‘ผู้เล่นอากิระสังหารสมุนโจรแห่งป่าเริ่มต้น ชั้นทหาร ระดับ 15 ได้รับค่าประสบการณ์…..ค่ะ ผู้เล่น อากิระเลื่อนระดับเป็ระดับ 14 ค่ะ’
‘ผู้เล่นได้รับ ดาบเหล็กระดับ 1 ดาว จำนวน 1 เล่มค่ะ’
‘ผู้เล่นอากิระได้รับหนังสือทักษะเวทมนต์ ศรวายุ 1 เล่มค่ะ’
‘ผู้เล่นอากิระได้รับหนังสือทักษะเวทมนต์ ศรเพลิง 1 เล่มค่ะ’
“เห้อ เหนื่อยชะมัด”เ้าของผมสีดำระบายลมหายใจออก พลางกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนเพลีย เพราะเขาได้ใช้วิธีของเขาต่อสู้และกำจัดสัตว์อสูรมาเรื่อยๆจนถึงเวลาเย็นแล้ว ร่างกายของเขานั้นมีาแอยู่เล็กน้อยแต่ว่าเขาไม่ใส่ใจมากนัก หลังกล่าวจบเขาก็เปิดหน้าต่างสถานะออกมาดูอีกครั้ง
ผู้เล่น:อากิระ ฉายา: - เผ่าพันธุ์: มนุษย์ ระดับ 14
พลังชีวิต 1728 พลังเวทย์ 330
พลังโจมตี 116 พลังโจมตีเวทมนต์ 71 พลังป้องกัน 40 พลังป้องกันเวทมนต์ 43
ค่าความเร็ว 181 โชค 72
หลังจากดูค่าสถานะที่เพิ่มมาของตนเสร็จแล้วเขาก็กดใช้หนังสือทักษะที่เพิ่งจะได้รับมา
‘ผู้เล่นอากิระ ได้รับทักษะ ศรวายุ ค่ะ’
‘ผู้เล่นอากิระ ได้รับทักษะ ศรเพลิง ค่ะ’
จากนั้นเขาก็เปิดหน้าต่างทักษะออกมาเพื่อสำรวจทักษะของตน
ทักษะที่มี
(ติดตัว)เพิ่มพลังโจมตีพื้นฐาน ระดับ 8(เพิ่มพลังโจมตี 5หน่วยต่อระดับทักษะ)
(ติดตัว)เพิ่มความเร็วพื้นฐาน ระดับ 15(เพิ่มพลังโจมตี 5หน่วยต่อระดับทักษะ)
(เวทมนต์)ศรวายุ ระดับ 1
(เวทมนต์)ศรเพลิง ระดับ 1
สิ้นเสียงรายงานร่างสูงก็ระบายยิ้มออกมา “เท่านี้ก็มีทักษะโจมตีแล้วสินะ จะได้สู้ได้สบายกว่าเดิมหน่อย” อากิระกล่าวพลางมองไปทางต้นไม้ต้นหนึ่ง “เอาล่ะ ทดสอบทักษะหน่อยละกัน”
ทันทีที่กล่าวจบเขาก็ยื่นมือออกมาข้างหน้า แล้วก็ค่อยๆมีประกายไฟเกิดขึ้น แล้วเริ่มแปรสภาพเป็ลูกศรสีแดงที่มีเปลวเพลิงห่อหุ้ม แล้วเขาก็สะบัดมือไปทางต้นไม้ต้นหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากเขามากนักส่งให้ศรเพลิงนั้นพุ่งเข้าปะทะกับต้นไม้จนเกิดรูขึ้นบนต้นไม้นั้น
"เยี่ยมเลย" อากิระชื่นชมทักษะใหม่ของตนด้วยความพอใจ จากนั้นพอแหงนหน้ามองไปบนฟ้าเขาก็พบว่าตอนนี้ถึงยามเย็นแล้ว "หืม....เย็นขนาดนี้แล้วเหรอ วันนี้พอแค่นี้ละกัน" อากิระพูดจบก็หยิบคริสตัลเคลื่อนย้ายออกมาและบีบมันให้แตกออก จากนั้นร่างของเขาก็กลายเป็แสงแล้วเคลื่อนย้ายกลับไปที่เมือง
