เสียงะเิะเืลั่นเหนือมหานครเอ็นโดโปลิส
ผืนฟ้าสีเทาแตกเป็เส้นร้าวของควันไฟและลำแสงพลาสมา
ตึกระฟ้าสูงระยับในอดีต กลายเป็เศษเหล็กบิดงอระยับแสง
สะท้อนเปลวไฟจากการสู้รบระหว่างสองเผ่าพันธุ์ที่ไม่ควรมาเจอกันบนดาวโลก
ยานรบจากแมกเจลแลนเคลื่อนขบวนเหนือชั้นบรรยากาศ
แสงสีเงินจากโล่พลังงานของพวกมันแผ่คลุมท้องฟ้าครึ่งซีก
เบื้องล่าง กองกำลังรัฐบาลของเรนาตาโต้กลับด้วยหุ่นรบอัตโนมัติ
แสงจากปืนรางแม่เหล็กวิบวับตัดผ่านกลุ่มควันหนาทึบราวสายฟ้าที่สาดกลางเมือง
กลางสมรภูมิเรมิโอในชุดเกราะพิเศษแบบผสมระหว่างเทคโนโลยีมนุษย์กับแอนโดรเมดา
ยืนอยู่บนหลังคาซากอาคารสูงที่ถูกถล่มครึ่งหนึ่ง
ข้างกายเขา วิเวียน่าในชุดแพทย์สนามสีเทาเงิน
กำลังดูเครื่องสแกนชีพจรของผู้าเ็จากระยะไกล
ขณะที่จูเลียน่าประจำการอยู่ในห้องบังคับการของยานลาดตระเวนเหนือเมือง
เสียงของเธอดังผ่านคอมลิงก์“เป้าหมายหลักของพวกแมกเจลแลนอยู่ที่ศูนย์พลังงานตะวันตก เรมิโอระวังโดรนลาดตระเวนจากชั้นฟ้าชั้นห้า”
“รับทราบ” เขาตอบสั้นก่อนะโลงจากหลังคาพร้อมปืนพลังยิงรังสีบีม
ะุพลังทะลวงกลางตัวหุ่นรบหนึ่งตัวแตกกระจาย
เศษโลหะร่วงพร่างเหมือนฝนดาวตก
บนฟ้ายานทรงกลมขนาดมหึมาจากแอนโดรเมดาโผล่มาเหนือแนวรบ
มันหมุนรอบตัวเองช้า ๆก่อนยิงลำแสงโค้งขนาดใหญ่ใส่กองยานของแมกเจลแลน
เสียงะเิดังก้องยาวไปจนถึงขอบทะเลทรายชานเมือง
คลื่นกระแทกะเืถึงใจทุกคนบนพื้น
โดมินิโก สวมชุดทหารภาคพื้นสีดำมีตราสัญลักษณ์ของสหภาพแรงงานที่หน้าอก
เดินออกมาจากหลุมหลบภัยใต้ตึกเก่า เขาะโผ่านวิทยุ
“สหภาพแรงงานทั้งหมด! ประสานการยิงร่วมกับพันธมิตรต่างดาว!
วันนี้เราจะทวงโลกของเราคืน!”
เสียงเฮจากทหารมนุษย์นับพันสะท้อนในคลื่นสื่อสาร
วิเวียน่าหยุดมองเรมิโอครู่หนึ่ง แววตาเธอมีทั้งความหวังและความกลัว
“ไม่น่าเชื่อเลย…พวกเขากำลังถอยจริง ๆ”
“ใช่แต่เรายังวางใจไม่ได้” เขาพูดเบา ๆ พลางก้มลงหลบแรงะเิที่ปลิวมาจากอีกฟาก
“ถ้าเรนาตายังไม่ยอมถอนตัว านี้ยังไม่จบ”
ตัดภาพขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ
เรนาตา อัลฟอนโซ ยืนอยู่ในห้องบังคับการยานแม่ของฝ่ายรัฐบาล
สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความเครียดและโกรธ
“ทำไมกองยานแมกเจลแลนถึงถอยร่น เราส่งพลังไปมากขนาดนั้น!”
