก่เหอยังไม่กลับมา
จ้าวเว่ยเมื่อเห็นบุตรสาวเดินเข้ามาในห้องก็เอ่ยขึ้นว่า
“ อิงเอ๋อร์.. เ้าไปไหนมาหรือ”
“ ข้าไปที่ป่าไผ่หลังจวน.. ดูพวกท่านลุงตงกับคนอื่นๆบ่มเพาะเ้าค่ะ.. ท่านพ่อแล้วนี่ท่านแม่กับหยวนเอ๋อร์ยังไม่กลับรึเ้าคะ.. ”
ซิ่วอิงกล่าวพลางรินชาให้ตนเอง แล้วเดินไปนั่งลงข้างๆบิดา
“ ยังไม่กลับกันมาเลย.. เอิ่ม.. แล้วพวกนั้นเป็ยังไงกันบ้างล่ะ..”
“ ก็ดีเ้าค่ะ.. พวกเขาทุกคนฝ่าด่านวรยุทธได้ทั้งหมด ท่านลุงตงห่าวทะลวงไปยังระดับปฐีขั้นต้น.. อีก 7 คนอยู่ในระดับยอดยุทธขั้นสูง มีเพียงท่านพี่สาวเหม่ยหลินที่อยู่ในระดับยอดยุทธขั้นกลาง.."
“ โอ.. อย่างนั้นรึ.. ดีจริงๆ ตอนนี้ตระกูลเราก็มีระดับปฐีขั้นต้น 3 คน ระดับยอดยุทธขั้นสูงและขั้นกลางอีก 8 คนสินะ.. ดีมาก ต่อไปเราจะทำกิจการอันใดก็ไม่ต้องเกรงกลัวผู้อื่นมากนัก.. ฮ่ะๆๆ”
จ้าวเว่ยพูดจบก็หัวเราะออกมาด้วยความยินดี
“ ก็พอได้เ้าค่ะท่านพ่อ.. แต่เราก็ยังประมาทไม่ได้ เพราะจากความทรงจำของอาจารย์ข้า ในเมืองัฟ้าหรือแคว้นัศักดิ์ศิทธ์ ยังมีผู้ฝึกยุทธระดับปราณนภา ระดับปราณ์ หรือระดับเซียนอยู่อีกมาก.. ซึ่งถ้าหากข้าเข้าใจไม่ผิด น่าจะเป็เ้าสำนัก หรือบรรดาบรรพบุรุษรุ่นก่อนของตระกูลใหญ่เ้าค่ะ..”
ซิ่วอิงกล่าวอธิบายให้บิดาฟัง
“ เอิ่ม.. ก็อาจเป็ดังเ้าว่า แต่คนเ่าั้ส่วนใหญ่ไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเื่ราวต่างๆมากนัก หากไม่เป็เื่คอขาดบาดตาย หรือการล่มสลายของตระกูลก็คงไม่ออกมา”
“ เ้าค่ะท่านพ่อ.. แต่เื่การค้าที่ลูกได้วางแผนเอาไว้นั้น อาจจะไปเกี่ยวพันกับสำนักยุทธ หรือตระกูลใหญ่ที่มีอิทธิพลอยู่ก่อนแล้วนะสิเ้าคะ.. อย่างเช่นตระกูลหยางที่ค้าขายโอสถ ตระกูลหลี่ที่ค้าขายแพรพรรณ หรือจะป็นตระกูลหลินที่ทำกิจการโรงเตี้ยมและเหลาอาหาร หรือจะเป็ตระกูลใหญ่ของเมืองอื่นๆที่ลูกจะไปเปิดกิจการจำพวกนี้.. ลูกคิดว่าพวกเ่าั้ต้องไม่พอใจแน่นอนเ้าค่ะ..”
ซิ่วอิงกล่าวยืดยาวในเื่ที่เธอเป็กังวล
“ อืมมม.. ถ้าเช่นนั้นเราจะทำอย่างไร”
จ้าวเว่ยกล่าวออกมาด้วยความกังวลใจเช่นกัน
“ เื่นี้เอาไว้พูดคุยพร้อมๆกันกับคนอื่นๆดีกว่าเ้าค่ะ จะได้รับรู้ไปในคราเดียวกัน”
“ เช่นนั้นก็ทำตามที่เ้าว่าเถิด บิดาผู้นี้สนับสนุนเ้าเต็มที่”
“ เ้าค่ะท่านพ่อ”
สองพ่อลูกนั่งจิบชาพูดคุยกันไปเรื่อยๆ ผ่านไปไม่นาน มารดากับน้องสาวและเถ้าแก่เหอก็กลับมาจากตลาด ซิ่วอิงกับบิดาออกจากห้องโถงประชุมไปหาพวกเขา
“ ท่านพ่อ พี่สาว.. ข้ากับท่านแม่ซื้อของมาเยอะเลยเ้าค่ะ..”
