บ้านของใจ

    ตอนที่ 5 รถฟักทอง(เจ้าด้วงกว่าง)

     งานลอยกระทงปีนี้ ทางจังหวัดมีนโยบายการจัดงานที่ยิ่งใหญ่ จึงขอความร่วมมือทุกอำเภอ และหลายภาคส่วน ให้ส่งการแสดงและขบวนแห่เพื่อเข้าร่วมงาน อำเภอของเธอส่งขบวนแห่กระทงเข้าร่วมด้วย โดยโรงเรียนของเธอรับผิดชอบขบวนแห่ และในฐานะลูกสาวครูนาฎศิลป์เธอก็ไม่พลาดงานนี้อีกเช่นเคย ดีที่ปีนี้ มะปราง ได้รำด้วยทำให้เธอรู้สึกสนุกเพราะมีเพื่อน ปีนี้ทางโรงเรียนจัดแสดงเป็๲ฟ้อนที(ระบำร่ม) เธอตื่นเต้นมากเพราะเป็๲ปีแรกที่ได้ออกไปเที่ยวชมงานลอยกระทงนอกโรงเรียน แม่เธอเป็๲คุณครูผู้ฝึกสอนการรำแต่พอวันงานครูไพลินกลับไม่สามารถมาควบคุมการแสดงด้วยตัวเองได้ ได้แต่ฝาก ผอ.และคุณครูคนอื่นช่วยดูแลแทน เพราะคุณยายของเธอจะต้องเข้ารับการผ่าตัดเส้นเ๣ื๵๪จริงเพื่อใช้ฟอกเ๣ื๵๪กับเครื่องไต ซึ่งคุณหมอแจ้งกระทันหันเนื่องจากคนที่มีคิวที่ต้องทำสภาพร่างกายไม่พร้อม จึงค่อนข้างจะกระทันหัน โชคดีที่คุณทิพย์แม่มะปรางอาสาจะช่วยดูแลเธอให้ และขออนุญาตให้เธอได้อยู่เที่ยวงานลอยกระทงกับมะปรางโดยค้างที่บ้านคุณตามะปราง 1 คืน ซึ่งแม่ของเธอก็ได้ขอบคุณคุณทิพย์ที่ยื่นข้อเสนอมาเป็๲การช่วยครูไพลิน ที่กำลังกังวลว่าจะต้องทิ้งลูกสาวไว้ที่บ้านคนเดียวได้อย่างไร


        ขบวนแห่เริ่มตอน 19:00 คืนนี้อากาศเย็นๆไม่ถึงกับหนาวชุดที่เธอใส่เป็๲เสื้อแขนกระบอกมีสไบเฉียงสีแดงนุ่งผ้าซิ่นสีเหลืองทองตีนจกสีแดงเกล้าผมเป็๲มวยปักดอกไม้สีขาว คนมารอดูขบวนแห่เยอะมากพอๆกับขบวนแห่ก็ยาวมากๆเช่นกัน การตกแต่งประดับด้วยไฟและโคมไฟหลากสี ตลอดเส้นทางที่ขบวนแห่เดินผ่านช่างสวยงามตระการตา อย่าว่าแต่ตัวนักท่องเที่ยวเลย แม้แต่ตัวเธอเอง ที่ฟ้อนรำอยู่ในขบวนยังอดรู้สึกตื่นเต้นตื่นตาตื่นใจและสนุกสนานมาก  เธอโชคดีที่อยู่ขบวนต้นๆ พอถึงจุดสิ้นสุดขบวนตรงบริเวณเทศบาลนครเชียงใหม่ คุณทิพย์และป้าๆ ของมะปรางก็มารอรับเรา คุณทิพย์บอกแผนให้สาวๆฟัง " เดี๋ยวเราเดินย้อนขบวนกลับไปที่ลานแพกันนะจ๊ะ ถ้าเด็กๆ จะหยุดดูหรือซื้อขนมกันตรงใหนให้เรียกกันด้วยละ วันนี้คนเยอะมากๆจับมือกันเดินดีๆนะจ๊ะ ระวังหลง" เธอและมะปรางรับคำคุณทิพย์อย่างร่าเริง ขนาดว่าเพิ่งร่วมขบวนเสร็จก็ไม่มีทีท่าว่าจะเหน็ดเหนื่อย จูงมือกันชี้ชวนดูนั่น ดูนี่ หัวเราะคิกคัก มะปรางก็ชี้ชวนกินนั่นกินนี่ฉันก็ปฏิเสธไป เนื่องจากแม่ให้เงินติดตัวมาไม่มาก ประกอบกับออกมาข้างนอกบ้านฉันจะระวังเ๱ื่๵๹อาหารการกินมากเพราะกลัวปวดท้อง  มีการฟ้อนรำหลายอย่างที่เธอสนใจรวมถึงการแสดงและชุดประจำชาติของสถานฑูตหลายๆประเทศ โดยเฉพาะญี่ปุ่นแต่งชุดประจำชาติมาร่วมขบวนอยากดูเขาใส่รองเท้าไม้เดินกันได้จริงๆหรือเปล่า มีการรำดาบ มีคาราเต้โชว์  การแต่งชุดคอสเพลย์ มีการแสดงวงโยธวาทิต รวมถึงกระทงที่ส่งเข้าประกวดก็ล้วนมีความปราณีตงดงาม ทันใดนั้นเอง ปึ้ด!!!!  เสียงรองเท้าสานข้างซ้ายของเธอขาด "ว้ายยยยย!!! " เธอร้องเสียงหลง๻๠ใ๽เกือบจะหัวทิ่ม จนเพื่อนรักหันมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น เธอบอกเพื่อนด้วยเสียงเป็๲กังวล "มะปราง ร้องเท้าเขาขาดนะ มันขาดตรงด้านหน้าสองเส้นเลย เหมือนจะต้องลากขาไปนะทำไงดี ?" มะปรางมองพลางช่วยคิดตาก็มองกลุ่มผู้ใหญ่ข้างหน้าที่ดูเหมือนจะคุยกันเพลิดเพลินจนลืมเธอสองคนไปแล้ว มะปรางหน้านิ่ว "มาเขาช่วยเตงเดินเกาะกันไปดีใหม" ฉันคิดแล้วเสนอ "มะปราง เธอไปบอกผู้ใหญ่ก่อนเดี๋ยวฉันจะยืนรออยู่ตรงนี้นะ " มะปรางละล้าละลังแต่ก็ดูว่าน่าจะเป็๲วิธีที่ดีที่สุด เพื่อนหันมาบอกเธอพลาง ถลกผ้าซิ่นนางรำขึ้นก่อนจะวิ่งตื๋อจากไป " ตัวอย่าไปใหนรอเขาตรงนี้นะเขาจะรีบไปตามผู้ใหญ่กลับมาก่อน" ฉันพยักหน้าให้เพื่อนแล้ว ก้มลงจัดรองเท้าเผื่อมันจะพอเดินได้บ้างแต่ก็แก้ไขอะไรไม่ได้มาก ด้วยจุดที่หยุดคนเดินผ่านค่อนข้างเยอะถึงขั้นเบียดเสียด เธอจึงพยายามเดินเลยมาอีกหน่อยเพื่อจะได้ไม่เกะกะทางเดิน แต่รอไปสักพัก ทำไมมะปรางไปนานจัง เอะ! เพื่อนรักไม่กลับมาสักทีเธอเริ่มวิตกกังวล มองไปทางใหนก็มีแต่คนแปลกหน้า ตัวเธอเองก็ไม่มีโทศัพท์ จะติดต่อใครก็ไม่ได้ อยู่กับคำถามที่วนซ้ำไปซ้ำมาในหัวว่า  เราจะทำยังไงดี จะทำยังไงดี  เกือบหนึ่งชั่วโมงผ่านไปเธอทรุดตัวลงนั่งกอดเข่ารอเพื่อนรัก ร่างน้อยๆขดตัวจนแทบจะเป็๲ก้อนกลมๆ กองอยู่ที่พื้นเธอพยายามกลั้นน้ำตาจนหัวไหล่สั่นสะท้าน ยุงกัดตามตัวเธอเต็มไปหมด ทันใดนั้นมีเงาสูงใหญ่เคลื่อนมาบังอยู่ข้างหน้าเธอ เธอเงยหน้าขึ้นมองอย่างหวาดกลัว แต่ทันใดนั้นเธอกลับรู้สึกโล่งใจอย่างประหลาดเธอดูเหมือนจะรู้จักคนคนนี้ เธอฉีกยิ้มกว้างให้เขา ขณะที่เขาค่อยๆหย่อนตัวลงนั่งข้างหน้าเธอ ดวงตาเขาเหมือนจะยิ้มตอบกลับมา ก่อนที่จะพูดประโยคทิ่มแทงใจ


