"ลงไปเนี้ยนะ!? ไม่เห็นหรือไงว่าบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์มันเจือปนไปด้วยคำสาปขนาดไหน มนุษย์ปกติเเค่เพียงััโดนไอเล็กๆที่ลอยอยู่นั่นร่างกายก็เป็พิษได้เเล้ว ถ้าขืนโยนตัวเองลงไปในนั้นล่ะก็ร่างกายของเ้ามีหวังได้เน่าเปื่อยจนสิ้นใจเลยนะ!"
"ไม่เป็ไรค่ะ"
พอเข้าใจว่าเธอด่าฉันเพราะเื่อะไรฉันก็อธิบายให้เธอฟัง โดยการใช้มือซ้ายจุ่มลงไปในบ่อน้ำเต็มๆมือเเล้วยกมันขึ้นมาให้เธอดู
"เห็นไหมคะ?...ด้วยเหตุผลบางอย่างคำสาปมันเลยทำอะไรฉันไม่ได้ เพราะฉะนั้นไม่เป็ไรหรอกค่ะ"
"....."
คุณราชินีใสิ่งที่เห็นจนช็อคไปเลย ดูเหมือนเธอจะมั่นใจอย่างเเรงกล้าว่ามันเป็คำสาปร้ายเเรงที่เมื่อเเตะก็เอาสามารถชีวิตคนได้ล่ะมั้ง? ยังไงก็ต้องขอบคุณชุดนักปราชญ์ด้วยล่ะที่ทำให้ฉันไม่เป็อะไร
"ถ้ายังไงก็ขอตัวนะคะ"
ฉันโค้งเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆก้าวลงไปในบ่อน้ำนั่น เเต่เมื่อฉันลงไปครึ่งตัวเเล้วคุณราชินีที่ได้สติอีกครั้งก็หันมาถามฉัน
"ไม่เป็ไรจริงๆงั้นหรอ!?-ไม่สิ...มีเหตุผลอะไรที่เ้าต้องลงไปดูข้างล่างนั่นกันล่ะ!?"
"ฉันอยากจะเห็นรูปร่างของวงจรเวทย์ในตอนที่มันกำลังทำงานอยู่ค่ะ คิดว่าจำรูปเเบบมันไว้ก่อนเเล้วเอามาเปรียบเทียบกับตอนที่มันไม่ได้ทำงานเเล้วดู"
"...ไม่ค่อยเข้าใจเลย นี่เ้าตั้งใจจะทำอะไรกันเเน่?"
"...คือ ฉันไม่อยากจะพูดอะไรเพื่อให้ท่านรู้สึกมีความหวังมากนัก เเต่อยากจะให้เชื่อใจว่าสิ่งที่ฉันจะทำต่อจากนี้ไม่ได้มีความรู้สึกปองร้ายต่อพวกคุณก็พอค่ะ"
เมื่อได้ยินเเบบนั้นคุณราชินีภูติก็ถอนหายใจออกมาอย่างหน่ายๆ
"เ้าเป็มนุษย์เเมวที่เเปลกใช่เล่นเลยนะ เป็ครั้งเเรกเลยล่ะที่เราได้เจอคนพิลึกๆเเบบเ้า-...อืม เอาสิ...ถ้าเ้าลงไปถึงก้นบ่อที่มีความเข้มข้นของคำสาปร้ายนั่นได้จริงเราก็จะไม่ว่าอะไรเ้า เชิญทำสิ่งที่เ้าคิดว่าสมควรทำเถอะ"
"...ขอบคุณค่ะ"
ถึงจะฟังเหมือนเป็การท้าทายก็เถอะ เเต่ได้ยินว่าลงไปตรวจสอบได้เเล้วไม่ผิดเเน่
เมื่อได้ยินเเบบนั้นเเล้วฉันก็โค้งขอบคุณเล็กน้อยก่อนจะดำลงไปในบ่อน้ำสีดำ เเละเมื่อฉันดำไปจนมิดตัวเเล้วััที่รู้สึกได้ก็เป็อย่างที่คิด มันเหมือนเป็น้ำขุ่นๆธรรมดาที่มีข้อเสียคือมันมีกลิ่นเท่านั้น เเต่ก็นั่นเเหละมันไม่ใช่ระดับที่ฉันทนไม่ไหวเพราะงั้นมันจึงไม่ใช่เื่น่าบ่นอะไร
เมื่อฉันดำลงไปเเล้วฉันก็ลืมตามองดูข้างล่าง ที่เปลือกตาของฉันรู้สึกถึงไออุ่นๆด้วย ไม่เพียงเเค่ตาเท่านั้นเเต่ทั่วทั้งร่างกายฉันกำลังถูกปกคลุมด้วยกำเเพงเวทย์สีขาวบางๆที่ป้องกันไม่ให้ผลร้ายของคำสาปนั้นเข้ามาััหรือเเตะตัวฉันได้ มันกรองให้ฉันรู้สึกได้เพียงน้ำเย็นๆเท่านั้น ช่างเป็ชุดที่ควรเอาไปกราบบูชาสักครั้งเลยจริงๆ
....