เ้าหน้าที่ AI ประจำยานตอบด้วยเสียงเยือกเย็น
“พวกแอนโดรเมดาใช้สนามแม่เหล็กย้อนกลับพลาสมาได้ครับ ท่านผู้นำ”
เรนาตากัดฟัน“พวกมัน้าจะยึดโลกแทนเราแน่…”
เธอมองภาพบนจอที่มีกลุ่มยานจากแอนโดรเมดากำลังปกป้องกองกำลังมนุษย์
“แต่ข้าจะไม่ยอมให้โลกนี้ตกไปอยู่ในมือพวกต่างดาวหน้าไหนทั้งนั้น”
ใต้ซากเมืองเอ็นโดโปลิส
ศูนย์บัญชาการชั่วคราวของฝ่ายสหภาพแรงงานและพันธมิตรต่างดาว
ตั้งอยู่ในอุโมงค์รถไฟใต้ดินที่ถูกดัดแปลงให้เป็ฐานทัพ
แสงสีน้ำเงินจากหลอดไฟพลังงานควอนตัมสะท้อนกับผนังซีดเงา
บ่งบอกว่านี่คือสถานที่หลบภัยสุดท้ายของมนุษย์ที่ยังต่อสู้
โต๊ะกลมกลางห้องเต็มไปด้วยภาพโฮโลแกรมฉายแผนที่รบ
กองกำลังแมกเจลแลนกำลังถอยร่นทางเหนือ
ขณะที่แอนโดรเมดาขยายแนวเข้ายึดศูนย์พลังงานหลักของเมือง
เรมิโอในชุดเกราะที่เต็มไปด้วยรอยไหม้
ยืนก้มมองข้อมูลบนจอเคียงข้างวิเวียน่าและจูเลียน่า
“เราชนะในสนามแรกแล้ว”โดมินิโกพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
รอยแผลเป็บนใบหน้าของชายวัยห้าสิบดูเด่นชัดภายใต้แสงสีฟ้า
“แต่ยังเหลือแนวตะวันออก ถ้าเราปล่อยให้พวกนั้นตั้งหลักได้พวกมันจะกลับมาบุกอีกครั้งแน่”
เสียงเท้าหนัก ๆดังขึ้นจากปลายอุโมงค์
พร้อมกับแสงสีทองอ่อนที่ค่อย ๆ ทาบเข้ามา
เรมิโอหันขวับ มือจับปืนโดยสัญชาตญาณแต่ก็ชะงักเมื่อเห็นชายผู้มาใหม่
เขาสวมชุดคลุมยาวสีขาวเงินมีลวดลายเรืองแสงเป็เส้นสายเหมือนกลีบดอกไม้แห่งจักรวาล
เส้นผมสีเงินยาวประบ่า ดวงตาสีฟ้าลึกจนคล้ายมองทะลุจักรวาลได้
“ขออภัยที่มาช้า” เสียงของเขาแ่เบาแต่ชัดเจนก้องในห้อง
“ข้าคือลูมีเอล…ผู้นำแห่งแอนโดรเมดา”
ทุกคนในห้องนิ่งสนิท
แม้แต่โดมินิโกที่เคยผ่านสนามรบมานับไม่ถ้วน ยังเผลอกลั้นหายใจ
จูเลียน่ามองเขาอย่างตะลึง —ราวกับพลังบางอย่างในร่างเธอสั่นะเืตอบรับโดยไม่รู้ตัว
ลูมีเอลก้าวเข้ามา
“แอนโดรเมดาไม่มีเจตนารุกราน” เขากล่าว“เราเพียง้าช่วยโลกใบนี้จากการตกเป็อาณานิคมของแมกเจลแลน
พวกเรารู้จักโลกมนุษย์ดีและรู้ว่านี่คือดาวที่ยังมีศักยภาพแห่งจิติญญาบริสุทธิ์”
วิเวียน่ากระแอมเบา ๆ“คุณหมายถึงพลังจิติญญาอะไรหรือคะ?”
