อู๋เหอตี้นำเอากระเป๋าใส่ตำราใบใหม่ออกมาให้มารดากับพี่สาวดู อู๋จือดีใจกับน้องชายด้วย นางรู้ว่าน้องชายขยันร่ำเรียนและท่องตำราทุกวัน
“โอว...ของใหม่ทั้งหมดเลยหรือ ” อู๋จือมองของทั้งหมด
“ขอรับ ได้มาจากเงินพิเศษทั้งนั้น”
“ดีแล้วๆ เ้าได้ทั้งกระเป๋าใหม่และยังได้ตำราที่้าอีก หลงจู๊ร้านเสี่ยวถงใจดีจริง หารายได้พิเศษให้อยู่บ่อยๆ” อู๋ฮูหยินยกมือลูบศีรษะบุตรชาย
อู๋เสี่ยวถงพยักหน้าหงึกหงัก “ใช่เ้าค่ะ ใจดีมากจริงๆ”
“แต่ว่าเ้าก็อย่าเหน็ดเหนื่อยมากนักเล่า หากทำงานมากเกินไปก็อาจจะล้มป่วยได้ เงินค่ากระเป๋าและตำราพวกนี้ เดี๋ยวข้าจะจ่ายให้เ้าตอนสิ้นเดือนก็แล้วกัน รอเบี้ยหวัดของข้าออกก่อน”
“พี่จือจือ แล้วท่านจะมีใช้หรือ แค่นี้เบี้ยหวัดท่านเกือบทั้งหมดก็ให้ท่านแม่เอาไว้ใช้จ่ายในครอบครัวแล้ว”
“ไม่เป็ไรน่า ข้าไม่มีสิ่งใดต้องซื้อหา”
“อย่างน้อยแป้งกับชาดท่านก็ต้องมีไว้บ้างนะ”
“อันเก่ายังไม่หมดเลย จะซื้อใหม่อีกทำไมกัน ”
อู๋เสี่ยวถงได้แต่ส่ายหน้า พี่สาวของนางทาแป้งบางๆ และใช้ชาดทาปากสีอ่อนๆ พอเดินตรวจท้องที่ถึงตอนเที่ยงก็แทบจะหลุดหมดแล้ว ตอนบ่ายก็เดินหน้ามันจนกระทั่งถึงเวลาเลิกงาน จากนั้นก็แวะไปที่ร้านขายอาหารเล็กๆ ของท่านแม่ เสื้อผ้าที่อู๋จือมีล้วนเป็เสื้อผ้าเก่าที่สีเริ่มซีด ชุดที่ดูดีที่สุดก็น่าจะเป็ชุดมือปราบที่นางมีสองชุดนั่น
อู๋ฮูหยินขอตัวกลับไปนอน ปล่อยให้ลูกทั้งสามคนพูดคุยกันอยู่ในห้องนอนของพี่สาวคนโตและน้องชายคนเล็ก
“นี่แน่ะ พี่จือจือ ข้าได้ยินมาว่าที่คฤหาสน์สกุลฮัวรับสมัครองครักษ์เพิ่ม ให้ค่าจ้างแพงมากทีเดียวเ้าค่ะ ท่านสนใจไหม ”
ได้ยินคำว่าสกุลฮัว อู๋จือก็หน้าเสีย วันนี้นางเอาแต่คิดวนเวียนเื่ของเ้าหมอโฉดผู้นั้น จูบที่ถูกปล้นไปถึงสามคราทำเอานางอยู่ไม่เป็สุข
“ต่อให้เขาจ้างแพง ข้าก็ไปไม่ได้หรอก ข้าเป็มือปราบรับเบี้ยหวัดจากทางการไปแล้วจะไปเป็องครักษ์สกุลอู๋ได้อย่างไร ”
อู๋เสี่ยวถงรู้อยู่แล้วว่าพี่สาวของนางต้องปฏิเสธเพราะฮัวหยางบอกเอาไว้ว่าอู๋จือพยายามหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้เขาเป็เพราะเคยมีเื่เข้าใจผิดกัน อู๋เสี่ยวถงข้องใจแต่ไม่กล้าถามฮัวหยาง
“ข้าได้ยินมาว่า พ่อบ้านสกุลฮัวอยากรับมือปราบหญิงเพื่อไปดูแลเรือนของเ้านายสตรีด้านในเฉพาะยามค่ำ ไม่ใช่ไปอยู่ทั้งวันเสียหน่อย”
พอเห็นพี่สาวนั่งหลับตาปริบๆ เหมือนยังไม่เข้าใจสิ่งที่นางพยายามจะสื่อ อู๋เสี่ยวถงจึงบ่นเื่หลังคาบ้านที่ถูกลมแรงพัดปลิวไปเมื่อหลายวันก่อน
