กลิ่นอโรม่าของเมล็ดกาแฟสดที่คั้นออกมาจากเครื่องคละคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นหอมอบอวลจากเบเกอรี่ที่ทำสดใหม่ เล่นงานลูกค้าที่แวะเข้ามาซื้อขนมจนท้องร้องเพราะน้ำย่อยเร่งทำงานกันทุกราย
Breadbelly เป็ร้านเบเกอรี่สไตล์เอเชียที่ผสมผสานรสนิยมความเป็อเมริกันแบบแคลิฟอร์เนียเข้ากันอย่างพอดี ตั้งอยู่ในโลเคชั่นดีของซานฟรานซิสโก ไม่ว่าจะเด็กๆ หรือวัยรุ่น วัยกลางคน ต่างก็แวะเวียนมาฝากท้องอยู่เสมอ โดยเฉพาะเมนู “ทงคัตสึแซนด์วิช” เรียกได้ว่าเป็เมนูยอดฮิตรองจากครัวซ็องก็ว่าได้
“ลุงตี๋ หนูมาแล้วค่า” กุลนิดา สาวร่างบางเปิดประตูร้านเข้ามาได้ก็เอ่ยทักทายลุงตัวเองที่อยู่ตรงเครื่องคิดเงินเสียงดังลั่น จนลูกค้าที่นั่งคุยกันอย่างออกรสเป็ต้องเหลือบมอง “วันนี้ให้หนูช่วยอะไรดีน้า”
“ยัยตัวแสบของลุง วันก่อนพึ่งจะทำแก้วกาแฟแตกไป งั้นวันนี้ไปปั้นแป้งในครัวเล่นแล้วกัน” เ้าของร้านขยี้ผมหลานสาวที่กำลังเกาะแขนออดอ้อน
“จัดไป! เื่ทำขนมหนูถนัดอยู่แล้ว นี่ที่หนึ่งของเลอกอร์ดองเบลอเชียวนะ ลุงตี๋ไว้ใจหลานรักได้สบาย” หลานสาวฉีกยิ้ม โอ้อวดความสามารถในการทำเบเกอรี่ของตัวเอง ทั้งๆ ที่เพิ่งจะเรียนจบหมาดๆ
“ก็ถ้าไม่พ่วงความซุ่มซ่ามมาด้วย ลุงก็อยากจะไว้ใจอยู่หรอก ไปๆ ไปช่วยงานพี่ๆ ในครัวได้แล้ว”
เ้าของร้านดันหลังหลานสาวที่พ่วงด้วยตำแหน่งพนักงานหน้าใหม่ ซึ่งได้มาเพราะใช้สกิลออดอ้อนในการสมัคร ด้วยความรักหลานเลยยอมให้บินข้ามฟ้าจากประเทศไทยมากอบโกยประสบการณ์ในร้านได้เต็มที่
กุลนิดา เป็ลูกของน้องสาวสายเืเดียวกันกับเ้าของร้าน เด็กสาววัย 23 ผลิบานด้วยความสดใส แต่ก็ซุ่มซ่ามมากเช่นกัน อย่างวันก่อนก็ทำแก้วกาแฟแตกไปสามใบ โชคดีที่ไม่ได้ทำให้ใคราเ็เข้า ลุงตี๋ไม่คิดเล็กคิดน้อยกับเื่พวกนี้ หวังเพียงให้หลานได้กอบโกยประสบการณ์ล้ำค่าให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
กรุ๊งกริ๊ง~ เสียงกระดิ่งจากประตูทางเข้า
“ฮาย มิสเตอร์ที”
“โอ้ เฮลโหลเมดดี้ วันนี้รับอะไรดีครับ?” เ้าของร้านยิ้มร่าเมื่อลูกค้าประจำแวะมาเยือน “เอ๋~ หนูลิลลี่ไม่ได้มาด้วยหรือครับเนี้ย?” นอกจากเมดดี้แล้วยังมีเด็กน้อยลิลลี่ที่มักเดินจับมือมาด้วยกันเสมอ แต่วันนี้ต่างออกไป ลุงตี๋จึงชะเง้อมองด้วยความสงสัย
“แม่เขาพาไปสวนสัตว์น่ะค่ะ วันนี้เลยว่าจะมาหาหนังสืออ่านคนเดียว ขอเอสเปรสโซ่ดับเบิ้ลช็อตนะคะ”
“จัดไปเลยครับ เดี๋ยวผมไปเสิร์ฟที่โต๊ะนะ”
