เซียนกระบี่ต้านสวรรค์ (Sword Saint: Resisting Heaven)

    ตอนที่ 32 เสียงสะท้อนในรอยกระบี่ (เกลา)

    ตอนที่ 32: เสียงสะท้อนในรอยกระบี่ 

    เฟิงอี้ไม่ได้หยุดพักนานนัก แม้ร่างกายจะยังอ่อนล้าและพลังปราณจะร่อยหรอจนแทบหมดสิ้น แต่สัญชาตญาณที่เฉียบคมยิ่งกว่าเดิมก็กรีดร้องเตือนว่าสถานที่อันแปลกประหลาดและเต็มไปด้วยอันตรายแห่งนี้ ไม่เหมาะแก่การหยุดนิ่งหรือแสดงความอ่อนแอออกมา เขาปรับลมหายใจที่ติดขัดเล็กน้อย ก้าวพ้นบริเวณที่เคยเป็นกับดักค่ายกลสังหาร เดินลึกเข้าไปตามทางเดินศิลาดำที่ทอดตัวยาวราวกับจะนำไปสู่ใจกลางของโลก หรือขุมนรกอเวจีก็มิอาจทราบได้

    ยิ่งเดินลึกเข้ามา อากาศที่เคย "หนืด" ราวกับน้ำแข็งเหลว ก็ยิ่ง "กดทับ" หนักหน่วงมากขึ้น ไอเย็นยะเยือกที่แฝงกลิ่นอายโบราณแทรกซึมลึกกว่าเดิมจนเขารู้สึกเหมือนไขกระดูกกำลังจะถูกแช่แข็งเป็นแท่ง ปราณกระบี่ในร่างต้องโคจรเร็วขึ้นและต่อเนื่องเพื่อสร้างความอบอุ่นและต้านทานแรงกดดันจากภายนอก แต่เขาก็สัมผัสได้ถึง "ต้นทุน" ชีวิตที่ค่อยๆ ถูกเผาผลาญไปทีละน้อยอย่างต่อเนื่องและไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ราวกับเครื่องเซ่นสังเวยให้กับพลังงานโบราณที่หลับใหล ณ ที่แห่งนี้

    ‘ให้ตายเถอะ ที่นี่มันดูดกลืนพลังชีวิตของสิ่งมีชีวิตที่ย่างกรายเข้ามาหรือไงกัน?’ เขาก่นด่าโชคชะตาในใจ เบือนหน้ามองผนังศิลาดำด้านข้างที่เย็นเฉียบ ‘หรือจริงๆ แล้วมันกำลังทดสอบความอดทนและแก่นชีวิตของผู้บุกรุก... ข้าก็ได้แต่หวังว่ามันจะไม่ใช่แบบฝึกหัดก่อนเข้าสู่ลานประหารของจริงหรอกนะ’ ความคิดเชิงเสียดสีช่วยให้จิตใจที่ตึงเครียดผ่อนคลายลงได้บ้าง

    เสี่ยวหู่ในอ้อมแขนดูเหมือนจะปรับตัวได้ดีกว่ามาก มันซุกตัวนิ่งอยู่ในอ้อมกอดอันอบอุ่น (กว่าสภาพแวดล้อม) ปล่อยไอพลังงานหยินสีเงินจางๆ ออกมาปกคลุมร่างตัวเองราวกับสร้างเกราะป้องกันตามธรรมชาติ ดวงตาสีฟ้าใสกวาดมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง แต่กลับดูไม่หวาดหวั่นต่อพลังงานอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ออกมาจากกำแพงศิลาดำเหล่านี้เลยแม้แต่น้อย ราวกับว่าพลังงานเหล่านี้คือสิ่งที่มันคุ้นเคย

    ทางเดินเบื้องหน้าเริ่มกว้างขึ้นเล็กน้อย ผนังศิลาดำเริ่มปรากฏ ร่องรอยความเสียหาย จากการต่อสู้ในอดีตกาลอันไกลโพ้นอย่างชัดเจน... รอยแตกขนาดใหญ่ที่ดูเหมือนเกิดจากแรงกระแทกมหาศาล... รอยกรงเล็บยักษ์ที่ขูดขีดลงไปบนเนื้อหินราวกับต้องการฉีกกระชากทุกสิ่ง... และที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือ... รอยกระบี่!

    ไม่ใช่รอยกระบี่ธรรมดา! แต่มันคือร่องรอยที่หลงเหลือจากกระบวนท่าอันลึกล้ำและทรงพลัง! บางรอยตื้นแต่คมกริบราวกับเส้นผมที่ตัดผ่านหินผา! บางรอยลึกและหนักแน่นราวกับต้องการผ่าแยกฟ้าดิน! บางรอยตวัดโค้งอย่างพลิ้วไหวแต่แฝงไว้ด้วยเจตจำนงสังหารอันเยียบเย็น! ทุกรอยกระบี่ล้วนแฝงไว้ด้วยเจตจำนงอันแรงกล้าของผู้ใช้ ที่ยังคงตกค้างอยู่แม้เวลาจะผ่านไปนานนับหมื่นปี! ทำให้เฟิงอี้ที่สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายกระบี่ รู้สึกขนลุกชัน!

    และเมื่อเฟิงอี้เดินเข้าใกล้ รอยกระบี่รอยหนึ่ง ที่ดูเหมือนจะลึกและทรงพลังที่สุดบนผนังด้านขวา... ปราณกระบี่ที่เพิ่งฟื้นตัวเล็กน้อยในร่างของเขาก็พลัน สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง โดยที่เขาไม่ได้ตั้งใจ!

    วึ่ง...

