“ผู้พันเยว๋ นี่คุณ คุณมาที่นี่ได้ยังไงกันค่ะไหนคุณว่าต้องไปราชการไม่ใช่เหรอคะ”
เขาค่อยๆ เดินมานั่งข้างๆ ก่อนจะมองเธอด้วยความเป็ห่วง
“พอดีว่าวันนี้มีงานด่วนเลยต้องยกเลิกน่ะครับ ว่าแต่ทำไมคุณถึงได้มานั่งอยู่ที่นี่คนเดียวล่ะ”
เธอยิ้มให้กับเขาก่อนจะหันไปเหม่อมองท้องน้ำที่กว้างใหญ่ด้านหน้า
“หากคนรักของคุณให้ความสำคัญกับคนอื่นมากกว่าคุณจะรู้สึกยังไงคะ”
เขาหันไปมองท้องน้ำเช่นเดียวกับเธอก่อนจะยิ้มออกมาเบาๆ
“ไม่รู้สิ บางทีผมอาจจะรู้สึกเสียใจก็ได้แต่นั่นก็เป็แค่เพียงความคิดเพราะผมไม่เคยมีคนรักมาก่อน”
เธอนิ่งอึ้งไปชั่วขณะก่อนจะมองหน้าเขาอย่างไม่เชื่อ
“คุณล้อฉันเล่นงั้นเหรอคะ ชายหนุ่มที่สง่างามและหน้าตาดีเช่นคุณจะไม่มีคนรักเป็ไปได้ยังไงกัน”
เขาค่อยๆ นั่งเหยียดขาอย่างสบายก่อนจะหันไปยิ้มให้เธอ
“อาจเป็เพราะผมมีหน้าที่ๆ ต้องรับผิดชอบมากมายจึงไม่ค่อยสนใจเื่ความรักก็ได้ครับ”
เธอหัวเราะเบาๆ อย่างน่ารักให้กับเขา
“แล้วถ้าวันนึงคุณมีคนรักคุณจะรักเธอมั๊ยคะแล้วคุณจะหมดรักเธอหรือไม่หากคุณเจอคนที่คุณถูกใจกว่า”
ดวงหน้าหล่อเผยยิ้มเบาๆ ให้กับเธอ
“หากผมมีคนรักจริงๆ ในสายตาของผมก็ต้องมีแค่เธอจะไม่มีผู้หญิงคนไหนที่จะถูกใจมากกว่าเพราะหัวใจของผมมีเพียงดวงเดียวและจะมอบให้กับเธอแค่เพียงคนเดียวเท่านั้น”
เธอค่อยๆ เผยยิ้มขึ้นอย่างพอใจก่อนจะจ้องมองใบหน้าหล่อที่กำลังจ้องมองไปยังผืนน้ำกว้าง
“คุณคงไม่รู้สินะคะว่าฉันเชื่อที่คุณพูดทุกอย่าง คุณเป็ผู้ชายคนเดียวที่ทำให้ฉันเชื่อในคำสัญญาแม้เวลาจะผ่านไป 70 ปีแต่คุณก็ยังรอคอยฉันแต่ครั้งนี้ฉันจะไม่ให้คุณรอคอยฉันอีกต่อไป” เธอพูดขึ้นเบาๆ ในใจ
“ว่าแต่คืนนี้คุณจะขึ้นร้องเพลงอีกมั๊ย” เขาหันมาถามเธออย่างมีความหวัง
“ทำไมคะ คุณอยากฟังฉันร้องเพลงงั้นเหรอคะ”
เขาพยักหน้าให้กับเธอ
“ฉันคงไม่ได้ขึ้นร้องหรอกค่ะเพราะอันที่จริงฉันก็ไม่ได้มีหน้าที่ที่ต้องขึ้นร้องเพลงอีกอย่างฉันก็ไม่ค่อยถนัดร้องเพลงด้วย”
“ถ้าอย่างนั้นผมคงไม่ได้ฟังเสียงอันไพเราะของคุณแล้วสินะ น่าเสียดายนะครับ”
“แล้วตอนนี้คุณอยากจะฟังมั๊ยคะ”
เขาหันมามองหน้าเธออย่างประหลาดใจ
“คุณจะร้องไห้ผมฟังอย่างนั้นเหรอ”