เสี่ยวหยวนตัวน้อยเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข พร้อมกับเดินปรี่เข้าไปหาพี่สาว ซิ่วอิงคุกเข่าลงกอดน้องสาวตัวน้อย แล้วกล่าวว่า
“ หยวนเอ๋อร์ของพี่เ้าชอบหรือไม่ ซื้ออะไรมาบ้าง”
“ ชอบเ้าค่ะ.. ข้ากับท่านแม่ซื้อของใช้สวยๆตั้งหลายอย่าง ข้าซื้อมาให้พี่สาวด้วยเ้าค่ะ..”
เสี่ยวหยวนพูดพลางโอบแขนกอดพี่สาว ซิ่วอิงเลยหอมแก้มขาวๆทั้งสองข้างของน้องสาวอย่างรักใคร่
“ อ้าว.. แล้วของพ่อเ้าหล่ะหยวนเอ๋อร์ มีหรือไม่”
จ้าวเว่ยกล่าวหยอกล้อ เสี่ยวหยวนตัวน้อยเลยหันไปกล่าวกับบิดาด้วยรอยยิ้ม
“ อิอิ.. มีสิเ้าคะ.. ท่านแม่ซื้อสุราดีๆมาให้ท่านพ่อตั้งหลายไหเลยเ้าค่ะ”
เสี่ยวหยวนเอ่ยขึ้นมาทำเอาจ้าวเว่ยยิ้มด้วยความถูกใจ ซิ่วอิงก็หอมแก้มน้องสาวฟอดใหญ่
“ จุ๊บๆ ดีแล้วที่เ้าชอบ ต่อไปพี่จะให้เ้าได้ซื้อของสวยๆอีกเยอะๆเลย.. ดีหรือไม่ ”
“ ดีเ้าค่ะ พี่สาวของเสี่ยวหยวนน่ารักที่สุดเล้ยย..”
เสี่ยวหยวนพูดจบก็หอมแก้มทั้งสองข้างของซิ่วอิงบ้าง การแสดงออกของสองสาวพี่น้อง สร้างความสุขให้แก่จ้าวเว่ยและภรรยาเป็อย่างมาก พวกเขามองหน้ากันด้วยความดีใจที่สองพี่น้องรักใคร่กัน เถ้าแก่เหอที่ยืนมองอยู่ไกล้ๆยังอดยิ้มออกมาไม่ได้
นางจ้าวเหมยมองไปรอบบริเวณแล้วเอ่ยขึ้นว่า
“ เอาละ.. นี่ก็เย็นมากแล้วเราเอาของไปเก็บ แล้วไปทำอาหารเย็นกันเถอะ”
“ อืม.. พวกเ้าไปกันเถ่อะ ข้ากับอิงเอ๋อยังมีเื่ที่ต้องคุยกับพวกตงห่าวอีกนิดหน่อย..”
จ้าวเว่ยกล่าวออกมา
“ เ้าค่ะท่านพี่.. รบกวนท่านเหอไปบอกภรรยากับบุตรสาว มาช่วยข้าขนของและทำอาหารหน่อยน่ะ”
นางจ้าวพูดกับสามีจบ ก็หันไปบอกกับเถ้าแก่เหอ
“ ฮูหยินไม่ต้องเกรงใจให้มากไป.. อย่างไรเสียตัวข้ากับครอบครัว ถือว่าเป็ลูกจ้างของครอบครัวท่านอยู่แล้ว”
เถ้าแก่เหอกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ ถ้าเช่นนั้นก็ไปกันเถิด.. หยวนเอ๋อร์เ้าจะไปกับแม่หรือจะอยู่กับพี่สาวล่ะ..”