พออากิระไปแล้วก็มีหญิงสาวคนหนึ่งเดินออกมาจากหลังต้นไม้ใกล้กับที่อากิระยิงศรเวทย์เข้าใส่ เธอมีผมสีทองถูกรวบไว้เป็หางม้า ใบหน้าเรียวเล็กใสกระจ่าง ดวงตาคมสีเขียวมรกตรับกับใบหน้าเรียวสวย ร่างเล็กที่มีทรวดทรงที่พอดิบพอดี ไม่มีส่วนใดมาก หรือน้อยเกินไป ชุดของเธอเป็ชุดรัดรูปสีดำมีเสื้อคลุมบางๆโชว์ไหล่ขาวใสให้ได้เห็น กางเกงขาสั้นรัดรูปสีขาวที่ยาวเพียงครึ่งขาอ่อนอวดทรวดทรงอันงดงาม รองเท้าที่มีที่หุ้มรัดรูปสีดำยาวถึงเข่า หญิงสาวมองอากิระที่หายไปแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้ม
"หมอนี่...น่าสนใจดีนะ" หญิงสาวกล่าวด้วยรอยยิ้ม "ลองตามดูอีกหน่อยแล้วกันเผื่อจะใช้ได้"
_____________________________________________________
อากิระกลับมาถึงเมืองก็ไปหาอาหารทาน จากนั้นก็ไปนอนพักที่โรงแรมในเมืองจนกระทั่งเวลาเช้ามาถึงอากิระจึงออกจากโรงแรมแล้วมุ่งตรงไปยังร้านขายของทั่วไปเพื่อซื้อไอเทมสำหรับอำนวยความสะดวก จากนั้นจึงเดินทางออกจากเมืองไปเก็บระดับอีกครั้ง คราวนี้เขาเข้าไปในป่าลึกกว่าเดิมเพื่อจะไปเก็บระดับกับสัตว์อสูรที่มีระดับมากขึ้น
อากิระใช้วิธีเดิมในการจัดการกับสัตว์อสูรจนตอนนี้ระดับของเขาเพิ่มมาเป็สิบแปดแล้ว อากิระดูเวลาแล้วก็รู้สึกหิวจึงนั่งพักแล้วหยิบกล่องอาหารที่ซื้อมาจากร้านอาหารเพื่อที่จะทาน แต่ตอนที่กำลังจะทานนั้นเองอากิระก็เหลือบตาขึ้นไปมองที่พุ่มไม้ซึ่งอยู่ใกล้ๆ
"ไม่ออกมากินด้วยกันเหรอครับ" อากิระยิ้มกล่าว
"เห...รู้ตัวด้วยเหรอเนี่ย" หญิงสาวผมสีทองเดินออกมาจากพุ่มไม้ที่อยู่ใกล้ๆ
"ก็นะครับ ผมค่อนข้างเป็คนหูดีเลย พอจะแยกเสียงออกน่ะครับว่าเสียงพุ่มไม้เป็เสียงที่เกิดจากธรรมชาติรึเปล่า" อากิระยิ้มตอบ
"หืม น่าสนใจดีนี่นายน่ะ" หญิงสาวยิ้มกล่าว
"ก็คงจะน่าสนใจพอที่จะให้คุณมาแอบดูผมั้แ่เมื่อวานเลยสินะครับ" อากิระหรี่ตามองแล้วกล่าวกับหญิงสาว จนทำให้เธออึ้งไปชั่วครู่
"โห รู้ขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย" หญิงสาวกล่าวอย่างคาดไม่ถึง ก่อนจะหัวเราะออกมา “คงใช่ ดูเหมือนจะติดใจนายเข้าซะแล้ว” เธอสำรวมท่าทีแล้วกล่าวออกมา “ฉันชื่อ ไอริส ยินดีที่ได้รู้จักนะ”
ในเมื่อหญิงสาวตรงหน้ากล่าวแนะนำตัวออกมาก่อนอากิระก็เต็มใจที่จะแนะนำตัวกลับในทันที
“ผมชื่ออากิระ ยินดีที่รู้จักเช่นกัน แล้วไม่ทราบว่าคุณผู้หญิง้าสนใจอะไรในตัวกระผมครับ”
เขาพูดออกมาอย่างนอบน้อมโดยที่ดวงตาเปล่งประกายขบขันออกมา เป็ประกายที่บอกให้รู้ว่าเขากำลังพูดหยอกหญิงสาวตรงหน้า
เ้าของร่างเล็กเห็นท่าทางของชายตรงหน้าแล้วก็ขบขันเล็กน้อยก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพรับกับคำของชายหนุ่ม
“การที่หญิงสาวจะสนใจในตัวชายหนุ่มรูปงามจะต้องมีเหตุผลด้วยหรือคะ ดิชั้นก็เหมือนหญิงสาวทั่วไปเห็นหนุ่มหล่อที่มีความสามารถสูงก็ต้องสนใจเป็ธรรมดาสิคะ”
