เมื่อถึงเรือนตะวันออก ลู่ชิงพบเหม่ยหลินนั่งอยู่ในห้องโถงด้วยท่าทีสงบ หญิงสาวใบหน้างามดังภาพวาดเทพธิดา ยิ่งจ้องมองยิ่งน่าหลงไหล การเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยในการชงชาของนางช่างน่ามองยิ่งนัก อาภรณ์สีเรียบ เครื่องประดับเพียงไม่กี่ชิ้นกลับทำให้ผิวขาวหิมะของนางดูโดดเด่น สตรีเช่นนี้ช่างมีแรงดึงดูดให้บุรุษอยากปกป้องยิ่งนัก ลู่ชิงติดอยู่ในภวังค์นั้นโดยไม่รู้ตัว
“ท่านอ๋อง” เป็เหม่ยหลินเองที่ทำลายภวังค์ของเขา
“อะฮึม!” ลู่ชิงกระแอมแก้ขายหน้า
“ท่านอ๋องเชิญดื่มชา” ลู่เหม่ยรีบรินชาเพราะเห็นเขากระแอมน่าจะคอแห้งแล้ว
“ขอบใจ” อ๋องลู่รับถ้วยชาขึ้นดื่ม เหมือนกับครั้งก่อน ชาของนางทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย รสชาติแตกต่าง ทำให้เขานึกถึงตอนคัดเลือกพระชายา ที่ตนเองวู่วามพูดจาตำหนินางต่อหน้าฮองเฮา
“วันนั้นในวังข้าต้องขออภัยเ้าด้วย เป็ข้าที่วู่วามไม่ฟังเ้าอธิบายการชงชาจนจบเสียก่อน” ลู่ชิงคิดว่าอย่างไรตนก็เป็ฝ่ายผิด ควรขอโทษนาง
“หม่อมฉันไม่เป็ไรเพคะ” ถึงจะตอบไปอย่างนั้นในใจนางกลับรู้สึกดีใจ ที่อย่างน้อยเขาก็ยังถนอมน้ำใจผู้อื่นเช่นเคย ทำให้นางคิดว่าบางทีเขาอาจจะยังจำเื่ในอดีตได้
“ท่านอ๋อง….. ท่านยังจำเื่ที่ทะเลทราบจินชา….”นางเอ่ยหยั่งเชิง
“ข้าาเ็จากการสู้รบ เป็เ้าที่ช่วยข้าไว้” ลู่ชิงกล่าวต่อท้ายให้นาง
“เพคะ!” เหม่ยลินตอบอย่างดีใจ ที่แท้เขาก็จำนางได้
“ข้าต้องขอบคุณเ้า และครอบครัวที่ช่วยรักษาแผล และช่วยฟื้นความจำให้กับข้า ครึ่งเดือนนั้นข้าเป็ภาระให้กับพวกเ้าจริง ๆ บุญคุณครั้งนั้นข้าต้องตอบแทนแน่” ลู่ชิงกล่างอย่างจริงใจ ครั้งนั้นเขาที่เป็ชายหนุ่มใจร้อนนำหน่วยซุ่มโจมตีออกไปทำศึกเพียงลำพัง ไม่ฟังคำทัดทานของแม่ทัพ จนต้องพลาดท่าให้กับข้าศึก ยังดีที่ไม่ได้ทำให้กองทัพต้องเสียเปรียบ แต่ก็ทำให้เขาาเ็หนัก สูญเสียความจำไปใน่สั้น ๆ
“ไม่เป็ไรเพคะ” นางกล่าวด้วยรอยยิ้ม ‘เขายังจำเวลานั้นได้!’ นางตกหลุมรักทหารหนุ่มผู้นั้น แม้จะ่เวลาไม่นาน แต่ด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ของเขา ความปรถนาที่จะเห็นบ้านเมืองสงบสุขไม่ต่างจากบิดาของนาง จิตใจที่อยากปกป้องผู้ที่อ่อนแอกว่า การรู้จักถนอมน้ำใจผู้อื่น ทำให้เขามีพื้นที่ในใจนางนับแต่นั้นมา