“ เอ่อ.. ลูกไปช่วยท่านแม่ดีกว่าเ้าค่ะ อยู่กับพี่สาวลูกก็ไม่รู้เื่อะไรอยู่ดี อิอิอิ”
เสี่ยวหยวนตัวน้อยท่าทางมีความสุข ทำเอาทุกคนหัวเราะออกมาพร้อมกัน แล้วทั้งสามก็ช่วยกันยกสิ่งของเข้าไปในเรือน ฝ่ายฮูหยินเหอกับบุตรสาวและบุตรชาย ออกมาช่วยโดยที่ยังไม่ทันได้ไปเรียกแต่อย่างใด
ซิ่วอิงแอบมอบน้ำทิพย์ดาราให้มารดาไปหนึ่งขวด บอกว่าให้หยดลงไปในน้ำที่ใช้ดื่มกิน และใช้หุงหาอาหารเพียงถังละหนึ่งหยด จะทำให้ทุกคนมีสุขภาพดีผิวพรรณเต่งตึง และที่สำคัญห้ามบอกใครเด็ดขาด
‘ห้องประชุมจวนสกุลจ้าว’
ต้นยามโหย่ว ( 17.00 น.) ภายในห้องโถงประชุมของจวนสกุลจ้าว มีจ้าวเว่ยนั่งเป็ประธานอยู่หัวโต๊ะ ถัดมาขวามือเป็ซิ่วอิง ต่อจากซิ่วอิงเป็ 3 สาว สุดท้ายเป็เจียงเฉินชายร่างใหญ่หน้าตาดุดัน ด้านซ้ายมือของจ้าวเว่ยเป็ตงห่าวและพรรคพวกอีก 4 คนเช่นกัน
“ ยินดีกับพวกท่านทุกคนที่สามารถเพิ่มระดับปราณได้ โดยเฉาะสหายตงห่าวที่ไปถึงระดับปฐีได้.. ข้าหวังว่าต่อไปพวกเราจะได้ร่วมงานกันอย่างเต็มที่”
จ้าวเว่ยกล่าวชื่นชมสหายออกมา
“ ฮ่ะๆๆ.. นี่ต้องยกความดีความชอบให้นายน้อย เพราะได้รับการสนับสนุนจากนายน้อย พวกเราทุกคนจึงได้มาถึงระดับนี้”
ตงห่าวหัวเราะลั่นแล้วกล่าวออกมา ส่วนอีก 8 คนก็พยักหน้าทำนองเห็นด้วยกับคำพูดของหัวหน้า ซิ่วอิงสีหน้าเปื้อนยิ้มนั่งฟังเงียบๆไม่ได้กล่าวอะไร
“ ฟังพวกท่านเรียกบุตรสาวข้าว่านายน้อย.. ข้ารู้สึกแปลกๆยิ่งนัก”
จ้าวเว่ยกล่าวด้วยความเกรงใจ เพราะทุกคนเป็สหายของเขาแต่กลับมาเรียกบุตรสาวเขาเป็นายน้อย
“ ความจริงแล้ว.. พวกเรา้าเรียกนายน้อยว่า ‘อาจารย์’ ด้วยซ้ำไป เพราะนายน้อยได้ถ่ายทอดวิชายุทธและเคล็ดบ่มเพาะให้พวกเราทุกคน อีกทั้งยังมอบโอสถระดับสูงให้พวกเราฝึกฝนโดยเฉพาะ ”
ฟู่ิกล่าวขึ้น ซึ่งทุกคนก็พยักหน้าเห็นด้วยเช่นกัน
“ เอาเถอะ.. หากพวกท่าน้าเช่นนั้นข้าก็ไม่มีอะไรจะพูดอีก.. แต่ว่าข้ายังข้องใจอีกอย่างนึง ทำไมพวกท่านไม่เรียกนางว่าคุณหนูล่ะ..”
จ้าวเว่ยยังสงสัยไม่เลิก
“ นี่เป็ความ้าของนายน้อยเช่นกัน.. เพราะเ้ามีบุตรสาวสองคน นางจึง้าให้เรียกตัวเองว่านายน้อย ส่วนเสียวหยวนให้เรียกว่าคุณหนู.. ส่วนเ้าพวกข้าไม่เรียกว่านายท่านหรอกนะ.. ฮ่ะๆๆๆ”
เป็ตงห่าวที่เผยความจริงออกมา พร้อมกับส่งเสียงหัวเราะลั่นห้อง
“ พวกท่านจะเรียกนางว่านายน้อยก็เรียกไป.. ส่วนตัวข้านั้นเป็นับถือเป็สหายกับพวกท่านทุกคน อีกทั้ง 4 ปีที่ผ่านมาข้าาเ็สาหัส พวกท่านไปเยี่ยมและทั้งยังนำเนื้อสัตว์สิ่งของเครื่องใช้ ไปให้ข้าและครอบครัวแทบทุกครั้ง จะมาเรียกข้าว่านายท่านได้อย่างไร.. พวกเราเรียกหากันมาเช่นไรก็ให้เป็เช่นนั้นต่อไปเถิด..”
