กำลังวังชาที่ฮ่าวเทียนรีดเค้นออกมานั้น มีเพียงไม่กี่คนบนโลกที่เคยพบพาน การปลุกสายเืแสง์าในขณะที่ระดับยังไม่ถึงจักรพรรดิ ต้องแลกมาด้วยความเ็ปแสนสาหัสมากมาย ฝืนเอาพลังที่หักล้างกฏเกณฑ์จักรวาลมาใช้ ก็ต้องแบกรับทัณฑ์ทรมานที่เท่าเทียมเช่นกัน เ้าตำหนักเทพยุทธ์ยามนี้กำมือแน่น มันเคยพบเจอพลังฝีมือนี้มาก่อนแล้วเมื่อครั้งประมือกับเทียนอวิ๋น เพียงไม่คาดว่าจะได้พบเห็นจากศิษย์ของเขารวดเร็วปานนี้ พลันเอ่ยปาก
ชิงเสวียนที่มองดูเด็กหนุ่มข้างเวทีสองมือกุมริมฝีปากเรียวบางของนางไว้ ไม่อาจเอื้อนเอ่ยคำใด ร่างของเขายามนี้ ราวกับบุตรแห่ง์จุติลงมา... ม่อเฉินเฟ่ยหันไปมองดูดาบใหญ่ที่กระเด็นหลุดมือจึงออกปาก
“ ศิษย์น้อง เก็บงำพลังฝีมือไว้ถึงเพียงนี้ แม้นั่นจะเป็เทพวิชา ทว่าสร้างภาระแก่กายเ้านัก เช่นนั้นเลิกเล่นกันเสียที! ” ม่อเฉินเฟ่ยเรียกเอาดาบทั้งสี่มาประทับบนร่างอีกครา ก่อนทั้งสี่เล่มจะรวมตัวกลายเป็ดาบใหญ่สีเขียวมรกตที่ยิ่งเพิ่มขนาดไปอีก ยามนี้ดาบใหญ่กลายรูปไปจนใหญ่กว่าตัวมัน ทว่าดวงจิตอสูรของเขายังคงหยิบถือของสิ่งนี้อย่างง่ายดายนัก
“ เ้าเป็คนที่ 5 ในสำนักนี้ที่คู่ควรกับกำลัง์ของข้า! ” เฉินเฟ่ยพุ่งเข้าทิ่มทะลวงฮ่าวเทียนเต็มกำลัง ฮ่าวเทียนหลอมผสานกับปราณทองคำก่อนจะกล่าวออก
“ เก้าชั้นฟ้าขั้นที่ 1 : กายาทองคำจุติ ” เกราะกังวาลแสงยามนี้เปลี่ยนจากประกายเจิดจ้ากลายเป็เข้ารวมอยู่ในร่างเด็กหนุ่ม
ปรับเปลี่ยนทั่วร่างกลายเป็สีทองอร่าม ฮ่าวเทียนพุ่งรับมือปลายดาบที่กำลังทิ่มทะลวงตนอย่างบ้าคลั่ง ก่อนจะใช้ศาสตราเทพในมือสวนกลับ เสียงตูมตามดังสนั่นตลอดเวลาทำเอาผู้ชมหยุดหายใจ การโจมตีจากดาบใหญ่ไม่ได้เชื่องช้าลงแม้แต่น้อย ทั้งยังรุนแรงเด็ดขาดยิ่งกว่าเดิม ทว่าฮ่าวเทียนกดรับสิ่งเหล่านี้ไว้ด้วยสองมือและร่างกายสีทองอร่าม ภาพนี้เองทำให้เหล่าผู้ชมจดจำอยู่ในใจ เฉินเฟ่ยเองเริ่มสะท้านกายหนักหนาขึ้น ตัวมันเองก็รับภาระหนักหนาจากพลังฝีมือเช่นกัน ทว่าอย่างไรยังไม่อาจโค่นล้มฮ่าวเทียนลงได้
“ เหอๆ ศิษย์น้อง ข้าหอบฮั่กปานนี้ เ้าดูจะไม่เหนื่อยอันใดเลย ใช่ยังออมมืออยู่อีกรึ ” ฮ่าวเทียนกล่าวตอบ
