หลังจากหลางเชียนอิงมาอยู่สกุลหวงได้ไม่กี่วันปฏิบัติการผูกมิตร แต่แอบแฝงการกลั่นแกล้งของหวงจิ่วหลินก็เริ่มขึ้นนางส่งสาวใช้ไปเรียกหลางเชียนอิงมาที่ห้อง บอกว่าชวนมาเลือกดูผ้าเพื่อตัดเสื้อ
“ตัดผ้าทั้งสองพับเป็ชิ้นเล็กขนาดเท่ากันให้ข้าทีข้าจะนำมาเย็บต่อกัน” หญิงสาวชี้นิ้วไปยังผ้าสองพับที่วางกองบนพื้นห้อง
หลางเชียนอิงมองพื้นห้องที่นางลงความเห็นในใจว่าสกปรกเต็มไปด้วยเศษดินเกินกว่าจะเป็ห้องของลูกสาวเศรษฐีมีคนคอยรับใช้ นางก้มตัวลงหยิบห่อผ้าขึ้นมา
“คุณหนูไม่ใช่เรียกข้ามาเลือกผ้าตัดชุดหรอกหรือ”
“ข้าเรียกมาดูและก็ขอให้ช่วยตัดมันอย่างไรเล่า เ้าไม่เข้าใจคำสั่งของข้าหรอกหรือ” เ้าของห้องทำหน้าซื่อ นางอมยิ้มเล็กน้อย
หลานเชียนอิงสะดุดใจคำว่า‘คำสั่ง’ นางเห็นโต๊ะกลางมีพื้นที่ว่างจึงคิดจะวางพับผ้าลง
“เ้าจะทำสิ่งใด”
“ตัดผ้าบนโต๊ะเ้าค่ะ”จริงๆ แล้วหลางเชียนอิงไม่อยากเอ่ยคำมีหางเสียงด้วยซ้ำด้วยว่านางก็มีฐานะเป็น้องสาวฟูเหรินรอง มิใช่บ่าว แต่เพราะคนที่อยู่เบื้องหน้านางคือหวงจิ่วหลินจึงไม่อยากให้ผู้อื่นเห็นว่านางวางตัวแข็งข้อมากเกินไป
“ข้าสั่งให้เ้านั่งตัดผ้าบนพื้นโต๊ะนี้ข้าจะใช้วางของ เ้าตัดผ้า ส่วนข้าจะนั่งเย็บ”
“ตัดบนพื้นผ้าจะไม่สกปรกหรือ” เสื้อผ้าสวยๆที่นางสวมจะเป็เช่นไรหากลุกนั่งตัดผ้ากับพื้นห้อง ใครมาเห็นสภาพนี้นางคงอับอาย
“พื้นห้องข้ารับรองสะอาดกว่าฟูกนอนของเ้าแน่”หวงจิ่วหลินหัวเราะจงใจเหยียดหยามอีกฝ่าย ปรกติพื้นห้องนางสะอาดไร้ฝุ่นผงเพียงแต่วันนี้นางอยากต้อนรับหลางเชียนอิงเสียหน่อย “หรือเ้าคิดว่ามันไม่สะอาดดั่งใจจะถอดเสื้อเ้าถูพื้นให้ข้าก่อนก็ย่อมได้”
ถูกดูแคลนเื่ที่หลับนอนว่าสกปรก หลานเชียนอิงก็กำชายผ้าแน่น
“ว่าอย่างไรเ้าพอจะช่วยงานข้าเล็กๆ น้อยๆ ได้หรือไม่หรือต้องกลับไปขออนุญาตฟูเหรินรองผู้เป็ใหญ่กว่าใครในบ้านสกุลหวงก่อน” ต่อหน้าบิดานางจำใจเรียกหลางรั่วอิ๋งว่าแม่รองแต่ลับหลังไยนางต้องเรียกให้เสนียดปาก
“พี่สาวเ้าพูดเองนี่ว่าแต่ก่อนเ้าอยู่กับญาติ งานบ้านการเรือนก็ทำมิได้ขาดงานหนักยิ่งกว่าคนใช้เ้าก็เคยทำเอ...หรือว่าเพราะชุดที่สวมอยู่ตอนนี้ทำให้หลงลืมไปแล้วว่าตัวเองมีกำพืดอย่างไรเคยทำอะไรมาแล้วบ้าง”
ยิ่งเห็นสีหน้าคล้ำเครียดที่พยายามซ่อนอย่างลำบากยากเย็นของอีกฝ่ายหวงจิ่วหลินก็ยิ่งสะใจ
“ข้าทำได้” นางยอมนั่งยองๆ ตัดผ้าบนพื้น
“ตัดให้ตรงๆขนาดเท่ากันด้วยนะ พูดครั้งเดียวให้เข้าใจ ข้าไม่อยากพร่ำพูดเหมือนสั่งวัวควาย”