“แต่ถึงกระนั้นข้าก็ไม่สามารถให้ฐานะพิเศษใดในใจข้าได้” อ๋องลู่กล่าวตัดบท เพราะกลัวว่านางจะเข้าใจผิด บุญคุณนั้นเขาจะตอบแทนด้วยอย่างอื่นแน่นอน แต่หากนางหวังความรักชายหญิงจากเขา นั่นเป็ไปไม่ได้ ถึงแม้ในอดีตเขาจะเคยมีความรู้สึกจริงใจต่อนาง แต่นั่นเพราะเขาจดจำหนิงเอ๋อไม่ได้ ดีที่ความรู้สึกนั่นเขาไม่ได้เปิดเผยต่อนาง
“เหม่ยลิน สตรีเยี่ยงเ้าไม่สมควรที่จะถูกราชวงศ์จองจำไว้ อีก 1 ปี นับจากนี้ราชวงศ์มั่นคง ข้าจะให้หนังสือหย่ากับเ้า ให้เ้าได้ไปใช้ชีวิตอย่าสงบสุขตามที่เ้า้า” ถึงจะเป็การทำร้ายจิตใจนางแต่ลู่ชิงก็ต้องพูดให้ชัดเจน
คำพูดเหล่านี้ของท่านอ๋อง ได้แสดงถึงการขีดเส้นระหว่างเขาและนางอย่างชัดเจน ถึงแม้นางคาดเดาไว้แล้วว่าในใจของเขาอาจจะไม่มีนางอยู่ เพราะสายตาในวันที่เขามองนางเมื่อความจำกลับมาแตกต่างจากสายตาที่มองนางเมื่อยังครั้งความจำเสื่อม นั่นแสดงว่าในใจเขามีผู้อื่นอยู่ ถึงกระนั้นนางก็ยังรู้สึกเหมือนมีเข็มนับพันปักลงบนกลางใจของนางอยู่ดี
“เ้าไม่ต้องกังวล ข้ายังคงให้เกียรติเ้าในฐานะชายาของข้า” ลู่ชิงกล่าวต่อเพื่อหวังว่าจะทำให้นางรู้สึกดีขึ้น
“หม่อมฉันเข้าใจแล้วเพคะ” เหม่ยหลินกล่าวเสียงเบา นางเข้าใจสิ่งที่เขาสื่อเป็อย่างดี
“งั้นก็ดี” เขารู้ว่านางมีใจต่อเขา ได้แต่หวังว่านางจะตัดใจได้โดยเร็ว ไม่เช่นนั้นต้องเป็ทุกข์ใจเช่นเขา ที่ยังตัด หนิงเอ๋อออกจากใจไม่ได้
“ข้าไม่รบกวนพระชายาแล้ว พักผ่อนเถอะ” เพื่อไม่ให้นางรู้สึกลำบากใจ ลู่ชิงเลือกที่จะหันหลังเดินจากไป
“ท่านอ๋องเพคะ!” ยังไม่ได้เดินพ้นธรณีประตู เสียงเหม่ยหลินก็ดังขึ้น ทำให้เขาต้องหยุดฝีเท้า
‘นางตัดใจไม่ได้สินะ! ไม่นึกว่านางจะเข้าใจอะไรยากเช่นนี้ ถึงมีใจต่อเขามากเพียงใด นางก็ควรรักษาเกียรติของตนบ้างมิใช่หรือ~’ อ๋องลู่ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย
“เหม่ยหลิน! ข้านึกว่าเ้าจะเป็สตรีที่สามารถเข้าใจสิ่งต่างๆได้อย่างง่ายดายนะ เหตุใดยังจะยื้อสิ่งที่มันเป็ไปไม่ได้ด้วย” ลู่ชิงพูดอย่างเด็ดขาด สมกับเป็ชายชาตินักรบ
