บทที่ยี่สิบห้า
น้อยใจ
“ใบบัว” ยายมะลิเคาะประตูเอ่ยเรียกหลานสาวของตัวเองอยู่หน้าห้องของอีกฝ่าย และรอเพียงไม่กี่อึดใจ เด็กสาวที่ตาบวมฉึ่งก็ลุกขึ้นมาเปิดประตูให้
ผู้เป็ยายสาวเท้าเข้าไปในห้องนอนของหลานสาวที่มืดสนิท เพราะเ้าของห้องนั้นเอาแต่นอนคิดมาก จนไม่มีกะจิตกะใจที่จะลุกขึ้นมาเปิดไฟให้ความสว่างแก่ห้องแต่อย่างใด
“มืดขนาดนี้ อยู่เข้าไปได้ยังไง” มะลิเอ่ยบ่น ก่อนจะคว้ามือไปกดเปิดสวิตช์ไฟภายในห้องนอนของหลานสาวเสียเอง
ดวงตาพร่ามัวปรายตามองหลานสาวที่ตอนนี้ทิ้งตัวลงนอนคว่ำหน้าอยู่กับหมอน ผมที่ยาวสลวยของเ้าตัวในตอนนี้กลับดูฟูฟ่องราวกับรังนกก็ไม่ปาน เสียงพูดที่เคยเจื้อยแจ้วจนเธอรำคาญก็กลายเป็ว่ามีแต่ความเงียบเข้ามาแทนที่
“กินน้ำตามันอิ่มเหมือนกินข้าวไหมใบบัว” ผู้เป็ยายเอ่ยถามขึ้นแกมประชด คำพูดอาจจะดูเหมือนเหน็บแนม หากแต่ลองพินิจให้ดีจะเห็นว่าเต็มไปด้วยความห่วงใยที่มีต่อหลานสาว
“หนูไม่หิว” แบมแบมเอ่ยตอบผู้เป็ยายด้วยน้ำเสียงอู้อี้
“ลุกขึ้นมานั่งดี ๆ แล้วมาคุยกับยาย” ยายมะลิทิ้งตัวลงนั่งใกล้ ๆ กับหลานสาว ก่อนจะเอ่ยพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงดุ
ร่างเล็กที่ได้ยินอย่างนั้น ถอนหายใจออกมาด้วยความเบื่อหน่าย ก่อนที่จะผุดลุกขึ้นนั่งหลังตรง ดวงตาที่บวมช้ำจากการร้องไห้อย่างหนักหลุบลงมองตักของตัวเอง ไม่กล้าที่จะสบตากับผู้เป็ยาย เพราะกลัวว่าจะโดนซ้ำเติมหนักไปกว่านี้
“เป็อะไร” มะลิเอ่ยถามขึ้น เมื่อเห็นว่าเด็กที่คอยต่อปากต่อคำกับตัวเองอย่างไม่กลัวเกรง ในครั้งนี้เลือกที่จะหลบหน้าหลบตากัน
“เปล่า” แบมแบมเอ่ยตอบสั้น ๆ ยังคงเลือกที่จะก้มหน้าจนคางชิดกับอกอยู่อย่างนั้น
“เงยหน้าให้ยายดูหน่อย” ยายมะลิเอ่ยพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนขึ้นกว่าเดิม
เธอเลี้ยงของเธอมาั้แ่ตีนเท่าฝาหอย ทำไมจะไม่รู้ว่าหลานสาวคนนี้ดื้อเงียบขนาดไหน ซ้ำยังเป็คนที่แข็งนอกอ่อนในเป็ที่สุด เวลาเจอเื่เศร้าก็ชอบเก็บเอาไว้กับตัวเอง และขังตัวเองเอาไว้ในห้องนอน ตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง
“ไม่เอา” ร่างเล็กเอ่ยปฏิเสธผู้เป็ยายด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เธอจะกล้าเงยหน้าขึ้นได้ยังไง ในเมื่อป่านนี้หน้าของเธอคงจะเต็มไปด้วยรอยแดงปื้นจากการถูกตบไปแล้ว
“ไม่เป็ไรหรอกลูก ยายอยู่นี่” ยายมะลิเอ่ยพูดขึ้น ก่อนจะคว้าตัวของหลานสาวเข้ามากอดเอาไว้