ลุงตี๋มองตามลูกค้าขาประจำ ที่กำลังเดินหนีบหนังสือหนึ่งเล่มไปนั่งที่โต๊ะเดิมติดริมหน้าต่าง เมดดี้เป็หญิงงามผู้มีใบหน้านิ่งแต่มักส่งยิ้มให้เขาเสมอ และเอสเปรสโซ่เป็เมนูประจำที่สั่งต่อเนื่องมาหลายปี ไม่รู้ว่าเป็เพราะติดใจความเข้มข้นหอมกรุ่น หรือเป็เพราะลุงตี๋ทำสูตรอื่นไม่อร่อยกันแน่
เวลาล่วงเลยมาจนบ่ายแก่ เสียงคนพูดคุยจอแจหายไป ความคึกคักใน breadbelly บางลงจาก่สาย เมดดี้เผลอนั่งอ่านนิยายรักหวานเจี๊ยบจนจบเล่ม อ่านไปเบะปากไป บ้างก็สบถอี๋ใส่ตัวละครหลักที่คอยพร่ำบอกรักกัน แต่แปลกดีที่ความเลี่ยนในหนังสือช่วยทำให้เอสเปรสโซ่เข้มๆ อร่อยขึ้นกว่าเดิม
“ฉันรักคุณเท่าดวงจันทร์ และคิดถึงคุณเท่าดวงดาว แหวะๆ เลี่ยนชะมัด โหนี่ติด best seller ด้วยหรอ” เมดดี้พลิกเล่มนิยายดูอย่างไม่เชื่อสายตา
เธอได้แต่คิดแล้วก็สงสัยว่า เนื้อเื่อย่างนี้ชีวิตจริงมันมีเสียที่ไหน ใครมันจะมาบอกรักกันได้ทุกครั้งที่เห็นหน้า แล้วยิ่งการเสียสละเพื่อคนที่ตัวเองรักอะนะ ไม่มีจริงหรอก เพราะตัวเธอเองไม่เชื่อเื่พรรค์นี้สักนิด “ความรัก” ในความคิดของเธอนั้นมันมีความหมายไม่ต่างจากคำว่า “เห็นแก่ตัว” สักเท่าไร
ไม่ทันได้บ่นต่อ ท้องเ้ากรรมดันร้องประท้วงขึ้นมาขัด “อ่านเพลินจนลืมกินข้าวจนได้ บ่ายกว่าแล้วสินะ” เมดดี้ลูบท้องป้อยๆ เชิงบอกให้ท้องเลิกคำรามส่งเสียงน่าอายเสียที
เมดดี้ พับปิดเล่มนิยายหวานเลี่ยนเตรียมนำไปวางไว้ที่ชั้นตามเดิมและหวังว่าจะไม่มีคนโชคร้ายหยิบมันขึ้นมาอ่านเหมือนเธอ ก่อนที่จะลุกออกจากโต๊ะ กลิ่นหอมบางอย่างดึงดูดให้เธอมองหา กลิ่นของความอร่อยที่เข้ามากระตุ้นน้ำย่อยอย่างจัง ขนมร้านมิสเตอร์ทีเล่นงานเธอเข้าแล้ว
“ลุงตี๋ขาาา กุลทำปาท่องโก๋เสร็จใหม่ๆ ชิมให้หน่อยสิคะ กรอบพอหรือยัง แล้วสังขยานี่หวานไปหรือเปล่าก็ไม่รู้ ชิมให้กุลหน่อยจิ”
จู่ๆ ก็มีสาวร่างบางคนหนึ่งเดินถือถาดขนมตัดหน้าเมดดี้ เด็กสาวคนนั้นลากเสียงยานครางเป็ภาษาที่เธอไม่เข้าใจ รีบปรี่ไปหามิสเตอร์ที และชัดเลย กลิ่นหอมชวนหิวเตะจมูกมันอยู่ในถาดสี่เหลี่ยมนั่นเอง
“นี่เ้ากุลระวังหน่อย! เกือบชนลูกค้าประจำของลุงแล้วนั่น ซอรี่ด้วยนะครับเมดดี้” ลุงตี๋หมุนไหล่หลานให้หันมาผงกหัวขอโทษ “หลานผมพึ่งมาจากแบงค็อก ถ้าเจอตอนทำอะไรซุ่มซ่ามก็อย่าถือสานะครับเมดดี้”
“อ่า แบงค็อก ไม่เป็ไรค่ะ ฉันไม่ถือ” เมดดี้ยกยิ้มบางเบา
“ก่อนกลับชิมเมนูใหม่ก่อนนะครับ หลานผมพึ่งทำร้อนๆ ถ้าเมดดี้ถูกใจ ผมจะยอมใส่ไว้เป็เมนูแนะนำของร้านเลย” เสียงพูดเคล้ารอยยิ้มแสนอารมณ์ดี ทำให้เมดดี้เผลอกระตุกยิ้มตาม