จ้าวเว่ยกล่าวออกมาอย่างยอมรับในที่สุด ทุกคนก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วยกับคำกล่าวของจ้าวเว่ย
ซิ่วอิงเมื่อเห็นว่าทุกคนตกลงกันได้แล้ว จึงกล่าวขึ้นด้วยมาดผู้บริหารสาว ซึ่งเป็ตัวตนที่เธอเคยชินจากโลกก่อน
“ ท่านพ่อ ท่านลุง ท่านอาทุกท่าน.. ในเมื่อพวกท่านมาพร้อมกันแล้ว ถ้าเช่นนั้นพวกเรามาประชุมวางแผน การดำเนินงานในเื่ต่างๆกันดีกว่าเ้าค่ะ..”
“ อืมม เอาสิอิงเอ๋อร์ เ้า้าเช่นไรก็บอกมา”
จ้าวเว่ยกล่าวรับคำบุตรสาว
“ เื่แรก.. ข้า้าสร้างบ้านและที่พักคนงานบนที่ดินนอกเมืองที่ข้าซื้อไว้ ท่านใดที่รู้จักคนรับเหมาก่อสร้างและร้านรับทำเครื่องปั้นดินเผา.. โปรดบอกมา ”
ซิ่วอิงกล่าวจบ ตงห่าวกับเฉินมู่ก็เอ่ยขึ้นมาแทบจะพร้อมกัน
“ ข้ารู้จัก..”
“ ถ้าเช่นนั้น พรุ่งนี้ท่านลุงตงกับท่านอาเฉินไปติดต่อทั้ง 2 ร้าน ซึ่งข้าจะไปกับพวกท่านด้วย”
ซิ่วอิงกล่าวต่อไป
“ เื่ที่สอง.. ข้า้าปรับปรุงจวนในเมืองซึ่งอยู่ติดกับโรงเตี๊ยมตระกูลหลิน เพื่อทำเป็ร้านจำหน่ายโอสถและรักษาผู้คน.. ท่านใดจะรับไปทำ”
“ ข้าเองเ้าค่ะนายน้อย”
แน่นอนว่าต้องเป็เหม่ยหลินที่กล่าวขึ้นมา เพราะนางนั้นชอบการรักษาและปรุงยาอยู่แล้ว อีกทั้งซิ่วอิงยังถ่ายทอดเทคนิคการปรุงโอสถและการรักษาให้นางไปแล้ว
“ เช่นนั้นให้พี่สาวอิงไปช่วยพี่สาวหลิน..”
หลานอิงหญิงสาวหน้านิ่งผู้มีธาตุเหมันต์พยักหน้าตอบรับ เป็ธรรมดาของผู้มีธาตุเหมันต์ที่ค่อนข้างเ็าและไม่ค่อยพูด อีกทั้งความเป็มาของนางยังเป็ปริศนาที่ไม่มีผู้ใดรู้อีกด้วย
“ เื่ที่สาม.. ข้า้าสร้างร้านน้ำชาและหอรวมข่าวสาร ซึ่งข้าได้ซื้อจวนหลังนึงไว้แล้วเช่นกัน เป็จวนที่เต็มไปด้วยดอกไม้สวยงามเป็อย่างยิ่ง หากพวกท่านเห็นก็คงจะชอบเหมือนกับข้า ปรับปรุงอีกนิดหน่อยจะเป็ร้านน้ำชาที่สวยที่สุดในเมืองได้เลย”
ยามที่ซิ่วอิงกล่าวจบ คราวนี้เป็อวี้เหมยและฟู่ิที่เอ่ยขึ้นพร้อมกัน
“ ข้าทำเอง..” อวี้เหมย
“ ข้าก็เช่นกัน..” ฟู่ิ
" เอ่อ.. ท่านอาฟู่ิข้าอยากให้ท่านเป็ผู้ดูแลเขามรกต เพราะต่อไปจะมีคนงานจำนวนมากที่นั่น"
ซิ่วอิงเอ่ยถึงเขานอกเมืองขึ้นมา
" เขามรกต.. คือที่ใดนายน้อย"
ฟู่ิเอ่ยถามด้วยความสงสัย ทุกคนก็มองหน้ากันเพราะไม่เคยได้ยิน
" เขามรกต.. คือที่ดินนอกเมืองที่ข้าซื้อจากโรงประมูล เหตุที่ตั้งชื่อมันแบบนั้นเพราะบนเขามีต้นไม้ใหญ่อยู่ต้นนึง ใบมันสวยเหมือนมรกตยามต้องแสงอาทิตย์"
ซิ่วอิงกล่าวคำอธิบายทุกคนจึงพยักหน้ารับทราบ
" ให้ท่านอาเจียงเฉินกับพี่สาวอวี้ ดูแลร้านน้ำชากับหอข่าวสาร.. โดยเฉพาะความงามของพี่สาวอวี้ ข้าคิดว่าต้องเรียกทั้งชายหนุ่มทั้งแก่เข้าร้านได้มากมายเชียวละ..”