“สิ่งที่พวกเ้าเรียกว่า ‘จิตสำนึก’ —พลังแห่งชีวิตที่ไม่ขึ้นกับเครื่องจักรหรือโครงสร้างพันธุกรรม”
น้ำเสียงของเขาอบอุ่นและมั่นคง“สิ่งนั้นต่างหากคือสิ่งที่แมกเจลแลน้าทำลาย”
โดมินิโกยกมือขึ้น“ถ้าพันธมิตรของเรามีจิตใจเช่นนี้ เราก็ยินดีร่วมสู้เคียงข้างกัน
แต่สิ่งที่เรา้าไม่ใช่การปกครองใหม่ เราแค่้าอิสรภาพ”
“นั่นคือสิ่งที่ข้า้าเช่นกัน”ลูมีเอลตอบ
รอยยิ้มของเขาเปล่งประกายอยู่ชั่วขณะ ก่อนจะลดเสียงลง“แต่ข้าขอเตือน…เรนาตาไม่ใช่แค่ศัตรูการเมืองอีกต่อไป
เธอกำลังทดลองเชื่อมต่อจิตมนุษย์กับเครื่องควบคุมของแมกเจลแลน”
ห้องเงียบสนิทอีกครั้ง
จูเลียน่าหันไปมองเรมิโอ “หมายความว่า…เธอกำลังสร้างกองทัพลูกผสม?”
ลูมีเอลพยักหน้า “หากปล่อยไว้ โลกนี้จะไม่มีวันเป็ของพวกเ้าอีก”
เรมิโอมองหน้าลูมีเอลตรง ๆ“งั้นพวกเราจะหยุดเธอให้ได้…ด้วยกัน”
ชายหนุ่มยื่นมือออกไป — ลูมีเอลจับมือเขาแน่น
เพียงเสี้ยววินาทีดวงตาสีฟ้าของลูมีเอลเรืองขึ้นวาบหนึ่ง
ไม่มีใครสังเกตเห็น นอกจากเงาสะท้อนจาง ๆ บนพื้นโลหะ
ราวกับว่าเื้ัรอยยิ้มสงบของเขากำลังมีบางสิ่งที่เกินจะหยั่งรู้
รุ่งอรุณวันถัดมา —เมฆควันสีเืคลุมฟ้าตะวันออกของเอ็นโดโปลิส
เสียงหวูดเตือนภัยดังยาวจากฐานใต้ดิน
“พวกมันเคลื่อนพลอีกแล้ว!” เสียงทหารหนุ่มร้องผ่านลำโพง
“ฝั่งตะวันออกมีกำลังใหม่ปรากฏขึ้นจำนวนมาก!”
เรมิโอสะพายปืนพลังกลับออกจากศูนย์บัญชาการวิเวียน่าตามหลังพร้อมชุดแพทย์สนาม
“ให้จูเลียน่าคุมยานลาดตระเวนเหนือแนวหน้า” เขาออกคำสั่งสั้น“เราจะออกไปยับยั้งพวกมันก่อนที่แนวป้องกันจะพัง”
ยานรบของฝ่ายสหภาพแรงงานทะยานขึ้นเหนือเมือง
ในชั้นเมฆชื้น พวกเขามองเห็นภาพอันน่าขนลุก —
กองกำลังแมกเจลแลนรูปแบบใหม่ ที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
มนุษย์ครึ่งหุ่นเหล็กยืนเรียงแถวอยู่กลางซากตึก
ร่างของพวกมันมีเส้นสายพลังสีแดงแผ่ทั่วตัว
ใบหน้าบางคนยังมีเค้าโครงมนุษย์อยู่บ้าง แต่ดวงตาเ็าไร้แววชีวิต
เสียงสัญญาณชีพกลไกดังติ๊ดติ๊ดจากแผงพลังบนอกแต่ละคน
“พระเ้า…”วิเวียน่าพึมพำ “เธอทำไปถึงขั้นนี้เลยหรือ?”
เรนาตา อัลฟอนโซปรากฏบนจอขนาดั์เหนือสนามรบ
ใบหน้าของเธอเยือกเย็น “โลกนี้ไม่้าคนอ่อนแออีกต่อไป
มนุษย์ใหม่ของข้าจะเป็หนึ่งเดียวกับเครื่องจักร — ไม่มีความกลัวไม่มีความลังเล”
โดมินิโกะโใส่วิทยุ “เรนาตา!นี่เ้าจะทำลายเผ่าพันธุ์ตัวเองหรือ!”
