????เหมันต์พ่ายรัก????
บทที่ 28
..หญิงวัยกลางคนนั่งเหม่อลอยใต้ต้นมะม่วงหลังบ้าน นับั้แ่วันที่ลูกสาวหายตัวไปนี่ก็ครบเดือนแล้ว เธอไม่รู้จะติดต่อและไปตามหาลูกสาวได้ที่ไหน ป่านนี้ลูกสาวเธอจะเป็ตายร้ายดียังไงบ้างก็ไม่รู้
"คุณน้า.." เสียงหวานใสของหญิงสาวเรียกคนที่นั่งเหม่อลอย ก่อนที่ร่างบางจะเดินเข้ามาหาเธอ
"คุณน้าคะ..ตาลซื้อขนมมาฝากค่ะ คุณน้าไม่ยอมกินอะไรเลยนะคะ"
..น้ำตาลเอ่ยบอกหญิงวัยกลางคนที่บัดนี้ซูบผอมลงไปมาก นับั้แ่วันที่เพื่อนเธอหายตัวไป เธอติดต่อนับหนึ่งไม่ได้เลย ไปตามหาที่บริษัททัวร์เขาก็ไม่รับผิดชอบอะไรเลย เขามีเอกสารยืนยัน ว่าหากมีการสูญหายหรือเกิดอุบัติเหตุทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบใดใด และในใบสัญญานับหนึ่งก็เซ็นชื่อลงไปแล้วด้วย เธอจึงไม่สามารถเอาผิดบริษัททัวร์ได้
"คุณน้าข๋าา..อย่าเศร้าสิคะ ซูซี่จะเศร้าตามแล้วนะคะเนี่ย" หญิงสาวในร่างชายเอ่ยบอกหญิงวัยกลางคน ที่เอาแต่นั่งเหม่อลอย บางวันก็นั่งร้องไห้
"น้าคิดถึงหนึ่ง ป่านนี้ไม่รู้จะเป็ตายร้ายดียังไงบ้าง "
...เธอเอ่ยเสียงเศร้า ลูกสาวเพียงคนเดียวมาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย แล้วยิ่งไม่ใช่ที่ประเทศไทยแล้วด้วย การค้นหายิ่งยากลำบากขึ้นไปอีก เธอหมดหนทางที่จะตามหาแล้ว..
"โธ่..ยัยหนึ่งไปไหนของแกนะ รู้มั้ยว่าทุกคนเขาตามหาและเป็ห่วงแก" น้ำตาลเอ่ยพึมพำ เธอเองก็ไม่รู้จะไปตามหาเพื่อนได้ที่ไหน
"ฮือ~ มึง...กูคิดถึงอีหนึ่งอ่ะ มันจะตายมั้ยก็ไม่รู้"
...ซูซี่ร้องไห้ออกมาเมื่อรู้สึกสงสารเพื่อน เขาพูดออกไปอย่างไม่ทันคิด คำพูดของเขาสร้างความหวาดหวั่นให้แก่หญิงวัยกลางคนเป็อย่างมาก หัวใจเธอหล่นวูบเมื่อคิดว่าลูกสาวเสียชีวิต เธอจะอยู่ต่อไปอย่างไร..
"อีสมชาย! มึงพูดอะไรออกมา!" น้ำตาลหันไปต่อว่าเพื่อนเมื่อเห็นใบหน้าของหญิงวัยกลางคนสลดลงอย่างเห็นได้ชัด
"กะ..กูขอโทษ กูไม่ได้ตั้งใจ..ขอโทษนะคะคุณน้า ซูซี่ปากพล่อยเองค่ะ นี่แนะๆๆๆ" สมชายตบปากตัวเองหลายๆที เขาไม่น่าพูดเลยจริงๆ
"พอเถอะ..น้าไม่โกรธหรอก มันอาจจะจริงหรือไม่จริงก็ได้ แต่น้าเชื่อว่า..นับหนึ่งจะต้องยังไม่ตาย" เธอบอกกล่าวเพื่อนของลูกสาว แม้ใจเธอจะแป้วไปแล้วก็ตาม..
"อีสมชาย..กูว่าเราไปตามหาอีหนึ่งกันม่ะ" น้ำตาลเสนอบอกเพื่อน เธอคงนั่งทนรอไม่ไหวหรอกนะ หากเพื่อนเธอกำลังรอคนไปช่วยอยู่ เธอจะทำอย่างไร..
