เมื่อทั้งคู่มาถึงที่ทำงาน บรรยากาศภายในบริษัทคึกคักไปด้วยพนักงานที่ทยอยกันเข้ามาทำงาน ประธานหนุ่มเปิดประตูเข้าไปห้องทำงานของเขาก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้สายตาคนร่างสูงเหลือบมองไปยังหลี่เฟยเฟย เลขาฯ สาวคู่ใจที่ทำงานด้วยกันมาเป็ปี เธอกำลังจัดแจงเอกสารต่างๆ อย่างคล่องแคล่ว รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าของเขา
แม้จะทำงานร่วมกันมานาน แต่วันนี้จ้าวเหวินกลับรู้สึกว่ามีกำแพงบางๆ กั้นกลางระหว่างเขากับหลี่เฟยเฟย แม้วันนี้เธอทำงานอย่างไม่มีที่ติ แต่เขากลับรู้สึกเหมือนเธอเก็บงำความรู้สึกบางอย่างไว้ภายใน
จ้าวเหวินพยายามหาเื่ชวนคุย แต่หลี่เฟยเฟยกลับตอบเพียงสั้นๆ ทำให้ประธานหนุ่มร้อนใจเป็อย่างมาก หรือว่าเธอจะรู้เื่ที่เขากำลังจะหมั้นกับคุณหนูเฉินแล้ว? ความคิดนี้ยิ่งตอกย้ำความรู้สึกผิดในใจเขาให้หนักอึ้งขึ้นไปอีก
"เฟยเฟย วันนี้น้องเป็อะไรรึเปล่า? ดูเหม่อๆ นะ" จ้าวเหวินเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง สายตาคมมองไปยังคนรักที่วันนี้ดูแปลกไปจากทุกวัน
หลี่เฟยเฟยสะดุ้งเล็กน้อย เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเ้านายหนุ่ม "ไม่มีอะไรค่ะคุณชายจ้าว ฉันแค่...มีเื่ให้คิดนิดหน่อยค่ะ ว่าเย็นนี้ฉันจะซื้อเครื่องประดับชิ้นไหนดี" เธอตอบด้วยเสียงแ่
“น้องไม่ต้องกังวล อยากได้ชิ้นไหนก็บอกพี่ได้เลย” เขาพยายามพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุด หวังว่าจะทำให้หลี่เฟยเฟยอารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง
หลี่เฟยเฟยเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาที่สั่นระริกราวกับจะร้องไห้ทำให้จ้าวเหวินหัวใจบีบคั้น
“ขอบคุณค่ะพี่เหวิน” เธอตอบรับด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ พยายามฝืนยิ้ม แต่รอยยิ้มนั้นกลับดูเศร้าสร้อยจนจ้าวเหวินแทบอยากจะดึงเธอเข้ามากอดปลอบ
"เฟยเฟย..." เขาเอื้อมมือไปจับมือเธอ แต่หลี่เฟยเฟยกลับเบี่ยงตัวหลบ
"เดี๋ยวฉันขอตัวไปเอาเอกสารที่แผนกบัญชีก่อนนะคะ " หลี่เฟยเฟยพูดจบก็ก้มหน้าลง ซ่อนใบหน้าที่เปื้อนน้ำตาเอาไว้ ก่อนจะรีบเดินออกจากห้องไปทันที