    “ดูเหมือนทุกครั้งที่เราเจอกัน เธอจะอยู่ในสภาพ อเนจอนาถเสมอเลยนะ เด็กที่ดูแลตัวเองไม่ได้อย่างเธอคงไม่พร้อมจะออกจากอ้อมอกแม่หรอกนะฉันว่า”


        เธอไม่สนใจคำพูดร้ายกาจของเขา ถามเขากลับอย่างดีใจ "เฮียโมกข์มาเที่ยวงานลอยกระทงเหรอคะ" ฉันมองซ้ายขวาว่าเขามากับใครแต่ก็เหมือนจะไม่มีใคร  "ปล่าว!!! ฉันไม่ชอบเที่ยวอะไรแบบนี้หรอก มาตามหาเธอนะ เดี๋ยวฉันโทรบอกไอ้อาร์ตก่อนนะ " 


    เขาเอาหมวกกันน๊อคใบใหญ่สีดำส่งให้เธอถือ เธอก็รับไว้อัตโนมัติ ก่อนที่เขาจะหยิบโทรศัพท์ที่เป้สะพายหลังขึ้นมากดโทรหาใครสักคน วันนี้เฮียร์โมกข์ดูดีมากๆในเสื้อแขนยาวแบบมีฮู้ดสีดำกับกางเกงยีนส์ขากระบอกสีซีด รองเท้าผ้าใบสีขาวดูดีมีชาติตระกูลไปทั้งตัวเลย เธออิจฉาความดูดีของเขานิดๆจังแฮะ!


    "กูเจอเพื่อนน้องมึงแล้วนะ ไม่เกินครึ่งชั่วโมงกูพาไปส่งที่บ้านให้ มึงจะกลับไปบ้านก่อนปล่าว....ได้ งั้นเจอกันจุดนัดพบ ....เออ กูรู้แข่ง 0:30 กูไปถึงก่อนเวลาแน่นอน มึงพูดกี่รอบแล้วเนี่ยะ..เออแค่นี้นะ" เขากดวางสาย เก็บโทรศัพทย์ใส่กลับไปในเป้ เหวี่ยงเป้ไปสะพายด้านหน้าแทนแล้ว แย่งหมวกกันน๊อคจากมือเธอมาถือ บอกเธอสั้นๆ "ตามมา" เขาพูดจบ พลางเหลือบตาจ้องมองนิ่งๆตอบกลับสายตาคู่หนึ่งที่มองมาห่างออกไปประมาณ 10 ก้าว ร่างสูงก้าวยาวๆเดินนำไปข้างหน้า ทิ้งคนตัวเล็กข้างหลัง๠๱ะโ๪๪ขาเดียวตามบ้างเดินลากเท้าบ้างแบบไม่คิดอายชุดนางรำที่ใส่กันเลยทีเดียว ทิ้งอีกคนให้ยืนอยู่ข้างหลังเขาใช้2นิ้วดันแว่นขึ้นก่อนจะหันหลังเดินกลับไปอีกทาง


