หลายรักของอัครวินทร์ | The Darkest Revenge
ตอนที่ 2. พลภูมิ พิชิตใจ
พลภูมิกำลังตื่นเต้นกับสิ่งแวดล้อมโดยรอบบ้านช่องที่ดูโอ่อ่าราวกับวัง รถหรูหลายคันที่จอดเรียงรายในที่จอดรถข้าวของเครื่องใช้ในบ้านที่ดูราคาแพงเขาไม่รู้เลยว่าสิ่งของเหล่านี้จะมีราคามากแค่ไหนสิ่งเดียวที่รู้คือ...เขาไม่มีทางเป็เ้าของมันได้แน่ๆ
เด็กหนุ่มนั่งตัวเกร็งเขานอนไม่หลับั้แ่วันที่รู้ข่าวว่าคุณอัครวินทร์ผู้มอบทุนที่แสนใจดีอยากพบเขาที่บ้าน ด้วยความเดียงสาเลยไม่รู้ว่ามันควรหรือไม่ควร ในสมองเขามีแต่ความตื่นเต้นที่โลดแล่นไปมาบรรดาอาจารย์ต่างพากันเรียกตัวเขาไปพบและซักซ้อมว่าควรจะทำตัวอย่างไรเมื่อเจอเ้าของทุนคนนี้
แต่ภูมิก็ทำตัวไม่ถูกอยู่ดี
เสียงรถจอดหน้าบ้านพลภูมิรีบเดินออกไปรับเหมือนที่อาจารย์สมคิดสอนไว้ แต่หากเขาไม่ต้องเปิดปะตูรถให้เพราะคุณอัครวินทร์เปิดออกมาเองแล้ว ... เขามองดูคนในบ้านหลายสิบคนแต่งกายคล้ายคลึงกันหมด น่าจะเป็พ่อบ้านแม่บ้าน สิบกว่าคนเชียว!
“สะ สวัสดีครับ” พลภูมิยกมือไหว้
“อ้าวมาแล้วเหรอ รอนานไหม?” อัครวินทร์ถามแค่พอเป็พิธีเขาก้มมองเด็กหนุ่มั้แ่หัวจรดเท้าถึงแม้ชุดจะดูใหม่แต่การแต่งตัวมอซอด้วยชุดนักบอลสีแดงทั้งชุด กางเกงขาสั้นโชว์หน้าแข้งสีคล้ำ ไม่มีถุงเท้า แสดงว่าเด็กหนุ่มไม่ได้ผ้าใบหรือรองเท้าหุ้มส้นมา
“ไม่นานครับ” พลภูมิตอบ
“ตามมา ไม่ต้องเกรงใจ” พลภูมิเดินตามต้อยๆอย่างว่าง่าย
“กินอะไรมารึยัง?”
“พิศจัดข้าวปลาให้เรียบร้อยแล้วค่ะ” แม่บ้านของเขารีบตอบเธอรู้ดีว่าการทำงานกับเ้านายต้องเป๊ะทุกกระเบียดนิ้ว
“งั้นดี” อัครวินทร์ชม
“งั้นตามพี่มา” ก่อนพาพลภูมิเข้าห้องเชือด...
///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
ห้องนอนของอัครวินทร์ค่อนข้างมืดผ้าคลุมสีเทาดูหม่นไม่เข้ากับความหรูหราของตัวบ้านเลยสักนิดแต่ภายใต้ความหม่นนั้นมีความเรียบและน่าเกรงขามอยู่ในทีพลภูมิยืนเก้ๆกังๆขณะที่อัครวินทร์นั่งโซฟาที่หันไปที่เตียงใหญ่
“นั่งที่เตียงสิ” อัครวินทร์สั่ง เด็กหนุ่มนั่งที่เตียงอย่างว่าง่าย
“พี่เสียใจด้วยนะเื่คุณยาย” อัครวินทร์ลุกขึ้นมานั่งลงข้างๆเขาปลดเน็คไทออกและดึงชายชุดทำงานจากกางเกง เข็มขัดถูกถอดวางทิ้งไว้อีกมุมหนึ่ง
“ครับ” เด็กหนุ่มดูเศร้าลงถนัดตา
“ขอบคุณพี่มากเลยนะครับที่คอยช่วยเหลือ” ภูมิขอบคุณอย่างจริงใจถึงแม้เขาจะไม่เห็นตัวชายหนุ่มในงานศพ แต่พวงหรีดความช่วยเหลือด้านอื่นๆก็ตามมาไม่ขาดสายคุณยายของเขาไปสบายแล้วหลังจากที่เจ็บออดๆแอดๆมานานเหลือแต่เขาที่ต้องเผชิญชีวิตตามลำพัง
“อย่าเศร้าสิ” อัครวินทร์จับไหล่เด็กหนุ่มเขย่าเบาๆ พลภูมิเงยหน้าขึ้นมา
“เราเป็ผู้ชาย ต้องเข้มแข็งนะรู้มั้ย”
พลภูมิพยักหน้า แต่เขาเพิ่ง 16 ปีเท่านั้น ความยากจนความกดดันเื่โรคร้ายของแม่ และการสูญเสียคุณยายเป็เื่ที่ทำใจได้ยากไม่มีเด็กคนไหนจะทนทายาดได้หรอก...เื่นี้อัครวินทร์รู้ดีแก่ใจ
น้ำตาค่อยๆไหลออกมาจากดวงตานั้น...
