จวินเซี่ยวอวิ๋นจ้องราชโองการสีเหลืองทองอร่ามตาที่วางอยู่บนโต๊ะเขม็งคล้ายกับเป็วัตถุแปลกประหลาดที่นางไม่อาจปล่อยให้คลาดสายตาได้โดยเด็ดขาด
ด้านหลังมีเสี่ยวจูกับเสี่ยวซินยืนซุบซิบพูดคุยกัน
“เห็นได้ชัดว่าคุณหนูใจนทึ่มทื่อไปแล้ว”
“นั่นสิ เป็ข้าป่านนี้มีหวังหนีกระเจิงไปไกลสุดกู่แล้วใครจะกล้าแต่งงานกับปีศาจผู้นั้นกัน”
“โธ่! คุณหนูของบ่าว ท่านช่างอาภัพเหลือเกินชั่วชีวิตนี้เรียกได้ว่าจบสิ้นแล้วจริงๆ”
“หรือไม่ เ้าว่าข้าไปวางยาันิทราปีศาจผู้นั้นดีหรือไม่?”
“หา! เ้ายังมีสมองหรือไม่ หากทำเช่นนั้นจริงคุณหนูที่น่าสงสารของพวกเรา จะไม่น่าเวทนายิ่งกว่านี้หรอกหรือ?เท่ากับต้องเป็หม้ายทั้งที่สามียังมีชีวิตอยู่ น่าอนาถเกินไปแล้ว”
จวินเซี่ยวอวิ๋นหัวคิ้วกระตุกหงึกๆ ทนฟังไม่ไหวอีกต่อไป
“หุบปาก! พวกเ้าพูดกันพอรึยัง? ข้าน่ะหรือน่าสงสาร น่าเวทนาน่าอนาถ แล้วยังชีวิตจบสิ้นแล้ว? ในสายตาของพวกเ้าองค์หญิงอันดับหนึ่งเช่นข้ากลายเป็คนไร้ความสามารถอันดับหนึ่งไปแล้วหรือไร?”
สองสาวใช้รีบทิ้งตัวลงคุกเข่า ร้องเสียงดังพร้อมกันทันใด
“องค์หญิง พวกหม่อมฉันผิดไปแล้ว ขอองค์หญิงลงอาญา”
จวินเซี่ยวอวิ๋นกลอกตาอย่างระอาใจ
“ช่างเถอะๆ พวกเ้าลุกขึ้นได้แล้วอย่ามัวทำเื่ไร้สาระพวกนี้อยู่เลย”
สองสาวใช้รีบลุกขึ้นส่งยิ้มเผล่ให้คุณหนูของตนั์ตาทั้งคู่พราวระยับ
“พวกเ้าช่างไม่มีความจริงใจเอาเสียเลย”จวินเซี่ยวอวิ๋นเบ้ปากน้อยๆ ค่อนขอดคนของตน
“คุณหนู ท่านจะทำเช่นไรกับราชโองการฉบับนี้ดีเ้าคะ?”เสี่ยวซินถามอย่างระมัดระวัง พลางสังเกตท่าทางผู้เป็นาย
“บ่าวว่าส่งสาส์นกราบทูลฝ่าาก่อนดีหรือไม่เ้าคะ?บางทีพอฝ่าาทรงทราบก็จะทรงออกหน้าให้คุณหนูเอง” เสี่ยวจูเสนอความคิดบ้าง
“ราชโองการประกาศออกมาแล้วไม่อาจเรียกคืน ข้ายังจะทำอะไรได้อีกคงได้แต่แต่งให้อี้ชินอ๋องแต่โดยดีเท่านั้น ส่วนทางเปี่ยวเกอข้าไม่ส่งสาส์นไปพระองค์ก็ทรงทราบอยู่ดี พอทรงทราบแล้วมีหรือจะไม่ทรงออกหน้าให้ข้าแต่พระองค์จะไม่ทรงขัดขวางเป็อันขาดมีแต่จะยิ่งสนับสนุนให้เกิดการสมรสครั้งนี้สิไม่ว่า”