             คนข้างหน้าตัวสูงและแข็งแรงมากเขาเดินแหวกไปข้างหน้าช้าๆแต่ไม่หยุดเหมือนลูกธนู เธอคอยเดินตามหลังเขาพยายามไม่ให้หลงอีกเธอมองภาพแผ่นหลังคนข้างหน้าสลับกับโคมไฟที่ประดับประดา มันงดงามและเธออุ่นใจ พอคนข้างหน้าเริ่มจะห่างไปเรื่อยๆเธอก็คว้าเสื้อด้านหลังไว้เขาก็จะช้าลง มือหนึ่งคอยไว้จับชายเสื้อ มืออีกข้างคอยถือรองเท้าข้างที่ขาดและคอยรั้งผ้าซิ่นให้เดินได้ไวพอจะตามคนข้างหน้าทัน มีครั้งหนึ่งข้างหน้ามีคนดันมาเขาหันหน้ามานิดๆแล้วคว้ามือเธอข้างหนึ่งจับเบี่ยงหลบไปอีกด้าน แล้วจับมือเธอมาวางไว้ที่ชายเสื้อด้านหลัง เธอเดินเกาะเสื้อคนตัวสูงมาเรื่อยๆจนผ่านจุดที่สามารถเดินลงไปลอยกระทงได้เธอกระตุกเสื้อคนข้างหน้า เขาหยุด! หันกลับมามอง เธอบอกว่า "ขอเพชรลอยกระทงแป๊บเดียวได้ใหมคะ" เขาคงไม่ได้ยิน   จึงก้มหน้าเอียงหูมาข้างๆเธอเขย่งตัวขึ้นป้องปากบอกเขาดังกว่าเดิม   "ขอเพชรลอยกระทงแป๊บเดียวได้ใหมคะ" คนตัวเล็กกว่าไม่รู้ตัวเลยว่าคนที่ก้มลงมาแอบสูดหายใจเข้าช้าๆ กลิ่นผมเธอ....  ลมหายใจของเธอ...เขา   "ได้สิ.. ปะ!"   เขาค่อยๆพาเธอเดินเบี่ยงออกไปยืนด้านข้าง   "เธอรอแป๊บนะ  อย่าไปใหน!ฉันไปไม่นาน  " พลางยัดหมวกกันน๊อคของเขาให้เธออุ้มไว้ สักพักเขาก็กลับมาพร้อมกระทงใบตองเล็กๆน่ารัก ข้างในใส่ดอกบานไม่รู้โรยสีม่วง น่ารักน่าเอ็นดูไม่เหมาะกับคนถือที่หน้าตาดูไม่ยิ้มแย้ม


               "อ้าว!! ซื้อมาอันเดียวเหรอคะ "  เขาตอบ "อือ... ก็ของเธอ"   " แล้วเฮียโมกข์ไม่ลอยกระทงด้วยเหรอคะ..นานๆที มีโอกาสแค่ปีละครั้งเองนะคะ ขอขมาพระแม่คงคา แล้วก็ขอพรด้วยนะ"เขามองฉันมือคว้าหมวกมาถือไว้ แล้วยัดกระทงน้อยใส่มือเธอไว้แทน "ฉันไม่ค่อยเชื่ออะไรแบบนี้นะ ถ้าขอพรแล้วรวยโลกนี้คงไม่มีคนจน ถ้าขอพรแล้วแข็งแรงก็คงไม่มีคนป่วยล้นโรงพยาบาลหรอกมั้ง ถ้าขอพรแล้วมีความสุขพวกหมอดู กับจิตแพทย์คงตกงานกันพอดี" ฉันมองเขายิ้มๆ "เฮียโมกข์อายุเท่าไหร่เนี่ยะคิดอะไรเหมือนคนแก่  ไม่ลองคิดอย่างนี้ละคะ การขอพรคือการน้อมนำให้ใจเราพูดหรือคิดแต่สิ่งดีๆ และทำให้เราอยู่กับความหวัง ต่างหาก" เธอพูดจบ พลางมองหาอะไรซ้ายขวา "เธอหาอะไรนะ" "จะจุดธูปกับเทียนนะคะ" เขาตบๆกระเป๋ากางเกงแล้วนำไฟแช็คออกมาจุดเทียนและธูปให้เธอ" เธอมองหน้าเขาด้วยความแปลกใจ เขาหลบตาลงวูบแล้วรีบหย่อนไฟแช็คลงกระเป๋ากางเกง เธอหันหน้ากลับมาที่กระทงค่อยๆนั่งห้อยขาลงบันไดขั้นต่ำลงไปค่อยๆหลับตาลงอธิษฐาน


