ตอนที่ 89 ร้านอาหารมังกรคู่ ดรุณน้อยรู้สึกเหมือนตัวเองไร้สิ้นเรี่ยวแรง เหตุเป็นเพราะโซ่ตรวนที่ผนึกพลังเวทย์และพลังกาย สาวน้อยรู้สึกเหมือนร่างกายนั้นว่างเปล่า ไม่อาจสัมผัสได้ถึงแขนและขาทั้งสองข้าง คงมีเพียงแค่เสียงเต้นไม่เป็นระส่ำของหัวใจเท่านั้นที่เธอรู้สึกได้ จักรพรรดิรู้ โซ่ตรวนที่พันธนาการเธอไว้อยู่ในระดับราชันจักรพรรดิ ของล้ำค่าถึงเพียงนี้กลับสวมใส่ให้สาวน้อยผู้หนึ่ง มันทำให้จักรพรรดิอดคิดไม่ได้ แท้จริงแล้ว เบื้องหลังของสาวน้อยผู้นี้เป็นเช่นไรกันแน่ “นามของข้าคือกาติรัส” กาติรัสกล่าวพลางใช้ฝ่ามือสัมผัสหน้าผากของเธออย่างนุ่มนวล ชายหนุ่มใช้ออกโดยอัตลักษณ์จักรพรรดิเพื่อควบคุมสรรพเวทย์ในร่างกายของสาวน้อย ทันใดนั้น หญิงสาวรู้สึกได้ถึงพลังที่คืนกลับมา กรึก… กรึก… กรึก… กรึก… โซ่ตรวนค่อยๆ หลุดออกทีละชิ้น คอ,ข้อแขนทั้งสองข้าง,ข้อเท้าทั้งสองข้าง ดรุณน้อยเปิดตาโพลงกว้าง ห้วงจิตสั่นกระเพื่อมไม่หยุดเพราะความตื่นเต้น ความรู้สึกที่พลังแล่นผล่านไปทั่วทั้งร่างกลับทำให้สาวน้อยรู้สึกฮึกเหิมขึ้นมา ดรุณน้อยเคลื่อนสายตาซื่อใสไปทางข้อแขนทั้งสองข้างสลับไปมา ข้อแขนของตนปรากฏรอยช้ำจากการถูกโซ่ตรวนพันธนาการไว้ ไม่ใช่เพียงแค่ข้อแขน แต่เป็นทุกส่วนที่ถูกโซ่ตรวนรัด กาติรัสที่เห็นปฏิกิริยาของสาวน้อย เขาอดแย้มยิ้มไม่ได้ ชายหนุ่มลูบฝ่ามือผ่านข้อแขนของเธออย่างเบามือ ฉับพลัน รอยช้ำและรอยบาดแผลต่างหายเป็นปลิดทิ้ง แววตาของดรุณน้อยสั่นเครือใหญ่ คิ้วงามเลิกสูงขึ้นด้วยความประหลาดใจพลางมองไปทางเซียนอาภรณ์ดำด้วยท่าทีใสซื่อ ถึงกระนั้น สาวน้อยไม่กล่าวคำอันใด ภาพลักษณ์ของบุคคลเบื้องหน้ากลับพลิกผันอย่างใหญ่หลวง ในคราวแรก ดรุณน้อยคิดจะฆ่าตัวตายมาตลอด ทาสคือชีวิตอันไร้ซึ่งอิสระต่างเต็มไปด้วยความเจ็บช้ำกายและใจ มันเป็นความทรมาน! เป็นการกักขังราวกับตายทั้งเป็น! ในห้องโถงหลัก สาวน้อยไม่สนใจเลยว่าใครจะซื้อเธอไปเพราะในช่วงเวลานั้น เธอไม่อยากจะมีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้ว… ความคิดของเธอเต็มไปด้วยอำนาจทางลบ จนกระทั่ง กาติรัสได้ช่วยเหลือเธอ ภาพลักษณ์ของเซียนอาภรณ์ดำดูสูงส่งขึ้นในพริบตา สาวน้อยผมแดงแหงนมองใบหน้าของจักรพรรดิอยู่พักใหญ่ ในสายตาของสาวน้อย บุคคลเบื้องหน้าเป็นมิตรหรือไม่ มันดูออกได้ยากเพราะชายหนุ่มสวมใส่หน้ากากเอาไว้ ลำดับแรกของความน่าเชื่อถือต่อใครคนหนึ่ง มันคือความประทับใจแรกพบ สาวน้อยมองเขาอยู่อย่างนั้นจนเธอเอียงคอเล็กน้อย ใบหน้าซื่อใสกลับทำให้เธอดูน่าเอ็นดูขึ้นมา กาติรัสถอนหายใจ เขาคงคาดหวังมากเกินไป สาวน้อยผู้นี้ไม่กล่าวคำอันใดเลย “ให้เป็นหน้าที่ของกาลเวลา” ชายหนุ่มครุ่นคิดในใจ แต่อย่างน้อย เขาก็ทำให้เด็กสาวประหลาดใจได้ ความประทับแรกพบย่อมอยู่ในเกณฑ์ดี จักรพรรดิใช้ฝ่ามือคว้าหน้ากากก่อนถอดออก ทันใดนั้นเองที่แววตาของสาวน้อยส่องแสงเป็นประกายประหนึ่งดวงดารา ริมฝีปากของเธอเผยอออกเล็กน้อย ลึกล้ำลงไป เด็กสาวผมแดงตื่นตะลึงกับความหล่อเหลาของบุคคลเบื้องหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เสน่ห์ไร้ลักษณ์อันร้ายกาจประหนึ่งฉุดคร่าดวงวิญญาณ แต่ทว่า สาวน้อยก็ไม่กล่าวคำสักคำ “เอ่ยนามของเจ้า” แม้จะผ่านไปสามลมหายใจ บรรยากาศยังคงเงียบสงัด ไร้ซึ่งการขานตอบจากสาวน้อย ใบหน้าของเธอแสดงความเบื่อหน่ายต่อโลกออกมา แววตาคู่นั้นไร้ซึ่งชีวิตชีวาโดยสิ้นเชิง อากัปกิริยาที่เหมือนจะดีขึ้นกลับแปรเปลี่ยนไปราวกับดิ่งสู่หุบเหวลึก กาติรัสถอนหายใจเฮือกใหญ่ สิ่งหนึ่งที่จักรพรรดิรู้สึกคือความสบายใจหาใดเปรียบ ชายหนุ่มรู้สึกโล่งใจมากจริงๆ เหมือนปกป้องบางสิ่งที่สำคัญต่อตัวเองได้สำเร็จ “เอาเถอะ” กาติรัสถอนหายใจอีกครั้ง ถึงแม้ความจริง ชายหนุ่มจะรู้ชื่อของอีกฝ่ายแต่เขาอยากทำเป็นพิธีมากกว่า “ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น หากเธอยังไม่กล่าวชื่อด้วยตัวเธอเอง ข้าจะไม่ขานชื่อของเธอ” กาติรัสครุ่นคิด ชื่อ:นิสเวม(เพศหญิง) อายุ:12ปี เผ่าพันธุ์:ต้นตระกูลฟีนิกซ์(สายเลือดบริสุทธิ์) อายุขัยโดยธรรมชาติ:500ปี เลเวล:605 พลังกาย:508,089 พลังเวทย์:600,114 ชายหนุ่มพึ่งจะเปิดดูสเตตัสของเด็กสาว ทันทีที่สายตาเคลื่อนมอง “ฟีนิกซ์” ฉับพลัน หัวใจเหมือนถูกบีบรัดอย่างรุนแรง จักรพรรดิปรากฏหยาดน้ำตาเอ่อนอง “เอ๊ะ?!” กาติรัสอุทานด้วยความฉงน หยดน้ำตาไหลรินจรดคางก่อนค่อยๆ หยดลง “ทำไม…” กาติรัสสับสนยิ่ง แต่สิ่งหนึ่งที่เขายืนยันได้ ความโศกเศร้าของจิตใจ ดวงวิญญาณของเขากำลังกรีดร้องด้วยความโศกา เป็นไปไม่ได้เลยที่จักรพรรดิจะเสียน้ำตา… เรื่องการเสียน้ำตาของจักรพรรดิอาจทัดเทียมได้กับปาฏิหาริย์ “ทำไม…” น้ำเสียงยิ่งมายิ่งสั่นเครือ ในขณะเดียวกัน แววตาของจักรพรรดิยังคงมองสาวน้อยในอ้อมอก ยิ่งได้เห็นใบหน้าใสซื่อบริสุทธิ์ เขายิ่งเสียน้ำตา! อาจเป็นเพราะความทรงจำอันเลือนลางนั้น ไม่ว่าจะพยายามหวนคำนึกถึงมันเพียงใด