“อย่าร้องนะครับคนดี” อัครวินทร์ปลอบ เขากอดเด็กหนุ่มหลวมๆราวกับให้กำลังใจ กลิ่นกายหอมกรุ่นของชายหนุ่มโชยแตะจมูกเด็กหนุ่มรู้สึกคุ้นเคยราวกับรู้จักมาแสนนาน มือหนาลูบผมปลอบโยนช่างขัดกับความ้าที่อยู่ในใจอัครวินทร์เสียยิ่ง เขาเกลียดความเยิ่นเย้อแต่เด็กคนนี้เปราะบาง ขาดแคลนและโหยหา...
พลภูมิร้องไห้สะอึกสะอื้น
“ฮือออออออออออออออออออ”
“ไม่ร้องนะ ไม่ร้อง” อัครวินทร์ลูบหัวและหลังเด็กหนุ่มไปมา สองมือใหญ่ค่อยๆสอดล้วงเข้าไปััแผ่นหลังจริงๆใต้ร่มผ้าบางนั้นมือใหญ่หนาไล้ทั่วแผ่นหลัง พลภูมิรู้สึกแปลกๆแต่ด้วยความเศร้าจึงไม่ได้ใส่ใจมากนัก ใบหน้าของชายหนุ่มสอดที่ซอกคอกรุ่นกลิ่นเด็กหนุ่มชั้นช่างหอมเย้ายวน อัครวินทร์สูดดมอย่างหื่นกระหาย แก่นกายของเขาแข็งชูชันอย่างห้ามไม่ได้เด็กคนนี้มีอะไรบางอย่างที่กระตุ้นความ้าของตัวเขาอย่างแรงกล้า
อัครวินทร์เห็นเด็กชายกำลังเศร้าเขาจึงสวมบทเป็ “ผู้ใหญ่ใจดี” คอยปลอบโยน แต่กระนั้นในหัวก็เต็มไปด้วยความ้าเขาอยากบดขยี้เด็กคนนี้ให้แหลกคามืออยากบดเบียดแทรกซอนทุกกระเบียดนิ้วกระแทกกระทั้นให้คนในอ้อมกอดแดดิ้นขาดใจตรงหน้าสองมือหนาที่ไล้ลูบแผ่นหลังค่อยๆลัดเลาะมาที่เบื้องหน้าแตะเขี่ยหัวนมเล็กอย่างแ่มือเด็กหนุ่มดูไม่เดียงสา ยังร้องไห้ในอ้อมอกของเขายิ่งทำให้บุรุษหนุ่มกระหยิ่มยิ้มย่อง
“มีอะไรให้พี่ช่วย บอกพี่ได้นะครับ” อัครวินทร์หยุดการลูบไล้ดึงตัวเด็กออกมาสบตาและพูดในสิ่งที่เด็กกำลัง้าที่สุดไป“พี่ยินดีช่วยเหลือภูมิทุกอย่าง”
พลภูมิสบตาชายหนุ่ม เขารู้สึกราวกับถูกตรึงด้วยมนต์สะกดร่างกายของเขาอ่อนล้าไร้แรงขัดขืน “ขอบคุณพี่วินมากเลยครับ” พลภูมิกราบตรงอกแน่นเสียงหัวใจเต้นตึกราวกับเป็จังหวะเดียวกับของเขาเอง
“ตอนที่ภูมิบอกพี่ว่า ถ้ามีโอกาส ภูมิจะตอบแทนพี่ทุกอย่าง ภูมิจำได้ไหม?”