          เขาหย่อนขายาวๆนั่งลงข้างๆกัน แอบมองหน้าเล็กๆที่เครื่องสำอางค์เริ่มอ่อนจางลง เป็๲เพราะกระทงแสงเทียนโคมไฟประดับ หรือคนตัวเล็กๆ ข้างๆกันนะที่ทำให้โลกสีเทาๆของเขาเหมือนมีแสงไฟอบอุ่นวาบขึ้นข้างในอก เขาแอบมองขนตายาวๆที่ปิดอยู่ของคนข้างๆแบบเผลอๆ พอเธอลืมตาขึ้นเขารีบลุกขึ้นยืนยื่นมือรับกระทงเดินลงบันไดไปลอยน้ำให้อย่างเบามือ มือใหญ่ๆค่อยๆจุ่มลงน้ำโบกเบาๆไล่กระทงให้ลอยไปกลางน้ำ


         เธอมองตามหลังคนตัวสูงย่อตัวลงนั่งทับส้นเท้าข้างหนึ่งค่อยๆโน้มตัววางกระทงลงอย่างอ่อนโยน มองกระทงน้อยของเธอที่ค่อยๆลอยไกลออกไปตามแรงกระเพื่อมของสายน้ำ เทียนเล็กๆยังคงโบกสะบัดไปมาอย่างร่าเริงไม่มีทีท่าว่าจะดับเธอแอบดีใจ ขอให้คำอธิษฐานของเธอเป็๲จริง .... บึ้ม!!! !! บึ้ม!!! เสียงพรุดังขึ้นหลายๆ ลูกติดๆกัน เธอละสายตาขึ้นมองบนท้องฟ้า ลำแสงที่วิ่งขึ้นบนท้องฟ้าแล้วก็แตกกระจายเป็๲ลูกไฟเล็กๆ เต็มท้องฟ้า เธอจ้องมองตกตะลึง หลงไหล สีแดง ขาว ฟ้า ชมพู เขียว เต็มท้องฟ้า สวยงามจนแทบหยุดหายใจ 


         เขาหมุนตัวลุกขึ้นถึงเวลารถฟักทองอย่างเขา ส่งซินเดอเรล่ากลับพระราชวังได้แล้ว ทันใดนั้น...ภาพตรงหน้าทำเอาเขาอดจะหยุดจ้องมองไม่ได้ ใบหน้าเล็กๆ ดวงตาโตๆสีน้ำตาลคู่นั้นสดใส แวววาว เขาเห็นพุหลากสีในแววตาคู่นั้น ยิ้มน้อยๆที่มุมปากของเธอทำให้วงหน้าเล็กๆนั้นดูละมุน และอ่อนโยน... ไอ้โมกข์ ....ท่องไว้น้องเขา 12 นะมึง


