ร่างกายของหัวขโมยที่เคยเต็มไปด้วยตุ่มพุพองจนน้ำเหลืองไหลเยิ้ม เริ่มดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เื่พวกเขาติดโรคระบาดเหมือนจะถูกคลี่คลาย
“ผู้ใดบงการให้เ้าปล้นบ้านท่านหมอ หากพวกเ้าไม่บอกก็เตรียมถูกเผาทั้งเป็ได้เลย ตอนนี้ด้านนอกมีคนของทางการมาปิดล้อมเอาไว้ พวกเขาบอกว่าเ้าทั้งหกคนเป็โรคระบาด”
ฮั่วหนานอันข่มขู่ให้คนทั้งหกกลัว การถูกเผาทั้งเป็มันน่ากลัวกว่าตายเพราะคมหอกคมดาบเสียอีก
“นางบอกแล้วมิใช่หรือว่าพวกข้าเพียงถูกพิษ หาใช่ติดโรคระบาด”
หัวขโมยคนหนึ่งโต้เถียง พวกตนจะเป็โรคระบาดได้อย่างไร ตอนนี้ตุ่มหนองบนร่างกายกำลังแห้ง อีกไม่กี่วันก็คงหายดี
“ทุกคนสงสัย จึงมาสอบถามเอาความกับพวกเ้า บอกมาว่าใครเป็คนบงการให้พวกเ้ามาปล้นบ้านท่านหมอหญิง”
ฮั่วหนานอันกดดันหนักขึ้นเรื่อยๆ แต่คนทั้งหกยังคงเงียบ จึงสร้างความหวาดหวั่นให้พวกปากแข็งเพิ่มอีก
“เสี่ยวเฟิง เ้าเตรียมกองฟืนพร้อมแล้วหรือยัง”
“พร้อมแล้วขอรับ”
“ดี ในเมื่อคนพวกนี้ถูกหาว่าเป็โรคระบาด พวกเราควรกำจัดพวกเขาให้คนอื่นมีชีวิตรอด ทุกท่านว่าดีหรือไม่” ฮั่วหนานอันะโถาม
ชาวบ้านแม้จะยังงุนงงกับคำพูดของฮั่วหนานอัน ทว่าได้ยินคำว่ามีชีวิตรอด ทุกคนจึงะโออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน
“ดี! กำจัดต้นตอของโรคระบาดให้สิ้นซาก”
“จับตัวหัวขโมยทั้งหกไปมัดบนกองฟืน เพื่อเตรียมเผา” ฮั่วหนานอันออกคำสั่งแทนหัวหน้าหมู่บ้านที่ยืนอึ้งกับความโหดร้าย
ชาวบ้านส่วนหนึ่งรีบทำตาม ชีวิตครอบครัวของพวกตนสำคัญกว่าชีวิตของพวกอันธพาลที่ชอบก่อเื่เดือดร้อนให้กับผู้อื่น
“พวกเ้าปล่อย! อย่าเข้ามา!”
คนทั้งหกพยายามวิ่งหนี กลับไม่สามารถสู้คนกลุ่มใหญ่ได้ พวกเขาจึงถูกจับไปมัดอยู่บนกองฟืนที่เตรียมพร้อมเผาทั้งเป็
“นางบอกเองว่าพวกข้าถูกพิษ มิใช่โรคระบาด” หนึ่งในหกสติแตก รีบะโขอร้องอ้อนวอน การถูกเผาทั้งเป็มันน่ากลัวจนน้ำอุ่นๆ ไหลลงมาตามขา
“ทีนี้พวกเ้าจะบอกได้หรือยังว่าผู้ใดบงการอยู่เื้ั หากพวกเ้าไม่ยอมสารภาพสิ่งที่เป็ประโยชน์ออกมา พวกเราจะตายกันหมดทั้งหมู่บ้าน แต่ก่อนที่พวกข้าจะตาย พวกเ้าทั้งหกจะต้องตายก่อน” ฮั่วหนานอันถามคนทั้งหกอีกครั้ง
“ข้ารู้ว่าใครอยู่เื้ัพวกเขา” เสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมา ชาวบ้านทุกคนหันหน้าไปมองหาเ้าของเสียง
หม่าต้านรู้สึกประหม่ากับสายตาที่จ้องมองมา พอชาวบ้านเห็นว่าเ้าของเสียงคือหนึ่งในกลุ่มอันธพาลของหมู่บ้านก็ถอนหายใจ
ปกติในหมู่บ้านจะมีพวกที่ชอบทำตัวเหลวไหลสิบกกว่าคน ช่างน่าแปลกที่พวกเขาไม่รวมกลุ่มทำเื่เลวๆ กับหกคนนั้น ทั้งที่คลุกคลีอยู่ด้วยกัน
“ทุกคนอย่ามองข้าด้วยสายตาแบบนี้ ถึงข้าจะชอบทำตัวเหลวไหล ไม่ได้หมายความว่าข้าจะต้องทำตัวเลวปล้นชิงของผู้อื่นสักหน่อย” หม่าต้านยังคงท่าทางนักเลงใหญ่ ไม่ยอมให้ผู้ใดมาดูถูกตนได้
“เพียะ!”
