...สำนักเซียนอวิ๋นเจิ้งตั้งตระหง่านบนยอดเขาสูงเสียดฟ้า หลังคาและเสาสะท้อนแสงอาทิตย์ ดูช่างศักดิ์สิทธิ์สมกับเป็สำนักเซียน
หลินเซียนเหงื่อโชกเดินขึ้นเขาสูงมาจนถึงลานทดสอบกว้างใหญ่ด้านในสำนัก ทันทีที่เหล่าคุณชายผู้สมัครคนอื่นเห็นเขาในชุดชาวบ้านเก่าๆขาดๆก็ดูถูกทันที
“ไอ้ขยะบ้านนอกมาจากไหนนี่? ไปๆ ชิ่วๆ อย่ามาเกะกะที่นี่!”
โดยไม่ทันระวังตัวหลินเซียนก็ถูกผู้เข้าสมัครคนหนึ่งแอบผลักเขาล้มลงฝุ่นดินฟุ้งเปื้อนเสื้อผ้าเขา แต่ก็มีเสียงหัวเราะดังไปทั่ว
ผู้สมัครสอบบางคนมองด้วยแววตาเห็นใจแต่ก็ไม่กล้ายื่นมือช่วย บางคนมองแล้วทำเฉยๆไม่แกล้งแต่ไม่สงสาร
เซียนผู้คุมสอบยืนมองด้วยสายตาเ็า และไม่ได้สนใจจะตำหนิผู้ใด
“หึ! เ้าเด็กสกปรก รากิญญาเซียนหยาบต่ำเช่นนั้นยังจะกล้ามาอีก!”
คุณชายด้านหลังโยนหินเล็กๆ ใส่หลังศรีษะหลินเซียน แล้วเสียงเยาะเย้ยและคำหยาบดังปะปนจากหลายๆคน
“หน้าตาแบบเ้า ถ้าไม่ตายระหว่างสอบ ก็คงได้ใช้หน้าหากินอยู่บ้างล่ะมั้ง”
หลินเซียนพยายามรวบรวมสติ แม้จะกลัว แต่ในดวงตายังมีความดื้อรั้นไม่ยอมแพ้
“ขอโทษทุกท่านด้วยขอรับ รากิญญาข้าด้อยกว่าทุกท่าน แต่ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อยอมแพ้"
"ข้ายังมีมือมีเท้าเท่ากับทุกท่าน ข้าจึงอยากจะลองสู้ให้สุดกำลังตนเองดูก่อนขอรับ"
พอได้ยินแบบนี้ คุณชายคนหนึ่งจึงเตะดินโคลนใส่เสื้อของเขาจนเปรอะเต็มชายแขน เสื้อผ้าเก่าโทรมของเขายิ่งดูน่าเวทนายิ่งกว่าเดิม
ทั้งเซียนและผู้เข้าสอบคนอื่นๆหลายคนหัวเราะเยาะ แต่ก็มีคุณชายคนหนึ่งหยิบผ้าให้
"เ้า …เช็ดให้สะอาด"
หลินเซียนรับผ้าผืนนั้นพลางกล่าว
"ขอบคุณขอรับ"
ผ้าผืนนั้นเป็ผ้าชั้นดีราคาแพง ด้านล่างสลัดคำว่า "เจี้ยง" ไว้ด้วย คงเป็ตระกูลของคุณชายท่านนี้
คุณชายมองหลินเซียนแล้วยิ้มด้วยความเป็มิตร ก่อนที่จะหันหลังเดินกลับที่เดิม
หลังจากนั้นเซียนผู้ควบคุมการสอบสั่งทุกคนมารวมตัวกันเพื่อเริ่มการทดสอบ กรรมการผู้คุมสอบเป็ชายเคราดำ
เสียงเซียนเคราดำผู้ควบคุมการสอบดังก้อง
“นี่คือด่านประลองใจและจิติญญา ใครยอมแพ้หรือสติแตก ก็ตกรอบ!”
.
….ท่านเซียนสะบัดแขนเสื้อ ปราณมหาศาลพลันปะทุออกมาจนหมอกสีขาวขุ่นแผ่คลุมทั่วลาน
หมอกหนาทึบจนไม่อาจมองเห็นแม้แต่เงาของผู้เข้าแข่งขันที่ยืนห่างไม่กี่ก้าว
ในความเงียบงัน ภาพลวงตาค่อยๆ ปรากฏแก่แต่ละคน แต่ไม่เหมือนกันแม้แต่รายเดียว
บางคนเห็นคนที่ตนรักล้มตายต่อหน้า น้ำตาไหลพรากโดยไร้ทางช่วยเหลือ
บางคนได้ยินเสียงก่นด่าของผู้เป็บิดามารดา ดั่งตราบาปที่ฝังลึกไม่อาจลบเลือน
บางคนเห็นความล้มเหลว ความพ่ายแพ้ที่ตนหวาดกลัวที่สุดวนเวียนไม่สิ้นสุด
หมอกควันกลายเป็ประหนึ่งขุมนรกที่สะท้อนความเศร้า หวาดหวั่น และาแในใจของผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนอย่างโหดร้าย
หลินเซียนก้มหน้า ยืนตัวตรง แม้หัวใจเต้นแรง ขายังไม่ยอมหลบหนี
ทันใดนั้น เสียงกระซิบดังขึ้นข้างหู เบาราวกับปีศาจกำลังก้มลงหัวเราะใส่เขา
ตรงหน้าเขาคือศพของพ่อที่นอนอยู่กลางสนามรบ ท่านพ่อ! ไม่! ภาพแร้งจิกกินศพพ่อ มันโหดร้ายมาก
“เซียนเอ๋อ...ลูกพ่อ...ช่วยพ่อด้วย”
แต่ไม่พอ ภาพหลอนยังมีต่อเนื่อง เป็ท่านย่าถูกลากผ่านโคลนและถูกตบตีอย่างรุนแรง
ท่านย่าถูกโยนลงกลางฝนจนหนาวสั่น ร่างชรานั้นสั่นเทาอยู่ในโคลนอย่างน่าเวทนา
ส่วนท่านแม่นอนล้มอยู่หน้าบ้าน เืไหลอาบร่าง ิับางส่วนถูกไฟลวกจนไหม้เกรียม บ้านเกิดไฟไหม้ใหญ่ ทุกสิ่งวอดวายไปในกองเพลิง
เสียงกรีดร้องและร้องไห้ดังจนหัวใจของหลินเซียนแทบแตกสลาย
มีแว่วๆเสียงหัวเราะเยาะ “ขยะบ้านนอก พ่อเ้า แม่เ้า ย่าเ้า เ้า! เ้าช่วยอะไรพวกเขาไม่ได้?”