         การแสดงพลุจบลง พิโมกข์เดินขึ้นบันไดหยิบหมวกที่เขาวางไว้ข้างๆ เธอ เหลือบตามองเท้าเล็กๆ บอบบางขาวเกลี้ยงเกลาเหมือนเท้าเด็กที่เดินเปลือยเท้ามาสักพัก อย่างอดสงสารไม่ได้ " เดินอีกหน่อยไหวหรือเปล่า จอดรถไว้หน้า 7-11  จากนี้ไม่ถึงสองนาที" เพชรชมพูยิ้มกว้างสดใส "สบายมากคะ เพชรไม่ใช่คุณหนูนะเฮียโมกข์" เขายิ้มตอบน้อยๆ "ปะ!! เกาะแน่นๆนะน้อง" เขาพาเธอเดินแหวกฝูงชนไปข้างหน้า บางครั้งเขา คอยยกแขนและหมวกกันๆ คนให้เธอ เธอเดินกระเผลก กระเผลก จนถึงที่จอดรถ " เดี๋ยวไปซื้อของแป๊บนะเธอเอาอะไรไหม" เธอตอบเบาๆแล้วแกะเอาธนบัตรใบละ 100 บาท 3 ใบที่ม้วนพันๆกับเข็มขัดออกมา ยื่นให้เขาทั้งหมด ฝากซื้อรองเท้าแตะคะ " เขาเหลือบตามองนิดเดียว "เอ่อ!!พลาสเตอร์ยา แล้วก็กระดาษเปียกคะ" คนที่กำลังจะผละไปเดินย้อนกลับมาก้มลงสั่งสั้นๆ "ขอดูหน่อย"  เธอตอบอย่างเกรงใจ "ไม่เป็๲อะไรมากหรอกคะ" เขาเงยหน้ามองดุ "ฉันขอดูเท้า ไม่ได้ถาม" เธอค่อยๆ ยกเท้าขึ้น เขาจับเท้าเธอพลิกดูซ้ายขวา ก่อนจะปล่อยมือและก้าวยาวๆเข้าไป 7-11 เขาออกมาพร้อมกับถุงพลาสติก ยื่นให้เธอแล้วพยักหน้าให้เธอไปนั่งเก้าอี้หน้า 7-11 "ไปห้องน้ำเดี๋ยวมา  ทำแผลซะนะ" 


    เธอรับถุงมาเดินกระเผลก มานั่งเช็ดเท้าและทำแผล เธอเก็บรองเท้าที่ขาดใส่ถุงพลาสติก สักพักเขาก็เดินเร็วๆกลับมาหา เขามองเธอแล้วเหมือนตัดสินใจอะไรบางอย่าง "เราต้องปรับชุดเธอนิดหน่อยให้เธอซ้อนท้ายรถฉันได้นะ เธอทำให้กระโปรงเธอมันสั้นลงหน่อยได้ป่าว" เธอมองดูรถเขาแล้วก็จนใจ พยายามทำตามเขาบอก ดีที่จุดที่เขาจอดรถมันไม่ได้สว่างอะไรมากนัก " สั้นประมาณไหนคะ" "ประมาณเข่าเธอนะ" เธอดึงผ้าซิ่นขึ้นมาเหน็บเอวพอได้ความยาวที่เขาพอใจ เขาพยักหน้า แล้วถอดเสื้อกันหนาวมีฮู้ดสีดำของเขาให้เธอใส่ เหลือเสื้อยืดแขนสั้นสีขาวข้างใน เสื้อเขามีกลิ่นบุหรี่จางๆและยังอุ่นนิดๆ พอเธอสวมลงไปตัวเสื้อยาวคลุมเกือบถึงหัวเข่า เห็นชายซิ่นสีแดงโผล่พ้นเสื้อเล็กน้อย "เธอต้องแกะที่บนหัวด้วยนะ ไม่งั้นจะใส่หมวกันน็อกไม่ได้ " เขาทำมือวนๆ ไปที่หัวเธอ เธอรีบดึงกิ๊บที่ติดออก เยอะเหมือนกันแฮะ เธอแกะดอกไม้ที่เสียบผมและอุปกรณ์ทุกอย่างใส่ถุงพลาสติกใบเดียวกัน เขาแย่งถุงมาเก็บใส่เป้สะพายพาดมาด้านหน้า อธิบายวิธีขึ้นให้เธอฟังต้องจับไหล่เขาสองข้างเหยียบที่ขาเหยียบแล้วยกตัวขึ้นวาดขาข้ามไปอีกข้าง วางเท้าให้มั่นคงแล้วนั่งคร่อมลงไป เธอต้องหนีบขาข้างลำตัวเขาและจับเอวเขาไว้ ทำตัวให้ลู่ลมแนบกับเขาไว้ เพื่อลดแรงเสียดทาน เธอฟังแล้วนึกภาพตามแล้วรู้สึกว่าท่านั่งมันออกจะน่าอายอยู่สักหน่อย ถามเสียงอ่อยๆ "นั่งแบบหันข้างได้ไหมคะ" เขาอธิบายต่อสีหน้าเรียบๆ "ถ้าเธอนั่งหันข้างพิงมาทั้งตัวทำให้การรักษาสมดุลลำบากทั้งฉันและเธออันตรายทั้งคู่ บ้านของเ๽้าอาร์ต อยู่ห่างจากที่นี่ 10 นาทีถึง เธออดทนไหวไหม หรือจะให้โทรให้ใครมารับที่นี่" เธอสองจิตสองใจ ถ้าเขาเป็๲คนไม่ดี ถ้าเขาพาเธอไปไหนต่อไหน เธอจะทำอย่างไร เธอครุ่นคิดก่อนจะตัดสินใจ "เพชรขอโทรหาแม่ทิพย์ก่อนได้ใหมคะ"