"ห๊ะ! ไปทะเลทรายอ่ะหรอ..กูไม่กล้าอ่ะ กูกลัวหายไปแบบอีหนึ่ง" ซูซี่ส่ายหัวริกๆ แม้เขาจะรักเพื่อน แต่เขายังมีพ่อแม่ที่ต้องดูแล เขาไม่อยากเอาชีวิตไปเสี่ยงหรอกนะ..
ผวั๊ะ!!
"โอ้ยย! อีตาล! ตบหัวกูทำไม" สมชายลูบหัวป้อยๆ
"กูไม่ได้หมายถึงไปหาในทะเลทราย กูหมายถึงไปตามหาระแวกใกล้เคียงอ่ะ เผื่ออีหนึ่งมันไปพักอาศัยอยู่แถวนั้น " เธอบอกกล่าวเพื่อนสาว
"อ้อ..เอาสิ เดี๋ยวกูจะไปลางานไว้"
"ขอบคุณทุกคนมากนะ.. ถ้าลำบากก็ไม่ต้องไปก็ได้นะลูก น้าทำใจไว้บ้างแล้วแหละ" เธอบอกเพื่อนลูกสาวเสียงเศร้า ถึงเธอจะอยากเจอลูก แต่เธอก็ไม่ได้้าให้ใครมาลำบากกับเื่ของครอบครัวเธอสักนิด เธอเกรงใจ..
"ไม่เป็ไรค่ะคุณน้า หนึ่งมันเป็เพื่อนของหนู หนูก็ต้องช่วยตามหามันอยู่แล้วค่ะ คุณน้าอย่าคิดมากนะคะ หนึ่งจะต้องปลอดภัย"
"ขอบคุณมากนะ" เธอส่งยิ้มให้หญิงสาวอย่างขอบคุณ..
..อีกด้าน ในพระราชวังอันใหญ่โตมโหฬารของสาธารณรัฐอับบาสซึ่งมี เชคฮ บราฮิม อัล ฟารี เป็ประมุข เขานั่งบนบัลลังก์อย่างสง่าสมกับเป็สุลต่านของที่นี่ ภายในท้องพระโรงเต็มไปด้วยองครักษ์ที่ยืนเฝ้าเรียงรายอยู่ คิมหันต์ วสันต์ และฟารีดา นั่งลงบนพระที่นั่ง ก่อนจะตามมาด้วยหญิงสาว จัสมินถวายบังคมเข้าเฝ้า
"เ้าหญิงจัสมิน มาเข้าเฝ้าข้ามีเื่อันใดหรือ" บราฮิมเอ่ยถามหญิงสาวที่ขึ้นชื่อว่าเป็คู่หมั้นของบุตรชายคนโต
"หม่อมฉันจะมาทูลเื่งานอภิเษกสมรสเพคะ" จัสมินรวบรวมความกล้าพูดออกไป
"ก็ปีหน้าไม่ใช่หรือ...ทำไมหรือ " บราฮิมเอ่ยถามหญิงสาว งานอภิเษกสมรสกำหนดในต้นปีหน้า แล้วเหตุใดหญิงสาวถึงเข้าเฝ้าเขาในเื่นี้กัน..
"คือ..หม่อมฉันอยากจะมาเลื่อนงานอภิเษกสมรส เพคะ"
"ทำไมหรือองค์หญิงจัสมิน หรือว่าเหมันต์ทำอะไรให้องค์หญิงไม่พอใจหรือ" ฟารีดาเอ่ยถามอย่างแปลกใจ
"หาไม่เพคะ..หม่อมฉันไม่ได้จะมาเลื่อนงานอภิเษกออกไป...แต่จะเลื่อนให้เร็วขึ้นเพคะ!"
จัสมินเอ่ยความ้าออกไป มันช่างน่าอายที่ผู้หญิงต้องมาพูดเื่นี้ด้วยตัวเอง แต่เธอจะยอมให้มันคาราคาซังแบบนี้ไม่ได้ เธอจะหาทางชายหนุ่มให้เร็วที่สุด ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป..
"หืออ.. เ้าบอกข้าได้หรือไม่..ว่าเพราะเหตุใด.." สุลต่านเอ่ยถามหญิงสาว
"หม่อมฉันรักเ้าพี่เหมันต์เพคะ.. หม่อมฉันคิดว่ามันถึงเวลาสมควรแล้วเพคะ.."
"อืม.. ความจริงเ้ากับเหมันต์ก็รู้จักกันมานานแล้วนะ เห็นกันมาั้แ่เด็ก.. เอาล่ะ ไว้ข้าจะคุยกับเหมันต์ให้ก็แล้วกัน.."
