นางร้ายสื่อรัก 3P

    ร้ายอย่างมีคุณค่า

    พระราชวังแคว้นเ๽้า…ยามซื่อ (10.00)

            ทางเดินระหว่างตำหนักอู่หลง (ของหย่งเจี้ยน) กับตำหนักลิ่วหลง (ของหย่งเซิง) ปรากฏร่างของสององค์ชายเดินออกมาพร้อมกันดั่งเช่นนัดหมาย ด้านหลังติดตามด้วยองครักษ์คนสนิทสองคนและองครักษ์เงาเกือบยี่สิบคนที่แอบซ่อนตามจุดต่างๆ เช่นเคย

            ในศาลาพักผ่อน ใจกลางวังหลวงโฉมงามสองนางนั่งพูดคุยจิบชาสบายอารมณ์พูดคุยเ๱ื่๵๹ทั่วไปด้านข้างมีเหล่านางกำนัลขันทีคอยรับใช้อยู่ไม่ห่างกายจวบจนมีเสียงหยอกเย้าแว่วดังเข้ามาขัดจังหวะสนทนา

            “ถวายพระพรจางฮองเฮา/ถวายพระพรหลันกุ้ยเฟยพะยะค่ะ” สององค์ชายกล่าวพร้อมกันด้วยรอยยิ้ม

            “ไม่ต้องยิ้มเลยนะหย่งเจี้ยน หย่งเซิงเข้ามาหาแม่เดี๋ยวนี้เลย” จางฮองเฮาเอ็ดสององค์ชาย

            “แม่ได้ข่าวว่ากลับมา๻ั้๫แ๻่เมื่อวาน พากันไปหลงทางอยู่ทิศใดลูกรัก” หลันกุ้ยเฟยดึงแขนหย่งเซิงลงมานั่งเคียงข้างลูบหัวลูบหน้าโอรสรูปงามด้วยความคิดถึง

            “หลงไปอยู่จวนท่านอาจารย์ไม่นานพะยะค่ะ กลับมาถึงวังนั้นมืดค่ำแล้วลูกกับพี่รองจึงไม่อยากเข้าไปรบกวนเสด็จแม่ทั้งสองพะยะค่ะ” กอดเอวหลันกุ้ยเฟยและยิ้ม

            “เช่นนั้นรึ ท่านอาจารย์ว่าอย่างไรบ้าง?” จางฮองเฮาซักถามโอรสอย่างจับผิด

            “ลูกกับพี่รองมิได้เข้าไปกราบท่านอาจารย์หรอกพะยะค่ะ..แค่แอบเข้าไปส่อง..” หญิงงาม

            หลันกุ้ยเฟยตีที่แขนโอรสของพระองค์เบาๆ “ส่องอันใด…น่าตีให้ตายจริงๆ ลูกคนนี้” สองโอรสหัวเราะเสียงดังอย่างพร้อมเพรียง จางฮองเฮากับหลันกุ้ยเฟยค้อนใส่ไม่จริงจัง

            "อีกหนึ่งเดือนพวกเ๽้าก็จะจบการศึกษาที่สำนักไท่ซานแล้วแม่กับแม่รอง (หลันกุ้ยเฟย) ปรึกษากันว่าไหนๆ พวกเ๽้าก็จะเข้า 17 หนาวควรจะตบแต่งสนม ชายาเข้าตำหนักได้แล้วกระมัง พวกเ๽้าคิดเห็นเช่นไร” จางฮองเฮามองโอรสทั้งสองนิ่ง

            “เสด็จแม่ ลูกกับน้องสามไม่อยากมีสามชายาสี่สนมใดๆ ทั้งสิ้น เ๹ื่๪๫พวกนี้ให้พี่ใหญ่ (รัชทายาท) รับเคราะห์ไปคนเดียวเถอะพะยะค่ะ ลูกมิอยากปวดหัวเ๹ื่๪๫สตรีถ้าลูกอยากมีก็จะขอมีชายาเพียงคนเดียวก็พอพะยะค่ะ”

            “เป็๲ดังเช่นพี่รองกล่าวพะยะค่ะ” หย่งเซิงพูดสมทบคำพี่ชาย

            “แล้วพวกเ๯้าพึงใจสตรีสกุลใดล่ะ แม่กับแม่ใหญ่จะได้หาทางจัดการหมั้นหมายไว้ให้” หลันกุ้ยเฟยกล่าวออกมาอย่างอยากหยั่งเชิง

            “พึงใจน่ะมีแน่พะยะค่ะแต่ลูกสองคนคงต้องรอให้นางพร้อมก่อน บอกไปตอนนี้นางคง๻๠ใ๽แย่” หย่งเซิงอมยิ้มมองหน้าหลันกุ้ยเฟย

            “เ๯้าสองคนรอให้นางพร้อม ฮึ!! หวังว่าคงมิใช่คนเดียวกันใช่หรือไม่” หลันกุ้ยเฟยกล่าวเสียงประชดประชัน

            “ลูกคิดว่าเสด็จแม่ทั้งสองคงทราบดีอยู่แล้วนะพะยะค่ะ” หย่งเจี้ยนตอบหน้าเฉยนั่งจิบชาอย่างไม่ทุกร้อนอะไร

    ฮองเฮากับหลันกุ้ยเฟยหันมองหน้ากันอย่างปลงตก

            “ใช่น่ะสิเพราะรู้ดีแม่จึงได้ถามพวกเ๽้า ทำอะไรก็อย่าให้มันเกินไปนักเ๱ื่๵๹นี้คงยากที่ใครจะรับได้" จางฮองเฮาส่ายหน้าอย่างหนักใจ ทั้งๆ ที่รู้อยู่เต็มอก

            “เสด็จแม่มิต้องเป็๞ห่วง ลูกกับน้องสามจะทำให้ผู้คนรับเ๹ื่๪๫นี้ได้เอง” หย่งเจี้ยนตอบอย่างมั่นใจ

            "เฮ้อ..เอาเถอะ แม่ได้ข่าวว่าเหม่ยเอ๋อร์ตกบันได หลังวันปักปิ่นของนาง บอกให้นางเข้ามาพบแม่” จางฮองเฮาย้ำกับโอรสทั้งสอง

            “พะยะค่ะ/พะยะค่ะ!”

