ท้องฟ้าเริ่มแปรเปลี่ยนเป็สีครามยามเย็นหมู่เมฆลอยเคลื่อนอย่างเชื่องช้า ซูลี่และหลงเฟยอวิ๋นเดินจากหมู่บ้านตี้หลิน
เข้าเขตหุบเขาหมื่นเมฆาซึ่งเป็ที่กั้นของเขตดินแดนเซียนกับมนุษย์
ที่แห่งนี้เต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ และปีศาจหลากหลายสายพันธุ์
ยิ่งเดินลึกเข้าไปมากเท่าไรก็จะพบเจอปีศาจที่ตบะิญญาสูงและดุร้ายมากขึ้นเท่านั้น
เสียงลมพัดแ่เบาแต่กลับให้ความรู้สึกการระแวดระวังรอบด้านราวกับมีบางสิ่งจับตามองอยู่จากที่ไกลโพ้น
"ข้ารู้สึกเหมือนมีคนตามเราอยู่" ซูลี่เอ่ยขึ้นเบา ๆแต่สายตาของเธอเต็มไปด้วยความเฉียบคม
แม้พยายามซ่อนความรู้สึกหวาดระแวงแต่หลงเฟยอวิ๋นกลับสังเกตเห็นชัดเจน
"ไม่ใช่แค่เ้าหรอก" หลงเฟยอวิ๋นตอบพลางจับดาบแน่น
"อาจมีผู้ฝึกตนคนอื่น หรือปีศาจรอเล่นงานเราอยู่ก็เป็ได้" หลิงชางซูพูด
ทันใดนั้นเสียงหัวเราะแ่เบาดังขึ้นจากเงามืดด้านหลังเสียงนั้นไม่ได้แสดงถึงความคุกคาม หากแต่ฟังดูขี้เล่นเสียมากกว่า
"อา…พวกเ้าคงไม่ใช่คนธรรมดาที่เดินผ่านที่นี่โดยไม่รู้ว่าเป็เขตอาคมสินะ?"
ซูลี่และหลงเฟยอวิ๋นหันไปตามเสียงท่ามกลางเงาไม้ ปรากฏชายหนุ่มในชุดเซียนเรียบง่าย แต่มีรอยยิ้มเ้าเล่ห์บนใบหน้า
"ข้าคือซ่งหลิงอัน ศิษย์เซียนสำนักวารีพิสุทธิ์ แต่ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อทำร้ายพวกเ้านะ"
ซ่งหลิงอันกล่าวพร้อมยกมือทั้งสองขึ้นเป็เชิงขอเจรจา
ซูลี่เลิกคิ้ว "ถ้าเช่นนั้นเ้ามาที่นี่ทำไม?"
"หรือ...เพียงแค่้าทดลองฝีมือกับผู้คนแปลกหน้า?" หลงเฟยอวิ๋นถามต่อ
ซ่งหลิงอันหัวเราะเบา ๆ
"บางครั้งโชคชะตาก็พาเรามาพบกันอย่างที่ไม่มีใครคาดเดาได้และข้าก็เพียงแค่…อยากรู้จักพวกเ้า"
ก่อนที่ซูลี่จะตอบอะไร เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ดังขึ้นจากด้านข้าง
ปรากฏชายร่างสูงใหญ่ ผิวสีแทน สวมชุดเกราะบาง ๆ พร้อมด้วยดาบยาวคู่สะพายอยู่ด้านหลัง
"พวกเ้าเสียงดังไปหน่อยกระมัง?" "ในป่าเช่นนี้อาจดึงดูดสิ่งที่ไม่พึงปรารถนาได้ง่ายๆ"
ชายผู้นั้นกล่าวเสียงเรียบ แต่ดวงตาเฉียบคมจับจ้องไปยังซูลี่ หลงเฟยอวิ๋น และหลิงชางซู แล้วเขาก็กล่าวต่อว่า
"ข้าเหยียนจ้าวหลง ฉายาดาบไร้เทียมทาน ...ไม่ต้องห่วงข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อก่อศึก"
ขณะที่บรรยากาศเริ่มผ่อนคลายลง หญิงสาวอีกคนก็ก้าวออกมาจากเงามืด
เธอสวมชุดสีเขียวอ่อนที่ดูเรียบง่ายแต่สง่างาม ถักเปียทั้งสองข้างอย่างประณีต และใบหน้าของเธอเปล่งประกายความสดใสงดงาม