เธอพยักหน้าก่อนจะเริ่มร้องเพลงออกมา ซึ่งมันก็เป็บทเพลงเดียวที่เธอร้องให้หวงเต๋อจงฟังเมื่อเช้านี้ แต่ช่างหน้าแปลกตอนที่เธอร้องอยู่ต่อหน้าของหวงเต๋อจงเธอไม่สามารถร้องให้เข้าถึงความรู้สึกของเนื้อเพลงได้แต่พออยู่ต่อหน้าเขาเธอกลับเข้าถึงความรู้สึกของเนื้อหาเพลงนั้นได้อย่างดี
เธอมองดูรอยยิ้มและสายตาของเขามันช่างเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนแปลง รอยยิ้มและสายตาคู่นี้ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปยาวนานถึง70ปีเขาก็ยังคงยิ้มและมองเธอเฉกเช่นเดิมไม่เปลี่ยนไปไหน
ครั้นเมื่อเธอร้องจบเขาก็ปรบมือให้เธอด้วยความชื่นชม
“คุณเป็คนที่ร้องเพลงได้ไพเราะจริงๆ เพลงนี้ผมไม่เคยได้ยินมาก่อนคุณแต่งเองงั้นเหรอครับ”
เธอส่ายหน้าเบาๆ ให้กับเขา
“คู่หมั้นของฉันเป็คนแต่งน่ะค่ะและอีกไม่นานเพลงนี้คงจะได้อัดแผ่นเสียงวางขายไปทั่วทั้งเซี่ยงไฮ้แน่”
เขายิ้มเบาๆ ให้กับเธอราวกับเสียใจเล็กน้อย
“คุณมีคู่หมั้นแล้วงั้นเหรอครับ”
เธอพยักหน้าเบาๆ”
“เขาคงจะเป็นักแต่งเพลงหรือไม่ก็เ้าของค่ายเพลงสินะครับ”
“เขาเป็นักแต่งเพลงน่ะค่ะแต่ยังไม่ได้มีชื่อเสียงมากอะไรนัก”
“เพลงนี้ถ้าผมเดาไม่ผิดเขาคงแต่งให้กับคุณ”
เธอยิ้มขึ้นราวกับน้อยใจเล็กน้อย
“จะว่าอย่างนั้นก็ได้ค่ะ แต่ตอนนี้เค้าได้ยกเพลงรักนี้ไปให้กับคนอื่นแล้วล่ะค่ะ”
“เพราะเื่นี้ใช่มั๊ยครับคุณถึงได้ถามเื่นั้นกับผมเมื่อครู่คุณคงจะน้อยใจเค้ามากสินะครับ เฮ้อช่างน่าอิจฉาคู่หมั้นของคุณจริงๆ นะครับ”
“เอ๋ อิจฉา ทำไมต้องอิจฉาด้วยคะ”
เขาหันมามองหน้าเธอก่อนจะยิ้มเบาๆ อย่างผิดหวังเล็กๆ ที่เธอดันมีเ้าของไปซะแล้ว
“อิจฉาที่เค้าได้เจอคุณก่อนผม ไปกันเถอะครับแดดเริ่มแรงแล้วเดี๋ยวไม่สบาย มาเถอะเดี๋ยวผมไปส่ง” เขาพูดพร้อมกับลุกขึ้นก่อนจะยื่นมือไปรับเธอ
เธอค่อยๆ ยื่นมือเรียวเล็กให้กับเขาก่อนจะลุกขึ้นตามแรงดึงอันนุ่มนวลนั่น
“ที่คุณพูดเมื่อครู่นี้หมายความว่ายังไงเหรอคะ” เธอแสร้งถามทั้งๆ ที่ก็รู้อยู่แล้วว่าเขารู้สึกยังไงกับเธอ
“มันคงไม่จำเป็ที่ผมต้องอธิบายหรอกครับเพราะมันสายไปแล้ว”
“ถ้ามันยังไม่สายไปแล้วคุณจะรอฉันมั๊ยคะ”
เขามองเธอด้วยความแปลกใจเมื่อได้ฟังที่เธอเอ่ยถาม