จากตรงนี้ฉันมองไม่เห็นก้นบ่อเลยเเหะ เเสดงว่ามันค่อนข้างลึกพอตัวเลยสินะ เห็นข้างนอกก็ว่าเป็บ่อใหญ่เเล้วเเต่ข้างใต้นี่ก็ลึกตามสภาพอีกงั้นหรอ ก็จริงที่ว่าตอนนี้ฉันมีกำลังขาที่มากกว่าตอนอยู่โลกเดิม เเต่จะให้ฉันที่ว่ายน้ำได้ไม่เเข็งว่ายลงไปเรื่อยๆมันก็ดูจะโหดร้ายเกินไป
เพราะเเบบนั้นฉันจึงว่ายขึ้นมาหายใจบนบกก่อนเเล้วเตือนให้พวกภูติถอยออกไปจากบ่อ พวกเขาเชื่อฟังคำเตือนของฉันเเละถอยห่างออกไปให้พ้นอันตราย เมื่อเห็นว่าทุกคนถอยออกไปห่างเเล้วฉันก็เกาะที่ขอบบ่อน้ำเเล้วออกเเรงดีดตัวเองลงไปที่ก้นบ่อ
ตัวฉันพุ่งดิ่งลงไปดั่งจรวดดำดิ่งลึกลงไปๆจนในที่สุดก็ถึงก้นบ่อน้ำ โชคดีที่ความเร็วในการพุ่งมาค่อยๆลดลงตอนกำลังมานี่ทำให้ฉันสามารถหยุดตัวเองไม่ให้ไปชนกับก้นบ่อได้
"....."
นี่สินะ วงจรเวทย์...ถ้าไม่มีเเสงสว่างตอนมันกำลังอยู่ก็คงมองเห็นไม่ชัดทั้งหมด
ฉันคิดเเบบนั้นเเล้วเริ่มเดินสำรวจเ้าสิ่งที่ฉันกำลังเหยียบอยู่ ภายในน้ำที่ขุ่นมัวไปด้วยคำสาปมีเพียงเ้าสิ่งนี้เท่านั้นที่กำลังส่องเเสงสีขาวอยู่ข้างล่าง มันสว้างเป็เส้นวงกลมเเละโค้งเชื่อมไปมาจนเป็รูปร่างคล้ายกับวงเวทย์ที่ฉันเคยเห็นในเกม
ถ้าเป็ฉันตอนยังอยู่โลกนั้นคงจะมองว่านี่เป็เพียงรูปร่างของวงเวทย์ที่ดูสวยไม่ต่างกับวงเวทย์อื่นๆในเกม เเต่ในตอนนี้ฉันมีสกิล[ค้นคว้าเวทย์]อยู่ทำให้ฉันสามารถเข้าใจโครงสร้างเเละหลักการทำงานของมันได้
....
อืม...พอจะเข้าใจเเล้วล่ะ
อย่างที่คุณราชินีภูติบอกเ้าวงจรเวทย์นี่มีไอพลังเวทย์ที่เเตกต่างกันอยู่หลายเเบบบรรจุลงไปในวงจรเวทย์อยู่ การสร้างวงจรเวทย์เเล้วบรรจุพลังเวทย์ลงไปเพื่อให้มันทำงานนั่นก็เื่นึง เเต่ที่น่าสนใจจริงๆคือพวกเขาสลักวงจรเวทย์นี่ลงไปในหินศิลาที่มีพลังเวทย์ที่รุนเเรงอีกทีตังหาก ดูเหมือนว่าเ้าสิ่งนี้จะมีพลังธรรมชาติวนเวียนอยู่ มันดูเหมือนว่าจะเป็ต้นตอของการเปลี่ยนน้ำธรรมดาให้กลายเป็น้ำศักดิ์สิทธิ์ล่ะ
ค่อนข้างน่าสนใจนะเนี้ย...
