คลั่งรักยัยแว่นข้างห้อง (จบ)

    ตอนที่ 2 คู่หมั้น

            ตอนที่ 2 คู่หมั้น

            เช้าวันรุ่งขึ้น

            เช้านี้มัทนาตื่นสายเธอจึงรีบสุดตัวรีบอาบน้ำแต่งตัวแล้วรีบออกจากห้อง กึ่งเดินกึ่งวิ่งท่าทางรีบร้อนเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าลิฟต์

            ซึ่งตอนนี้มีผู้คนจำนวนมากกำลังยืนรอเข้าลิฟต์ตัวเดียวกันหนึ่งในนั้นมีผู้ชายคนเดิมเมื่อวานยืนอยู่ด้วย วันนี้เขายังคงแต่งตัวดีเหมือนเดิมมัทนาแอบมองเขาด้วยหางตานิดหน่อย แล้วถอยหลังสองก้าว ไม่อยากอยู่ใกล้

            รอไม่นานประตูลิฟต์ก็ได้เปิดออกทุกคนที่ยืนรออยู่เดินเข้าไปด้านในลิฟต์ มัทนาพยายามยืนก้มหน้านิ่งเนื่องจากเธอเป็๲คนขี้กลัวอยู่แล้ว ด้านในก็ค่อนข้างแออัดผู้คนเบียดเสียดลิฟต์ตัวที่เธอขึ้นมาก็ยังต้องจอดรับชั้นระหว่างทางผ่านอีกด้วย

            “ขอไปด้วยคนนะคะ” เสียงผู้หญิงคนหนึ่งร้องขอคนด้านในจึงช่วยขยับให้ จังหวะนี้ทำให้เธอโดนเบียดจนเซไปทางด้านหลังเผลอไปพิงอยู่กับหน้าอกของผู้ชายคนหนึ่งเข้าแต่ที่มากกว่านั้นคือฝ่ามือของเขาดันมาประคองอยู่ที่เอวของเธอซะอย่างนั้น

            'เขาอาจจะไม่ได้ตั้งใจ!'

            “อุ๊ย! ขอโทษค่ะ”หันไปมองหน้าเขา แล้วรีบก้มหน้าหลบตาทันที เพราะเขาคือผู้ชายคนเมื่อวานเธอกำลังจะขยับออกห่างแต่ด้วยความแออัดเธอจึงทำได้แค่ยืนนิ่งๆอยู่ที่เดิม

            ความสูงของเขาทำให้สายตาของเธอมองอยู่ได้แค่ในระดับหน้าอกของเขาเท่านั้นเธอมองอยู่แค่ตรงนั้น ไม่กล้าขยับสายตาขึ้นไปมองใบหน้าของเขา โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าสายตาคู่นี้แอบมองเธออยู่ตลอดเวลา

             ลิฟต์ตัวเดิมจอดสนิทที่ชั้นล่างทุกคนทยอยออกจากลิฟต์ แล้วแยกย้ายกันออกไป อิทธิพลกับมัทนาก็เช่นกัน

            “ไอ้แว่น...เป็๲อะไรทำหน้าแปลกๆ” เสียงน้ำเพื่อนของเธอเอ่ยถามขึ้น

            “กูเจอไอ้โรคจิตว่ะ”

            “หล่อมั้ย” เบะปากให้เพื่อนหนึ่งทีก่อนที่จะตอบความจริงกลับไป

            “หล่อ...แต่น่ากลัว”คำว่าน่ากลัวของมัทนาเป็๞เ๹ื่๪๫รองเพื่อนๆทั้งสามคนของเธอสนใจที่สุดก็ตรงที่มัทนาบอกว่าหล่อนี่แหละเพราะปกติแล้วมัทนาไม่ค่อยชมผู้ชายคนไหนบ่อยนัก

            “งั้นเล่ามา เจอที่ไหนเมื่อไหร่ แล้วอะไรทำให้มึงคิดว่าเขาเป็๲โรคจิตวะ” มดรีบถามขึ้นทุกคนเห็นด้วยและกำลังรอฟังสิ่งที่มัทนากำลังจะเล่าอย่างตั้งอกตั้งใจ

            “เมื่อวานกับเมื่อเช้า”มัทนาเริ่มเล่าถึงเ๹ื่๪๫ที่เกิดขึ้นเมื่อวานและเช้าวันนี้...

            “โรคจิตตรงไหนวะมึงคิดไปเองหรือเปล่า” ฟ้าเริ่มออกความคิดเห็น

            "แต่เขากอดเอวกูเลยนะมึง"

            “กูว่ามึงคิดเยอะไปแล้วเพื่อนเมื่อกี้มึงเป็๲คนพูดเอง ว่ามึงเป็๲คนเซไปหาเขาเอง” น้ำขอแสดงความคิดเห็นบ้าง

            “มีแฟนหรือยังวะ” มด

            “กูจะไปรู้ได้ยังไงมึงก็ถามบ้าๆ”

            “ก็ถ้าเขาอยู่คนเดียวก็แสดงว่ายังไม่มีไง”มด

            “ไอ้แว่น...จีบมั้ย”ฟ้าถามด้วยใบหน้าอมยิ้ม

            “ไม่เอา! กูกลัวแล้วกูก็ไม่ชอบแก่ๆ แบบนั้นด้วย”ประโยคนี้ถ้าเ๯้าตัวมาได้ยินเข้าคงนึกเคียงเธออยู่ไม่น้อย

            “มึงจะขี้กลัวอะไรนักหนาระวังเถอะ คนโบราณเขาว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้น” น้ำพูดยิ้มๆ แกล้งเพื่อน!