ราวกับความสงบจากธรรมชาติได้รวมไว้ในตัวเธอ
"พวกเ้าดูจะเต็มไปด้วยความระแวดระวัง แต่ข้าหวังว่าพวกเราจะสามารถพูดคุยกันโดยไม่ต้องชักอาวุธออกมา"
เธอหยุดยืนอยู่ห่างจากกลุ่มเล็กน้อย สายตาของเธอสื่อถึงความปรารถนาดีและไมตรีก่อนที่เธอจะแนะนำตัวเอง
"ข้าคืออวิ๋นหลัว ข้าเป็เซียนสมุนไพร อาจารย์ของข้าคือหมอเทวดาชิงอันฟางเซิง"
เสียงของเธอดูอ่อนโยนแต่เต็มไปด้วยความมั่นใจ
เธอยืนอยู่ตรงนั้นราวกับลมเย็นที่พัดผ่านป่าใหญ่ ทำให้ทุกคนรู้สึกถึงการมาถึงของบุคคลผู้ไม่ธรรมดา
การเผชิญหน้าที่ดูเหมือนจะเป็การปะทะ กลับกลายเป็จุดเริ่มต้นของการสนทนา และการตัดสินใจอยู่ร่วมกลุ่มกับสหายหน้าใหม่
"ข้าชื่อซูลี่ พี่ของข้าชื่อหลิงชางซู" ซูลี่แนะนำตัว พร้อมกับกระตุกแขนเสื้อพี่ชายเล็กน้อย เพื่อให้หลิงซางซูรู้ ว่าควรกล่าวทักทายสหายใหม่
"ข้าคือพี่ชายนาง" หลิงชางซูพูดพลางชี้ที่ซูลี่
"นางบอกเราแล้วว่าเ้าคือพี่ชาย ... ใยเ้าต้องย้ำอีกรอบด้วยเล่า" อวิ๋นหลัวพูดพลางปิดปากหัวเร๊าะ และ ทุกคนต่างพากันหัวเราะกับคำกล่าวทักทายของหลิงชางซู
เว้นแต่ หลงเฟยอวิ๋นที่มีสีหน้าราบเรียบ ทำให้เหล่าสหายใหม่ต่างหยุดยิ้มและมองมาทีเขา
หลงเฟยอวิ๋น มองมาที่ซูลี่ เหมือนเป็การถาม ว่าทำไมไม่แนะนำตัวให้เขาด้วย
ซูลี่ยิ้มที่มุมปาก แต่ก็ยังคงเฉยกับท่าทีนั้น ทำให้ทุกคนก็ยังคงมอง รอว่าเมื่อไรหลงเฟยอวิ๋นจะแนะนำตัวเขาเสียที
"ข้าชื่อ หลงเฟยอวิ๋น " เขากล่าวห้วนๆอย่างไม่สบอารมย์
"ยินดี...ยินดีที่ได้รู้จักสหายเซียนทุกท่าน" ซ่งหลิงอันรีบพูดแก้สถานการณ์เมื่อเห็น หลงเฟยอวิ๋นหน้าบูดบึ้ง
"ข้า กับ ท่านพี่ ยังไม่ได้เป็เซียน" ซูลี่รีบพูดโต้แย้ง
"แม่นางเป็เซียนแล้ว ดูจุดแดงที่หน้าผากเ้าซิ...เพียงแค่มันจางไปหน่อย" เหยียนจ้าวหลงพูดตอบ เขาพยายามหลบเลี่ยงที่จะพูดว่า
ซูลี่เป็เซียนระดับล่าง
"อ้อ...ใช่ๆ" ซูลี่พูดพลางจับหน้าผากตัวเอง เธอลืมไปว่าเธอได้ตบะมาจากการกินลูกท้อจากสวนเ้าแม่หวังหมู่ ที่หลงเฟยอวิ๋นให้มา
ซูลี่ชำเลืองมองหน้าหลงเฟยอวิ๋น เขายังคงมีสีหน้าบึ้งตึงอยู่เช่นเดิม
"แหมม...ท่านเซียนใยต้องน้อยใจด้วย" เธอพูดพลางดึงปลายแขนเสื้อหลงเฟยอวิ๋น
ชายหนุ่มมองเธอ "นั่นซิ...ใยเค้าต้องน้อยใจด้วย" หลงเฟยอวิ๋นคิดในใจแต่ปากเขาตอบเธอกลับไปว่า
"ข้าไม่ได้น้อยใจ อารมย์แบบนั้นมีแค่มนุษย์ที่ทำกัน" พูดจบหลงเฟยอวิ๋นก็เดินนำหน้าสหายทุกคนไป
ทุกคนต่างพากันกั้นหัวเร๊าะอยู่ด้านหลังของเขา ซูลี่เองก็รีบเอามือปิดปาก กลัวเสียงหัวเร๊าะของเธอจะทำให้เขาโกรธเธอหนักขึ้นไปอีก