ซิ่วอิงกล่าวหยอกเย้าอวี้เหมย ทำเอาทุกคนหัวเราะออกมาพร้อมๆกัน
“ แน่นอนเ้าค่ะนายน้อย อิอิอิ..”
อวี้เหมยกล่าวด้วยรอยยิ้มขี้เล่น
“ เื่สุดท้าย.. ข้า้าปรับปรุงเขามรกตนอกเมือง ให้เป็ที่เพาะปลูกพืชปราณผักปราณและสมุนไพร มอบให้ท่านอาฟู่ิ ท่านอาจางจั่นและท่านอาหลิวหยวน ซึ่งมีธาตุดินและธาตุน้ำเป็ผู้ดูแล..”
ซิ่วอิงกล่าวความ้าของตน พร้อมทั้งเอ่ยนามผู้ที่รับผิดชอบออกมาพร้อมสรรพ
“ ขอรับนายน้อย..”
พวกฟู่ิทั้ง 3 กล่าวรับคำออกมาพร้อมๆกัน ซิ่วอิงพยักหน้าให้ทั้ง 3 คนด้วยความพอใจ ก่อนที่จะกล่าวต่อ
“ ตอนนี้เอาแค่นี้ก่อน.. กิจการในเมืองนั้นได้ซื้อจวนรองรับไว้แล้ว แต่ที่ดินนอกเมืองยังต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง เมื่อการก่อสร้างเสร็จเรียบร้อย ข้า้าองครักษ์ผู้ฝึกยุทธและคนงานอีกจำนวนมาก เอาไว้ถึงเวลาค่อยขยับขยายกันอีกที”
ซิ่วอิงกล่าวสรุป
“ เอ่อๆ อิงเอ๋อร์.. ทำไมทุกคนมีหน้าที่กันหมด แต่พ่อของเ้าไม่มีหน้าที่อะไรเลยล่ะ..”
จ้าวเว่ยเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย
“ สำหรับท่านพ่อ.. มีหน้าที่คอยประสานงานกับทุกคนเ้าค่ะ ต่อไปตัวลูกตั้งใจสร้างบ้านอยู่ที่เขามรกตนอกเมือง และอาศัยอยู่ที่นั่นเป็ส่วนใหญ่.. เพราะลูก้าปลูกสมุนไพรและปรุงยา คงมิได้มีเวลาว่างดูแลเื่อื่นมากนัก”
ซิ่วอิงกล่าวต่อบิดาและทุกคน
เหตุผลที่ซิ่วอิงต้องทำเช่นนี้ เพราะเธอไม่้าให้ผู้ใดรับรู้ ถึงการมีอยู่ของมิติส่วนตัวของเธอ ถึงแม้นจะเป็ครอบครัวของเธอก็ตาม รวมถึงอีก 9 คนที่ได้ทำพันธสัญญากันไปแล้ว หากพบเจอศัตรูที่มีพลังปราณสูงกว่า หรือผู้ที่มีวิชาล้วงความทรงจำ อาจจะเป็เหตุให้ศัตรูรับรู้ถึงมิติส่วนตัวของเธอได้ เธอจึงต้องปลูกสมุนไพรบนเขามรกตเป็การบังหน้า
และอีกอย่างนึง ซิ่วอิง้าปลูกสมุนไพรจริงๆเป็บางส่วน เพราะในมิติของเธอนั้นมีแต่สมุนหายากทั้งสิ้น เธอจึง้าปลูกสมุนไพรธรรมดา ที่เป็ส่วนประกอบหลักของโอสถพื้นฐาน ซึ่งเป็โอสถที่ราคาไม่สูงมากนัก ผู้ฝึกยุทธส่วนใหญ่พอจะมีกำลังหาซื้อไปใช้กัน
จ้าวเว่ยเมื่อเข้าใจความ้าของบุตรสาว พยักหน้าพร้อมกับเอ่ยออกมา
“ อืมม.. พ่อเข้าใจแล้ว แต่เ้าก็อย่าหักโหมให้มากไปล่ะ”
“ เ้าค่ะท่านพ่อ.. อ้อ.. ข้าลืมไปเื่นึง พรุ่งนี้ท่านพ่อช่วยไปซื้อทาสมาทำหน้าที่แม่ครัว คนซักล้าง และคนดูแลทั่วไปสัก 20 คนน่ะเ้าคะ..”