“รู้เื่ใดก็พูดออกไปให้หมด จะยึกยักหาบิดาเ้าหรือ”
หญิงชราผู้เป็มารดาของหม่าต้าน ตบศีรษะบุตรชายจนหน้าแทบคว่ำ ชาวบ้านทุกคนนึกขึ้นได้แล้วว่าที่เ้าหม่าต้านไม่ยอมร่วมขบวนการด้วยคงเพราะกลัวมารดาของตนเอง
หม่าต้านกลัวมารดาจนหงอ “ถึงข้าจะเป็อันธพาล แต่ก็เป็อันธพาลที่ดี ไม่เหมือนหกคนนั้น”
“เพ้ย! อันธพาลมีดีด้วยหรือ”
คนผู้หนึ่งที่เคยมีปัญหากับหม่าต้านถุยน้ำลายออกไป ถ้าหัวหน้าหมู่บ้านไม่ห้ามทางสายตา คงเกิดการทะเลาะกันก่อนจะรู้เื่ที่หม่าต้านกำลังจะบอก
“เ้าพูดออกมาว่ารู้อะไร” หัวหน้าหมู่บ้านให้โอกาสหม่าต้านพูด
“เมื่อหลายวันก่อน ข้าแอบไปได้ยินคนพวกนั้นปรึกษากันถึงเื่การปล้นบ้านของท่านหมอโดยบังเอิญ พวกเขาคิดไปขอให้คนนอกช่วย แต่ข้าไม่รู้ว่าพวกเขาไปขอความช่วยเหลือจากผู้ใด”
หม่าต้านบอกเท่าที่ได้ยินมา พวกตนรวมกลุ่มกันดื่มกินก็จริง แต่พอมีเื่สำคัญ กลุ่มก็แบ่งย่อยออกไปอีก
“เ้ารู้ว่าคนพวกนี้จะปล้นบ้านท่านหมอ กลับไม่รีบมาบอกข้า นี่ก็เท่ากับว่าเ้าเพิกเฉยต่อสิ่งเลวร้ายในหมู่บ้าน” หัวหน้าหมู่บ้านหนวดเครากระตุก
“ผู้ใดจะกล้ามีเื่กับพวกมัน ถ้าเกิดถูกจับได้ว่าข้าเป็คนนำเื่ไปฟ้องท่าน ครอบครัวข้าต้องถูกพวกมันเล่นงานแน่ๆ พวกมันรู้จักกับนัก เลงในตัวอำเภอด้วย” หม่าต้านหวาดกลัวพวกหกคนนี้ เพราะทั้งหกมีคนในอำเภอหนุนหลัง
“คนพวกนี้รู้จักกับคนในอำเภอ” ฮั่วหนานอันถามย้ำ
“ใช่ ถ้าท่านไม่เชื่อก็ถามคนอื่นดูได้ หนึ่งในหกนั้นหลุดปากโอ้อวดตอนเมาว่ามีคนในตัวอำเภอให้ความคุ้มครอง”
“หม่าต้าน! ไอ้สารเลว! ระวังแม่แก่ๆ ของแกเอาไว้ให้ดี” หมาจื่อะโขู่หม่าต้าน
“คิดว่าข้ากลัวเ้าเหรอ ก่อนจะมาขู่ข้า ไปรักษาฟันหลอก่อนไป๊!”