“ ศิษย์พี่มิต้องเกรงใจ กายาทองคำจุติ ส่งให้ทั่วร่างข้าประหนึ่งเทพเทวา ไม่เพียงไม่ต้องหายใจ อวัยวะทั้งหมดยังแกร่งดั่งทองคำ ” ได้ฟังดังนั้นม่อเฉินเฟ่ยปักดาบลงกับพื้น สองมือกำด้ามจับไว้แน่น
“ เช่นนั้น นี่คงเป็กระบวนสุดท้ายแล้ว... ” ยามนี้ทั่วทั้งเวทีประกอบไปด้วยรัศมีพลังของทั้งสองคน
ทว่ายามนี้คล้ายรัศมีของฮ่าวเทียนปกคลุมไปทั่วพื้นที่ สะกดข่มอีกฝั่งจนไม่เหลือกลิ่นอาย ผู้ชมต่างพากันงุนงง
“ ที่สุดแล้วเฉินเฟ่ยต้องใช้ออกด้วยพลังนั้น นี่คือสิ่งยืนยันว่าเหตุใดลำดับเทพยุทธ์มากมายถึงตัดใจไม่เข้าร่วมประลองและส่งให้เขาซึ่งมีเพียงลำดับ 63 มาลงแทน ” อาจารย์าุโคนหนึ่งเอ่ยปาก ม่อเฉินเฟ่ยสงบจิตลงจนเงียบสงบ ก่อนดวงจิตอสูรของเขาจะค่อยๆถูกย้ายรวมเข้าไปในตัวดาบ เสียงปริแตกของดาบใหญ่ยามนี้ดังลั่นเปรี้ยปร้ะไปทั่วเวที จึงค่อยๆแตกออกเป็เสี่ยงๆ คงเหลือดาบสองคมเล่มหนึ่งซึ่งขนาดเล็กกว่ามากไร้ซึ่งความใหญ่โตดังก่อนหน้า
“ กำเนิดกำลัง์ : กระบวนเทพกลืนธรณี !” ฮ่าวเทียนััได้ถึงอันตรายยิ่งยวดตรงหน้า คล้ายเห็นภาพอนาคตว่าดาบนั้นปักลงกลางแผ่นออกสีทองของมันทะลุไปด้านหลัง เด็กหนุ่มไม่อาจลังเลได้อีก ด้วยรัศมีกดดันนั่น ไม่ใช่สิ่งที่ระดับปราณก่อตั้งขั้น 1 จะรับได้แม้แต่น้อย เทียนอวิ๋นถึงกับลุกขึ้นยืน
“ เช่นนี้คงแย่แล้ว หากระดับพลังใกล้เคียงกันยังพอมีโอกาสรับอยู่บ้าง เพียงแต่ยามนี้รัศมีดาบแท้จริงนั่น ฮ่าวเทียนแม้ใช้กายาทองคำก็ไม่อาจรับมือได้! ”
ฮ่าวเทียนคลายสองมือที่กำแน่นออก ก่อนจะปลดกายาทองคำทิ้งไปเหลือตัวเปล่า ผู้คนพากันตกตะลึงกับภาพนี้ เขาโง่หรือบ้ากันแน่ที่คิดรับดาบนั้นด้วยร่างไร้เกราะปราณ เสียงม่อเฉินเฟ่ยดังขึ้น
“ ศิษย์น้อง เ้ารีบประกาศยอมแพ้ พลังนี้เหนือการควบคุมใดๆ หากใช้ออก เ้าเท่ากับตกตายไปแล้ว ” ฮ่าวเทียนคล้ายไม่สนใจคำ ผายมือออกทั้งสองข้าง ปราณสีขาวเจิดจ้าและสีแดงเข้มกำลังหมุนวน กายาทองคำยามนี้ปรากฏขึ้นที่แขนทั้งสองเข้มข้นจนบดบังผิวกายสิ้น เ้าตำหนักเทพยุทธ์เอ่ยปาก