ถึงจะสนใจก็เถอะ เเต่ในเมื่อรู้วิธีใช้งานเเล้วก็อย่าเสียเวลาจะดีกว่า
ฉันคิดเเบบนั้นเเล้วดีดตัวเองขึ้นไปข้างบน
*
"นี่เ้าลงไปถึงที่นั่นจริงๆงั้นหรอ..."
"ก็ตามที่เห็นนี่เเหละค่ะ"
ฉันว่าเเบบนั้นเเล้วสะบัดเสื้อที่ตัวเองสวมอยู่สองครั้ง ทันใดนั้นทั้งเสื้อเเละตัวฉันก็เเห้งในพริบตา อย่างกับว่าฉันไม่ได้ลงไปว่ายในบ่อน้ำนั่นมาก่อน
"คุณฟรานเมื่อกี้คุณยังเปียกอยู่เลยนี่คะ!?"
"ก็เเค่เวทยมนตร์น่ะ"
พอฉันบอกไปเเบบนั้นคุณราชินีขมวดคิ้วมองฉัน
" 'ก็เเค่เวทยมนตร์งั้นหรอ' เรายังไม่เห็นว่าเ้าร่ายหรือใช้พลังเวทย์เลยนะ ไอ้เวทย์ที่ใช้ได้เพียงเเค่สะบัดเสื้อสองสามครั้งเเล้วเเห้งนั่นเกิดมาเราไม่เคยได้ยินว่ามีของเเบบนั้นมาก่อนเลย"
ได้โปรด...อย่าไปคิดว่าสกิลซ่อมบำรุงของชุดนักปราชญ์เป็เวทยมนตร์ระดับหายนะเลยนะคะ มันก็เเค่เวทย์รักษาความสะอาดเอง เพราะงั้นอย่ามองสกิลนี้เป็สกิลเลวร้ายเลยนะคะ!
ฉันขอร้องเเบบนั้นอยู่ในใจเเล้วตอบย้ำไปอีกทีว่ามันก็เเค่เวทยมนตร์รักษาความสะอาดเท่านั้น
"ฮึ่ม ยังไงก็เถอะ จากนี้เ้าจะทำอะไรต่อล่ะ?"
"ก็ต้องใช้เวทยมนตร์ของฉันเเช่เเข็งน้ำทั้งในบ่อน้ำนี้ให้กลายเป็น้ำเเข็งนั่นเเหละค่ะ"
"...งั้นหรอ ยังไงก็ต้องหยุดไม่ให้ต้นน้ำปล่อยน้ำที่มีพิษร้ายเเบบนี้ไหลไปมากกว่านี้ล่ะนะ"
"...."
ฉันรู้สึกได้ว่าคุณราชินีภูติเเละภูติตนอื่นๆนั้นกำลังรู้สึกเสียใจ เเม้พวกเขาจะยอมรับเื่ที่จะให้ฉันใช้เวทยมนตร์เเช่เเข็งมันได้ เเต่ยังไงก็อดเสียใจกับบ่อน้ำนี่ไม่ได้
"มันควรเป็วันที่เราจะได้ขอบคุณท่านโซอาเเท้ๆ..."
"ไม่เป็ไรหรอกฟีต้า ตราบเท่าที่พวกเ้าเเละภูติตนอื่นๆยังคงมีตัวตนอยู่สักวันเราจะสร้างมันขึ้นมาใหม่ได้เเน่นอน"
"ท่านเเม่คะ..."
ไม่เข้าใจเลย พวกเขาพูดถึงอะไรกันนะ เเล้วไอ้บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความหดหู่นี่อีก ทำเอาฉันไม่กล้าเคลื่อนไหวไปเเบบเปล่าประโยชน์เลย
"ถ้ายังไงฉันจะลงมือเเล้วนะคะ..."
ฉันบอกกับพวกเขาว่าให้ถอยห่างออกไป เเล้วจากนั้นฉันก็เอื้อมมือไปัักับผิวน้ำของบ่อเบาๆ...
"...[ราตรีน้ำเเข็ง]!"
เมื่อฉันร่ายมันออกมาน้ำที่อยู่บริเวณใต้มือของฉันก็กลายเป็น้ำเเข็งเเละขยายออกไปเเช่เเข็งน้ำทั้งหมดที่อยู่ในบ่อ น้ำศักดิ์สิทธิ์สีดำได้ถูกย้อมกลายเป็สีฟ้าจนหมด ทั้งไอคำสาปทั้งกลิ่นเหม็นทุกอย่างถูกเเช่เเข็งไปพร้อมกับบ่อน้ำนั้น
ภาพนั้นทำเอาราชินีเเละฟีต้าต้องร้องใขึ้นมาพร้อมกัน
"คำสาปถูกชำระล้างด้วยน้ำเเข็งงั้นหรอ!!"