จ้าวเว่ยสีหน้าแช่มชื่นขึ้นเมื่อได้รับงานจากบุตรสาว
“ ได้สิ.. แล้วเ้าอยากได้ทาสแบบใดบ้าง”
“ เอาคนที่สมัครใจขายตัวเองเป็ทาส และเอาผู้หญิงอายุ 10 -20 ปี มาดูแลท่านแม่กับหยวนเอ๋อสัก 4 คน.. ”
" ได้สิอิงเอ๋อร์.."
จ้าวเว่ยเอ่ยตอบ อย่างน้อยๆเขาก็ยังพอมีอะไรทำบ้าง
“ ในเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยพวกเราก็ไปทานข้าวกัน ตอนนี้น่าจะทำกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว.. เมื่อครู่หยวนน้อยบอกว่า แม่ของนางได้ซื้อสุราอย่างดีมาหลายไห เพื่อเลี้ยงการเข้าอยู่ในจวนใหม่ และเลี้ยงฉลองความร่วมมือของพวกเราทุกคน”
จ้าวเว่ยกล่าวออกมา ก่อนจะลุกขึ้นเดินนำไปยังห้องอาหารรวมที่อยู่ถัดไป ทุกคนก็ลุกขึ้นตามไป
ภายในห้องอาหารนางจ้าวและครอบครัวเหอ ได้จัดเตรียมอาหารและสุรารสเลิศไว้พร้อมแล้ว จากนั้นทุกคนก็ดื่มกินกันอย่างสนุกสนาน โดยเฉพาะเสี่ยวหยวนกับเหอต้าฟางบุตรชายวัย 10 ขวบของครอบครัวเหอ ซึ่งตอนนี้ได้เป็เพื่อนเล่นกับเสี่ยวหยวนไปแล้ว พวกนางนั้นกินจนพุงยื่นออกมาจนเดินแทบไม่ไหวเชียว
‘จวนสกุลจ้าว’
เช้าวันต่อมา ซิ่วอิงที่เข้าไปบ่มเพาะลมปราณในมิติเกือบทั้งคืน เพิ่งออกมาที่ห้องตนเองเอาเกือบเช้า เธอจึงล้างหน้า บ้วนปากด้วยน้ำเกลือซึ่งรู้สึกเค็มเป็อย่างยิ่ง ซิ่วอิงหรือบุษยาเธอมาอยู่ในโลกนี้ 4 ปีแล้ว แต่ก็ยังไม่ชินกับการล้างหน้าแปรงฟันของที่นี่สักที ถ้ามีเวลาเธอตั้งใจจะคิดค้นสมุนไพรเอาไว้อาบน้ำและแปรงฟันอย่างแน่นอน
ซิ่วอิงแต่งกายด้วยชุดจอมยุทธเช่นเดิม แต่ชุดวันนี้เป็สีแดงเข้มเืนกขลิบดำ มัดผมเป็หางม้าแบบง่ายๆแต่กลับทำให้เธอดูเข้มแข็งดุดันขึ้นไป
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ซิ่วอิงก็ออกจากห้องแล้วมองไปรอบๆ
‘อาๆๆ.. เช้านี้อากาศดีจริง..’