“ มันคิดประสานหยินหยางเข้ารับมือกับดาบแท้จริงของอีกฝ่าย ทว่าเพียงมองดูก็รับรู้ได้....ร่างกายที่รับภาระมาเนิ่นนานของมัน ต้องแหลกสะบั้นลงแน่ ถึงกับต้องป้องกันสองแขนไว้เพื่อให้ใช้วิชาสำเร็จ.. ” คำกล่าวของเ้าตำหนักเทพยุทธ์นับว่าถูกต้อง ยามฮ่าวเทียนปลดกายาทองคำออก ได้รับความเ็ปทรมานจนต้องกัดฟันข่มไว้ ยามนี้บังคับใช้พลังนี้อีก ไม่พอยังแบ่งกำลังไปควบคุมสองปราณธาตุ เหลือเพียงหนึ่งหมัดสุดท้ายเท่านั้น เฉินเฟ่ยมองดูปราณทมิฬกำลังกัดกินแขนซ้ายของเด็กหนุ่มถึงกับกลืนน้ำลาย
“ ศิษย์น้องเ้าดื้อรั้นนัก ทว่าก็ได้ใจข้าไป ผลประลองวันนี้ ขึ้นอยู่กับท่วงท่านี้แล้ว! ” เฉินเฟ่ยพุ่งเอาปลายดาบไปตรงหน้ารัศมีทิ่มทะลวงสุดหยั่งคล้ายฉีกร่างของเด็กหนุ่มทันที ฮ่าวเทียนรีบปล่อยหมัดสุดท้ายเช่นกัน
“ ประสานหยินหยาง : หัตถ์ทองคำทำลายฟ้า!! ” เมื่อรวมปราณทั้งสองใช้ออกด้วยพลังสุดตัวของมัน ฮ่าวเทียนคำนึงในใจ ...ศาตราเทพเอ๋ย ต้องพึ่งเ้าแล้ว... ทั้งลานประลองแทบหยุดหายใจที่ได้เห็นภาพฮ่าวเทียนส่งพลังหมัดออกสวนกลับไปยังเฉินเฟ่ย รัศมีพลังทั้งสองปะทะกันทำเอาปราณคุ้มกันเวทีแตกกระจาย เหล่าาุโมายืนรอบเวทีปกป้องฝั่งผู้ชมไว้ ปราณแห่งแสงและความมืดกัดกินทิ่มทะลวงิญญาของเฉินเฟ่ยจนเืตากระเด็นออกมา รัศมีดาบแท้จริงเองทิ่มทะลวงหน้าอกฮ่าวเทียนเข้าไปจมปลายดาบแล้ว กลับไม่มีใครหยุด ส่งกำลังสุดใจออกไปขับสู้ ทว่าเื่ราวของทั้งสองกลับพลิกผัน ฮ่าวเทียนฝืนยิ้มออกมาอย่างขมขื่น
“ ศิษย์พี่ อย่าได้โทษว่าข้าโกงเถอะ ย้ากก!! ” ฮ่าวเทียนเปิดใช้หัตถ์พิฆาตหกกงล้อในมือ พลังสุดหยั่งจากศาสตราเทพทุบทำลายแผ่นอกของเฉินเฟ่ยจนเ้าตัวกระอักเลือกคำโต ทว่ายังไม่ล้มลงไป ฮ่าวเทียนคิดในใจ “ ล้มลงไป ล้มลงไปเสียที! ”
ร่างดวงจิตอสูรของเฉินเฟ่ยค้ำกายไว้ไม่ล้มลงไป ทั้งยังทิ่มทะลวงดาบเข้าสู่ร่างเด็กหนุ่มได้มากขึ้น ฮ่าวเทียนกัดฟันรับความเ็ป ก่อนเื่ราวการปะทะนี้จะจบลง บังเกิดบางสิ่งที่ไม่น่าดูชมขึ้น... ห้วงิญญาของฮ่าวเทียนกระตุกพองโตก่อนจะะเิออก การะเินี้เองทำให้ทั้งสองปลิวออกจากกัน ฮ่าวเทียนคุกเข่าข้างหนึ่งเอามือกุมอกที่ถูกทะลวงไว้ ทว่าอีกฝ่ายกลับกระเด็นตกขอบเวทีไป.... ผู้คนตาค้างลืมหายใจ นี่มันเื่บ้าอันใดแน่ พลันได้ยินเสียงเฉินเฟ่ยดังขึ้น