“ท่านแม่กังวลมากเลยเ้าค่ะ กลัวว่าหากฝนมาอีกทีในครัวก็คงจะเละแน่ เออ...อีกอย่าง ข้าเห็นยาบำรุงร่างกายของท่านแม่ใกล้จะหมดแล้วด้วย เราต้องซื้อหามาตุนเอาไว้นะเ้าคะ”
อู๋จือขมวดคิ้วมุ่น หลังจากมารดาหายป่วยก็ต้องดื่มยาต้มชั้นดีเพื่อบำรุงร่างกายทุกวัน แม้จะหลงจู๊จี๊จะเมตตาลดราคาให้สำหรับอู๋เสี่ยวถงแต่เพื่อให้ประหยัดเขาจำต้องควักเงินไปซื้อทีละหลายตำลึงเพราะซื้อทีละนิดไม่อาจต่อรองราคาได้
“เ้าพูดเช่นนี้ อยากให้ข้าไปรับงานในคฤหาสน์สกุลฮัวหรือ ”
“มิได้เ้าค่ะ ข้าแค่เล่าให้พี่ฟังเฉยๆ” อู๋เสี่ยวถงเห็นพี่สาวสีหน้าตึงๆ ก็ยิ้มน้อยๆ “เอ๊ะ! หรือว่า พี่จือจือไม่ชอบหน้าคุณชายใหญ่ฮัว ”
“หึ! เ้าคนถ่อยนั้น ข้าจะชอบได้อย่างไร ”
“เอ๋ คุณชายใหญ่ออกจะสุภาพ นิสัยดี มีน้ำใจนะเ้าคะ”
อู๋จือที่เผลอพูดความในใจออกไปรีบบ่ายเบี่ยง “ก็แค่...เขามาตีสนิทกับข้าน่ะ ข้าไม่ชอบ ข้าไม่พูดกับเ้าแล้ว รีบเข้านอนดีกว่า พรุ่งนี้ยังต้องตื่นแต่เช้า”
อู๋เสี่ยวถงยิ้มกว้าง “ได้ๆ พี่นอนเถอะ ข้าเองก็จะกลับไปนอนเหมือนกัน”
‘จริงอย่างที่ท่านหมออู๋พูด พี่จือจือวนเวียนคิดเื่ของเขาอยู่’
พอไปถึงสำนักมือปราบในเช้าวันถัดมา จางเจิ้งจีก็เรียกให้อู๋จือเข้าไปในพบในห้องทำงาน
“จือจือ ได้ยินว่าเ้ากำลังเก็บเงินซ่อมหลังคาบ้านใช่หรือไม่ ”
“ได้ยินมาจากผู้ใดหรือเ้าคะ ”
“เมื่อเช้าข้าไปแวะกินข้าวเช้าที่ร้านมารดาของเ้า นางบ่นให้ฟังว่าหลังคายังไม่ได้ซ่อมเลย ดูเหมือนลมฝนจะมาอีกแล้ว”
“เ้าค่ะ เมื่อตอนต้นเดือนที่พายุเข้า ลมพัดแรงมาก หลังคาห้องครัวบ้านข้าถูกลมพัดกระเบื้องหายไปเยอะเชียว ตอนนี้เกรงว่าหากมีฝนตกลงมาอีก ในครัวคงจะฝนสาดเละเทะ ท่านแม่จะทำอาหารไม่ได้”
พอปูเื่มาถึงตรงนี้ หัวหน้ามือปราบหน่วยที่สามก็เข้าเื่ทันที “เ้าสนใจจะรับงานเพิ่มตอนค่ำหรือไม่เล่า รายได้ดีทีเดียวล่ะ”
“มีด้วยหรือเ้าค่ะ หากท่านว่าเงินดี ข้าก็สนใจ”
“ถ้าอย่างนั้น เ้าก็รับไปเลยแล้วกัน ตอนนี้ฮัวฮูหยินไม่ค่อยสบายใจเพราะยังจับหัวขโมยไม่ได้ จึง้ามือปราบหญิงไปเฝ้าเรือนนอนในตอนค่ำ จากวันนี้ถึงสิ้นเดือนเ้าก็จะได้เงินเป็เท่าตัวของเบี้ยหวัด”
อู๋จือชะงัก ในเมื่อหัวหน้าเอ่ยปากให้นางเป็คนไปทำ ถ้าหากนางปฏิเสธจางเจิ้งจีก็อาจจะไม่พอใจ แค่ไปเฝ้ายี่สิบวันแต่ได้เงินเพิ่มอีกเท่าตัว มือปราบหญิงก็จำต้องกล้ำกลืนความไม่พอใจลงไป
...ฮัวหยางพักอยู่เรือนชานเมือง เขาไม่กลับคฤหาสน์อยู่แล้ว...