สิ้นคำของหญิงสาวทั้งสองก็มองหน้าสบตากัน แล้วต่างก็หัวเราะออกมา
“เอาล่ะ คุณไอริสมีอะไรที่้าให้ผมช่วยสินะครับ”อากิระกล่าวถามด้วยท่าทางที่สงบลงแต่ทว่าใบหน้าที่ดูดียังคงมีรอยยิ้มประดับอยู่
“อืม…นั่นสินะคะทีแรกก็ยังลังเลว่าจะขอให้ช่วยดีมั้ยเพราะถึงจะเห็นฝีมือแต่ก็ยังหวั่นๆเื่นิสัยอยู่ดี”เธอเปรยออกมา “แต่พอลองคุยกันแล้วฉันขอเชื่อลางสังหรณ์ของตัวเองหน่อยละกันว่านายไม่ใช่คนไม่ดี เพราะงั้นเลยอยากจะชวนนายมาร่วมปาร์ตี้หน่อยน่ะ”
คำตอบจากไอริสตรงหน้าทำให้คิ้วของอากิระเลิกสูงขึ้น “้าให้ผมร่วมปาร์ตี้ทำไมเหรอคับ เท่าที่เห็นคุณไม่น่าจะใช่ผู้เล่นที่มีระดับต่ำขนาดจะต้องมาตั้งปาร์ตี้เพื่อเก็บระดับในเมืองเริ่มต้นแบบนี้ ไม่สิ…ที่จริงไม่น่าจะมาอยู่ที่เมืองเริ่มต้นแล้วด้วยซ้ำ”อากิระถามกลับไปโดยที่ยังมีสีหน้าเหมือนเดิม
ไอริสก็ยังคงสีหน้าดังเดิมแล้วกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้ม “ก็ต้องเป็เพราะได้ภารกิจพิเศษมา ก็เลยต้องกลับมาเมืองเริ่มต้นแล้วก็เลยอยากได้คนมีฝีมือมาช่วยอยู่แล้วสิคะ”
“แล้วเพื่อนๆคุณไม่มาช่วยบ้างเลยรึไงครับ”เขาเอ่ยถามพลางเลิกคิ้วมองร่างเล็กตรงหน้า
“ถึงมาก็เปล่าประโยชน์ ภารกิจนี้จะทำได้สมาชิกปาร์ตี้ทั้งหมดต้องมีระดับรวมกันไม่เกินหกสิบห้า” เสียงหวานๆตอบกลับมาอีกครั้งพลางถอนหายใจ “ตัวฉันเองก็ระดับสี่สิบสี่แล้ว ตอนแรกก็กำลังคิดหนักอยู่เลย แล้วก็มาเจอนายที่เป็ผู้เล่นใหม่แต่มีฝีมือนี่แหละ”
“ภารกิจลับเหรอ….” เ้าของตาสีแดงพูดออกมาพลางครุ่นคิด เพียงไม่นานเขาก็ยิ้มออกมาอีกครั้ง “น่าสนุกดีนี่”
“งั้นก็หมายความว่า”
“แล้ว....ผมจะได้อะไรจากการช่วยคุณครับ”
ไอริสก็ถอนหายใจแล้วกล่าวขึ้น “เห้อ นายนี่กินไม่ลงเลยจริงๆ ไม่ต้องห่วง รับรองว่าจะมีค่าจ้างให้ให้ ไม่ให้เหนื่อยฟรีแน่นอน”
อากิระยิ้มแล้วพยักหน้าให้ฝ่ายตรงข้ามเป็การตอบรับ จากนั้นก็จัดการเพิ่มรายชื่อเพื่อนกัน แล้วไอริสก็ใช้คำสั่งชวนอากิระเข้าปาร์ตี้ทันที
หลังจากเข้ามาในป่าทั้งคู่ก็ต้องสู้กับสัตว์อสูรมาตลอดทางซึ่งแม้จะมีมาเรื่อยๆแต่จำนวนก็ไม่ได้เยอะอะไรแต่ก็ทำให้ระดับของอากิระเพิ่มขึ้นเป็สิบแปดเนื่องจากระดับของสัตว์อสูรในป่ามีมากกว่าเขาเยอะจึงทำให้ระดับของเขาเพิ่มขึ้นมาอีกสองระดับ
จนกระทั่งตอนนี้พระอาทิตย์ได้ลับขอบฟ้าไปแล้วทั้งสองจึงต้องหยุดพักโยการตั้งแคมป์ขึ้นมาบริเวณที่กว้างแห่งหนึ่งแล้วก่อ ‘กองไฟไล่สัตว์อสูร’ไอเทมที่ทำให้สัตว์อสูรทั่วไปไม่กล้าเข้าใกล้ ใช้ได้ครั้งเดียวจะดับลงเมื่อผู้เล่น้าเท่านั้น