จวินเซี่ยวอวิ๋นมองสองสาวใช้อย่างสื่อความนัย กล่าวอย่างชัดเจน
“พวกเ้าอย่าลืม ฐานะของข้าในแคว้นเว่ยน่ากระอักกระอ่วนปานใด อีกทั้งเื่ของข้ามีคนรู้เพียงไม่กี่คนเท่านั้นอีกอย่างท่านตาก็ไม่ปรารถนาให้ข้ากลับแคว้นเว่ยแม้แต่น้อยเบื้องลึกเื้ัทั้งมวลเปี่ยวเกอทรงทราบดีอยู่แล้วอีกทั้งผู้ที่ข้าต้องแต่งให้ก็มีฐานะเป็รองเพียงฮ่องเต้เท่านั้นเปี่ยวเกอมีหรือจะไม่พอพระทัย ยังจะดีพระทัยไม่ทันเสียด้วยซ้ำไป”
จวินเซี่ยวอวิ๋นลุกขึ้นแล้วประคองราชโองการด้วยสองมือเพื่อนำไปส่งต่อให้แก่บิดาที่เอาแต่ขังตัวเองไว้ในห้องหนังสือตลอดั้แ่กลับมา
“ยินดีหรือไม่ ราชโองการฉบับนี้ข้าก็ไม่มีหนทางให้ปฏิเสธได้เลยมีแต่ต้องก้มหน้ารับเอาไว้เท่านั้น”
“แต่คุณหนูเ้าคะ ท่านอ๋องผู้นั้นฟังว่าเ็าไร้หัวใจทั้งยังโเี้อำมหิตยิ่งนัก คุณหนูแต่งออกไปแล้วจะมีความสุขได้อย่างไร?”เสี่ยวซินกังวลใจ ด้วยข่าวลือเกี่ยวกับอี้ชินอ๋องหวงฝู่เหิงไม่เื่ที่ดีเลย
“ข่าวลือเ่าั้จริงเท็จเช่นไรไม่มีผู้ใดรู้ได้ แต่ข้ามั่นใจว่าอีกไม่นานเื่ราวของอี้ชินอ๋องผู้นี้จะประจักษ์แจ้งออกมาเอง”
ตลอดเวลาที่พูดถึงเื่ราวเหล่านี้จวินเซี่ยวอวิ๋นไม่มีท่าทีกังวลใจเลยแม้แต่น้อย
หลังจากขันทีาุโกลับไป นางก็ได้สติและลองวิเคราะห์ความเป็ไปได้ทั้งหมดที่ทำให้เกิดการพระราชทานสมรสครั้งนี้อย่างละเอียดแล้ว
ในบรรดาความเป็ไปได้ทั้งหมดนางประจักษ์ชัดว่าฮ่องเต้แคว้นอู๋และพระอนุชาทรงทราบฐานะที่แท้จริงของนางแล้วอย่างแน่นอนแม้ที่ผ่านมานางไม่เคยให้ความสำคัญกับฐานะจอมปลอมเ่าั้มาก่อนและออกจะถึงขั้นไม่เห็นอยู่ในสายตาด้วยซ้ำไป
แต่บัดนี้ดูเหมือนผู้กุมอำนาจในแว่นแคว้นเช่นฮ่องเต้แคว้นอู๋และเปี่ยวเกอของนางจะไม่ได้คิดเช่นเดียวกับนาง
สุดท้ายแล้วนางก็หนีไม่พ้น ต้องเดินบนเส้นทางสายนี้อย่างจำใจ
นางตกเป็หมากคานอำนาจระหว่างแคว้นจนได้
.
.
.