ถูกคนอายุน้อยกว่าท้าทายด้วยคำพูดและสายตาหลางเชียนอิงได้แต่กัดฟันกรอดแล้วก้มหน้าตัดผ้าบนพื้นแต่เพราะพื้นสกปรกด้วยฝุ่นดินสีเหลืองหลังจากนั้นนางยังต้องรับคำสั่งให้ซักผ้าชิ้นเล็กชิ้นน้อยจนมือแทบพัง
เหตุการณ์หลังจากวันนั้นหวงจิ่วหลินยังคงเอ่ยปากชักชวนหลางเชียนอิงต่อหน้าบิดา อาทิชวนนางไปดูเครื่องประดับ แต่ที่จริงคือให้ไปเช็ดทำความสะอาด ชวนไปเดินเล่นในสวนแต่ที่จริงคือใช้นางยกกระถางจัดสวนเสียอย่างนั้น
ที่คิดว่าตัวเองสามารถรับมือได้หลายหนเข้า หลางเชียนอิงก็พกพาอารมณ์โกรธแบบหัวฟัดหัวเหวี่ยงไประบายกับพี่สาว
“นางถือดีอะไรมาสั่งข้าข้าไม่ได้เป็คนใช้นางเสียหน่อย อายุก็น้อยกว่าข้าด้วยซ้ำ” ที่ผ่านมานางสู้อดทนให้พวกญาติๆกดขี่ข่มเหงมานานหลายปี ชีวิตคนใช้ในบ้านเศรษฐีย่ำแย่กว่านี้นางก็ผ่านมาแล้วแต่ชีวิตใหม่ที่ถูหยางจะต้องไม่เป็อย่างเก่า
“เ้าทนอีกนิดเถอะปล่อยให้สองแม่ลูกนั่นคิดว่ารังแกเ้าได้ง่ายๆ ทำตัวให้น่าสงสารน่าเห็นใจเข้าไว้ไว้ข้าจะบอกท่านพี่ว่าเ้าลำบากใจจะเล่าถึงความคับอกคับใจมากเพียงไรเอาเป็ว่ากว่าข้าจะรู้เื่ น้องสาวตัวเองก็โดนลูกสาวเขาแกล้งสารพัดแล้วถึงตอนนั้นท่านพี่ต้องรู้ความร้ายกาจของอี้หงกับจิ่วหลินและถึงตอนนั้นขอเพียงเ้าเล่นละครบีบน้ำตาอีกสักหน่อยขี้คร้านพวกนางจะอกแตกตายที่ถูกท่านพี่รังเกียจยิ่งกว่าเดิม”
“ไหนพี่บอกว่าจะแนะนำผู้ชายดีๆ ให้ข้าแล้วทำไมยังต้องให้ข้าทนถูกนังคุณหนูบ้าอำนาจนั่นโขกสับอยู่ได้”
หลางรั่วอิ๋งส่ายหน้ายื่นมือหยิกน้องสาวหนึ่งหน
“เพิ่งมาอยู่ไม่ทันไรเ้าจะใจร้อนเกินไปไหม”
น้องสาวทำหน้าเบ้“รีบหาผู้ชายดีๆ มาแต่งกับข้าได้เร็วเท่าไรยิ่งดีข้าไม่อยากทนสภาพต้องแกล้งยอมทน ทั้งที่ความจริงแล้วข้าสามารถตบหวงจิ่วหลินได้หลายฉาดตั้งนานแล้ว”
“เ้านี่นะใจร้อนพานจะทำข้าเสียเื่ด้วย อยากอยู่สุขสบายก็ทนอีกนิดเถอะผู้ชายเมืองหลวงไม่เหมือนพวกผู้ชายบ้านนอกที่เราเคยรู้จัก กิริยามารยาทการวางตัวสงบเสงี่ยม เ้าต้องมีให้มาก คิดจะตกเบ็ดได้ปลาตัวโตเ้าต้องทำตัวเป็เหยื่อที่คู่ควรให้เขาฮุบกินจึงจะถูก เชื่อพี่เ้า ช้าสักนิดแต่ผลตอบแทนจะทำให้สองแม่ลูกนั่นกระอักเืคับแค้นใจจนสติแตกเลยทีเดียว”
“ก็ได้ๆ ข้าจะรอสักวันที่จะได้เอาคืนนังคุณหนูนั่น”คนอย่างนางหากใครทำให้เจ็บนางไม่มีวันเลิกราความคิดที่จะแก้แค้นเป็อันขาด “แล้วนังคุณหนูอีกคนที่พี่เคยเล่าให้ข้าฟังอยู่ที่ใดจนป่านนี้ข้าก็ยังไม่เห็นหน้านาง”