“ข้าไม่ได้ทำลาย…ข้าแค่พัฒนา” เสียงของเธอเยือกเย็น
“เมื่อการวิวัฒน์สิ้นสุดลง โลกจะอยู่ภายใต้สมดุลใหม่ —โดยไม่ต้องมีพวกเ้า”
ทันใดนั้นพื้นดินใต้แนวตะวันออกสั่นะเื
กลไกขนาดมหึมาค่อย ๆ ยกตัวขึ้นจากใต้ดิน — “หอคอยแห่งโคดารอน”
อุปกรณ์ผลิตพลังจิตกลที่สามารถแปลงจิตมนุษย์เป็พลังอาวุธ
มันคือผลงานลับสุดยอดที่เรนาตาเพิ่งปลุกขึ้นจากก้นบึ้งนคร
“วิเวียน่า ถอย!”เรมิโอะโ
แต่สายฟ้าพลังจิตกลพุ่งจากหอคอย ฟาดใส่พื้นเบื้องหน้าพลังสั่นะเืจนยานเสียสมดุล
เรมิโอล้มกลิ้งบนพื้นโลหะ เสียงะเิสะท้านไปทั่วทั้งแนวรบ
ทันใดนั้นแสงสีน้ำเงินเข้มพุ่งลงมาจากท้องฟ้า
เป็ลำแสงจากยานธงของลูมีเอล —
ยานทรงผลึกคริสตัลขนาดั์ กางปีกพลังออกเหนือสมรภูมิ
“ลูมีเอลเรียกทุกหน่วย”เสียงของเขากังวานไปทั่วอากาศ
“พวกเ้าจะไม่ต้องต่อสู้เพียงลำพัง —แอนโดรเมดาจะไม่ปล่อยให้โลกนี้ตกในมือของผู้ทรยศ”
เพียงชั่วอึดใจลำแสงพลังขนาดมหึมาเคลื่อนจากปีกยานของเขา
ยิงตัดหอคอยโคดารอนขาดเป็สองส่วน
ะเิแสงสีฟ้าสว่างจนทั่วทั้งเอ็นโดโปลิสหยุดนิ่ง
ทุกคนบนพื้นยกมือบังแสง
เมื่อฝุ่นจางลง เหลือเพียงเศษหอคอยที่ไหม้เกรียม —
และเสียงกองทัพแมกเจลแลนที่เริ่มถอนแนวถอยไปทางเหนือ
“เราชนะแล้ว…”วิเวียน่าพูดทั้งน้ำตา
โดมินิโกก้มศีรษะ “ขอบคุณท่านลูมีเอล…พวกท่านช่วยเราจริง ๆ”
เรมิโอมองขึ้นฟ้า เห็นยานของลูมีเอลลอยอยู่เหนือก้อนเมฆ
ราวกับเทพผู้พิทักษ์ — สง่างามและเยือกเย็น
“อาจจะ…เรายังมีความหวังจริงๆ” เขาพึมพำเบา ๆ
ไม่รู้เลยว่าเื้ัเงาสว่างนั้น กำลังซ่อนพลังบางอย่าง
ที่อาจพลิกชะตาของโลกไปตลอดกาล
ค่ำคืนนั้น…
ผืนฟ้าของเอ็นโดโปลิสที่เคยลุกเป็ไฟค่อย ๆ สงบลง
ควันไฟลอยขึ้นจากอาคารที่พังครึ่งหนึ่ง
แสงสะท้อนจากยานแอนโดรเมดาเหนือฟ้าดูเหมือนแสงแห่งความหวัง
แต่ภายในใจของหลายคนกลับยังคลางแคลงว่าสันติภาพนี้จะอยู่ได้อีกนานเท่าไร
ศูนย์บัญชาการใต้ดินเต็มไปด้วยเสียงเฉลิมฉลองแ่ๆ
ทหารและชาวสหภาพแรงงานนั่งพักตามมุม
วิเวียน่ากำลังพันผ้าพันแผลให้ชายาเ็ในมุมหนึ่ง
เรมิโอนั่งมองเธออย่างนิ่งงัน ก่อนจะถอนหายใจยาว
“อย่างน้อย…คืนนี้พวกเรายังรอด”