"หม่อมฉันขอเลื่อนมาเดือนหน้าได้มั้ยเพคะ"
"มันจะไม่เร็วไปหน่อยหรือเ้าหญิงจัสมิน..." คิมหันต์เอ่ยถามหญิงสาว เหตุใดจัสมินถึงรีบขนาดนั้น มันต้องมีอะไรแน่ๆ..
"ไม่ใช่เื่ของเ้าพี่!" จัสมินหันไปค้อนให้ชายหนุ่ม
"แล้วเ้าคุยกับเหมันต์แล้วหรือ.."
"เอ่อ..คือ..." จัสมินอึกอัก เื่นี้เธอไม่ได้บอกใคร เธอเป็คนคิดเองทั้งหมด ไม่รู้ว่าชายหนุ่มจะพอใจหรือไม่
"หึ..ยังไม่ได้บอกท่านพี่ล่ะสิ" คิมหันต์พูดแขวะหญิงสาว เธอหันไปทำตาขวางใส่ชายหนุ่มอย่างไม่พอใจ..
"หม่อมฉันจะคุยกับเ้าพี่เหมันต์ทีหลังเพคะ ..ท่านสุลต่านต้องช่วยหม่อมฉันด้วยนะเพคะ" เธอเว้าวอนประมุขให้ช่วยเกลี่ยกล่อมชายหนุ่ม ขืนเธอไปบอกเขาเอง เขาคงไม่ยอมแน่ๆ
"เอาล่ะๆ.. ข้าจะคุยให้ก็แล้วกัน"
"ขอบพระทัยเพคะ" เธอโค้งคำนับอย่างดีใจ
"กระหม่อมขอตัวพะย่ะค่ะ" คิมหันต์ลุกพร่วดขึ้น ก่อนจะตรงไปลากหญิงสาวให้เดินตาม
"นี่!! ปล่อยเรานะ! เ้าพี่!!" หญิงสาวพยายามแกะมือชายหนุ่มออกจากแขนเธอ พลางหันไปหาพี่เลี้ยงให้ช่วย
"องค์ชายเพคะ" พี่เลี้ยงของหญิงสาวห้ามปรามชายหนุ่ม
"เ้าอย่ายุ่ง!! ออกไป!" เขาหันไปตวาดพี่เลี้ยงของหญิงสาวเสียงดังลั่น พี่เลี้ยงมองหน้าหญิงสาวอย่างช่วยอะไรไม่ได้ ก่อนที่เธอจะเดินออกไป..
"โอ้ยย! เ้าพี่! ปล่อยหม่อมฉันนะเพคะ!" จัสมิน พยายามดิ้นรนให้พ้นจากชายหนุ่ม คิมหันต์ดันเธอติดกำแพงก่อนจะตามมาประกบ แขนแกร่งขังเธอไว้ไม่ให้หนี
"เ้าคิดจะทำอะไรกันแน่!!" คิมหันต์ถามหญิงสาวเสียงเข้ม เขาเชื่อว่าเจตนาเธอไม่ค่อยดีเท่าไหร่
"แล้วเ้าพี่ยุ่งอะไรด้วยเพคะ! นี่มันเป็เื่ของหม่อมฉันกับเ้าพี่เหมันต์!" เธอจ้องตาเขาพลางตอบเสียงกร้าว คิมหันต์ก้มหน้าลงต่ำจนชิดกับใบหน้าหญิงสาว
"จะ..เ้าพี่..จะ..ทะ..ทำอะไรเพคะ" หญิงสาวถามชายหนุ่มเสียงสั่น เมื่อใบหน้าเธอและเขาอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ
"หึ..กลัวข้าหรือ" เขาแกล้งก้มต่ำลงไปอีก หญิงสาวหลับตาปี๋ มือบางยันอกแกร่งไว้
".........." หัวใจเธอเต้นเร็วราวกับตีกลอง
"ถ้าเ้าคิดจะทำอะไรไม่ดี..ข้าไม่ปล่อยเ้าไว้แน่!" ชายหนุ่มปล่อยหญิงสาวให้เป็อิสระ ก่อนจะเดินออกไป ทิ้งหญิงสาวยืนใบหน้าแดงเรื่อ ไม่รู้เพราะโกรธหรือเขินเขากันแน่...
"คนบ้า!" เธอต่อว่าเขา ก่อนจะเดินกระทืบเท้ากลับอย่างไม่พอใจ...