“จะว่าไปเรายังไม่รู้ความสามารถของทั้งสองฝ่ายเลยนะ”ไอริสพูดออกมา ซึ่งทันทีที่เธอพูดจบหน้าต่างค่าสถานะของอากิระก็มาอยู่ตรงหน้าเธอทำให้เธอต้องหันไปสบตากับดวงตาสีแดงที่ยังคงสงบนิ่ง แล้วเธอก็ยิ้มออกมา
“รู้ใจดีจังเลย นายให้ฉันดูของนายแล้ว ต่อไปชั้นก็ต้องให้นายดูของฉันบ้างล่ะนะ”พูดจบไอริสก็เปิดหน้าต่างค่าสถานะแล้วเลื่อนไปให้อากิระดู ซึ่งอากิระเพียงยิ้มตอบมาเท่านั้น
ค่าสถานะ
ผู้เล่น:อากิระ ฉายา: - เผ่าพันธุ์: มนุษย์ ระดับ:20
อาชีพ: -
พลังชีวิต 2528 พลังเวทย์ 960
พลังโจมตี 155 พลังโจมตีเวทมนต์ 124 พลังป้องกัน 52 พลังป้องกันเวทมนต์ 56
ค่าความเร็ว 190 โชค 74
ค่าสถานะ
ผู้เล่น:ไอริส ฉายา: - เผ่าพันธุ์: มนุษย์ ระดับ: 44
อาชีพ: มือปืน
พลังชีวิต 11,819 พลังเวทย์ 4,920
พลังโจมตี 820 พลังโจมตีเวทมนต์ 382 พลังป้องกัน 588 พลังป้องกันเวทมนต์ 370
ค่าความเร็ว 230 โชค 128
ทันทีที่หญิงสาวเห็นดวงตาสีมรกตคู่สวยก็เบิกว้างขึ้นทันที
‘อะไรกันเนี่ย ทำไมค่าความเร็วของหมอนี่ถึงสูงขนาดนี้ นี่ขนาดเพิ่งจะระดับแค่ 20 เองนะ’
เธอคิดในใจโดยที่แทบจะไม่เชื่อสายตาตนเอง ที่เห็นค่าความเร็วของอากิระสูงจนแทบจะทัดเทียมกับเธอที่มีระดับห่างกันมากกว่าถึงยี่สิบระดับ
“นี่ทำยังไงระดับของทักษะเพิ่มความเร็วถึงได้ขึ้นมาเร็วขนาดนี้เนี่ย” เธอเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูใ
“นั่นสินะครับ ผมก็อยากรู้เหมือนกันครับ” อากิระตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่ไอริสได้ฟังเช่นนั้นก็รู้สึกว่าทั้งที่ตนใถึงเพียงนี้แท้ๆ แต่ชายตรงหน้ากลับยังมีท่าทีที่สงบนิ่งราวกับไม่ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย
“อ๊ะ จริงด้วย” ไอริสอุทานขึ้นราวกับนึกอะไรบางอย่างออก จากนั้นไอริสก็รีบเปิดหน้าต่างไอเทมขึ้นมาทันที
“หืม...อะไรหรือครับ” อากิระกล่าวถาม
“ฉันจะให้นายช่วยทำภารกิจ เพราะอย่างนั้นก็ต้องให้ไอเทมนายใช้สักหน่อยสิ” ไอริสกล่าวพร้อมกับส่งหน้าต่างไอเทมไปให้กับอากิระ
“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ขอเกรงใจล่ะนะครับ” อากิระตอบพลางเลือกไอเทมที่อยู่ในหน้าต่างไอเทมของไอริส โดยไม่มีท่าทีเกรงใจตามที่พูดจริงๆ
และไอเทมที่อากิระได้เลือกมานั้นก็เป็ไอเทมใช้งาน เช่นะเิ ไอเทมฟื้นฟู และไอเทมสำหรับหยุดการเคลื่อนไหวของสัตว์อสูร และหลังจากคุยเรื่อยเปื่อยกันได้สักพักทั้งคู่ก็แยกย้ายกันไปนอนในเต็นท์