เ้ากรมการคลังฉินชิงปิดประตูอยู่ในห้องหนังสือตลอดทั้งบ่ายจวบจนถึงยามเข้าไต้จุดไฟห้องหนังสือที่เงียบสงบก็มีเงาร่างสีดำพริ้วเข้ามาดุจภาพมายา
“นายท่าน!” ฉินชิงสะท้านเฮือก รีบสะอึกกายเข้าไปประสานมือด้วยความนอบน้อมทันที
“เสบียงที่ต้องสมทบไปทางใต้ดึงเืเนื้อพี่น้องพวกเราไปไม่น้อยเลยทีเดียว ฉินชิงเื่นี้เ้าจะแก้ตัวอย่างไร?”
เสียงแ่ต่ำที่ได้ยินจากเงาร่างนั้นทำให้เ้ากรมการคลังหน้าซีดตัวสั่นด้วยความหวั่นเกรง
“เรียนนายท่านเื่นี้ผู้น้อยจะรีบจัดการโดยเร็ว ไม่ให้มีผลกระทบใดๆไปถึงพี่น้องพวกเราอย่างเด็ดขาด ขอนายท่านให้เวลาผู้น้อยสักหน่อยผู้น้อยต้องแก้ไขปัญหาได้แน่”
“ฮึ! หากเ้ามีความสามารถ เื่ราวต่างๆคงไม่ยื้อเวลามายาวนานถึงยี่สิบปีเช่นนี้ นี่คือโอกาสครั้งสุดท้ายของเ้าแล้วรักษาเอาไว้ให้ดี” เงาร่างนั้นหันกายหมายจะจากไปแต่กลับชะงักลงครู่หนึ่งและทิ้งคำสั่งไว้อย่างเ็าก่อนพริ้วกายจากไป
“หาทางส่งบุตรสาวของเ้าเข้าตำหนักอี้ชินอ๋องให้ได้ภายในสิบวันไม่ว่าจะต้องใช้วิธีอะไรก็ต้องทำให้สำเร็จให้จงได้”
ฉินชิงสองขาสั่นระริก ทรงกายไม่อยู่อีกต่อไปร่างทรุดลงไปกองข้างโต๊ะหนังสืออย่างสิ้นไร้เรี่ยวแรง
ผิดไปแล้ว...
ยี่สิบปีก่อนเขาผิดไปแล้วจริงๆเพราะเห็นแก่ทรัพย์สินเล็กน้อยถึงกับชักนำเภทภัยยาวนานจนถึงแก่ชีวิตมาสู่ครอบครัวเสียเองได้
ยามนี้เขาควรทำเช่นไรต่อไปดี?
.
.
.
จวินมู่ฉานมองปิ่นหยกขาวดอกไป่เหออย่างเหม่อลอยเ้าของปิ่นในมือจากไปนานเท่าอายุของบุตรสาวเพียงคนเดียวแต่สำหรับเขาแม้ผ่านไปนานถึงสิบหกปีแล้วก็ยังคล้ายกับเมื่อวาน
หนึ่งรอยยิ้มหนึ่งขมวดคิ้วนั้นยังติดตรึงทุกความทรงจำดั่งภาพฝันล่องลอยมาปรากฏขึ้นตรงหน้า
หนึ่งดรุณีเยาว์วัยงดงามเป็เอกสองมือขาวผ่องเรียวงามโอบประคองหนึ่งบุรุษผู้หนีตายหัวซุกหัวซุนอย่างไม่รังเกียจรังงอนทั้งให้ที่พักพิง ดูแลาแโดยไม่ถามไถ่ความเป็มา
วันเคลื่อนเดือนคล้อยทั้งสองคนผูกใจวิวาห์ร่วมหอสองปีต่อมาฝ่ายหญิงก็ตั้งครรภ์ใครจะคิดว่าทารกน้อยผู้เป็ดวงใจลืมตามาได้เพียงสี่วัน มารดาก็สิ้นใจ
หญิงสาวผู้งดงามอ่อนหวานเช่นนั้นกลับใจดำเหลือแสนทิ้งเขากับลูกไว้เพียงลำพัง
จวินมู่ฉานทอดถอนใจ วันนี้ฮ่องเต้รับสั่งชัดเจนเื้ัภรรยาของเขาไม่ธรรมดา แต่เขาจะทำอย่างไรได้เล่า ในเมื่อคนก็จากไปแล้ว
แต่ที่ทำให้เขากังวลอย่างแท้จริงกลับเป็เื่บุตรสาวคนเดียวมากกว่าจากรับสั่งวันนี้แสดงให้เห็นว่าเื้ัที่ไม่ธรรมดานั้นบุตรสาวของเขาทราบดีอยู่แล้ว
แต่บุตรสาวที่เขากล่อมเกลี้ยงเลี้ยงดูทนุถนอมดุจไข่มุกในอุ้งมือไม่เคยปล่อยให้ห่างสายตามาก่อน นางจะรู้เื่อะไรสักเท่าไหร่กัน?แล้วนางจะรู้จากผู้ใด?