ความทรงจำนั้นกลับยิ่งถอยห่างออกไป ดรุณน้อยมองตาปริบๆ เด็กสาวอายุห่างจากกาติรัสเพียงแค่สามปีเท่านั้น ถึงกระนั้น บรรยากาศรอบกายของชายหนุ่มกลับเหมือนเหล่าตาเฒ่า เด็กสาวคาดเดาอายุของเขาไปต่างๆ นานา อย่างน้อยคงมากกว่าห้าสิบปี เด็กสาวผมแดงเป็นคนฉลาด แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ไม่เข้าใจว่าเขาร้องไห้ทำไม แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เธอก็ไม่ปริปากพูดออกมาสักคำ ช่วงเวลาผ่านไปเกือบสิบนาที ความรู้สึกทุกข์ระทมบรรเทาอาการลงแล้ว กาติรัสปาดน้ำตา การที่จักรพรรดิหลั่งน้ำตาเปรียบได้ดั่งปาฏิหาริย์ ในชั่วชีวิตสองภพชาติ เขาแทบไม่เคยหลั่งน้ำตาออกมา! ไม่ว่าจะโศกเศร้าแค่ไหน น้ำตาของเขาก็ไม่เคยไหลออกมา จนกระทั่งเมื่อครู่นี้… “ไปกันเถอะ” กาติรัสกล่าวพลางมองเด็กสาวผมแดง เขายื่นมือซ้ายออกไป สาวน้อยจ้องมองฝ่ามือของจักรพรรดิอยู่สามลมหายใจ ก่อนเธอจะจับมือของเขาเอาไว้ เพียงพริบตาเดียว ทัศนียภาพกลับกลายเป็นขาวโพลน สาวน้อยปิดเปลือกตาด้วยความตระหนก อาการวิงเวียนศีรษะบังเกิดขึ้นอีกครั้ง วิ้ง วิ้ง วิ้ง วิ้ง “ลืมตาได้แล้ว” ทันใดนั้น สาวน้อยค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นอย่างช้าๆ ภาพเบื้องหน้ากลับกลายเป็นถนนใหญ่ขึ้นมา หันซ้ายขวาต่างประกบข้างไปด้วยร้านแผงลอยมากมาย เสียงของผู้คนพูดคุยกันดังไม่ขาดสาย สาวน้อยเคลื่อนสายตามองไปทางกาติรัส ในขณะนี้เองที่เธอพึ่งรู้สึกตัว สองฝ่ามือเรียวงามกอดร่างของชายหนุ่มไว้แน่น สาวน้อยกระโจนออกห่างเพราะตกใจ สาวน้อยมองกาติรัสพลางหางคิ้วกระตุก ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด อาภรณ์สีดำ ผมดำขำยาวระเอว บัดนี้ ทุกอย่างกลับเปลี่ยนไป ผมสีดำสั้น นัยน์ตาสีแดงเข้ม ผิวขาวผ่องละเอียดราวกับหยก อาภรณ์ยังคงสีดำหากแต่กระชับร่างมากขึ้น ต่างจากเมื่อครู่ที่อาภรณ์สีดำดูใหญ่กว่าขนาดตัว ในช่วงเวลานี้ กาติรัสไม่ได้สวมบทบาทเซียนอาภรณ์ดำอีกต่อไป เพราะเขาคือจักรพรรดิ!! แท้จริงแล้ว หลังจากออกมาจากดินแดนอนันตกาล พวกเขาทั้งสองควรจะไปปรากฏตัวอยู่ที่ห้องโถงของโรงประมูลดังเดิม แต่ด้วยความเข้าใจพลังมิติอย่างลึกซึ้งของจักรพรรดิ เขาจึงเดินทางผ่านมิติมาในพริบตา ตอนแรก ชายหนุ่มคาดว่าตนเองคงมีพลังเวทย์ไม่พอที่จะเดินทางข้ามมิติโดยพาคนไปด้วย แต่ทว่า