“ท่านอ๋องโปรดทรงอภัย หม่อมฉันเพียงอยากจะขอกลับบ้านเพื่อไปแจ้งข่าวกับท่านแม่ก็เท่านั้น” นางกล่าวอย่างมึนงง ‘เขาโมโหนางเื่ใดกัน’
ลู่ชิงถึงกับหน้าเจื้อนเมื่อได้ฟังคำตอบของนาง เขานึกว่านางจะยื้อเขาไว้ซะอีก ‘นางคงไม่ติดว่าข้าหลงตัวเองหรอกนะ’
“เื่นั้น เ้าไม่ต้องห่วง ข้าแจ้งเ้าเมืองเป่ยโจวให้พาแม่เ้ามายังเมืองหลวงแล้ว” ลู่ชิงรีบกล่าวปกปิดความหน้าอายที่ตนพึ่งแสดงออกไป
“ขอบพระทัยท่านอ๋อง” เหม่ยหลินกล่าวอย่างจริงใจ
“เ้าพักผ่อนเถอะ” ลู่ชิงรีบกล่าวและเดินจากไป หากเหม่ยหลินยืนอยู่ด้านหน้า คงสังเกตุเห็นท่าทางท่านอ๋องที่ไม่รู้ว่าจะแสดงสีหน้าออกอย่างไร ต้องเข้งขึมแต่ก็อับอายในคราเดียวกัน ‘น่าขายหน้า น่าขายหน้า ยิ่งนัก’ ลู่ชิงได้แต่กล่าวย้ำกับตนเอง จนมิได้สังเกตุเห็นอินซูซูที่ทำความเคารพอยู่
เพียงได้มองเห็นอ๋องลู่ไม่กี่เสี้ยวนาที กลับทำให้ซูซู มีใจให้เขาอย่างง่ายได้ ด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่น ท่วงท่าสง่าสาม แลตำแหน่งที่สูงส่ง เป็เื่ง่ายมากที่นางจะเกิดความอิจฉาในวาสนาของเหม่ยหลิน ตอนนี้นางทำได้เพียงรอเวลาที่จะเป็ของตนเท่านั้น
เหิงเยว่มองเห็นท่านอ๋องเดินเข้ามาในห้องตำราด้วยสายตาขุ่นมัว เขาก็รู้ได้ทันทีว่าวันนี้ต้องระมัดระวังการกระทำเป็พิเศษ ไม่ใช่นั้นตนเองต้องกลายเป็คู่ซ้อมกระบี่ของท่านอ๋องเพื่อระบายความอึดอันใจเป็แน่ หากท่านอ๋องซ้อมกระบี่ดังปุถุชนคนธรรมดา เขาคงไม่เกรงกลัวเช่นนี้ แต่การซ้อมกระบี่ของท่านอ๋องหนักหนายิ่งกลัวการออกรบกับข้าศึกนับหมื่นสามวันสามคืนเสียอีก เพียงแค่นึกถึงเหิงเยว่ก็ขนลุกทั้งตัว
“เ้า!” ลู่ชิงกล่าวเสียงเข้ม พลางชี้นิ้วไปยังเหิงเยว่
เพียงคำเดียว เหิงเยว่ก็คาดเดาชะตาชีวิตของตนให้วันนี้ได้แล้ว “ท่านอ๋องโปรดบัญชา” เหิงเยว่พร้อมรับคำสั่ง แม้ว่าเสียงในหัวของเขาบอกให้เขาหนีไปก็ตาม
“ไปขอสูตรชงชาวันนี้กับเหม่ยหลิน” อ๋องลู่กล่าวเสียงห้วน
“ห๊า!!!!” เหิงเยว่ใกลับสิ่งที่ตนได้ยิน
“แต่ท่านอ๋องพึ่งไปดื่มชาที่ตำหนักพระนางมา………”เหิงเยว่ต้องเงียบเสียงเมื่อเห็นสายตาพิฆาตจากผู้เป็นาย
อ๋องลู่ตอบอย่างเอาแต่ใจ “ข้ายังไม่อิ่ม”