“นายท่าน คุณหนูขอเข้าพบขอรับ”
เสียงรายงานจากคนสนิทหน้าประตูทำให้จวินมู่ฉานตื่นจากภวังค์ ปิ่นหยกในมือถูกเก็บเข้าลิ้นชักชั้นบนสุดด้วยแววตาอ่อนโยน
“เข้ามา”
ประตูเปิดและปิดลงอย่างแ่เบาจวินเซี่ยวอวิ๋นประคองราชโองการไว้ในมือพร้อมด้วยสาวใช้ประจำตัวทั้งสองที่คนหนึ่งประคองถาดน้ำชาส่วนอีกคนก็มีถาดขนมและของว่างก้าวเข้ามา
จวินเซี่ยวอวิ๋นคลี่ราชโองการลงบนโต๊ะตรงหน้าบิดาจวินมู่ฉานสะบัดหน้าไม่มองราชโองการสักแวบเดียว
จวินเซี่ยวอวิ๋นเห็นท่าทางเช่นนั้นของบิดาก็ทำเป็ไม่สนใจเพียงเก็บแผ่นกระดาษที่วางระเกะระกะตรงหน้าบิดาไปไว้ด้านหนึ่งเสร็จแล้วก็จัดเรียงขนมและของว่างที่เตรียมมา พร้อมทั้งรินน้ำชาหอมกรุ่นให้อย่างเอาใจ
“ท่านพ่อ เวลาล่วงเลยมาจนป่านนี้แล้วท่านกินอะไรรองท้องเสียหน่อยเถิดเ้าค่ะ”
จวินมู่ฉานตั้งใจจะใช้ความเงียบต่อกรกับบุตรสาวแต่เห็นได้ชัดว่านางเตรียมตัวมาดียิ่ง เพราะทันที่น้ำชาคลายความร้อน นางก็จะเปลี่ยนถ้วยใหม่ที่ร้อนระอุมาแทน
สาวใช้ทั้งสองของนางก็รู้งานดียิ่งคนหนึ่งปลีกตัวไปติดเตาต้มน้ำชงชาคนหนึ่งก็จัดการเตรียมถ้วยชาให้พร้อมใช้งานตลอดเวลา
จวินเซี่ยวอวิ๋นเฝ้ารอท่าทีของบิดาอย่างอดทน คราวนี้ดูเหมือนบิดาของนางจะต่อต้านอย่างรุนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
จวบจนครึ่งชั่วยามผ่านไป จวินมู่ฉานถอนหายใจยาวยกถ้วยชาที่เพิ่งเปลี่ยนเป็รอบที่แปดขึ้นจิบเสียที
“พ่อไม่อาจให้เ้าแต่งเข้าราชวงศ์”จวินมู่ฉานเอ่ยเสียงหนัก
จวินเซี่ยวอวิ๋นที่เพิ่งหายใจคล่องคอเมื่อเห็นท่าทีของบิดาอ่อนลงพลันชะงักไปครู่หนึ่ง
“ขออภัยท่านพ่อลูกไม่อาจปฏิเสธราชโองการนี้ได้จริงๆ เพราะถึงที่สุดแล้วต่อให้ลูกไม่แต่งเข้าตำหนักอี้ชินอ๋องก็ต้องถูกรับเข้าตำหนักในเพื่อนั่งตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งในสี่เฟยอยู่ดี”