หม่าต้านได้ทีก็เย้ยหยันหมาจื่อ จะถูกเผาตายอยู่แล้ว เหตุใดตนต้องกลัวพวกมันด้วย
หัวหน้าหมู่บ้านสอบถามเอาความกับอันธพาลที่ชอบไปรวมกลุ่มดื่มกินกับคนทั้งหก จึงได้ความว่ามีหนึ่งในหกหลุดปากเล่าเื่นี้ออกมาจริงๆ
“ชักชวนคนนอกเข้ามาปล้นคนในหมู่บ้าน พวกเ้ามันชั่วช้าจริงๆ”
หัวหน้าหมู่บ้านส่ายหน้า คนพวกนี้ตนเห็นมาั้แ่เด็ก ไม่คิดเลยว่าโตขึ้นจะเลวร้ายหนักขนาดนี้
คนในครอบครัวของทั้งหกยืนเงียบ ตัดหางปล่อยวัด อยากเอาพวกเขาไปฆ่าแกงที่ไหนก็เชิญ พวกตนก็ไม่้าให้มีคนเลวร้ายชักศึกเข้าบ้านอยู่ในครอบครัว
“หรือว่าคนที่ช่วยพวกเ้าปล้นจะเกี่ยวข้องกับทางการ หมู่บ้านเราถึงได้ถูกกล่าวหาว่าเกิดโรคระบาด” ฮั่วหนานอันชักจูงให้ชาวบ้านทุกคนเชื่อมโยงเื่ที่เกิด
“ต้องใช่แน่ ๆ อยู่ดี ๆ คนของทางการก็บุกมาตรวจค้นคนในหมู่บ้านพวกเรา แถมยังหยิบข้าวของไปมากมาย ตอนที่กลับไป ข้าเห็นพวกเขานำถุงบางอย่างกลับไปจนเต็มคันรถ ข้าจำได้แม่นว่าถุงพวกนั้นคือสมุนไพรของท่านอาจารย์” ฮั่วิจูะโให้เสียงดัง เพื่อให้ทุกคนได้ยินที่นางพูดอย่างทั่วถึง
“พวกเ้าสารภาพมาเดี๋ยวนี้ว่าใครบงการอยู่เื้ั พวกเ้าปกป้องผู้อื่น แต่กลับไม่ปกป้องครอบครัวของตนเอง เดรัจฉาน!” หัวหน้าหมู่บ้านถ่มน้ำลายไปทางคนทั้งหก
“ข้าแนะนำให้เผาพวกมันให้เร็วที่สุด” บุตรชายคนโตของหัวหน้าหมู่บ้านะโขึ้น จากนั้นก็มีคนเห็นด้วยะโขึ้นตาม
เห็นคบเพลิงจ่อเข้ากับกองฟืน คนทั้งหกก็มีสีหน้าหวาดกลัวหนักยิ่งกว่าเดิม ไม่สนใจแล้วว่าคนพวกนั้นจะมีเื้ัใหญ่คับฟ้าเพียงใด
“ข้ายอมบอกแล้ว คนที่พวกข้าชักชวนมาปล้นบ้านท่านหมอหญิงเป็กลุ่มนักเลงที่อาศัยอยู่ในตัวอำเภอ แต่บ้านเกิดพวกเขาอยู่ที่หมู่บ้านหลิว พวกข้ารู้เพียงว่าเื้ัของพวกเขายิ่งใหญ่จนไม่มีผู้ใดกล้าต่อกรด้วย แต่ไม่รู้จริงๆ ว่าใครอยู่เื้ัพวกเขา”
“แล้วพวกเ้าไปรู้จักคนพวกนั้นได้อย่างไร” หัวหน้าหมู่บ้านถามต่อ
“พวกเราเข้าไปเล่นการพนันในบ่อนที่ตัวอำเภอ จึงได้รู้จักกัน แล้วนับถือกันเป็สหาย”
ฮั่วหนานอันได้ยินคำสารภาพ คิ้วก็ย่นเข้าหากัน เื้ัยิ่งใหญ่จนไม่มีใครกล้าต่อกรด้วยหรือ