แสงไฟที่สาดส่องอยู่ตามไหล่ทางได้ทำให้เห็นตัวบุคคลที่นั่งอยู่ในรถหรูคันงามว่าเป็เช่นใด บุุรุษและสตรีมากอายุนั่งปลอบใจจิ่งอันที่ยังคงก้มหน้าร้องไห้ดั่งสูญสิ้นทุกอย่าง จะว่าไปหลังจากที่บิดาและมารดาของนางเสียชีวิตลงหญิงสาวมีเพียงหยวนจื่อเท่านั้นที่เธอคอยยึดไว้อีกทั้งเสิ่นหนิงเพื่อนรักที่เติบโตมาด้วยกันและไว้ใจกันมาตลอดเธอจึงให้ความสำคัญกับคนทั้งสิงเป็อย่างมาก
"หนูอันอัน"
เสียงเรียกจากสตรีมากอายุที่อบอุ่นและห่วงใยหญิงสาวตรงหน้าดั่งบุตรสาวของตน จิ่งอันเช็ดหน้าก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองสตรีตรงหน้าที่รักเธอไม่ต่างจากมารดา
"คุณป้า อันอันไม่เป็อะไรค่ะ เป็แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน"
"ป้ากับลุงต้องขอโทษแทนอาจื่อด้วยนะ"
"คุณป้ากับคุณลุงไม่ผิดจะขอโทษแทนหยวนจื่อทำไมคะ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็การตัดสินใจของหยวนจื่อไม่ใช่ของคุณลุงคุณป้า"
"แต่..."
"หนูไม่เคยโกรธหรือเกลียดคุณลุงกับคุณป้าเพราะหยวนจื่อเลยนะคะ แต่ที่หนูร่วมงานกับเขาไม่ได้นั้นเพราะอะไรนั้น หนูหวังว่าคุณลุงกับคุณป้าคงจะเข้าใจหนูนะคะ"
บุรุษและสตรีทั้งสองพยักหน้าอย่างเข้าใจ หากจะว่าไปตอนนี้ทั้งเขาและบุตรชายต่างแยกธุรกิจกันทำ ธุรกิจที่เขาเริ่มไว้นั้นมั่นคงและแข็งแรงจนไม่มีใครสามารถโค่นได้อย่างแน่นอน ผิดกับธุรกิจที่หยวนจื่อกำลังสร้าง แม้เขาจะเป็นักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรงแต่ต้องยอมรับว่าการทำงานของเขานั้นยอดเยี่ยมและประสบความสำเร็จเป็อย่างดี แต่กลับไม่มีใครรู้ว่าความสำเร็จที่หยวนจื่อได้รับล้วนแล้วแต่เป็เพราะจิ่งอันและบริษัทของเธอที่คอยช่วยอยู่เื้ั
รถหรูแล่นมาถึงคฤหาสน์ใหญ่โตของจิ่งอัน หญิงสาวเอ่ยขอบคุณและลาบุรุษและสตรีมากอายุเรียบร้อยแล้วจึงค่อย ๆ เดินเข้าบ้านอย่างอ่อนแรง
"คุณหนู คุณหนูกลับมาแล้ว"
"เื่นั้นเป็ไงบ้าง"
"ทุกอย่างจัดการเรียบร้อยค่ะ"
"แบบนี้คงดีที่สุดแล้ว ในเมื่อเป็คนรักไม่ได้ ก็อยู่แบบเป็ศัตรูก็แล้วกัน"
รอยยิ้มที่แทบจะเรียกได้ว่าเป็รอยยิ้มที่ไม่มีใครอยากพบเจอปรากฏขึ้น เพ่ยเพ่ยที่แม้จะอยู่กับจิ่งอันมานานถึงกับต้องรีบเดินหนีคุณหนูของตนในทันที 'คุณชายหยวนจื่อ เพ่ยเพ่ยขออวยพรให้คุณรอดไปให้ได้นะคะ'