“ลองก็ได้ค่ะ แต่ว่าถ้าถูกใจรอบนี้ไม่ชิมฟรีแล้วนะคะ มิสเตอร์ทีชอบให้ขนมฟรีตลอดเลย” เมดดี้นั่งลงที่เก้าอี้ตัวเดิม
“ฮ่าฮ่า ก็ได้ครับ” ลุงตี๋ใช้ศอกสะกิดหลานสาวให้นำเมนูใหม่ไปเสิร์ฟ “อะได้โอกาสพิสูจน์แล้วเ้ากุล” เ้าของร้านทิ้งคำพูดเปิดทางไว้แค่นั้น และขอตัวออกไปรับลูกค้าคนใหม่
พอได้ยินลุงตี๋พูดแบบนั้น กุลนิดารู้สึกเหมือนได้ยินเสียงเป่านกหวีดที่เป็สัญญาณให้นักกีฬาวิ่ง เริ่มออกจากจุดสตาร์ท
“เอ่อ… คุณเมดดี้ นี่เป็เมนูใหม่ของร้านค่ะ แล้วก็แทนคำขอโทษที่ชนคุณคืนนั้น อ้อ แล้วก็เกือบชนคุณเมื่อกี้นี้ด้วย”
ปาท่องโก๋เสิร์ฟพร้อมดิปสังขยาสีเขียวหอมกรุ่น ถูกวางลงตรงหน้าหญิงสาวมาดนิ่งที่โดนขัดจังหวะการเดินดูดาวในคืนนั้น พนักงานหน้าใหม่ยืนฉีกยิ้มแป้นแล้นเชื้อเชิญให้ลองของทานเล่นเมนูใหม่
เกือบดูมืออาชีพแล้วนะ ถ้าบนสันจมูกของกุลนิดาไม่มีแป้งสีขาวติดเป็ปื้น จะว่าไปก็ให้ความรู้สึกเหมือนตอนที่ยืนดูหนูลิลลี่กวนแป้งคุ้กกี้ในครัวเลยนี่นา ใบหน้าจิ้มลิ้มขาวเนียนมีผงแป้งเปรอะหน้า น่ารักใช่เล่น
“ว่าแต่… ฮาวทูกินสิ่งนี้หรอคะ?”
เมดดี้ นั่งมองแป้งทอดกรอบสองชิ้นประกบกันสองสามคู่บนจาน และด้านข้างมีถ้วยดิปสีเขียววางอยู่ ซึ่งไม่รู้ว่าจะจัดการกับสิ่งนี้อย่างไรดี ต้องใช้ส้อมจิ้มหรือเอาดิปสีเขียวราด? หากเผลอทานผิด เกรงว่าจะเป็การเสียมารยาททางวัฒนธรรม
“ง่ายนิดเดียวเลยค่ะ คุณเมดดี้ดูกุลไว้นะคะ”
กุลนิดา สาธิตด้วยการฉีกปาท่องโก๋ออกมาหนึ่งข้าง แล้วจิ้มลงไปในด้วยดิป น้ำซอสสีเขียวเคลือบฉ่ำไปกว่าครึ่งชิ้น เธอยิ้มตาหยีแล้วส่งเข้าปากตัวเองเคี้ยวตุ้ยจนแก้มตุ่ย เมื่อเมดดี้เห็นดังนั้นจึงลองทำตามแบบงงๆ ความกรอบของตัวแป้งดังกรุบกรับออกทางแก้ม ดวงตาสวยวาววับด้วยความปริ่ม
“อืมมม”
สังขยาใบเตยสูตรโบราณ เนื้อัันุ่มนวลละมุนลิ้น กลิ่นหอมหวานกระจายไปทั่วปาก ครั้งแรกที่ได้ชิมก็หลงรักในทันที ปาท่องโก๋ที่นำมาเสิร์ฟสองสามคู่ถูกจัดการหมดเกลี้ยง เมดดี้เองก็ไม่ทันได้รู้ตัว
เด็กสาวร้อนวิชา ตื่นเต้น เพราะใจมันรั้นอยากได้ยินคำชม กุลนิดา เลียบมองใบหน้าผู้หญิงมาดดีอย่างพินิจพิจารณา ปล่อยใจเผลอไผลไปกับขนตางอนงามรับกับแก้ม จมูกทรงหยดน้ำ กลีบปากสีชมพูพีชที่กำลังขยับเคี้ยวปาท่องโก๋อย่างเพลิดเพลิน
ั้แ่เกิดมา 23 ปี กุลนิดาสาบานเลยว่า ไม่เคยพบเจอผู้หญิงคนไหนที่ทานปาท่องโก๋แล้วมีเสน่ห์ชวนมองขนาดนี้มาก่อน
“อ๊ะ!”