“รอดได้เพราะลูมีเอลต่างหาก”เธอตอบ พลางยิ้มจาง ๆ
“ไม่เคยคิดเลยว่าต่างดาวจะยอมสละชีวิตช่วยมนุษย์ขนาดนี้”
“อาจเพราะพวกเขามองเห็นสิ่งที่เรายังมองไม่เห็น”
เสียงจูเลียน่าดังขึ้นจากประตูทางเข้า
เธอสวมชุดนักบินครึ่งหุ่นครึ่งมนุษย์ ดวงตาเรืองในแสงสลัว
“เราคงต้องรู้จักเขามากกว่านี้ ถ้าเราจะฝากชะตาโลกไว้ในมือเขา”
เรมิโอมองเธอ เงียบไปครู่ก่อนพยักหน้า “ใช่…เรายังต้องระวัง”
โดมินิโกเดินเข้ามาพร้อมแก้วโลหะในมือ
“แต่คืนนี้เราดื่มเพื่อผู้ตายก่อนเถอะ พรุ่งนี้ค่อยคิดเื่นั้น”
เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้นรอบห้อง ก่อนภาพตัดไปยังความมืดที่ปลายฟ้า
บนอวกาศห่างออกไปหลายล้านกิโลเมตร
ยานแม่ของฝ่ายรัฐบาลลอยนิ่งอยู่ในเงามืดของดาวเทียมแตกดับ
ภายในห้องบัญชาการ เรนาตา อัลฟอนโซนั่งอยู่ท่ามกลางจอมอนิเตอร์นับร้อย
เธอยังมีรอยไหม้บนใบหน้า แต่แววตาไม่ยอมจำนน
“พวกแมกเจลแลนทอดทิ้งฉัน…”เธอพึมพำกับตัวเอง
“แต่ข้าจะไม่ยอมให้แอนโดรเมดากุมชะตาโลกแทน”
เธอหยิบแผ่นผลึกพลังแปลกตาขึ้นมา —
เป็เทคโนโลยีที่ไม่มีในโลกมนุษย์ หรือแม้แต่ในระบบแมกเจลแลน
บนผลึกนั้น มีตราสัญลักษณ์รูปลูกตาเรืองแสงสีม่วง
เสียงสื่อสารที่ไม่คุ้นดังออกมา
“เรนาตาอัลฟอนโซ…เ้ายัง้ากำลังใช่หรือไม่?”
เรนาตาหยุดนิ่งเสียงนั้นฟังดูคล้ายจะมาจากอีกปลายของจักรวาล
“เ้าเป็ใคร…”
“ข้าไม่ใช่ศัตรูของเ้า…แต่ข้าคือศัตรูของลูมีเอล”
เธอเงยหน้าช้า ๆ
“เ้าชายแห่งแอนโดรเมดา?”
“ชื่อของข้ามีมากกว่านั้น…แต่เ้าอาจเรียกข้าว่า—อัสเทรียล”
แสงสีม่วงแ่ลอดจากผลึกเข้าตาเธอ
ภาพในห้องสั่นไหวเล็กน้อย ขณะที่เสียงหัวเราะต่ำ ๆดังขึ้นในคลื่นวิทยุ
เรนาตายิ้มบาง“งั้นเรามาร่วมมือกันสิ…อัสเทรียล”
แสงจากผลึกม่วงสะท้อนบนใบหน้าเธอ
ดวงตาสีทองของเรนาตาเปลี่ยนเป็สีเงินชั่วขณะ
และเงาแห่งพันธมิตรใหม่ — ผู้ไม่สังกัดทั้งแมกเจลแลนหรือแอนโดรเมดา
ได้ถือกำเนิดขึ้นในความมืด
“โลกนี้…จะไม่เป็ของใครทั้งนั้นจนกว่าข้าจะตัดสินใจเอง”
เสียงเธอดังลั่นในห้องโลหะก่อนภาพตัดสู่ความเงียบ
— จบตอนที่ 3 —
( 24 ต.ค. 68 ) วันตพระพันปีหลวง สมเด็จพระนางเ้าสิริกิติ์ พระบมราชนิชีนาถในรัชกาลที่ 9