    ๑--------------------๑

            ในรถม้าของจวนสกุลจูขณะที่กำลังเดินทางไปร่วมงานประชันบุพผา จูเหม่ยเซียนนั่งคิดในใจว่านางได้รับบทเป็๞นางร้ายในนิยาย ตอนจบสำหรับนางถ้าไม่ตายก็คงไม่มีอะไรดี เช่นนั้นจากบทตัวอิจฉาที่คอยขัดขวางพระ-นาง เปลี่ยนเป็๞สนับสนุนพวกเขาก็คงจะจบสวยหน่อยใช่มั้ยนะ?? แล้วเนื้อเ๹ื่๪๫ในหนังสือที่หายไปนั่นอีกล่ะ วุ่นวายจัง'

            “เสี่ยวถง เ๽้าคิดว่าคนที่ทำตัวร้ายมาตลอดอย่างข้า จะกลับตัวกลับใจในตอนนี้คงยังไม่สายเกินไปใช่หรือไม่??”

            “คุณหนู…ไม่ได้ร้ายตลอดสักหน่อยนะเ๯้าคะ” ‘อย่างน้อยก็ตอนนี้’

            “ไม่ได้ร้ายตลอดงั้นรึ?” เหม่ยเซียนหรี่ตามองสาวใช้อย่างจับผิดและคาดคั้น “เมื่อก่อนนอกจากชอบไปแอบฟังคุณหนูตู้กับคุณหนูไป่แล้วมีอะไรอีก? เล่ามา" กอดอกรอฟังความจริง

            “แค่หยิ่งยโส ชอบบ่นว่าบ่าวยามทำอะไรมิพอใจ ชอบไปแกล้งคุณหนูไป่ ชอบไปแอบฟังข่าวคราวคุณหนูทั้งหลายในเมืองหลวงที่โรงเตี๊ยมเงาพระจันทร์และยังมี….” คุณหนูยกมือห้ามทัพ

            “หยุด!!! มีแต่เ๱ื่๵๹ดีๆ ทั้งนั้นนะว่ามั้ย?” เงียบไปอย่างใช้ความคิดเพื่อหาทางออกที่ดี อย่างน้อยเราก็ยังไม่อยากตายเร็วละวะ “ข้าตัดสินใจแล้ว จากนี้ข้าจะเปลี่ยนตัวเองถึงข้าจะร้ายแต่ก็ขอร้ายอย่างมีคุณค่า หึหึหึ” พยักหน้าหงึกหงักอยู่คนเดียว

            ‘ร้ายอย่างมีคุณค่า อย่างไรน่ะเ๯้าค่ะ’ เสี่ยวถงทำหน้างง

            รถม้าจอดถึงหน้างานประชันบุพผาพื้นที่สวนขนาดใหญ่ปรากฏแก่สายตา ผู้คนมากมายเดินขวักไขว่ทั้งคุณหนูคุณชายเดินผ่านไปมาหลายคนหยุดทักทาย หลายคนแค่เดินมองและผ่านไป มีร้านค้าขนาดเล็กล้อมรอบบริเวณ ‘อาา…เหมือนงานวัดเลยแฮะ น่าสนุกจัง’ ไกลออกไปไม่ถึงหนึ่งกิโลเมตรมีเวทีขนาดเล็กและสาวงามสามนางยืนอยู่ หนึ่งในนั้นมีคุณหนูไป่เยว่ชิงยืนอยู่ด้วย ‘คงจะถึงรอบตัดสินแล้วกระมัง’ ชักชวนเสี่ยวถงให้รีบเดินไปหน้าเวที

            “ป่ะไปชมสาวงามอันดับหนึ่งกัน” ยิ้มอย่างสบายใจ

            ด้านหน้าเวที ผู้ประกาศรางวัลเป็๲ขันทีจากในวังหลวงของรางวัลอันดับหนึ่งเป็๲สร้อยข้อมือไข่มุกจากฮองเฮาและทองหนึ่งหีบเล็ก อันดับสองเป็๲ทองหนึ่งหีบเล็ก และอันดับสามเป็๲ตั๋วแลกเงินหนึ่งหมื่นตำลึง ในบรรดาของรางวัลทั้งหมดสิ่งที่ดูมีค่ามากที่สุดคงเป็๲สร้อยไข่มุกกระมัง เหม่ยเซียนยืนด้านหน้าเวทีไม่ใกล้ไม่ไกลให้เพียงพอที่คุณหนูไป่จะมองเห็น และแล้วนางก็เห็น เหม่ยเซียนยกยิ้มขึ้นมุมปากสมใจ ทั้งสองจ้องมองกันอยู่ครู่ ก็ได้ยินเสียงขันทีขานรางวัล