    โลกทั้งใบเบื้องหน้าพลันพร่าเลือน! จิตของเขาราวกับถูกกระชากออกจากร่าง! ทะยานเข้าสู่ สมรภูมิโบราณ ที่กรีดกรายอยู่ท่ามกลางห้วงดาราอันมืดมิด! เงาร่างเดียวดายร่างหนึ่ง ที่เขาคุ้นเคยจากภาพสลัก กำลังตวัดกระบี่ในมือเข้าใส่ เงาอสูรร้ายทะมึน ที่มองไม่เห็นรูปร่างชัดเจนแต่แผ่กลิ่นอายแห่งความชั่วร้ายออกมาอย่างท่วมท้น! ท่วงท่ากระบี่นั้น... รวดเร็ว! เฉียบขาด! ทรงพลัง! และดูคล้ายกับ... วิถีกระบี่ที่เพิ่งปรากฏในห้วงสำนึก "ของเขาเอง" อย่างน่าประหลาด!

    เสียงโลหะปะทะกันดุจฟ้าคำราม! เสียงคำรามโหยหวนของอสูรร้าย! เสียงกระบี่กรีดอากาศจนเกิดรอยแยกในความว่างเปล่า! เสียงเหล่านั้นดังสะท้อนก้องมาจากภายในส่วนลึกของจิตใจ... เขาไม่ได้แค่ "เห็น" ภาพการต่อสู้นั้น แต่เขากำลัง “รู้สึก” ถึงมันในทุกอณูของจิตวิญญาณ! ราวกับว่าเขาได้กลับไปประสบกับเหตุการณ์นั้นด้วยตนเองอีกครั้ง!

    "อึก..." เฟิงอี้ทรุดเข่าลงกับพื้นศิลาเย็นเฉียบ หอบหายใจอย่างหนักหน่วง ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงและสับสน! ความรู้สึกเชื่อมโยงนี้มันรุนแรงเกินไป!

    แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ตั้งสติ แสงสีเงินจางๆ พลันวาบออกมาจากรอยกระบี่เดิมบนผนังอีกครั้ง! คราวนี้มันไม่ได้ดึงจิตเขาเข้าไป แต่กลับถ่ายทอด "เคล็ดความเข้าใจ" สายหนึ่งพุ่งตรงเข้าสู่ใจของเขาโดยตรง! มันเป็นเทคนิคในการ ควบแน่นปราณกระบี่ ให้เฉียบคมและ ทะลุทะลวง ยิ่งขึ้น! ทำให้ปราณกระบี่ที่แม้จะมีปริมาณน้อยนิด ก็สามารถแฝงอานุภาพสังหารได้รุนแรงขึ้นหลายเท่าทวี!

    เขารีบโคจรปราณกระบี่ตามความเข้าใจใหม่ที่ได้รับมาตามสัญชาตญาณทันที! ปราณกระบี่ในร่างพลันหมุนวนเร็วขึ้น! ควบแน่นขึ้น! คมกล้ายิ่งขึ้น! ปรากฏ เส้นแสงสีเงินริบหรี่ แทรกอยู่ภายในสายปราณสีเงินจางๆ นั้น! ราวกับแก่นแท้ของคมกระบี่ที่ถูกซ่อนเร้นไว้ในเงามืด! พร้อมที่จะปะทุอานุภาพสังหารออกมาได้ทุกเมื่อ!

    ‘นี่มัน... เรียนรู้จากรอยกระบี่โบราณ? ตำหนักผีสิงนี่มันฝึกคนด้วยวิธี ‘ป้อนความตายแลกความเข้าใจ’ หรือไงกันนะ?’ เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ ยิ้มมุมปากด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกันระหว่างความโล่งใจที่แข็งแกร่งขึ้น กับความระแวงในวิธีการอันแปลกประหลาดนี้

    แต่แล้ว เสียง คำรามต่ำๆ อันดุร้าย ก็พลันดังกระหึ่มขึ้นมาจากส่วนลึกของทางเดินเบื้องหน้า! ดังกว่าและใกล้กว่าเสียงอสูรในภาพมโนสำนึกมากนัก!

    กรรรซ์...!

    พื้นศิลาใต้เท้าสั่นสะเทือน! ความมืดมิดเบื้องหน้าพลันเปล่งไอพลังอัน อึมครึมและชั่วร้าย ออกมาอย่างรุนแรง!

    ‘แย่ล่ะสิ... เสียงแบบนี้มันไม่ใช่แค่ลมพัดแน่นอน... ของจริงมาแล้ว!’

    เขาขยับมือข้างหนึ่งกอดเสี่ยวหู่ให้แน่นขึ้นในอ้อมแขน อีกมือแตะด้ามมีดสั้นที่สะพายไว้ด้านหลังอย่างแผ่วเบา เตรียมพร้อมรับมือ

    “เจ้าถิ่นที่นี่... ดูเหมือนจะไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่เลยนะ ข้าไม่ได้ตั้งใจจะมารบกวนเวลาพักผ่อนของท่านหรอกนะ แต่ถ้าท่านอยากจะออกมาเล่นด้วยจริงๆ ล่ะก็...” เขากระซิบกับความมืดเบื้องหน้าแผ่วเบา รอยยิ้มจางๆ ที่ดูอันตรายปรากฏขึ้นบนใบหน้า “ข้าก็หวังว่าท่านจะแข็งแกร่งพอ ให้ข้าได้ทดสอบของใหม่ที่เพิ่งได้มานี่เสียหน่อยแล้วกัน”

    *** จบตอนที่ 32 ***

    คล้ายกับเรื่องเซียนกระบี่ต้านสวรรค์ (Sword Saint: Resisting Heaven) ที่คุณอ่าน