สายเลือดอันเดดครึ่งก้าวบริสุทธิ์กลับแปรเปลี่ยนความคิดของจักรพรรดิ! พลังของมันมากมายกว่าที่สเตตัสแสดงออกมา!! จนกระทั่งตัวเขาเองยังขาดเดาพลังตัวเองไม่ได้!! “หาซื้อเสื้อผ้าก่อนแล้วกัน” กาติรัสกล่าวเสียงราบเรียบ เขามองไปยังสาวน้อยที่ยังอยู่ในสภาพสกปรกมอมแมม ถึงกระนั้น ความงดงามของเธอมิได้หม่นหมองลง ดรุณน้อยพยักหน้าเบาๆ ฉับพลัน โครกคราก~ เสียงท้องร้องดังขึ้น กาติรัสหันขวับมองไปทางสาวน้อยพลางคิ้วเลิกสูงขึ้น ใบหน้าเย็นชาดุจน้ำเย็นของสาวน้อยผมแดงกลับวาบผ่านด้วยสีแดงระเรื่อ สาวน้อยเม้มปากด้วยความเก้อเขิน “ข้าเปลี่ยนใจแล้ว เราควรไปร้านอาหารแทน” กาติรัสกล่าวพลางแย้มยิ้ม สายตาของจักรพรรดิมองเด็กสาวเบื้องหน้าแสดงความเอ็นดู คำกล่าวของชายหนุ่มส่งผลให้เด็กสาวรู้สึกอายขึ้นไปอีก ท่ามกลางผู้คนมากมายเดินสวนกันไปมา กาติรัสเดินผ่านร้านอาหารร้านแล้วร้านเล่า มันไม่มีที่ที่เข้าเกณฑ์ดีของเขาเลย แม้กระทั่ง เกณฑ์ระดับต่ำสุดชนิดอยากเอาไปโยนทิ้ง ร้านอาหารแถวนี้ยังทำไม่ได้! ไม่มีร้านไหนอยู่ในระดับต่ำสุดด้วยซ้ำ ชายหนุ่มกุมขมับ รสชาติของอาหารมันตกต่ำตามกาลเวลาหรืออย่างไร? ในขณะเดียวกัน ดรุณน้อยผมแดงที่เดินตามกาติรัสต้อยๆ ซึ่งเดินผ่านร้านอาหารมามากกว่าสิบยี่สิบร้านแล้ว ทุกครั้ง ชายหนุ่มมักจะบ่นว่า “แม้แต่เกณฑ์ขั้นขยะก็ยังไม่ผ่าน” ในขณะที่สาวน้อยน้ำลายหกรดปากหมดแล้ว ในช่วงเวลานี้ เธอกำลังหิวโซอย่างที่สุด แม้แต่อาหารในถังขยะยังกลายเป็นกลิ่นหอมหวน แต่สาวน้อยยังคงข่มจิตใจมิให้เอ่ยปากขอกับชายหนุ่ม เธอไม่ปริปากหรือแม้กระทั่งออกเสียงสักแอะ แม้จะรู้สึกหิวโหยเพียงใด เธอล้วนไม่กล่าวบ่นสักคำ เหตุของการกระทำนั้น เพราะเธอเป็นทาส… ด้วยความหยิ่งทะนงของจักรพรรดิ ชายหนุ่มกลับต้องข่มใจเอ่ยถามผู้คนอีกแล้ว จนในที่สุด เขาก็ได้รู้ว่าร้านอาหารไหนขึ้นชื่อที่สุดในเมืองหลวงเทพมนุษย์ ร้านอาหารนั้นมีนามว่า “ร้านอาหารมังกรคู่” แต่ทว่า มันเป็นร้านอาหารชั้นสูง เพราะร้านอาหารนี้ต้อนรับแค่นักเรียนจากสถาบันมังกรและผู้มีชื่อเสียงจากตระกูลหรือพรรคที่ใหญ่โต มังกรคู่จึงเป็นที่มาของชื่อร้าน มังกรตัวแรกกล่าวถึงสถาบันมังกร มังกรตัวที่สองกล่าวถึงมังกรในหมู่คน ในขณะนี้ กาติรัสได้ยืนอยู่หน้าร้านอาหารมังกรคู่โดยข้างกายของเขาคือสาวน้อยผมแดงซึ่งอยู่ในสภาพร่อแร่เต็มที ใบหน้าของเธอซีดเผือดเพราะความหิว “มังกรคู่รึ---เป็นชื่อที่ดี! ถึงกระนั้น มันยังไม่พอจะเทียบกับเกณฑ์ขยะ!" กาติรัสกล่าวบ่นอยู่หน้าประตู “แต่เอาเถอะ ขยะที่ดีที่สุดในหมู่ขยะ” ในช่วงเวลานี้เองที่สายตาของจักรพรรดิได้เคลื่อนมองสาวน้อยเสียที เขาทุ่มสมาธิไปกับร้านอาหารจนลืมดูสาวน้อยที่เดินตามหลังต้อยๆ ทันทีที่ชายหนุ่มได้เห็นใบหน้าของเธอ เขาถึงกับตื่นตระหนก “เจ้าเป็นอะไรหรือไม่?!!” กาติรัสรีบเข้าไปประคองร่างทันที ในตอนที่เขาได้ตรวจสอบพลังของเธอ ชายหนุ่มทราบได้ทันทีว่าร่างกายนี้ขาดสารอาหารมานานมาก เพราะสายพลังในร่างนั้น มันมีรูปลักษณ์ผอมแห้งไร้เรี่ยวแรง “ขาดสารอาหารมานานขนาดนี้ได้ยังไง…” แท้จริงแล้ว การที่เธอรู้สึกไม่มีแรงตั้งแต่แรกไม่ใช่เพียงแค่โซ่ตรวนพันธนาการ อีกปัจจัยคือเธอไม่ได้กินอะไรเลย!! แม้รูปลักษณ์ของสาวน้อยจะดูเหมือนปกติธรรมดาทั่วไป แต่ความจริงแล้ว เธอไม่ได้กินอะไรมาเป็นเดือนๆแล้ว แม้จะขาดสารอาหาร แต่รูปลักษณ์ภายนอกยังคงเหมือนเดิม กาติรัสไม่รอช้า เขาที่พยายามจะอุ้มเธอกลับถูกสาวน้อยขัดเอาไว้ ฝ่ามือเรียวงามตีแขนชายหนุ่มอย่างไร้เรี่ยวแรง สาวน้อยส่ายหน้าเบาๆ ก่อนสองเท้าจะค่อยๆเดินไปทางร้านอาหารมังกรคู่ ชายหนุ่มผลักบานประตูใหญ่หรูหราให้เปิดกว้างออก เพียงสามลมหายใจ บรรยากาศเย็นสบายถาโถมพัดสาดเข้ามาราวกับห้องเย็น กาติรัสกวาดตามองภาพเบื้องหน้าพลางขมวดคิ้วมุ่น ร้านอาหารแห่งนี้แบ่งออกเป็นสามชั้น สังเกตจากบุคคลิกและเสื้อผ้าที่ผู้คนสวมอยู่ในแต่ละชั้นแล้ว อาจเป็นไปได้ว่าแต่ละชั้นแบ่งตามความสูงศักดิ์ ยิ่งขึ้นสูงไปมาก อาหารยิ่งอร่อยมาก มันคือกฎหลักของร้านมังกรคู่ ผู้มีชื่อเสียงอยู่บน ผู้ต่ำต้อยอยู่ล่าง ในขณะนี้ ในร้านอาหารหรูหราขนาดใหญ่ต่างเต็มไปด้วยผู้คนจำนวนมาก ผู้คนเหล่านั้นต่างสวมเครื่องแบบของสถาบันมังกร นอกจากผู้คนที่สวมเครื่องแบบสถาบันมังกรแล้ว กาติรัสก็ไม่เห็นใครอีกเลย กล่าวได้ว่า ในช่วงเวลานี้ มันมีแต่นักเรียนของสถาบันมังกร! “ร้านอาหารมังกรคู่ ต้อนรับแค่ผู้มีชื่อเสียงจากตระกูลหรือพรรคใหญ่เท่านั้นหรือกรณีพิเศษคือท่านต้องเป็นนักเรียนของสถาบันมังกร” ชายผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นมา เขาสวมเครื่องแบบสีขาวเรียบร้อย แท้จริงแล้ว เขาเป็นพนักงานของร้านอาหารมังกรคู่ “ท่านที่ดูเหมือนจะไม่เข้าข่ายกรณีใดเลย เช่นนั้น โปรดออกจากร้านเราแต่โดยดี” พนักงานกล่าวเสียงราบเรียบแสดงความองอาจราวกับตนเองกำลังพูดคุยกับสามัญชนธรรมดา ฉับพลัน แววตาของพนักงานกลับกลายเป็นเฉียบคมขึ้นมา “อย่าให้ต้องใช้กำลังกันจะดีกว่านะครับ” กาติรัสเปรยมองพนักงานอย่างไร้อารมณ์ ในสายตาของเขา