จ้าวเหวินมองตามแผ่นหลังบอบบางของหลี่เฟยเฟยด้วยความรู้สึกผิด เขาไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป เขาไม่อยากเสียเธอไป แต่เขาก็ไม่อาจทิ้งคุณหนูเฉินได้เช่นกัน "หรือว่าฉันจะยกตำแหน่งคุณนายรองให้เฟยเฟยดี" ชายหนุ่มครุ่นคิดพิจารณา
เมื่อถึงเวลาเลิกงานจ้าวเหวินก็พาหลี่เฟยเฟยไปเลือกซื้อเครื่องประดับ ร้านหยกเจิงฮวาอยู่ในย่านการค้าเจริญรุ่งเรืองที่สุดของเมืองหลวงเต็มไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา ทั้งเศรษฐีใหม่ นักธุรกิจ และนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทุกคนต่างมุ่งหน้ามาที่นี่เพื่อเลือกหาเครื่องประดับหยกชั้นเลิศประดับกาย
จ้าวเหวินเดินนำหลี่เฟยเฟยเข้ามาในร้านด้วยท่าทางภูมิฐาน ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบๆ ก่อนจะหยุดลงที่สร้อยหยกเส้นหนึ่งที่ประดับอยู่บนหุ่นโชว์
“เฟยเฟย สร้อยเส้นนี้สวยดีนะ เหมาะกับเธอ” จ้าวเหวินเอ่ยขึ้นพร้อมกับชี้ไปที่สร้อยหยกเส้นนั้น
หลี่เฟยเฟยมองตามสายตาของจ้าวเหวินไปยังสร้อยหยกเส้นนั้น มันเป็สร้อยหยกจักรพรรดิสีเขียวเข้ม สลักลวดลายอย่างประณีตวิจิตร ดูหรูหราและทรงคุณค่าสมราคา
แต่หลี่เฟยเฟยกลับส่ายหน้าเบาๆ “ไม่เอาค่ะ ฉันอยากได้เส้นนั้นมากกว่า” เธอชี้นิ้วไปยังสร้อยหยกอีกเส้นหนึ่งที่วางอยู่ในตู้โชว์
มันเป็สร้อยหยกสีขาวบริสุทธิ์ไร้ตำหนิ ประดับด้วยเพชรเม็ดเล็กๆ ระยิบระยับ ดูเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความสง่างาม
“เส้นนั้นเหรอ?” จ้าวเหวินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยอย่างแปลกใจ “มันแพงมากเลยนะ คงมีราคาหลายหมื่นหยวน”
หลี่เฟยเฟยครุ่นคิด สร้อยหยกเส้นนี้ มีมูลค่ามหาศาล หากเธอได้มันไป เธอจะสามารถนำไปขายเพื่อเป็ทุนในการหลบหนี และเลี้ยงดูลูกน้อยในท้องของเธอได้ ลูกน้อยที่เกิดจากความผิดพลาด และเป็เครื่องเตือนใจถึงความโหดร้ายของผู้ชายคนนี้
เธอยิ้มบางๆ "ฉันรู้ค่ะ แต่มันสวยมาก ฉันชอบสีขาวบริสุทธิ์ของมันเหมือนดอกมู่หลานที่พี่ชอบ" เธอทำท่าทางออดอ้อนจ้าวเหวิน
"เอาเถอะ ถ้าน้องชอบ พี่ก็จะซื้อให้" ประธานหนุ่มถอนหายใจเบาๆ แม้จะรู้สึกว่าราคาสูงเกินไป แต่เมื่อเห็นแววตาเว้าวอนของหลี่เฟยเฟย เขาก็ไม่อาจปฏิเสธได้ "ผมเอาสร้อยเส้นนั้นครับ" เขาหันไปบอกพนักงานของร้าน