ซิ่วอิงเอ่ยชมอากสศยามเช้าพลางมองไปยังศาลากลางสระบัว ถึงแม้นแสงอาทิตย์ยังสาดส่องมาไม่ถึงแต่ท้องฟ้านั้นเริ่มสว่างแล้ว มองเห็นดอกบัวหลากสีบานสะพรั่งรับแสงแดดด้วยความสุข ซิ่วอิงชื่นชมบรรยากาศรอบตัวอยู่ครู่นึง จากนั้นเดินไปยังห้องอาหารรวมของจวน ซึ่งเธอนัดหมายกับตงห่าวกับพวกเอาไว้
ภายในห้องอาหารมีท่านพ่อ ท่านลุงตงห่าว และท่านอาทุกคนนั่งจิบชาคอยอยู่แล้ว ซิ่วอิงดื่มชาพูดคุยกับทุกคนอยู่ครึ่งชั่วยาม จากนั้นก็นำตงห่าวกับพวกอีก 4 คนจากไป ส่วนที่เหลือก็ไปทำภารกิจตามที่ได้พูดคุยกันเมื่อวาน
‘ใจกลางเมืองัฟ้า’
ซิ่วอิงที่วันนี้นำหน้ากากสีดำมาสวมปิดปังใบหน้า นำตงห่าวกับพวกเดินทางผ่านใจกลางเมือง มุ่งตรงไปทางด้านประตูเมืองที่ซึ่งตงห่าวบอกว่าเป็ร้านรับเหมาก่อสร้าง ทั้งยังมีร้านขายเครื่องปั้นดินเผาอยูไกล้ๆกัน ใช้เวลาเพียงหนึ่งก้านธูปก็มาถึงบริเวณหน้าร้านรับเหมาก่อสร้าง
ตงห่าวเดินนำหน้าเข้าไปในร้าน แล้วเอ่ยขึ้นว่า
“ เถ้าแก่ลู่.. อยู่หรือไม่”
ครู่นึงก็มีชายกลางคนวัยประมาณ 40 ปี รูปร่างกำยำล่ำสันเดินออกมา ซิ่วอิงเพ่งจิตดูระดับการบ่มเพาะของชายผู้นี้ รับรู้ได้ว่าเขาอยู่ระดับปรมาจารย์ขั้นต้น ซึ่งถือว่าเป็ระดับสูงทีเดียวสำหรับชาวบ้านธรรมดา แต่หากเทียบกับตระกูลใหญ่หรือสำนักยุทธแล้ว ด้วยอายุ 40 กว่าปีระดับปราณแค่นี้นั้นถือว่าต่ำต้อยยิ่งนัก
“ อ้าวท่านตง.. มีอะไรหรือถึงได้มาที่ร้านข้าแต่เช้า”
เถ้าแก่ลู่เอ่ยถามออกมา พลางกวาดสายตามองไปยังคนที่ยืนอยู่เื้ัตงห่าว
“ นายน้อยของข้ามีเื่พูดคุยกับท่าน.. เถ้าแก่ลู่นี่คือนายน้อยของข้า นายน้อยนี่คือเถ้าแก่ลู่ซึ่งรู้จักกับข้ามานานแล้ว..”
ตงห่าวพูดจบก็แนะนำซิ่วอิงให้เถ้าแก่เ้าของร้านรู้จัก เถ้าแก่ลู่ประสานมือคารวะท่าทีนอบน้อม ซึ่งซิ่วอิงก็โค้งคารวะตอบอย่างไม่ถือตัว
“ นายน้อย.. มีอะไรให้ข้ารับใช้ขอรับ”
“ เถ้าแก่ลู่.. ที่มาวันนี้ข้าอยากให้ท่านสร้างเรือนให้กับข้า แต่เรือนที่จะสร้างอยู่นอกเมืองไปประมาณ 10 ลี้.. ท่านจะทำได้หรือไม่..”
ซิ่วอิงกล่าวถึงความ้าของตน
“ นายน้อย.. ท่าน้าสร้างเรือนแบบใดขอรับ”
“ ข้า้าสร้างเรือนหลักบนเนินเขา และบ้านพักสำหรับคนงานที่ตีนเขาอีกประมาณ 300 ห้อง”
“ นายน้อย.. ท่านมีกำหนดเวลาหรือไม่”
“ ข้า้าให้เสร็จไวที่สุด.. เื่เงินท่านไม่ต้องกังวล ข้าจะจ่ายให้ท่านอย่างงาม.. ท่านทำได้หรือไม่”
“ เอ่อๆ.. ข้ามีคนงานอยู่ 50 คน ถ้านายน้อยจะสร้างพร้อมๆกันและให้แล้วเสร็จไวๆ ข้าเกรงว่าคนงานจะไม่พอขอรับ”
“ ถ้างั้นทำเช่นนี้.. ท่านป่าวประกาศหาคนงานมาช่วย จะเป็พวกคนไม่มีงานทำหรือขอทานก็ได้พวกเขาจะได้มีงานทำ แต่ขอให้เลือกคนที่ขยันขันแข็งและซื่อสัตย์ ซึ่งในส่วนนี้ข้าจะเป็ผู้จ่ายค่าแรงให้เอง.. ส่วนท่านให้แบ่งคนงานที่มีฝีมือ ไปสร้างเรือนบนเขาให้ข้าสักครึ่งนึง อีกครึ่งนึงให้เป็หัวหน้าคนงานที่รับสมัครเข้ามาใหม่ ร่วมกันสร้างเรือนพักคนงานภายในไร่.. "
ซิ่วอิงกล่าวอย่างไหลลื่นด้วยความเคยชิน เถ้าแก่ลู่คิดตามอยู่ชั่วครู่ก่อนจะพยักหน้าอย่างเห็นด้วย
“ ได้ขอรับนายน้อย.. ถ้าทำแบบนี้ข้าคิดว่ามีคนมาสมัครแน่นอน เพราะมีคนว่างงานหรือพวกขอทาน มาขอทำงานที่ร้านข้าอยู่บ่อยๆขอรับ”
“ ตกลงตามนี้.. เช่นนั้นวันนี้ท่านลู่ไปดูสถานที่กับข้าได้หรือไม่ จะได้ตกลงกันในคราเดียว”
“ ได้ขอรับนายน้อย ข้าขอสั่งงานกับลูกน้องสักครู่”
“ ได้..”