“ ฮ่าๆๆ ศิษย์น้อง เ้ามีพร์เกินคน จิตใจแข็งแกร่งดังหินผา ไม่พอยังมีดวงอีกด้วย เลื่อนระดับปราณในยามนี้เนี่ยนะ ฮ่าๆๆๆ!! ” ทุกคนตะลึงอย่างโง่งมต่อคำของเฉินเฟ่ย แสดงว่าที่เกิดะเิจนแยกทั้งคู่ออกเมื่อครู่คือฮ่าวเทียนเลื่อนระดับปราณพอดี.... ผู้ประกาศกลืนน้ำลายอึกหนึ่งก่อนจะกล่าว
“ เอ่อ....ม่อเฉินเฟ่ยออกจากเวที ฮ่าวเทียนเป็ฝ่ายชนะ ” เสียงประกาศนี้เองทำผู้คนหันมองหน้ากัน ก่อนจะส่งเสียงเฮดังลั่นออกมา ฮ่าวเทียนหัวเราะเบาๆก่อนจะหันไปทางชิงเสวียน
“ ฮ่ะๆๆ พี่หญิง ข้านี่ไม่เพียงหล่อเหลา ยังดวงดีอีกด้วย... ” ก่อนจะหงายหลังตึงลงกับพื้นแน่นิ่งขยับกายไม่ได้อีก...
เหล่าอาจารย์ของทั้งสองคนรีบรุดเข้ามานำตัวออกไปรักษา เทียนอวิ๋นมองดูร่างกายยับเยินของฮ่าวเทียนจึงกล่าวออก
“ เ้าเด็กโง่ มิต้องเสี่ยงตายเพียงนี้ก็ยังได้ เ้ากลับยึดมั่นในความตั้งใจจนใกล้ตาย แม้์จะช่วยเหลือเ้าไว้ แต่เ้าทำให้อาจารย์ภูมิใจจริงๆ นับว่าการสืบสายเืของเ้า ประเสริฐยิ่งแล้ว... ” ฮ่าวเทียนไม่อาจเอ่ยคำใด ปล่อยให้ร่างถูกโอบอุ้มไปยังฝั่งที่นั่งผู้ชม เว่ยซินรุดเข้ามาดูแลช่วยเหลือทันที ปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นวันนี้ นับเป็พรที่์มอบให้แก่ชั้นเรียนของพวกมันโดยแท้ สี่คนสุดท้ายของงานประลอง ต่อไปสถานะของฮ่าวเทียนและตำหนักจะยิ่งสูงส่งกว่าเดิมเป็เท่าทวี เ้าสำนักนั่งนิ่งไม่กล่าวคำใด จนได้ยินองค์าาเอ่ยปาก
“ เรารู้อยู่แล้วว่าพร์ของฮ่าวเทียนผิดแผกจากคนธรรมดา ทว่ากลับไม่นึกฝันว่ามีใจตั้งมั่นเพียงนี้ ซ้ำร้ายยังมีดวงเสียด้วย... ท่านเ้าสำนัก ดูท่าท่านให้กำเนิดปีศาจตัวน้อยที่ไม่อาจสั่งสอนขึ้นมาแล้ว ” เ้าสำนักไม่เอ่ยคำใด ตรงข้ามกับเ้าตำหนักเทพยุทธ์ที่กำมือแน่น ศิษย์ในตำหนักมันคนแล้วคนเล่าพ่ายแพ้ให้กับเด็กหนุ่ม นี่ไม่อาจยอมรับได้โดยแท้....
จบตอน
ติดตามเื่ราวและการอัพเดทของนวนิยายเื่นี้ที่ได้อีกช่องทางที่ : www.facebook.com/legendofdevilgodsNovel/