มือเหี่ยวย่นลูบแผ่นหลังเล็กเบา ๆ เพื่อปลอบคนที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่กับอกของตัวเอง เรียวแขนกอดรัดเด็กสาวที่พึ่งกระโจนออกจากอ้อมอก ไปใช้ชีวิตข้างนอกได้ไม่เท่าไหร่ ก็กลับมาสู่อ้อมอกอบอุ่นของเธอพร้อมกับหยาดน้ำตาเอาไว้แน่น
“ฮึก ยาย ฮือ” แบมแบมสะอื้นไห้อย่างหนักกับหน้าอกของผู้เป็ยาย เรียวแขนเล็กยกขึ้นโอบกอดตอบกลับไปอย่าง้าหาที่พึ่ง
ในชีวิตนี้แบมแบมมีเพียงแค่ยายคนเดียวที่เป็ที่พักพิง แม้บ่อยครั้งที่เธอมักจะดื้อแพ่งใส่อีกฝ่ายไปบ้าง หากแต่ผู้เป็ยายก็ยังคงเป็เหตุผลเดียว ที่ทำให้แบมแบมไม่คิดทำตัวออกนอกลู่นอกทาง และพยายามที่จะขวนขวายถีบตัวเองขึ้นไปให้มีสภาพความเป็อยู่ดีขึ้นกว่าเดิม
ลำพังเพียงแค่เธอคนเดียว ที่มีความรู้ก็มีน้อยนิด คงจะใช้เวลาเนิ่นนานกว่าที่จะทำให้ผู้เป็ยายสบายได้ เห็นแต่จะมีเพียงรูปร่างหน้าตาที่ดูสวยเด่นของตัวเอง ที่พอจะใช้เป็ช่องทางในการที่จับผู้ชายมีฐานะมาเป็สามีนี่แหละ
แบมแบมไม่ปฏิเสธหรอกว่าเธอเองก็ชื่นชอบความสบาย หากแต่เหตุผลจริง ๆ ก็เพราะอยากให้ยายได้สบายใจ ว่าในอนาคตข้างหน้า แบมแบมจะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างไม่ลำบากเคียงข้างอยู่กับผู้ชายที่เลือกมาเป็คู่ชีวิต
“เจ็บมากหรือเปล่าลูก” มะลิเอ่ยถามคนในอ้อมกอดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือไม่ต่างกัน
“ฮึก เจ็บ เจ็บจ้ะยาย ฮือ” แบมแบมเอ่ยตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงออดอ้อนปนกับเสียงสะอื้น
นานมากแล้วที่สองยายหลานไม่ได้กอดกันและกันเอาไว้ในอ้อมกอดแบบนี้ เพราะชีวิตที่ต้องดิ้นรั้นหาเช้ากินค่ำมาหลากหลายปี ทำให้ความสัมพันธ์ของยายและหลานสาว ดูเหมือนจะห่างหายกันออกไปด้วยความเหนื่อยล้าจากการทำงานและภาระที่รัดตัว
“ไหน ให้ยายดูสิ” ผู้เป็ยายเอ่ยพูดขึ้น พลางดันไหล่ของหลานสาวให้ออกห่างจากตัวด้วยความอ่อนโยน
แบมแบมเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้เป็ยาย ก่อนที่น้ำตาจะไหลรินลงมาอาบแก้มอีกครั้ง เมื่อยายมะลิเป่าลมใส่แก้มของเธอเบา ๆ ภาพเหตุการณ์ในวันที่ยังเป็เด็กไหลวนกลับเข้ามาราวกับทำนบพัง
“หายเจ็บแล้ว” ร่างเล็กเอ่ยขึ้นมาก่อนจะยกมือปาดน้ำตาของตัวเองปอย ๆ อย่างน่าเอ็นดู