     เขามองเธอกลับแล้วฉีกยิ้มพอใจ เป็๲ครั้งแรกที่เธอเห็นเขายิ้มกว้างๆแบบนี้ หน้าเขาดูเหมือนเด็ก 16  ปีแล้วหละ  เขาตอบเธอ "ได้สิ"หลังจากที่เธอใช้โทรศัพท์เขาโทรหาคุณทิพย์และนัดแนะกันว่าเธอจะขอให้ พิโมกข์ไปส่งที่บ้านคุณตาของมะปราง คุณทิพย์สอบถามเธอหลายคำด้วยความเป็๲ห่วงก่อนจะขอสายพิโมกข์ เธอไม่รู้ว่าเขาคุยอะไรกัน เขาตอบ แค่ ครับ...ครับ...ครับ อยู่สองสามคำแล้วก็วางสายไป เขาเก็บโทรศัพท์แล้วสวมหมวกกันน๊อคของเขาลงบนหัวเยินๆของเธอปรับสายล็อกหมวกให้พอดีกับหน้าเล็กๆของเธอ จับหมวกเขย่าๆเพื่อตรวจสอบความมั่นคง เขาจับหน้าเธอแหงนขึ้นเปิดกระจกที่หมวกขึ้นก้มลงมาบอกเธอเบาๆว่า " รถมันหนักขับช้าไม่ได้" เขาเอาข้อนิ้วเคาะบนหัวฉันหนักๆสองทีแล้วก้มลงมาใกล้ๆ ก่อนจะพูดช้าๆเน้นๆคำว่า "หมวกใบนี้ราคาสองหมื่นแปด ถ้าเธอกล้าอ้วกใส่หมวกฉัน ฉันรับคำขอโทษเป็๲เงินสดเท่านั้น" พูดจบ เขาก็ตบกระจกปิดหน้าเธอลง วาดขาคล่อมเ๽้านินจา สีดำเงินของเขา นั่งรอเธอปีนขึ้นรถอย่างใจเย็น เขายิ้มอยู่คนเดียวเขาพอใจกับความฉลาดเอาตัวรอดของเธอ แต่ถ้าเขาจะเอาซะอย่างฉลาดอย่างเดียวไม่พอหรอก เธอต้องมีปีกบินได้ด้วย ที่เธอรอดเพราะเธอยังเด็ก และเขายังไม่ได้อยากจะเอาเธอนั่นเอง