หลังจากที่ฉันเเช่เเข็งบ่อน้ำได้ทุกหยดเเล้วเหล่าภูติที่อยู่รอบๆก็รีบเข้ามาดูบ่อน้ำที่กลายเป็น้ำเเข็งนั้นใกล้ๆด้วยความตกตะลึง
"ไม่มีล่องลอยของคำสาปตกค้างอยู่ในน้ำเเข็งนี่เลย นึกว่าเ้าจะทำได้เเค่หยุดคำสาปซะอีก เเต่เ้าทำได้กระทั่งชำระล้างเลยงั้นหรอ!"
"นี่ไม่ใช่ครั้งเเรกค่ะท่านเเม่ ก่อนหน้านี้ตอนที่คุณฟรานสู้กับอัศวินปีศาจนั่นเธอก็ชำระล้างิญญาร้ายของปีศาจนั่นได้ด้วยน้ำเเข็งเหมือนกันค่ะ"
"อะไรนะ!!?"
พอได้ยินฟีต้าบอกเเบบนั้นคุณราชินีก็หันมามองฉันด้วยสายตาตกตะลึง
"ฟราน...นี่เ้าเป็ใครกันเเน่?"
ถึงจะถามเเบบนั้นก็เถอะ...เเต่จะให้ตอบไปว่าเป็"คนธรรมดาๆที่ได้รับเฮดโฟนหูเเมวจากพระเ้า"ได้ไงล่ะ...เอาเป็ว่าตอบเเบบนี้ก็เเล้วกัน
"...ก็คงเป็เเค่นักผจญภัยที่มีฝีมือพอตัวนั่นเเหละค่ะ"
"ฟังไม่ค่อยขึ้นเลยนะ"
เเล้วก็กลายเป็ว่าโดนจ้องเขม็งหนักกว่าเดิมซะอย่างงั้น...
"เอ่อคือ ฉันยังจัดการได้ไม่เสร็จดีเพราะงั้นช่วยถอยออกไปกันหน่อยได้หรือเปล่าคะ?"
"...ยังไม่เสร็จดีงั้นหรอ?"
พอได้ยินเเบบนั้นคุณราชินีภูติก็จ้องมาที่ฉันอย่างสงสัย ถึงเธอจะสงสัยเเต่ก็ยอมถอยให้ฉันเเต่โดยดี เเละเมื่อไม่มีภูติอยู่ใกล้บริเวณบ่อน้ำเเล้วฉันก็-
ฟึ้บ~!
-เก็บน้ำในบ่อที่กลายเป็น้ำเเข็งเเล้วเข้าไปในเฮดโฟนหูเเมวรวดเดียว
.....
.....
"จ-เ้า! เมื่อกี้นี้เ้า!"
"ท่านเเม่คะใจเย็นก่อนค่ะ มันก็เเค่อีกหนึ่ง'เวทยมนตร์'ของคุณฟรานนั่นเเหละค่ะ"
"...."
ฟีต้าอธิบายเเทนฉัน ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจว่าคำอธิบายนั้นทำให้คุณราชินีภูติยอมรับได้ยังไง เเต่ถ้าไม่วุ่นวายมันก็ดีไป
จริงๆก็ไม่ได้อยากจะทำอะไรเเบบนี้ให้ใครเห็นหรอก เเต่สถานการณ์ตอนนี้มันจำเป็นี่นะ
"ถ้ายังไงช่วยอย่าพึ่งใกับสิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนี้นะคะ..."
"มีอะไรอีกงั้นหรอ?"
ฉันถูกถาม เเต่มาขนาดนี้เเล้วก็ไม่ต้องปิดบังเเล้วล่ะนะ
"เพราะเวทย์น้ำเเข็งของฉันทำให้วงจรเวทย์ที่ข้างล่างนั่นหยุดทำงานทำให้ฉันต้องเปิดให้มันทำงานใหม่อีกครั้ง"
"เปิดมันใหม่!? นี่เ้าลงทุนไปถึงก้นบ่อเพื่อการนั้นงั้นหรอ!?"