ยายมะลิลูบศีรษะเล็กของหลานสาว ในใจคิดสะท้อนว่านานแค่ไหนแล้ว ที่เธอนั้นไม่ได้ลูบศีรษะของหลานสาวคนนี้ หยาดน้ำตาหล่นลงกระทบกับใบหน้าในวินาทีถัดมา หากแต่ใบหน้าของไม้แก่ใกล้ฝั่งกลับยกยิ้มออกมา เมื่อมือของหลานสาวเกลี่ยหยาดน้ำตานั้นออกจากใบหน้าของเธอด้วยความอ่อนโยน
“พ่อคล้าว เขามาหาเอ็งที่บ้าน” ผู้เป็นายเอ่ยพูดเปิดประเด็น
“ช่างเขาสิยาย ยายไล่เขากลับไปหรือยัง” แบมแบมที่ได้ยินอย่างนั้น เอ่ยถามกลับไปด้วยท่าทีที่ยังเต็มไปด้วยความแง่งอนในตัวของคนรัก
“กลับไปแล้ว” ผู้เป็ยายเอ่ยตอบอย่างอ่อนใจ ให้กับความเ้าคิดเ้าแค้นของหลานสาว
“ดีแล้ว นี่!! ยายดูนี่ ฝีมือเขาทั้งนั้น” ร่างเล็กเอ่ยฟ้องผู้เป็ยายให้จ้าละหวั่น นิ้วเรียวชี้ไปที่ใบหน้าของตัวเอง
“พี่เขาบอกยายแล้ว มาขอโทษด้วยตัวเองเมื่อกี้นี้แหละ” ยายมะลิเอ่ยตอบหลานสาว ดวงตาจับจ้องที่ไปรอยนิ้วที่เด่นชัดอยู่บนหน้าสวยของหลานสาวนิ่ง
“ขอโทษแล้วจะต้องหายโกรธหรือจ๊ะยาย” แบมแบมเอ่ยถามกลับไป เมื่อเห็นว่าผู้เป็ยายนั้นไม่ได้มีท่าทีโกรธอีกฝ่ายตามตัวเองเลยแม้แต่น้อย
“หรือจะให้เรียกตำรวจมาจับพ่อคล้าวเขาเข้าคุกไปเลย เอ็งถึงจะพอใจ” ผู้เป็ยายเอ่ยถามกลับไปทันควัน
“อันนั้นก็เล่นใหญ่เกิน” แบมแบมรีบเอ่ยตอบเสียงอ่อย เธอเองก็ไม่ได้้าให้มันเป็เื่เป็ราวขนาดนั้นเสียหน่อย
ยายมะลิได้แต่ส่ายหน้าอย่างระอาใจกับหลานสาวตัวดี ก่อนจะผละตัวออกมานั่งให้เป็ที่เป็ทาง เพื่อเตรียมที่จะพูดคุยกับหลานสาวให้เข้าใจถึงเื่ที่เกิดขึ้น มือเหี่ยวย่นวางทาบลงบนตักของตัวเอง
“พ่อคล้าวเขาเล่าให้ยายฟังหมดแล้วเื่ที่เกิดขึ้น รวมถึงคุยเื่การแต่งงานของเอ็งกับเขาด้วย”
“เขาพูดเื่แต่งงานกับยายแล้วหรือจ๊ะ” แบมแบมหลุดแสดงความดีใจออกมา ก่อนจะรีบเก็บสีหน้าของตัวเองเมื่อเห็นว่าผู้เป็ยายมองอยู่
“แต่หนูยังไม่แต่งหรอก” ร่างเล็กเอ่ยพูดตอบกลับไปอย่างอวดดี
ใช้ได้ที่ไหนกัน ยังไม่ได้มาพูดคุยปรับความเข้าใจ และแก้ไขเื่ทั้งหมดให้มันกระจ่างเลย แต่จะมารวบรัดตัดตอนชิงพูดเื่แต่งงานเสียแบบนี้ พี่คล้าวไม่คิดว่ามันข้ามขั้นตอนไปหน่อยหรืออย่างไรกัน แบมแบมได้แต่คิดด้วยความหงุดหงิด
“แต่ยังไงก็ต้องแต่ง เอ็งเสียตัวให้เขาไปแล้ว” ผู้เป็ยายเอ่ยพูดเตือนสติหลานสาวของตัวเอง ที่จะเอาแต่อารมณ์ความแง่งอนของตัวเองเป็ที่ตั้ง
“ก็รู้ แต่พี่เขายังไม่มาอธิบายกับขอโทษหนูเลยนะ” แบมแบมเอ่ยเถียงกลับไปอย่างไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ
“เขาจะมาพรุ่งนี้” ยายมะลิเอ่ยสวนกลับไปด้วยน้ำเสียงที่เบื่อหน่าย