“หวงเฟิ่งเหยาน่ะหรืออย่าไปสนใจนางเลย อยู่บ้านนี้นางถูกทั้งย่ารอง อาสะใภ้กับพี่สาวรังแกยิ่งกว่าบ่าวแต่ฤทธิ์ก็มากไม่เบา ทำเอาคนพวกนั้นหัวหมุนอยู่บ่อยครั้งข้าเคยคิดจะดึงนางมาเป็พวก ติดแต่ว่าคุณชายติงเป็คู่หมายนางหากเ้ากับคุณชายสมรักกัน ก็เท่ากับเราต้องเป็ศัตรูกับนางด้วยแต่เื่นี้ไม่เป็ปัญหาเท่าไร เพราะปรกติท่านพี่ก็ไม่สนใจไยดีนางอยู่แล้วใครให้นางอาภัพพ่อแม่ตาย ปู่ตายเหลือตัวคนเดียวอยู่ในบ้านที่มีแต่คนเห็นนางเป็ศัตรู”
เทพเทวดาเกลียดชังภูตผีก็ยังรังเกียจ จะหาคุณหนูบ้านไหนมีชะตาอาภัพได้เท่ากับหวงเฟิ่งเหยาอีก
“ในโลกนี้มีคนโชคร้ายขนาดนี้เชียวหรือ”หลางเชียนอิงชักอยากเห็นหน้าคนที่เกิดมาโชคร้ายกว่าพวกนางสองพี่น้อง
“นางจะโชคร้ายยิ่งกว่านี้ถ้านางริมาเป็ศัตรูกับเรา” รอยยิ้มชั่วร้ายผุดขึ้นบนดวงหน้างดงามเมื่อมีพี่สาวให้ท้ายหลางเชียนอิงก็หัวเราะหยันเหยียดชะตาชีวิตของหวงเฟิ่งเหยาด้วยอีกคน
เพราะหลางรั่วอิ๋งอยากให้น้องสาวสร้างภาพลักษณ์คุณหนูตระกูลสูงจึงสั่งห้ามไม่ให้หลางเชียนอิงออกจากบ้านไปเดินเตร่ที่ไหนวันๆ ถ้าไม่วนเวียนอยู่ใกล้พี่สาว นางก็นอนเกียจคร้านอยู่แต่บนเตียงกระทั่งรู้สึกเบื่อถึงขีดสุดและวันนี้ก็ถือเป็วันดีที่หวงจิ่วหลินกับมารดาไม่อยู่บ้านผู้มาอยู่ใหม่จึงออกไปเดินเล่นสำรวจความใหญ่โตของบ้านสกุลหวงพร้อมกับวางมาดคุณหนูลูกผู้ดีให้บ่าวไพร่ในเรือนได้เห็น
หญิงสาวเดินเล่นเรื่อยเปื่อยจนไปถึงโรงครัวแต่ไม่ได้แวะเข้าไปเพราะทนกลิ่นควันฟืนหุงอาหารไม่ได้อีกแล้วจบสิ้นกันทีสำหรับชีวิตที่ต้องคอยรับใช้คนในบ้านเยี่ยงทาส
หลางเชียนอิงเดินสำรวจรอบบริเวณจนไปถึงประตูหลังของบ้านสกุลหวงนางคิดอยากจะแอบพี่สาวออกไปเดินเล่นนอกบ้านครั้นเหลียวซ้ายแลขวาแล้วไม่เห็นใครจึงพุ่งกายออกประตูหลังโดยพลัน
ทว่าร่างบอบบางกลับชนเข้ากับคนผู้หนึ่งหญิงสาวร้องวี้ดขึ้นมา อารมณ์โมโหที่ถูกคนเดินมาขวางทางในขณะนึกหวั่นเกรงว่าพี่สาวจะเห็นว่าแอบหนีออกไปเที่ยวนอกบ้านทำให้นางเงื้อมือหมายจะฟาดใส่อีกฝ่ายทั้งที่ร่างทั้งร่างก็ซบอิงอยู่กับแผ่นอกล่ำสันอันเปลือยเปล่า
สืออวิ๋นจับข้อมือของหญิงสาวที่เขามองปราดเดียวก็จำได้คือหลางเชียนอิง
“เ้า!” มือข้างหนึ่งของนางถูกเ้าของร่างหนาเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อตึงแน่นเป็ลอนริ้วจับไว้แต่อีกข้างก็วางแนบอยู่บนแผ่นอกของอีกฝ่ายเหตุที่สืออวิ๋นต้องเปลือยท่อนบนกลับมาบ้านในยามใกล้เที่ยงเป็เพราะว่าเกิดอุบัติเหตุเล็กน้อยที่โรงหีบเมล็ดถั่วจนทำให้เสื้อเปรอะเปื้อนน้ำมันเพราะตอนค่ำจะต้องออกไปส่งของให้ร้านหวงเสียงเป่าจึงกลับมาเปลี่ยนเสื้อและถือโอกาสกินข้าวเที่ยงพร้อมมารดา