เสียงนกร้องขับขานปลุกหญิงสาวที่นอนี้เีอยู่บนเตียง หญิงสาวบิดี้เีเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวในห้องหรูที่ตนเองออกแบบตกแต่งเอง หญิงสาวมองรอบ ๆ ห้องก่อนจะเดินลงไปห้องอาหารอย่างช้า ๆ
"คุณหนูตื่นแล้วหรือคะ เพ่ยเพ่ยตั้งใจว่าจะขึ้นไปปลุกคุณหนูอยู่พอดี"
"ขอบใจนะเพ่ยเพ่ย"
หญิงสาวนั่งลงบนเก้าอี้ บรรดาเด็กรับใช้ต่างนำอาหารขึ้นมาเสิร์ฟหญิงสาวจนเต็มโต๊ะ จิ่งอันมองอาหารบนโต๊ะก่อนจะหันไปหาเพ่ยเพ่ยที่ยืนอยู่ข้างตน
"เพ่ยเพ่ย คฤหาสน์นี้มีคนอยู่กี่คนกัน"
"มีเด็กรับใช้อยู่ 10 คนรวมเพ่ยเพ่ยเป็ 11 คน คนสวน 5 คน คนขับรถอีก 2 คนค่ะ"
จิ่งอันมองทุกคนก่อนจะหันมายิ้มให้เพ่ยเพ่ย
"หากในอนาคตฉันเป็อะไรไป ฝากเพ่ยเพ่ยดูแลคนพวกนี้ด้วยนะ พวกเขาจะได้เงินเดือนทุกเดือนจนกว่าจะแก่ตายอยู่ที่นี่ แต่หากว่าพวกเขาไม่อยากอยู่ที่นี่หรืออยากออกไปสร้างครอบครัวก็ให้เงินพวกเขาไปหนึ่งก้อนเพื่อไปตั้งหลักสร้างครอบครัว เราไม่รับคนเพิ่มส่วนคนที่ออกไปแล้วไม่รับกลับ ดังนั้นตัดสินใจให้เีก่อนนะ"
"คุณหนูพูดอะไรอย่างนั้นเ้าคะ คุณหนูอายุยังน้อยต้องอยู่กับพวกเราไปนาน ๆ สิถึงจะถูก"
"เื่นี้ฉันจริงจังนะเพ่ยเพ่ย วันนั้นที่ฉันเรียกลุงทนายมาก็เพื่อทำพินัยกรรมขึ้นมาใหม่ เงินส่วนหนึ่งฉันจะบริจาคให้การกุศลอีกส่วนนั้นฉันได้จัดสรรให้พวกเธอทุกคน พวกเธอจะได้เงินเดือนไปจนกว่าจะจากที่นี่ไป ฉันไม่ขออะไรมาก ฉันขอแค่ช่วยดูแลที่นี่และบ้าน....หลังนั้นให้ดีก็พอ"
"คุณหนู หากคุณหนูยังพูดแบบนี้อีกเพ่ยเพ่ยจะโกรธคุณหนูแล้วนะคะ"
"จริงเ้าค่ะคุณหนู อย่าพูดเป็ลางแบบนี้สิคะ"
เด็กรับใช้และทุกคนในคฤหาสน์นี้ต่างรักจิ่งอันกันทุกคน แม้หญิงสาวจะเกิดในตระกูลร่ำรวยแต่เธอก็ไม่เคยทำให้เด็กรับใช้อย่างพวกเขาต้องลำบากแม้สักครั้ง กลับห่วงใยและดูแลพวกเขาเป็อย่างดี
"คุณหนูคะ ข่าว..."
"พูดมาเถอะ"
"ข่าวเื่คุณหนูและคุณชายหยวนจื่อดังไปทั่วทุกช่องเลยค่ะ ไม่มีช่องใดที่ไม่เอ่ยถึงเื่เมื่อคืน หุ้นของเราพุ่งสูงมาก ผิดกับหุ้นของคุณชายหยวนจื่อที่ถูกเทขายทิ้ง ดิ่งลงจนแทบจะเรียกได้ว่า...."