"ค่ะ เพราะฉัน้าตรวจสอบตอนที่มันกำลังทำงานอยู่"
"ทำได้งั้นหรอ!? การเปิดมันใหม่ไม่ใช่เเค่ต้องรู้วิธีสั่งให้มันทำงาน เเต่เ้าต้องมีพลังเวทย์ที่มากกว่าเอลฟ์เเละภูติาุโกว่าสิบตนเชียวนะ!"
"...อาจจะเสียมารยาทไปหน่อยเเต่ฉันทำลงไปเเล้วค่ะ"
"....?"
พริบตาที่ฉันบอกเเบบนั้นข้างใต้บ่อลึกก็มีเเสงสว่างสีขาวสาดส่องขึ้นมา พร้อมกับศิลาทรงกลมบางอย่างที่ปรากฏขึ้นมาที่ริมขอบฝั่งของบ่อน้ำ ขนาดของมันนั้นใหญ่เกือบเท่าตัวฉัน ภายในศิลานั้นมันมีจุดกลมๆล้อมรอบอยู่12จุด ถ้าให้ฉันเดามันน่าจะเป็ตำเเหน่งของจุดที่ต้องลงพลังเวทย์
"ศิลาที่ใช้บรรจุพลังเวทย์...นี่เ้ารู้กระทั่งวิธีเปิดการทำงานของมัน..."
คุณราชินีภูติบินไปสำรวจศิลาหินทรงกลมที่ปรากฏออกมาจากพื้นอย่างตกตะลึง เธอพึมพำว่า "นี่มันน่าเหลือเชื่อเกินไปเเล้ว" เเล้วจึงเดินมาหยุดอยู่ที่ข้างหน้าของฉัน
"ถ้าอย่างงั้นข้าจะขอมีส่วนร่วมบรรจุพลังเวทย์ลงไปได้หรือเปล่า?"
พอได้ยินคำขอนั้นฉันก็ส่ายหน้า
"ฉันคิดว่าคุณราชินีน่าจะรู้อยู่เเล้วนะคะว่ามันเป็ไปไม่ได้ การลงพลังเวทย์ลงไปในศิลาเพื่อให้เวทยมนตร์นั้นทำงานอีกครั้งจำเป็ต้องลงพลังเวทย์ในระดับที่สมดุลทั้ง12ฝั่งซึ่งฉันไม่คิดว่าพลังเวทย์ของฉันจะสมดุลกับคุณราชินีภูติได้หรอกนะคะ"
เมื่อฉันอธิบายไปเเบบนั้นคุณราชินีภูติก็พยัคหน้าอย่างเข้าใจ
"อย่างงี้นี่เอง ดูเหมือนเ้าจะเป็จอมเวทย์ที่ฉลาดพอตัวเลย อายุเพียงเท่านี้เเท้ๆเเต่สามารถไขวิธีการใช้งานได้ขนาดนั้น นับเป็เื่ที่ไม่เคยมีมาก่อนจริงๆ"
ถึงจะถูกชมอยู่ก็เถอะ เเต่ไม่รู้สึกได้ดีใจเลยเเหะ คงเพราะทั้งหมดทั้งมวลนั่นมันเป็เพราะเฮดโฟนหูเเมวเเละชุดนักปราชญ์ล่ะมั้ง
"ถ้ายังไงฉันขอบรรจุพลังเวทย์ของตัวเองลงไปในศิลานะคะ?"
"ฝากด้วยนะ"
เมื่อได้ยินเเบบนั้นฉันก็เอามือลงไปเเตะที่ศิลาเเล้วเริ่มใส่พลังเวทย์ของตัวเองลงไป ซึ่งในความเป็จริงเเล้วฉันมีพลังเวทย์ไม่พอจะทำให้มันทำงานได้หรอก เเม้ฉันจะมีมานาเยอะเเค่ไหนเเต่ถ้าความเข้มข้นมันไม่มากพอจะทำให้พลังเวทย์นั้นสมดุลทั้ง12ฝั่งได้มันก็จะไม่ทำงาน
ถ้าเเค่ใช้พลังเวทย์ที่มีอยู่ตอนนี้มันยังไม่พอหรอก ฉันจะต้องใส่พลังเวทย์เเฝงที่ฉันยังไม่เคยได้ลองใช้มันลงเสริมไปด้วย
.....
"ปลดปล่อยพลังเวทย์*เหมี๊ยว*"
"อ่ะ-?"
ตู้ม~!