ทั้งสองเดินทางต่อมาจนถึงบริเวณใจกลางป่าแห่งการเริ่มต้น สถานที่ที่ไอริสต้องมาทำภารกิจลับ ณ บริเวณแห่งนี้มีลักษณะเป็พื้นที่โล่งเป็ลานกว้าง ตรงกลางมีรูปปั้นเทพธิดาสีขาวมีปีกแปดข้างขนาดเท่ากับตัวคน มือสองข้างยื่นออกมาบริเวณหน้าอกเหมือนกับประคองบางสิ่งไว้
“น่าจะเป็ที่นี่แหละนะ…”ไอริสกล่าวออกมา
“แล้วต้องทำยังไงต่อล่ะครับ”อากิระถามออกมาพร้อมหันไปมองเพื่อนร่วมปาร์ตี้ผู้มีั์ตาสีมรกต
“ต้องหาช่องที่จะใช้ใส่ผลึกนี้น่ะ”ไอริสหยิบเอาผลึกสีขาวใสบริสุทธิ์มีรูปร่างเป็สี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดขนาดเท่าฝ่ามือ ออกมาให้อากิระดู
“งั้นก็หาไม่ยากหรอกครับ ลองเอาไปวางตรงกลางระหว่างมือทั้งสองของรูปปันเทพธิดาดูก่อนเถอะครับ”เขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
ไอริสพยักหน้าให้กับอากิระก่อนทั้งคู่จะเดินเข้าไปหารูปปั้นเทพธิดา แล้วไอริสก็นำผลึกไปวางไว้ตรงกลางระหว่างมือทั้งสองข้างของรูปปั้น จากนั้นก็มีแสงสว่างออกมาจากรูปปั้นนั้น
“พวกเ้าน่ะรึคือผู้ที่จะมาปลดผนึก วิทยาการแห่งยุคเริ่มต้น”
เสียงที่ราวกับเสียงคนหลายคนประสานกันดังก้องขึ้นมาจากรอบทิศทาง ทั้งอากิระและไอริส ต่างมองไปรอบด้วยความรู้สึกแตกต่างกัน
โดยที่หญิงสาวตาสีมรกตนั้นตื่นตระหนกเพราะสิ่งที่เกิดขึ้น ขณะที่ชายหนุ่มเ้าของดวงตาสีทับทิมกำลังเหยียดยิ้มออกมาชนิดที่ว่าหากใครมองมาเพียงพริบตาก็คงบอกได้เลยว่าเขากำลังสนุกอยู่อย่างมาก
“มนุษย์เอ๋ยเ้าต้องผ่านการทดสอบแห่งเรา”เสียงประสานนั้นยังคงดังกึกก้อง “หากสามารถผ่านไปได้ วิทยาการอันทรงพลังจะเป็ของเ้า หากพลาดพลั้งพลังที่เ้ามีจะต้องสูญไป”
“เอ๋..ม…หมายความว่าไง”เสียงหวานเอ่ยถามอย่างตื่นตระหนก
“น่าจะหมายถึงระดับจะ ไอเทม และทักษะทั้งหมดจะหายไปล่ะมั้ง”ชายหนุ่มผู้เป็เพื่อนร่วมปาร์ตี้เอ่ยออกมา ทำเอาหน้าของหญิงสาวซีดเผือด แต่ไม่ทันที่จะเธอเอ่ยพูดอะไรออกมาก็มีวงเวทย์ขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นรอบบริเวณ
“เมื่อก้าวเข้ามาก็ไม่อาจถอยหลัง มีเพียงผ่านพ้นเพื่อให้สมปรารถนา…”เสียงประสานดังก้องเอ่ยขึ้น “หรือ ดับชีวิตลง พร้อมพลังที่สูญสิ้น”
ทันทีที่สิ้นเสียงวงเวทย์ก็เปล่งแสงจ้าออกมาจนทั้งสองไม่อาจลืมตาได้ เมื่อทั้งสองลืมตาขึ้นมาก็พบว่าสถานที่ตรงหน้าเปลี่ยนไป กลายเป็ลานกว้างในโบราณสถานเก่าแก่กว้างใหญ่มีรูปปั้นเทพธิดาที่เหมือนกับในป่าเริ่มต้นก่อนหน้านี้
‘ผู้เล่นเข้ามาใน วิหารแห่งวิทยาการแห่งยุคแรกเริ่ม ซึ่งเป็พื้นที่พิเศษ ไอเทมประเภทไอเทมเคลื่อนย้ายจะไม่สามารถใช้งานได้ค่ะ’