จวินเซี่ยวอวิ๋นปลดหยกนิลที่นางตั้งใจแขวนมาโดยเฉพาะออกจากเอวบางยื่นไปตรงหน้าบิดา สายตาที่เคยแฝงแววซุกซนกลับสงบราบเรียบอย่างที่สุด
“ด้วยฐานะองค์หญิงอันดับหนึ่งแห่งแคว้นเว่ยไม่แต่งให้ฮ่องเต้ก็ต้องแต่งให้เชื้อพระวงศ์ชายชั้นสูงเท่านั้นอีกอย่างอี้ชินอ๋องก็เป็ตัวเลือกที่ดี ลูกเต็มใจแต่งให้เขาเ้าค่ะ”
จวินมู่ฉานตะลึงงัน มองหยกนิลสลักอักษร‘องค์หญิงอันดับหนึ่ง’ อย่างอึ้งงัน สมองคล้ายถูกะเิขาวโพลนไปหมดในพริบตา
นี่สินะ…เหตุผลที่ฮ่องเต้รับสั่งว่าบุตรสาวของเขาเข้าใจดี
จวินมู่ฉานยกยิ้มอย่างขมขื่นใจที่แท้กลับเป็ตัวเขาเองที่โง่งม แต่มายามนี้ไหนเลยเขาจะยังไม่เข้าใจ
การคานอำนาจระหว่างแคว้น!
“มารดาของเ้า…?”
“ท่านแม่คือบุตรสาวคนเดียวที่ถูกเลี้ยงดูอยู่นอกวังของท่านตาเฉิงชินอ๋องแห่งแคว้นเว่ยเ้าค่ะ” จวินเซี่ยวอวิ๋นตัดบทและมอบคำตอบที่บิดา้าทราบให้ทันที
จวินมู่ฉานคิดทบทวน เหตุการณ์ในอดีตค่อยๆผ่านเข้ามาในความคิด แล้วเขาก็พลันกระจ่างทันใด
เพราะนางคือธิดาของเฉิงชินอ๋องแห่งแคว้นเว่ยนี่เองมิน่า บริวารรอบกายของนางจึงนอบน้อมและปฏิบัติต่อนางอย่างดียิ่งไม่ต่างจากเขาเมื่อครั้งเป็กู้เสี่ยวโหวแม้แต่น้อยเพราะความเคยชินั้แ่เล็กจนโตทำให้เขาไม่เคยเอะใจมาก่อนเลย
“เช่นนั้นเ้าล่วงรู้เื่ราวเหล่านี้ั้แ่เมื่อไร?แล้วรู้ได้อย่างไร?”
นี่เป็เื่ที่อย่างไรเขาก็คิดไม่ออกตลอดเวลาสิบหกปีของนาง ไม่เคยคลาดสายตาเขามาก่อน แล้วเื่ราวเหล่านี้นางรู้ได้อย่างไรกัน
“ลูกรู้ทุกอย่างั้แ่อายุแปดขวบแล้วเ้าค่ะท่านตาและเปี่ยวเกอเคยเดินทางมาพบลูกที่นี่ตำแหน่งองค์หญิงอันดับหนึ่งของลูกก็เป็เสด็จลุงอดีตฮ่องเต้แห่งแคว้นเว่ยแต่งตั้งด้วยพระองค์เองด้วยเหตุนี้ลูกจึงรู้เื่ราวทุกอย่างั้แ่ตอนนั้นแล้ว ทุกอย่างรวมถึงความเป็มาของท่านพ่อด้วยเ้าค่ะ”
จวินเซี่ยวไม่หลบสายตาที่มองมาอย่างคาดไม่ถึงของบิดานางในยามนี้สลัดคราบคุณหนูผู้สดใสและซุกซนทิ้งไปเผยให้เห็นเพียงภาพลักษณ์สตรีผู้สูงส่งสง่างามดูแปลกตา