ทันใดนั้น หญิงสาวที่เป็ต้นเหตุให้อีกคนตกอยู่ในวังวนของความงดงาม ก็ได้ยื่นแขนพร้อมกระดาษตรงเข้าเช็ดมุมปาก เธอค่อยๆ ปาดเศษสังขยาสีเขียวออกให้อย่างใจดี เด็กซุ่มซ่ามกำถาดเสิร์ฟในมือจนแน่น เหตุการณ์ตรงหน้าเกิดขึ้นไวมาก แต่ความรู้สึกใจเต้นตุบตับยังคงอยู่
ใจสั่นเพราะคนสวย มันเป็แบบนี้เองสินะ
“เห็นมือคุณไม่ว่าง ฉันเลยเช็ดให้ก่อน ต้องขอโทษด้วยนะคะที่ไม่ได้ขอ แต่ซอสสีเขียวๆ นั่น เห็นแล้วมันขัดตาจริงๆ”
“อ่า ไม่เป็ไรค่ะคุณเมดดี้ ขอบคุณนะคะ”
คนสวยมาดนิ่งพยักหน้ายกยิ้ม ไม่ถึงกับกว้างจนตาปิด แต่เป็ยิ้มไซส์พอดีที่เล่นเอาใจเหลวยิ่งกว่าน้ำ
“ฉันไม่รู้ว่าสิ่งนี้เรียกว่าอะไร แต่มันอร่อยมากเลยค่ะ” เมดดี้ ชี้นิ้วเรียวไปยังจานขนม ต่อด้วยถ้วยดิปด้านข้าง “แป้งกรอบนอกนุ่มใน พอจิ้มกับซอสสีเขียวนี่แล้วเข้ากันสุดๆ จีเนียสมากเลยนะคะ”
กุลนิดา ใจเต้นยิ่งกว่าเดิมเพราะน้ำเสียงนุ่ม เธอเสียมารยาทจ้องมองเข้าไปในดวงตาคู่สวย เพื่อตรวจสอบว่าคำชมที่เอ่ยออกมาคุณคนสวยรู้สึกแบบนั้นจริงๆ ไม่ใช่ชมเพราะบังเอิญเป็ลูกค้าประจำของร้านลุงตี๋
“มิสเตอร์ทีต้องใส่ในเมนู recommend แล้วล่ะ”
“คุณเมดดี้พูดจริงเหรอคะ?”
“อื้ม ถ้าใส่ไว้ในเมนูแนะนำ รับรองว่าขายดีแน่”
“อ่า รู้สึกดีจังเลยค่ะ”
หญิงสาวมาดนิ่งเผยยิ้มอ่อน เธอจัดการยืดตัวลุกออกจากโต๊ะ หยิบเสื้อโค้ชพาดไว้ที่แขนเตรียมตัวออกจากร้าน ก่อนจะหมุนตัวไปยังประตู โดยไม่ลืมที่จะทิ้งความมั่นใจไว้ให้เด็กซุ่มซ่ามมีกำลังใจในการทำขนมต่อไปเรื่อยๆ
“ถ้าอย่างนั้นก็ต้องทำออกมาเยอะๆ แล้วล่ะ เดี๋ยวฉันจะแวะมาชิมบ่อยๆ ” เมดดี้หยุดเอียงคอมากระซิบใกล้ๆ จากนั้นเธอหันไปเปร่งเสียงอีกด้าน “เฮ้มิสเตอร์ที! ยกครัวให้หลานคุณทำขนมได้เลยนะรู้ไหม” เธอยักคิ้วมาดกวนและโบกมือจากไป ไม่ยักรู้ว่าคุณคนสวยจะมีมุมนี้กับเขาด้วย
เมดดี้ หญิงงามใบหน้านิ่งที่สามารถแจกยิ้มได้อย่างสิ้นเปลืองเมื่อเจอสิ่งที่ถูกใจ กุลนิดา ขอใส่คำจำกัดความไว้แบบนี้ หลังจากที่คุณคนสวยเปิดประตูออกจากร้านไป เสียงลุงตี๋หัวเราะลั่นก็ดังออกมาจากทางเคาน์เตอร์ คล้ายชอบใจที่เมดดี้ทิ้งท้ายไว้เช่นนั้น
“เจ๋งจริงๆ นะหลานลุง เมดดี้น่ะไม่ชอบของหวาน ปกติให้ชิมก็จะทานเหลือ แต่นี่หมดเกลี้ยงเชียว เ้ากุลของลุงนี่ใช้ได้เลย”
#เมดูซ่าไม่ผิด
ใครหิวสังขยาบ้างงงง อิอิ