“แค่หน้าหล่อๆใสๆของเ้านี่มันช่วยอะไรไม่ได้หรอก หึหึหึ”
ภาพของหลินเซียนคุกเข่าท่ามกลางตลาด ผู้คนโยนเศษอาหารใส่หน้าเขา
“นี่หรือคนที่จะเป็เซียน?”
"นั่งขอทานตรงนี้ต่างหากถึงจะเหมาะสมกับเ้า!"
หลินเซียนก้มหน้า ตัวสั่น ไม่กล้าแม้แต่เงยหน้ามองผู้คน
"ไม่!"
เสียงสั่นเทา ร่างกายทรุดลง มือเท้าเ็า
ภาพหลอนซ้อนทับเสียงเยาะเย้ย ลมพัดแรง
หัวใจของเขาราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นบีบแน่น จนลมหายใจติดขัด
แต่ทันใดนั้นหลินเซียนก็รวบรวมสติสุดท้าย
“ข้าไม่ยอมแพ้! เพื่อแม่และย่าข้าไม่ยอม!”
เขากัดฟันกร่อดจนเืซึมออกริมฝีปาก
ในมุมเล็กๆเสี้ยวแห่งจิตใจนั้น แรงใจจากความรักของแม่และท่านย่า และความทรงจำกับพ่อ ถูกปลดปล่อย
เด็กน้อยหลินเซียนขึ้นขี่คอพ่อซึ่งเป็ฯชายร่างใหญ่ในชุดทหารหัวเราะมีความสุขทั้งพ่อและลูก
"เซียนเอ๋อลูกพ่อ ฮ่าๆ สนุกไหมลูก ฮ่าๆ"
เด็กน้อยหลินเซียนหัวเราะกับบิดา ท้องฟ้ายามเย็นในวันนั้นยังอบอุ่น น้ำตาที่ไหลออกมานั่นความความสุขที่สุดที่ข้าแสนจะคิดถึง
มือหยาบกร้านของทหารธรรมดาคนหนึ่งจับขาของลูกชายไว้แน่น ราวกับกลัวเขาตกลงมา
“เซียนเอ๋อ วันที่พ่อไม่อยู่แล้ว เ้าก็ต้องเข้มแข็งนะลูก เข้าใจไหม?”
"ฮะ! ท่านพ่อ! ข้าจะเข้มแข็งเหมือนอย่างท่านพ่อฮะ!"
ตอนนั้นหลินเซียนยังเด็กเกินไปจะเข้าใจ แต่วันนี้เขาเข้าใจแล้ว
รากิญญาที่แทบจะดับมอดถูกกระตุ้น ภาพหลอนเริ่มสั่นไหว เสียงเยาะเย้ย และหมอกค่อยๆจางลงๆ
ผู้เข้าสมัครคนอื่นอ้าปากค้าง บางคนนั่งร้องไห้ไม่หยุด บางคนถึงกับคลั่งจากความรุนแรงของภาพหลอนนั้น
หลินเซียนยืนตัวตรง แม้มีเืไหลมุมปาก มือสั่น แต่แววตาเขายังคงมุ่งมั่น
หมอกจางหายไปหมด แต่ยังคงเหลือ ความโหดร้าย ความเ็ป และแรงกดดัน ในใจผู้สมัครสอบทุกคน
หลินเซียนยืนขาสั่น เหงื่อไหลเต็มแผ่นหลัง ปลายนิ้วยังชาจนแทบกำไม่อยู่ แม้ผ่านด่านมาได้ แต่ในใจของเด็กน้อยยังคงสั่นไหวไม่หยุด
เซียนผู้สอบสบตาเด็กชายด้วยสายตาประหลาดใจเล็กน้อย
“โห่! ไม่คิดว่าเ้าจะยืนหยัดผ่านได้”
ชายเคราดำผู้คุมสอบมองที่หลินเซียนแล้วหัวเราะเบาๆ
"หึหึ แต่....นี่ยังแค่ด่านทดสอบแรก...."