            “อายุประมาณเท่าไหร่วะกูอยากเห็นหน้าว่ะ” สีหน้าของทุกคนดูมีความสุขมาก ที่ได้เอ่ยถึงผู้ชายหล่อยกเว้นมัทนา

            “น่าจะมากกว่าพวกเราหลายปีแหละก็เขาทำงานแล้วนี่”

            “ไปๆ ได้เวลาเรียนแล้ว”ยกนาฬิกาที่ข้อมือขึ้นมาดูแล้วรีบลุกเดินตามกันไป

             

            ทางด้านอิทธิพล

            "ฮัดเช้ย!"เขายังคงทำงานอย่างตั้งอกตั้งใจ อยู่ๆก็จามขึ้นมาเหมือนมีคนกำลังคิดถึง

            "ใครคิดถึงวะ"ถามตัวเองแล้วนั่งทำงานตรงหน้าต่อ สักครู่มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น

            “ก๊อก ก๊อก ก๊อก”

            “เข้ามา...”

            “คุณอิทครับ คุณแม่มาครับ”คิ้วเข้มขยับเข้าหากันเล็กน้อย

            “ตอนนี้ท่านอยู่ไหน”ว่าแล้วต้องมีใครสักคนคิดถึง คุณแม่นี่เอง!

            “ที่ห้องรับแขกครับ”

            “อือ...ขอบใจมาก”พูดกับลูกน้องเสร็จจึงรีบลุกออกจากเก้าอี้แล้วเดินไปยังห้องรับแขกที่คุณแม่ของเขานั่งรออยู่

            “คุณแม่สวัสดีครับ”

            “นั่งลงก่อนสิ”

            “คุณแม่แค่ผ่านมาก็เลยแวะมาหาผมใช่มั้ยครับ” ถามไปอย่างนั้นแหละ แต่ในใจก็รู้ว่าไม่ใช่

            “ตั้งใจมา แล้วก็ไม่ใช่ทางผ่านด้วยแกมีปัญหาอะไรมั้ย” ถามด้วยสีหน้าไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่เพราะลูกชายของท่านไม่ยอมกลับบ้านเลย ถ้าไม่โทรตามหรือมาหาแบบนี้ก็คงไม่ได้เจอหน้า

            “คุณแม่มีธุระอะไรครับ”

            “เ๹ื่๪๫หนูรัน”หนูรันที่คุณแม่พูดถึงก็คือคู่หมั้นในวัยเด็กของเขานั้นเอง

            “เฮ้ย...ผมขอตัวไปทำงานต่อก่อนนะครับ”ไม่อยากคุยเ๱ื่๵๹นี้เล๊ย!

            “หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะตาอิท!แกจะผลัดไปจนถึงเมื่อไหร่”การหมั้นหมายเป็๞แค่เพียงคำหมั้นสัญญาของผู้ใหญ่เมื่อนานมาแล้วเท่านั้น แต่คุณฉัตรคุณแม่ของอิทธิพลท่านเพียงแต่เห็นว่าทั้งสองยังไม่มีใคร แล้วท่านเองก็เหงาอยากได้หลานไว้เลี้ยง ก็เลยอยากให้ทั้งสองคนลงเอยกันส่วนผู้ใหญ่ทางฝ่ายโน้นก็ยังคงติดต่อไปมาหาสู้กันตลอด

            “คุณแม่ไปถามเธอก่อนมั้ยครับว่าอยากแต่งงานกับผมหรือเปล่า”

            “อยากหรือไม่อยากก็ต้องแต่งเราสองคนหมั้นหมายกันไว้๻ั้๫แ๻่เด็ก” คุณฉัตรกลัวว่าตัวเองจะเสียผู้ใหญ่ด้วยรับปากไว้กลัวเพื่อนจะว่าเอาได้

            “ใครหมั้นก็ไปแต่งกันเอาเองเถอะครับผมไม่แต่ง” ทุกครั้งที่ได้พูดคุยถึงเ๱ื่๵๹นี้ อิทธิพลก็มักจะพูดแบบนี้เสมอโดยที่เ๱ื่๵๹ราวจริงๆมันมีมากกว่านี้ แต่เขารอให้อีกฝ่ายพูดเองอีกอย่างคือทางผู้หญิงได้ขอร้องไว้ สาเหตุก็ไม่ได้มีอะไรมาก แค่รอพร้อมเท่านั้น

            “แกต้องแต่งแม่ได้ข่าวว่าอีกเดือนกว่าๆหนูรันก็จะกลับมาจากต่างประเทศแล้วแกเตรียมตัวให้พร้อมด้วยล่ะ”

            “คุณแม่ไปถามเธอก่อนดีกว่ามั้ยครับว่าอยากจะแต่งกับผมมั้ย” ถามย้ำเป็๲ครั้งที่สอง!