อู๋จือคิดวนเวียนในหัว ครั้งก่อนที่นางไปคฤหาสน์สกุลฮัว คุณชายใหญ่ฮัวก็ไม่อยู่ พ่อบ้านบอกว่าเขาแวะมาเป็บางครั้งและนานเกือบสามเดือนแล้วที่ไม่ได้มานอนในคฤหาสน์
“ข้าต้องไปนอนเฝ้าที่เรือนฮัวฮูหยินหรือเ้าคะ ”
“ใช่ เ้าต้องสวมชุดสาวใช้ด้วยเพื่อเป็การปิดบังตัวตน”
“แล้วชุดสาวใช้พวกนั้น”
“ไม่ต้องห่วง ข้าให้คนเตรียมเอาไว้ให้เ้าแล้ว ทั้งหมดสี่ชุดในถุงผ้านั่น” หัวหน้าจางชี้ไปยังถุงผ้าที่วางอยู่บนโต๊ะ “ไม่ต้องสงสัย ข้าคิดแล้วว่างานนี้เหมาะกับเ้ายิ่งกว่าผู้อื่น เริ่มงานเย็นนี้ได้เลย ส่วนนี่ก็คือเงินมัดจำค่าจ้างงาน” จางเจิ้งจีวางเงินห้าตำลึงและสัญญาว่าจ้างลงบนโต๊ะ
พอเห็นเงิน อู๋จือก็ไม่กล้าเอ่ยปากปฏิเสธ เงินห้าตำลึงมากพอจะซื้อยาให้ท่านแม่ของนางและคืนเงินค่าอุปกรณ์การเรียนของอู๋เหอตี้ด้วย เงินเล็กเงินน้อยที่นางสะสมเอาไว้ นางคิดจะขุดจากหลุมฝังหลังบ้านมาซื้อเตียงนอนให้อู๋เสี่ยวถงใหม่ น้องสาวของนางไม่อยากนอนเบียดบนเตียงเดียวกันกับท่านแม่
“หลังเลิกงานเ้าก็รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วไปรายงานตัวกับพ่อบ้านสกุลฮัวนะ ข้าแจ้งทางโน้นเอาไว้แล้ว”
‘หากเป็การเฝ้าในคฤหาสน์ ไม่เกี่ยวข้องกับฮัวหยางก็นับว่าโชคดี’
คหบดีวัยเกือบหกสิบและนายหญิงแห่งสกุลฮัวมองดูมือปราบหญิงในชุดสาวใช้ที่ถูกแนะนำตัวด้วยความสนใจ สายตาผู้าุโทั้งสองกวาดขึ้นลงไปมาจนอู๋จือรู้สึกประหม่า
“เ้าเองหรือ ได้ยินชื่อหลายคราแล้ว ผอมไปหน่อยนะ เจอคนร้ายหลายๆ คนจะไหวหรือ ” ท่านเ้าของคฤหาสน์เอ่ยถาม
“ไม่ต้องห่วงเ้าค่ะ ข้ามีวรยุทธ์ ฝึกวิชาหมัดมวยและกระบี่มาหลายปี จับคนร้ายได้อยู่บ่อยๆ”
คหบดีสูงวัยยิ้มน้อยๆ “เห็นหัวหน้าจางบอกว่าเ้าเป็คนซื่อและขยันขันแข็ง ถ้าเช่นนั้นก็ช่วยมาเฝ้าเรือนฮูหยินให้ข้าหน่อยก็แล้วกัน ปกติเรือนนั้นจะมีสาวใช้ผลัดเวรคอยดูแลผลัดละสี่คน สำหรับเ้ามานอนเฉพาะตอนกลางคืน ฮูหยินสั่งคนให้เอาเตียงเล็กมาวางในห้องแล้ว”
“ในข้านอนในห้องกับนายหญิงหรือเ้าคะ ”
“ถูกต้อง ข้าจะได้นอนหลับสบายหน่อย ทุกคืนเอาแต่ฝันเหลวไหล เวลาจะนอนก็หลับไม่สนิท” หญิงสูงวัยส่ายหน้าเบาๆ “นอนกับสาวใช้ก็ไม่ค่อยสบายใจ ถ้าเป็มือปราบเหมือนเ้าก็น่าจะดี”
คหบดีฮัวยื่นมือไปตบหลังมือปลอบใจ “ฮูหยิน เ้าใจเย็นๆ มีอู๋จือมานอนเป็เพื่อน เ้าคงจะหลับสบายขึ้น”
***************