ความร้อนจากผิวกายสีเข้มใต้ฝ่ามือเรียวขาวสะอ้านทำให้หลางเชียนอิงเกิดอาการหน้าแดงขึ้นมาสายตาเกรี้ยวโกรธเมื่อครู่อ่อนแสงพร้อมกับลดมือข้างที่จะทำร้ายเขาลง ลำคอหญิงสาวแห้งผากกับความสมบูรณ์ของมัดกล้ามที่ตนได้ััจู่ๆ นางก็คิดถึงรสแห่งสิเน่หาของชายคนรักที่ตนจากมากะทันหันความทรงจำอันหวามไหวส่งผลให้คลื่นความร้อนในกายถูกปลุกเร้าจนทำให้ทั้งเรือนกายสะท้านสั่น
“คุณหนูเจ็บตรงไหนหรือไม่”เ้าของเรือนกายกำยำคร้ามเข้มเอ่ยถามด้วยความห่วง
หลางเชียนอิงสบตาเข้ากับดวงตาคมที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน
“เ้าเป็ใคร” เขากำลังจะเดินเข้าบ้านสกุลหวง แน่ว่าต้องอยู่ที่นี่
“ข้าเป็ลูกชายของแม่ครัวชื่อสืออวิ๋นขอรับ”
กะแค่ลูกชายแม่ครัวคนอยู่ในฐานะบ่าว...ความเคลิบเคลิ้มของหลางเชียนอิงลดลงไปหลายส่วน แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ยังบอกเขาเสียงแ่
“เจ็บสิเ้าชนข้าเสียเต็มแรง ขาข้าคงแพลงแล้ว” ร่างบอบบางโอนเอนราวทรงตัวไม่อยู่กะทันหันสืออวิ๋นช่วยพยุงร่างนางไว้ทันควัน
“ข้าจะพาคุณหนูเข้าไปในบ้านนะขอรับ”
“ข้าเดินไม่ไหว”
“เอ่อ...” สืออวิ๋นอ้ำอึ้ง รู้สึกไม่สมควรที่ตนเองแต่งกายไม่เรียบร้อยจะถึงเนื้อถึงตัวหญิงสาวมากเกินไป
“ข้าให้เ้าช่วยอุ้มไปส่งที่ห้องเพราะขาเจ็บจะคิดอะไรมากมาย ใครมาพูดให้ร้ายข้าจะตบปากสั่งสอนเอง เร็วๆ เข้าเถอะข้าจะได้ใช้คนไปตามท่านหมอ”
เมื่อถูกหญิงสาวเร่งเร้าสืออวิ๋นก็จำต้องช้อนอุ้มเ้าของร่างบอบบางที่แทบจะทรงตัวไม่อยู่รอมร่อขึ้นมาแนบอกก่อนจะก้าวอย่างรวดเร็วเข้าไปในบริเวณบ้านเพราะไม่อยากตกเป็ขี้ปากคนให้เกิดข้อครหาผิดๆจึงอุ้มหญิงสาวหลบเลี่ยงไปตามจุดที่มั่นใจว่าจะไม่มีบ่าวร่วมบ้านมาเห็น
ด้านหลางเชียนอิงนั้นก็ยิ้มร่าพออกพอใจเมื่อตกอยู่ในอ้อมกอดของสืออวิ๋นนางชอบผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่อย่างเขา แต่ทำอย่างไรได้ในเมื่อลูกชายเศรษฐีบ้านไหนๆก็ต่างมีรูปร่างเล็กบางและเ้าสำอางด้วยกันทั้งนั้นสมหวังในรักกับผู้ชายที่มีรูปร่างถูกใจทว่ายากจนจะมีความสุขสู้ได้ครองคู่กับผู้ชายร่ำรวยเงินทองได้อย่างไร
เอาเถอะ...ถึงไม่ได้แอบออกไปเที่ยวนอกบ้านอย่างน้อยวันนี้ก็ยังมีเื่พอทำให้หัวใจกระชุ่มกระชวยขึ้นมาบ้าง ในระหว่างรอเวลาที่จะได้เขี่ยหวงเฟิ่งเหยาให้พ้นทางแล้วคว้าคุณชายติงมา