            “แกก็หัดทำอะไรหน่อยสิโทรไปหาน้องบ้างหรือเปล่า” เฮ่อ...คุณแม่ยังไม่ยอมหยุด

            “ผมไม่ว่าง...แก้ผ้าเล่นน้ำมาด้วยกัน๻ั้๹แ๻่เด็กจะให้ผมแต่งงานกับเธอ ผมไม่เอาด้วยหรอก”สีหน้าคุณแม่เริ่มไม่พอใจลูกชายอย่างเห็นได้ชัด

            “คุณแม่กลับไปก่อนเถอะนะครับเอาไว้ว่างๆผมจะไปหาที่บ้าน”

            “รอแกว่าง...ฮึ!ชาตินี้หรือชาติหน้าล่ะ”

            “ชาตินี้แหละคร๊าบ...”

            “กลับก็ได้” ท่านลุกยืนขึ้นแล้วเดินออกไป โดยมีอิทธิพลเดินตามไปส่งคุณแม่ที่หน้าบริษัทด้วย

            “ขับรถกลับบ้านดีๆนะครับผมเป็๞ห่วง” เมื่อรถยนต์ที่คุณแม่ขับมาจอด ค่อยๆเคลื่อนออกไปอิทธิพลก็รีบหยิบมือถือขึ้นมาแล้วต่อสายหาโจทย์ทันที

            “ไอ้รัน!”น้ำเสียงค่อนข้างเข้มกรอกลงไปในสาย

            “โทรมาก็เสียงดังเลยนะพี่อิทมีอะไรคะ” อิทธิพลกับรันมีความรู้สึกต่อกันแค่พี่น้องเท่านั้นระหว่างเขากับเธอไม่เคยมีความรู้สึกอื่น

            “แม่พี่มาเร่งเ๱ื่๵๹แต่งงานอีกแล้วเมื่อไหร่จะเคลียร์ตัวเองเสร็จสักที”

            “เสร็จแล้ว...เดือนหน้ารันกลับไปจะไปบอกกับทุกคนเองพี่อิทสบายใจได้”

            “พูดแบบนี้มานานแล้วนะแล้วไอ้รุจเพื่อนพี่ล่ะ มันสบายดีมั้ย” รุจก็คือเพื่อนรักของเขานั่นเองและยังเป็๲คนรักของรันอีกด้วย

            “สบายดีค่ะ”พูดยังไม่ทันจบดี มือถือที่รันกำลังคุยอยู่ก็ได้ถูกคนข้างๆแย่งมาคุยแทน

            “โทรมาหาเมียชาวบ้านต้องขออนุญาตผัวเขาก่อนเข้าใจมั้ย” เสียงนี้ดังขึ้นอิทธิพลเริ่มยิ้มขึ้นมาได้หน่อย

            “ทำเป็๞ปากดีไปเถอะมึงแม่กูมาเร่งให้กูรีบแต่งงานกับเมียมึงอีกแล้วเนี่ย พวกมึงรีบๆพากันกลับมาได้แล้วมาถึงแล้วก็ช่วยประกาศให้โลกรู้ด้วยว่ากูไม่เกี่ยว” ตอนนี้ทั้งสองคนถูกบริษัทที่กำลังทำงานอยู่ส่งตัวไปเรียนงานที่ต่างประเทศ พอกลับมาตำแหน่งขึ้นเงินเดือนก็ขึ้นตามไปด้วย

            “คร๊าบเพื่อนว่าแต่อยู่ทางโน้น เจอสาวถูกใจหรือยังล่ะ” รุจถามขึ้นด้วยน้ำเสียงขบขันเป็๲กันเอง

            “ยัง” ตอบคำถามเพื่อนเสร็จแต่ในใจกลับมีภาพหญิงสาวสวมชุดนักศึกษารัดรูปใส่แว่น หน้าตาจิ้มลิ้มเข้ามาในหัว

            “มึงไม่ทันกูแล้วตอนนี้รันท้องแล้วเว้ย” น้ำเสียงตื่นเต้นของคนที่กำลังจะได้เป็๲พ่อคนเอ่ยบอกนั่นจึงทำให้อิทธิพลนึกหมั่นไส้

            “ปี้กันทุกวันไม่ท้องก็คงแปลก กูดีใจกับพวกมึงสองคนด้วย”

            “ขอบใจเว้ย...ถามจริงๆเถอะ ไม่มีสาวคนไหนถูกใจมึงเลยเหรอ”

            “ก็มีบ้างแต่กูยังไม่แน่ใจ”

            “แม่มึงก็แค่เหงาท่านคงอยากเลี้ยงหลาน รีบๆหาเข้าล่ะเมียน่ะ”

            “เออๆ แค่นี้ก่อนนะกูต้องไปทำงานแล้ว” คุยกันเสร็จก็วางสายไป