"อื่ม"
"ส่วนเื่ที่คุณหนูให้คนส่งชุดแต่งงานไปให้พวกเขาตอนนี้ถึงหน้าประตูบ้านของคุณชายหยวนจื่อแล้วค่ะ นักข่าวทุกสำนักต่างทราบเื่รีบมายืนออกันหน้าบ้านคุณชายหยวนจื่อและโจมตีเขายกใหญ่ สมน้ำหน้าจริง ๆ ค่ะ"
"ดีแล้ว นั่นเป็ของขวัญและคำอวยพรจากฉันคนที่พวกเขาตั้งใจหักหลัง"
"ส่วนคลิปนั้นถูกส่งไปให้สำนักข่าวทุกช่องแล้วค่ะ"
"หากหญิงในคลิปนั้นไม่ใช่เสิ่นหนิง ฉันคงออมมือให้เขามากกว่านี้"
จิ่งอันยืนขึ้นก่อนจะหันไปมองเพ่ยเพ่ยที่ยังยืนอยู่ที่เดิม
"ฉันจะไปบ้าน...หลังนั้นนะ หากฉันเป็อะไรไปช่วยฝังฉันไว้ข้าง ๆ นั้นทีนะ"
พูดจบหญิงสาวมิได้รอคำตอบแต่กลับเดินออกไปในทันที
"วันนี้คุณหนูพูดจาแปลก ๆ ไปนะพี่เพ่ยเพ่ย"
เพ่ยเพ่ยมองตามคุณหนูของตนจนหายลับตา 'เดี๋ยวคงต้องตามไปดูเสียหน่อย รู้สึกสังหรณ์ใจแปลก ๆ'
"คุณหนูจิ่งอัน เชิญทางนี้ค่ะ"
กลิ่นยาฆ่าเชื้ออบอวลไปทั่วบริเวณสตรีในชุดสีขาวเดินเข้ามาเชิญจิ่งอันไปยังห้องคุณหมอประจำตระกูลด้วยความนอบน้อม
"ขอบคุณค่ะ จริงสิ ฉันมีขนมมากฝากด้วย เอาไปแบ่งกันนะคะ"
จิ่งอันยกถุงขนมยื่นให้พยาบาลสาวในทันที หญิงสาวในชุดขาวยิ้มรับด้วยความยินดี 'คุณหนูจิ่งอันช่างใส่ใจพวกเราจริง ๆ มาเมื่อไหร่ก็มีของฝากมาให้ตลอดเลย'
"สวัสดีครับคุณหนูจิ่งอัน"
ชายมากอายุในชุดขาวเอ่ยทักสตรีที่อายุอ่อนกว่าด้วยรอยยิ้มอบอุ่น
"สวัสดีค่ะลุงหมอ วันนี้เหนื่อยอีกแล้วนะคะ อันอันมีขนมร้านโปรดลุงหมอมาฝากด้วยค่ะ่"
หญิงสาวยื่นถุงขนมร้านประจำให้กับหมอประจำตระกูล เธอรู้ดีว่าอาชีพหมอนั้นมักยุ่งเสมอเธอจึงมักเอาของชอบของพวกเขามาฝากเสมอยามมาตรวจสุขภาพ
"ชอบทำให้คนแก่อย่างลุงหมอเสียนิสัยอีกแล้วนะหนูอันอัน งั้นเรามาดูผลการตรวจของคุณหนูกันเถอะครับ"
ชายมากอายุเปิดผลการตรวจสุขภาพของหญิงสาวในขณะนั้นรอยยิ้มบนใบหน้าของเขาค่อย ๆ หุบลงอย่างช้า ๆ จนจิ่งอันสังเกตุเห็น
"มีอะไรหรือเปล่าคะคุณลุงหมอ"
"เอ่ออ..."