“ก็รอให้เขามาก่อน หนูค่อยให้คำตอบเื่แต่งงานอีกที” ร่างเล็กเอ่ยพูดด้วยความดื้อดึง
“ก็แล้วแต่เอ็งเถอะใบบัว ข้าคร้านจะพูด” ยายมะลิเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงติดความรำคาญใจ กับท่าทางที่เยอะสิ่งเยอะอย่างของหลานสาว
แบมแบมยกแขนขึ้นกอดอก ใบหน้าสวยงอง้ำอย่างเอาแต่ใจ ในใจก็คิดน้อยใจที่ผู้เป็ยายเอาแต่เข้าข้างคนพี่ ทั้ง ๆ ที่อีกฝ่ายตบเธอจนหน้าบวมกลับบ้านมาถึงขนาดนี้แล้ว
“พรุ่งนี้พี่เขามา ก็อย่าลืมขอโทษพี่เขาด้วย” ยายมะลิผุดลุกขึ้นยืน ก่อนจะเอ่ยพูดกับหลานสาวอีกครั้ง
“เื่อะไร? หนูไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย” ร่างเล็กยังคงเอ่ยเถียงคำไม่ตกฟาก
“ปากเอ็งมันดีสักที่ไหน พูดขอโทษไป ก็ไม่ทำให้ฟันเอ็งร่วงหรอก” ผู้เป็ยายเอ่ยดุ ก่อนจะสาวเท้าเดินออกจากห้องไป ปล่อยให้หลานสาวได้มีเวลาทบทวนกับตัวเอง
“นี่หนูเป็หลานยายนะ” แบมแบมเอ่ยพูดตามหลังผู้เป็ยาย ก่อนจะหน้ามุ่ย เพราะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเื่นี้ ผู้เป็ยายนั้นเข้าข้างและถือหางคนพี่อยู่มากโข
“ได้ยังไงกัน ฮึ่ย” ร่างเล็กเอ่ยพูดกับตัวเอง ทิ้งตัวลงนอนด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะพลิกตัวไปมาพลางขบคิดเื่ที่เกิดขึ้นวันนี้ไปเรื่อย ๆ
แบมแบมเองก็พอจะรู้ตัวว่าคำพูดที่ออกจากปากของเธอในวันนี้นั้น มันค่อนข้างที่จะดูถูกและเหยียดหยามคนรักจนเกินไป หากแต่ในตอนนั้นเธอเองก็รู้สึกโกรธเสียจนทำอะไรไม่ถูก สุดท้ายก็ได้แต่พ่นถ้อยคำที่ไม่ดีเ่าั้ออกไปเพื่อทำให้อีกฝ่ายได้เ็ป
แต่พอได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง จนความคิดมันตกตะกอน ก็เริ่มที่จะเข้าใจกับทุกอย่างมากขึ้น แต่ก็ยังแอบน้อยใจอยู่ดี ในเื่ที่คนรักถึงขั้นลงไม้ลงมือกับตัวเองแบบนั้น
………………………………………………….
สองยายหลานก็ดีกันได้เดี๋ยวเดียว ลิ้นกับฟันสุด ๆ ส่วนยัยน้องก็น้อยใจคนพี่แหละ ไม่คิดว่าจะโดนตุ้บ แงงงงง
อ่านแล้วอย่าลืมคอมเม้นท์ส่งฟีดแบคกลับมาหานักเขียนอย่างเลดี้หน่อยนะคะ อยากบอกว่าการได้อ่านคอมเม้นท์ มันเป็แรงผลักดันในการอัพนิยายมาก ๆ เลย // อ้อน
และอย่าลืมกดเข้าชั้น กดหัวใจ และที่สำคัญอย่าลืมกดติดตามนามปากกาอิสตรีเริงรมย์กันเอาไว้นะคะ เพราะตอนนี้กำลังเร่งสานต่อพล็อตมากมายที่ได้ทำการดองเอาไว้ในไหแบบเร่งด่วน และแพลนที่จะปล่อยงานในตอนนี้ก็ยาวทั้งปี ฮือออ // กระพริบตาปริบ ๆ