ซิ่วอิงกล่าวจบก็เดินออกไปรอที่หน้าร้าน โดยที่ตงห่าวกับคนอื่นๆนั้นเดินตามมาเช่นกัน ครู่นึงเถ้าแก่ลู่ก็ออกมาพร้อมกับลูกน้องอีก 2 คน โดยที่เขาแน่ะนำว่าเป็ลูกน้องคนสนิท มีฝีมือในการก่อสร้างพอๆกับตัวเอง
ทั้งหมดเดินทางจากร้านแถ้าแก่ลู่ไปเรื่อย ไม่นานก็มาถึงร้านทำเครื่องปั้นดินเผา ซึ่งมีแค่ซิ่วอิงกับตงห่าวและเถ้าแก่ลู่เท่านั้นที่เข้าไปในร้าน
“ ยินดีต้อนรับท่านตง เถ้าแก่ลู่.. ลมอะไรหอบพวกท่านมาร้านข้าได้”
สิ้นเสียงทักทายก็ปรากฏร่างชายวัยเดียวกับเถ้าแก่ลู่เดินออกมา
“ ฮ่ะๆๆ เถ้าแก่ฟง วันนี้ข้ามีงานใหญ่มาให้ท่าน..นี่คือนายน้อยของข้า นายน้อยนี่คือเถ้าแก่ฟงเ้าของร้านขอรับ..”
ตงห่าวเอ่ยขึ้น ฝ่ายเถ้าแก่ฟงก็หันมามองซิ่วอิงพร้อมกับประสานมือโค้งคำนับ ซิ่วอิงก็โค้งคำนับตอบ
“ นายน้อยเชิญเข้ามารับน้ำชาก่อนขอรับ.. ท่านตง ท่านลู่ เข้าไปรับน้ำชาด้วยกันเลย..”
เถ้าแก่ฟงกล่าวจบก็ผายมือเชิญซิ่วอิง ก่อนจะเดินนำไปยังห้องรับแขก ครู่นึงก็มีสาวใช้สองคนนำน้ำชามารินให้ทุกคนแล้วออกไปรอด้านนอก เมื่อเห็นซิ่วอิงจิบน้ำชาเรียบร้อยแล้ว เถ้าแก่ฟงก็เอ่ยขึ้นว่า
“ ไม่ทราบว่า.. นายน้อยมีอะไรให้ข้ารับใช้ขอรับ..”
เถ้าแก่ฟงกล่าวกับซิ่วอิงอย่างนอบน้อมอย่างยิ่ง ถึงเขาจะไม่รู้จักนายน้อยผู้นี้ แต่เขารู้จักตงห่าวเป็อย่างดี ตงห่าวผู้นี้เป็หัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้าง มีฝีมือและมีอิทธิพลในเมืองัฟ้าพอตัว แต่กลับเรียกเด็กสาวสวมหน้ากากตรงหน้าว่านายน้อย อีกทั้งการแสดงออกการกระทำทุกอย่างของเด็กสาวนั้น ดูน่าสูงส่งเกรงขามเป็อย่างมาก เขามั่นใจว่าเด็กสาวผู้นี้ต้องเป็คนของตระกูลใหญ่อย่างแน่นอน
“ เถ้าแก่ฟงไม่ต้องเกรงใจไป.. ข้า้าให้ท่านสร้างสิ่งของเครื่องใช้ตามแบบของข้า ทั้งยัง้าซื้อถังใส่น้ำอีกหลายขนาดด้วยกัน”
“ นายน้อย.. ้าให้ข้าสร้างอะไรขอรับ”
เถ้าแก่ฟงเอ่ยถามออกมา
“ ข้า้าให้ท่านสร้าง.. โถส้วม..”
“ หาๆๆ.. โถส้วมมมม..”
เสียงพูดแบบตื่นๆดังออกมาจากปากผู้ฟังทั้ง 3 คน
…………………………….