มันไม่ต่างอันใดไปจากมดน้อยเคลื่อนที่ จักรพรรดิไม่สนใจผู้ใด คนผู้นั้นย่อมไม่อยู่ในสายตา ชายหนุ่มไม่แม้แต่จะเอ่ยปาก เขาเดินตรงไปยังบันไดที่ปูด้วยพรมสีแดงตลอดขั้นบันไดเพื่อขึ้นสู่ชั้นถัดไป โดยมีสาวน้อยฟีนิกซ์เดินตามต้อยๆ “ข้าว่าข้าเตือนท่านแล้วนะ” พนักงานกล่าวขู่พลางใช้หางตามองไปทางกาติรัส พนักงานคนนี้สงบจิตใจได้ดี เขาไม่โกรธเพียงเพราะการกระทำอันเล็กน้อยเช่นนี้ “ข้าเป็นนักเรียนของสถาบันมังกร” กาติรัสกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ เขาเป็นนักเรียนสถาบันมังกรก็จริง แต่มันยังไม่เป็นทางการ เพียงแค่จดหมายเชิญของปรมาจารย์ มันไม่ได้หมายความว่าเขาเป็นนักเรียนของสถาบันมังกรโดยสมบูรณ์ ถึงกระนั้น หากได้อ้างว่าตนมีบัตรเชิญจากปรมาจารย์ ผู้คนย่อมหลีกทางให้อย่างไม่ลังเล “ถ้าเช่นนั้น ข้าคงต้องขอหลักฐานด้วยขอรับ” พนักงานกล่าวเสียงเรียบ ในช่วงเวลานี้ กาติรัสกลับกลายเป็นจุดสนใจจากผู้คนทั่วทั้งร้านอาหาร ไม่ว่าจะชั้นแรก ชั้นสองหรือชั้นสามก็ตาม เป็นที่รู้กันทั่วทั้งเมืองว่าร้านอาหารมังกรคู่ต้อนรับแค่ผู้สูงศักดิ์และนักเรียนจากสถาบันมังกรเท่านั้นและไม่เคยปรากฏบุคคลนอกมาก่อน กาติรัสนับเป็นคนแรกที่หาญกล้ากระทำเช่นนี้ “สำหรับหลักฐาน เจ้าไม่คู่ควรพอ ไปตามผู้อำนวยการมาสิ” กาติรัสกล่าวน้ำเสียงไร้อารมณ์ พนักงานหางคิ้วกระตุกอย่างรุนแรง เขากำลังโดนดูถูก เจ้านี่ยิ่งใหญ่มาจากไหน? ถึงขั้นต้องพาผู้อำนวยการมาพบด้วยตัวเองเลยรึ? ในสายตาของผู้คนจำนวนมาก กาติรัสไร้ซึ่งราศีโดยสิ้นเชิง! แม้เขาจะมีความหล่อกระชากวิญญาณ ถึงกระนั้น มันก็ไม่มีใครรู้จักเขา ถ้าหากเขายิ่งใหญ่จริง เหตุใดถึงไม่เคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามเลยเล่า? เพียงเหตุผลแค่นี้ ผู้คนต่างเข้าใจไปว่ากาติรัสเป็นคนนอก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สาวน้อยสภาพมอมแมมที่ข้างกายของเขายิ่งทำให้ราศีของจักรพรรดิหม่นหมองลง! สาวน้อยฟีนิกซ์จับชายอาภรณ์กาติรัสพลางเอ่ยขึ้น “หิวแล้ว…” น้ำเสียงนุ่มละมุนละไมชวนเคลิบเคลิ้มหากแต่เสียงนี้ไร้ซึ่งพลัง เป็นเสียงที่แหบพร่าอย่างที่สุด ..สเตตัสปัจจุบัน...
ชื่อ:กาติรัส อันเดลัส(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์กึ่งอันเดด อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์เลเวล:10,548 พลังกาย:66,118,978 พลังเวทย์:69,137,869 อาชีพ:จักรพรรดิผีดิบ