เด็กหนุ่มมองหน้าบุรุษ ด้วยความที่เขาเป็เด็กบ้านป่าเลยไม่ทันรู้เลยว่าสิ่งที่ผู้ชายคนนั้นกำลังพูด ไม่ได้ถามความจำแต่มันคือการทวงถาม ถึงการตอบแทนจริงๆ
“ใช่ครับ ถ้ามีโอกาส ผมจะตอบแทนพี่ทุกอย่าง”
“ทุกอย่างจริงๆนะ?”
“ครับ ผมสัญญาด้วยเกียรติของรด.เลย”
อัครวินทร์ไม่ตอบ เขาได้แต่ยิ้มและเชยคางเด็กหนุ่มขึ้นมา“ถ้าพี่จะจูบเราล่ะ เราจะยอมพี่ไหม?”
“อะ...อะไรนะครับ?” พลภูมิถดตัวหนีโดยอัตโนมัติ ถึงแม้จะไม่ประสาแต่เขาก็เป็ผู้ชายทั้งแท่ง
“ไหนบอกว่าจะตอบแทนพี่ทุกอย่างไง?” อัครวินทร์ทวงถาม
“แค่นี้ยังถอยหนีเลย”
พลภูมิก้มหน้านิ่ง...”ถ้าพี่้า ผมก็ไม่ว่าอะไรครับ”เด็กหนุ่มผู้ไร้หนทาง เขาไม่มีญาติที่ไหนอีกแล้วชีวิตทุกวันนี้อยู่ได้ก็เพราะทุนการศึกษาจากชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงหน้าแถมงานศพยาย คุณอัครวินทร์ผู้ใจดียังช่วยเหลืออย่างดี
“งั้นดี เขยิบมาหาพี่สิ” พลภูมิชิดตัวเข้ามา ตัวเขาสั่นอย่างเห็นได้ชัด
“เงยหน้าขึ้น” พลภูมิทำตามอย่างว่าง่ายใบหน้าหล่อเหลาของบุรุษหนุ่มประชิดเข้ามาใกล้ ลมหายใจอุ่นพวยพุ่งริมฝีปากเย็บเยียบบดเบียดดุนดันเข้ามาเด็กหนุ่มเผยอปากรับความแปลกใหม่ที่ไม่เคยได้รับมาก่อนในชีวิตร่างกายสั่นเทาด้วยความรู้สึกร้อนรุ่มสองมือหนาของอัครวินทร์เลื้อยไล้ทั่วร่างก่อนบิดคลึงที่หัวนมน้อยที่กำลังชูชันด้วยความเสียวซ่าน
“อื้อ...” รสจูบควานลึกเสียจนเด็กหนุ่มจะต่อต้านได้อีกร่างกายของเขาเบาหวิวราวกับล่องลอยในอากาศบุรุษหนุ่มถอดเสื้อกีฬามันวาวนั้นออกก่อนผลักร่างนั้นนอนราบกับเตียงนุ่ม
อัครวินทร์ส่ายสายตาไปทั่วเรือนร่างเด็กหนุ่มเนื้อตัวแน่นขนัด ไม่มีไขมันส่วนเกินแม้แต่น้อยผิวสีน้ำผึ้งตัดกับมัดกล้ามแกร่งจากการตรากตรำทำงานทำให้พลภูมิดูน่าเย้ายวนไม่ใช่น้อยเขาคิดไม่ผิดจริงๆที่เลือกให้ทุนกับเด็กคนนี้
ที่ทั้งหัวอ่อน...
และมีเสน่ห์น่าดึงดูด
อัครพลก้มดูดหัวนมที่ชูชันแข็งขืน “อา อย่าครับ อ๊า ผมเสียว...”
เด็กหนุ่มไม่ประสา แม้แต่การช่วยเหลือตัวเองเขาก็ไม่เคยทำมาก่อนชีวิตเขาไม่รู้จักเื่อย่างว่าเลยแม้แต่น้อยสองขาของเขาบิดเร่าด้วยความเสียวแปลบลิ้นสากเลียวนทั่วร่างราวกับชอนไชความหวานหอมแรกแย้มของหนุ่มน้อย
///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