"บอกมาเถอะค่ะคุณลุง ั้แ่คุณพ่อคุณแม่จากไปคงไม่มีเื่อะไรที่จะทำให้อันอันเสียใจไปมากกว่านี้ได้อีกแล้วยกเว้นเื่หยวนจื่อ ฮิฮิ"
หญิงสาวพูดติดตลกเพื่อให้บรรยากาศในห้องดีขึ้น แต่กลับไร้ประโยชน์ บุรุษมากอายุยังคงนิ่งเงียบก่อนจะมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาที่จิ่งอันััได้ว่าเื่นี้ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
"หนูอันอัน ผลการตรวจบอกว่าหนูเป็มะเร็งในสมองระยะสุดท้าย ตลอดมาที่หนูไม่มีอาการเลยนั้นจากผลการสแกนสมองเราพบว่ามีเยื่อบาง ๆ ห่อหุ้มก้อนเนื้อร้ายนี้ไว้ ซึ่งถือได้ว่าเป็เคสหายากและไม่มีมาก่อน"
หญฺงสาวนิ่งเงียบก่อนจะยิ้มอ่อนให้กับหมอมากอายุตรงหน้า
"คุณพ่อกับคุณแม่คงปกป้องอันอันไม่ให้เนื้อร้ายนี้ทำให้อันอันต้องทรมาน ขอบคุณนะคะลุงหมอ"
ชายมากอายุมองหญิงสาวตรงหน้าที่อายุเพิ่งจะยี่สิบกว่า ๆ ถือได้ว่ายังเด็กกับโลกอันโหดร้ายนี้มากนัก แม้จิ่งอันจะฝืนยิ้มเพื่อมิให้หมออย่างเขาต้องเป็ห่วงแต่เขาย่อมรู้ดีว่าตอนนี้หญิงสาวตรงหน้าคงจะทุกข์ใจไม่น้อย
"แต่ก็ยังมีข่าวดีอยู่นะ หากเยื่อบาง ๆ นั้นไม่ฉีกขาดหรือกระทบกระเทือน เยื่อนั้นจะทำให้คุณหนูใช้ชีวิตได้ตามปกติต่อไป ลุงกับหมอคนอื่น ๆ จะลองปรึกษากันว่าจะทำอย่างไรกับก้อนเนื้อร้ายนี้ดี แต่พวกเราไม่มีใครสามารถรับประกันได้ว่าหนูจะหายหรือไม่เ็ปจากมันอีกนะ"
"เช่นนั้นก็ปล่อยมันไว้เช่นนี้เถอะค่ะ เพราะมันคือส่วนหนึ่งของอันอัน คุณพ่อคุณแม่คงไม่ปล่อยให้มันทำร้ายอันอันอย่างแน่นอน แต่ถึงอย่างนั้นคุณลุงหมอพอทราบไหมคะว่าหนูจะมีชีวิตได้อีกนานเท่าไหร่"
"เื่นั้นไม่สามารถบอกได้ แต่หนูต้องระวังด้วยนะ หากเยื่อหุ้มนี้ฉีกขาดเมื่อไหร่จะมีผลต่อชีวิตหนูอันอันอย่างแน่นอน"
"ค่ะคุณลุงหมอ หนูจะระวัง เื่นี้หนูขอให้ลุงหมอเก็บไว้เป็ความลับได้ไหมคะ"
"ได้สิ เื่ของคนไข้ย่อมไม่สามารถเผ่ยแพร่ให้ใครทราบได้อยู่แล้ว"
"ขอบคุณค่ะลุงหมอ"
จิ่งอันยิ้มก่อนจะเอ่ยลาลุงหมอไป หญิงสาวปฏิเสธที่จะรับยาและการรักษาทุกอย่าง เธอคิดว่านี่คือโอกาสที่เธอจะได้ใช้ชีวิตสุดท้ายกับคนรักและคนที่รักเธอก่อนที่เธอจะจากไป 'ฉันจะรักและดูแลหยวนจื่อจนกว่าลมหายใจสุดท้ายของฉัน'