หลังสิ้นเสียงการพึมพำของฉัน พลังเวทย์มหาศาลสีฟ้าก็ไหลไปออกมาจากฝ่ามือโยงยาวเชื่อมกับจุดทั้ง12จุดเอาไว้เเละเกิดเสียงดังขึ้นที่ข้างล่างของบ่อน้ำ โดยมีสิ่งที่เเทนที่เเสงสว่างเป็น้ำพุสูงพุ่งขึ้นมาเป็เสา น้ำนั้นสาดกระเด็นเป็หยดฝนเเละไหลไปตามทางน้ำด้านล่างจนมันกลายเป็น้ำตกสายใหม่
"ท่านเเม่คะ น้ำศักดิ์สิทธิ์มันกำลังเรืองเเสงด้วยล่ะค่ะ!"
ฟีต้ามองดูน้ำไหลไปพร้อมความดีใจ สายน้ำใหม่นั้นไม่เพียงเเค่ใสเเต่อย่างส่งประกายระยิบระยับสวยงามทำเอาภูติรอบข้างต่างมองดูกันด้วยความตกใจ
"-น่าเเปลก...บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ไม่น่าจะเรียกน้ำที่เรืองเเสงเเบบนี้ได้นี่นา เเล้วทำไม..."
ขณะที่คุณราชินีภูติกำลังคิดหาเหตุผลจู่ๆก็มีภูติตนนึงรีบบินมาหาเธอพร้อมกับท่าทางตื่นตัว ตอนเเรกฉันเองก็คิดว่ามันเป็เื่ร้ายเเต่พอสังเกตดีๆก็เห็นว่าใบหน้าของภูติตนนั้นกำลังยิ้มดีใจอยู่
"ท่านราชินี ข้าพเ้ามีเื่ใหญ่จะมารายงานครับ!"
"เื่ใหญ่งั้นหรอ-เเล้วมันคือ?"
"ครับ! บ่อน้ำสายใหม่ที่ไหลไปที่น้ำตกกำลังชำระล้างคำสาปที่เจือปนอยู่ในลำธารของป่าอยู่ครับ!"
"!!!"
พอได้ยินรายงานนั้นคุณราชินีภูติเเละภูติบางส่วนต่างก็ใเเละรีบบินไปดูที่ริมหน้าผา ฉันไม่เเน่ใจว่าพวกเขาเห็นอะไรเเต่ได้ยินเสียงภูติจากตรงนั้นพูดว่า "เเม่น้ำสีดำกำลังถูกย้อมเป็สีขาวใสอยู่ล่ะ"
เเค่คำพูดนั้นก็ทำให้ฉันมั่นใจได้เเล้วว่าทุกอย่างสำเร็จไปได้ด้วยดี ต้องขอบคุณวิธีที่เฮเลนเสนอมาเเละความสามารถของอุปกรณ์ที่ฉันมีอยู่ล่ะนะ
"ว่าเเต่ไอ้พลังเวทย์เเมวเนี้ย..."
มันไม่ทรงพลังเกินไปหน่อยหรอ?
ดูยังไงมันก็อัพเกรดน้ำศักดิ์สิทธิ์ให้มีพลังมากขึ้นกว่าเดิมเลยนี่!
***
/มุมผู้เขียน/
ถ้ามีคำผิดหรือคำขาดหรือใช้ศัพพ์ผิดยังไงก็ขออภัย ไว้จะมาเเก้ทีหลังนะ
ส่วนตอนต่อไปนั้นเป็ตอนของพระเ้าเขาล่ะ
อ่ะ เเล้วก็ เพราะยังไม่ค่อยเห็นใครมาติ เลยจะขอติตัวเองไว้ก่อนล่ะกัน
1.เลยคือนิสัยของตัวละคร ที่เห็นชัดๆในตอนนี้เลยคือนิสัยของคุณราชินีภูติที่หลุดคาเเร็คเตอร์ใน่เเรกมาก ไม่รู้จะเเก้กลับไปยังไงเพราะงั้นจะขอหลุดต่อไปล่ะนะ555//น้ำตาจิไหล
2.คือคำพูดคำจา รู้ซึ้งเลยว่าทำไมไลโนเวลบางเื่มันชอบใช้มุขให้คนใหญ่คนโตเสนอให้พูดกับตัวเองเเบบกันเองเพราะมันค่อนข้างใช้ยาก เเละบางทีจังหวะใช้ก็เเย่ง่ายด้วย เฮ้อ ฉันล่ะเพลียใจ
-อาจจะมีเื่ให้ติอีก เเต่ก็นั่นเเหละเอาเเค่นี้ก่อนเเล้วกัน