"ขอบคุณค่ะ" หลี่เฟยเฟยยิ้มหวานให้จ้าวเหวิน แต่แววตาของเธอกลับเต็มไปด้วยความเศร้า ใกล้จะถึงเวลาที่เธอจะต้องจากไปแล้ว
“ไม่เป็ไรหรอก พี่อยากให้น้องมีความสุข” จ้าวเหวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน มือหนาเอื้อมไปลูบผมของหลี่เฟยเฟยอย่างรักใคร่
ทั้งสองเดินเคียงข้างกันไปยังรถยนต์คันหรูที่จอดรออยู่ ระหว่างทาง หลี่เฟยเฟยเหลือบไปเห็นครอบครัวเล็กๆ เดินผ่านไป พ่อแม่จูงมือลูกน้อยวัยน่ารัก หัวใจของเธอรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมา
"พี่เหวินคะ" หลี่เฟยเฟยเอ่ยถามเสียงแ่ "พี่อยากจะมีลูกเหมือนครอบครัวนั้นไหมคะ"
จ้าวเหวินชะงักไปเล็กน้อย เขามองหลี่เฟยเฟยด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
"ตอนนี้พี่ยุ่งเื่บริษัท พี่ยังไม่คิดจะมีลูกตอนนี้"
คำตอบนั้นราวกับคมมีดกรีดแทงใจหลี่เฟยเฟย น้ำตาเอ่อคลอหน่วยตา แต่เธอพยายามกลั้นมันไว้ แม้ลึกๆ แล้วเธอจะรู้คำตอบอยู่แล้ว แต่ก็ยังแอบหวังลมๆ แล้งๆ ว่าเขาจะเปลี่ยนใจ หวังว่าเขาจะโอบกอดเธอไว้ แล้วบอกว่าจะมีลูกด้วยกัน
“อ้อ…ค่ะ” หลี่เฟยเฟยตอบรับในลำคอด้วยเสียงสั่นเครือ
จ้าวเหวินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “เฟยเฟยน้องถามทำไมเหรอ”
หลี่เฟยเฟยสะดุ้งเล็กน้อย รีบปรับสีหน้าให้เป็ปกติ “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ฉันก็แค่…ถามไปอย่างนั้นเอง” เธอฝืนยิ้ม แต่รอยยิ้มนั้นกลับดูเศร้าสร้อยยิ่งนัก
จ้าวเหวินพยักหน้ารับ ก่อนจะก้มลงไปสนใจเอกสารตรงหน้าต่อ ราวกับบทสนทนาเมื่อครู่เป็เพียงเื่เล็กน้อย ไม่สำคัญอะไร
เมื่อหลินเฟยเฟยมาถึงคฤหาสน์ตระกูลจ้าว เธอลงจากรถยนต์ก่อนจะเอ่ยลา "คุณชายจ้าวฉันกลับก่อนนะคะ" เธอโค้งคำนับให้เขาก่อนจะเดินจากมา
เมื่อเธอเดินมาถึงตึกฝั่งตะวันตกที่เป็ตึกของคุณนายรอง ร่างบางวางกระเป๋าลงบนโซฟาตัวโปรดก่อนจะทิ้งตัวลงไปด้วยความเหนื่อยล้า ทันใดนั้นป้าหวังคนรับใช้ก็เดินเข้ามาหา
"คุณหนูเฟยเฟยคะ วันนี้มีโทรศัพท์โทรมาหาคุณค่ะ บอกว่าเป็เพื่อนของคุณหนูสมัยเรียน" ป้าหวังรายงาน
"ขอบคุณค่ะป้าหวัง" หลี่เฟยเฟยเดินไปโทรศัพท์ก่อนจะกดโทรออกไปยังหมายเลขที่จดไว้
ตื๊ด... ตื๊ด...
"ฮัลโหล" เสียงปลายสายดังขึ้น
"มีมี่นี้ฉันเฟยเฟยนะแกโทรหาฉันมีอะไรหรือเปล่า"
"เฟยเฟย ฉันกำลังจะโทรหาแกพอดีเลย"
"มีอะไรรึเปล่า" หลี่เฟยเฟยเอ่ยถามด้วยความสงสัย
"คือ... ฉันจะแต่งงานแล้วนะ" หยางมี่บอกด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
"จริงเหรอ ยินดีด้วยนะ ฉันดีใจด้วยจริงๆ " หลี่เฟยเฟยยินดีกับเพื่อนรักอย่างจริงใจ ถึงแม้จะแอบแปลกใจเล็กน้อยที่จู่ๆ หยางมี่ก็ประกาศแต่งงาน
"ขอบใจนะเฟยเฟย ฉันอยากเจอแกจังเลย พรุ่งนี้ว่างไหม ไปเจอกันหน่อยสิ"
"ว่างสิ" ร่างบางรับปากทันที "พวกเราจะเจอกันที่ไหนดีล่ะ ั้แ่เรียนจบฉันก็ไม่ได้เจอหน้าแกเลย"
"เจอกันที่คาเฟ่ 'สายรุ้ง' ตอนแกเลิกงานก็แล้วกันนะ"
"ตกลง พรุ่งนี้เจอกัน" หลี่เฟยเฟยวางสายไปพร้อมกับความรู้สึกที่หลากหลาย
ในวันรุ่งขึ้นหลังจากเลิกงานเสร็จ หลี่เฟยเฟยรีบเก็บข้าวของบนโต๊ะทำงาน เธอมีนัดสำคัญกับเพื่อนรักที่ไม่ได้เจอกันนาน
"พี่เหวินคะ วันนี้ขอตัวก่อนนะคะ" เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น
"มีนัดกับใครเหรอ" จ้าวเหวินถามด้วยความสงสัย
"กับเพื่อนสนิทค่ะ เธอจะแต่งงานเลยนัดเจอฉันนะคะ" หลี่เฟยเฟยตอบไปตามความจริง
"อย่างงั้นเหรอ งั้นระวังตัวด้วยนะ ถ้ากลับบ้านค่ำก็เรียกพี่ไปรับได้นะ"
"พี่เหวินไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันดูแลตัวเองได้" เฟยเฟยเอ่ย ก่อนจะรีบวิ่งออกจากบริษัทไป
คาเฟ่ 'สายรุ้ง' เป็ร้านกาแฟเล็กๆ ตกแต่งแบบเรียบง่าย ตั้งอยู่ริมถนนใหญ่ใกล้มหาวิทยาลัยปักกิ่งที่เธอมาเป็ลูกค้าประจำตอนสมัยเรียน หลี่เฟยเฟยมาถึงก่อนเวลาเล็กน้อย เธอเลือกโต๊ะริมหน้าต่างที่สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ด้านนอกได้ สายตาของเธอทอดมองไปยังผู้คนที่สัญจรผ่านไปมา แต่ใจของเธอกลับลอยไปไกล ตอนนี้เธอใกล้จะเตรียมพร้อมจะออกจากบ้านตระกูลจ้าว
ตอนนี้นี้เก็บเครื่องประดับเงินทองที่คุณชายจ้าวเคยให้ เธอมารวบรวมไว้เยอะพอสมควร ชาติก่อนเธอโง่เองที่ออกจากบ้านไปโดยไม่หยิบอะไรออกไปด้วย สุดท้ายก็ต้องตายอย่างโดดเดี่ยว
ไม่นานนัก หยางมี่ก็มาถึง เธอยังคงสวยสดใสเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือประกายแห่งความสุขที่เปล่งประกายออกมาจากดวงตา
"เฟยเฟย" หยางมี่โผเข้ากอดหลี่เฟยเฟยแน่น "คิดถึงแกจัง"
"ฉันก็คิดถึงแกเหมือนกัน" หลี่เฟยเฟยยิ้มรับ
"ว่าแต่... ใครคือเ้าบ่าวล่ะ" เธอเอ่ยถามด้วยความอยากรู้
หยางมี่หยุดชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงแ่เบา "รุ่นพี่จางเฉิน...นะ"
"รุ่นพี่จางเฉินหรือ? " หลี่เฟยเฟยทวนชื่อนั้นด้วยความใ
หยางมี่พยักหน้ารับเบาๆ อย่างเขินอาย
'โอ๊ยไม่คิดเลยว่าคนที่ยัยมีมี่เขม่นตอนสมัยเรียน จากคู่กัดจะกลับกลายมาเป็คู่รักแทนซะได้'
+++++++++++++++++++++++
สงสารยัยน้องเมื่อรุ้ว่าอีพี่ไม่อยากมีลูก ไรท์อยากกอดโอ๋เข้าไปซับน้ำตาให้ยัยน้องมาก อีพี่เลวก็อยู่คนเดียวไปละกันเชอะ
