หยางจูใช้ชีวิตปกติ นับๆดูแล้วเธอมาอยู่ที่นี่ครบ 1 เดือนพอดี ไม่น่าเชื่อว่าตัวเองจะทะลุมายังสถานที่แบบนี้ได้ ถึงจะบอกว่าชินเพราะเป็เธอเองก็แต่งนิยายแนวๆนี้เหมือนกัน แต่ถามว่าเชื่อว่าจะมีคนย้อนอดีตกลับมาได้หรือเปล่าก็ต้องบอกเลยว่า เธอไม่เชื่อ!
เดือนพฤษภาคมหน่อไม้บนูเาออกค่อนข้างเยอะ เธอเลยคิดที่จะขึ้นเขาไปหาหน่อไม้เหมือนชาวบ้านคนอื่นๆ หยางจูเกิดที่ชนบท จากนั้นก็ย้ายมาเรียนและทำงานที่ปักกิ่ง ทำให้ชีวิตการเป็อยู่ที่นี่ของเธอไม่ต้องปรับตัวมากเท่าไหร่
ความจริงแล้วบ้านที่ชนบทที่เธอจากมา กับชนบทของที่นี่ ไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่นัก จะมีก็แต่ข้าวของอุดมสมบูรณ์มากขึ้น ส่วนการใช้ชีวิตก็ยังเหมือนเดิม ชาวบ้านเป็เกษตรกรเลี้ยงชีพ เก็บของป่าขายประทังชีวิตไปวันๆ สำหรับพวกเธอแล้ว มีแต่คนที่ตายแล้วเท่านั้นถึงจะหยุดดิ้นรน
เช้าวันนี้เธอเลยขึ้นเขาไปหาหน่อไม้แต่เช้า ส่วนลูกชายก็ให้อยู่กับคุณย่าหวง การเรียนของเขานับว่าก้าวหน้าไปมาก เพียงแค่เดือนเดียวก็สามารถจดจำตัวอักษรได้หลายสิบตัวแล้ว แค่นี้ก็ถือว่าเก่งมากแล้วสำหรับเด็กอายุ 3 ขวบ
“เพ้ย…สงสัยว่าฝนจะตกเร็วกว่าทุกปี ลูกสะใภ้บ้านหวงขึ้นมาหาของป่าได้”
“พูดอะไรของหล่อน ฉันก็เห็นแม่ชิงปี้ขึ้นมาหาของป่าทุกๆวันหยุดอยู่แล้วนี่ ไหนล่ะ…หล่อนอยู่ที่ไหน ฉันจะบอกอะไรให้นะ ถ้าหล่อนไปที่ไหนพวกเราต้องตามไปด้วย เพราะแม่นั่นน่ะรู้ว่าของดีอยู่ที่ไหน”
“นั่นมันสะใภ้ใหญ่บ้านหวง พวกเราเทียบหล่อนไม่ติดฝุ่นหรอก ขยันจนไม่รู้ว่ามีเวลาพักบ้างหรือเปล่า”
“แล้วใครกันล่ะคนที่หล่อนพูดถึงน่ะ”
“นั่นไง”
หญิงสาววัยใกล้เคียงกับหยางจู ดูๆแล้วก็ไม่น่าจะอายุห่างกันสักเท่าไหร่ ถ้าหากรู้จักพี่สะใภ้ใหญ่ก็น่าจะรุ่นราวคราวเดียวกัน พวกหล่อนกำลังหันมาทางหยางจูเป็ตาเดียว
“ไอหยา!! ฉันตาฝาดไปหรือเปล่า?”
“ไม่ฝาดหรอก ตัวจริงเลยล่ะ”
“ไปกันเถอะ”
พูดจบสามสาวก็รีบเดินมาทางหยางจูที่กำลังขุดหน่อไม้อยู่่ เดิมทีไม่คิดจะจนสนใจ เพราะร่างเดิมสร้างวีรกรรมเอาไว้เยอะ แต่คนที่ต้องมารับจบกลับเป็ตัวเธอที่ไม่รู้เื่รู้ราวด้วย น่าเจ็บใจนัก
“แม่ชิวิ ขึ้นเขากับคนอื่นเป็ด้วยเหรอ?”
หยางจูหยุดมือ แล้วก็หันไปยิ้มทักทายทั้งสามคนอย่างตั้งใจ “ทำไมเหรอ?”
“ทำไมน่ะเหรอ?” สามสาวมองหน้ากันไปมา
นั่นน่ะสิ อีกสองคนมองหน้ากันไปมา นึกตำหนิเพื่อนอีกคนที่พ่นคำพูดโง่ๆพวกนั้นออกมา ใครๆก็ขึ้นเขาได้ด้วยกันทั้งนั้น แล้วทำไมแม่นั่นจะมาไม่ได้
“ก็เพราะว่าเป็หล่อนอย่างไรล่ะ ถ้าเป็คนอื่นขึ้นเขามาพวกฉันก็คงจะไม่แปลกใจ”
หยางจูมองหน้าอีกฝ่าย ดูท่าผู้หญิงคนนี้คงจะเป็ตัวตั้งตัวตีเื่วันนี้ทั้งหมด
“ฉันดูแปลกจากคนอื่นอย่างนั้นเหรอ? เพ้ย…นึกออกแล้ว คิดว่าเื่อะไรเสียอีก ถึงแม้ว่าฉันจะสาว จะสวย ผิวพรรณดีกว่าพวกเธอ แต่ฉันก็แค่คนธรรมดาทั่วไป ข่าวลือที่ว่าฉันเป็นางฟ้าของหมู่บ้านก็ลืมๆมันไปเสียเถอะ คงจะมีเด็กรุ่นหลังมาแทนตำแหน่งนั้นแล้วล่ะ” หญิงสาวยกยิ้มมุมปาก
เธอรู้จักผู้หญิงคนนี้ เพราะหล่อนเคยถูกวางตัวให้แต่งงานกับหวงจิ่นกวง แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะปฏิเสธ ทำให้ข่าวลือที่ว่าเขาเป็พวกชอบตัดแขนเสื้อตัวเองมีมูลมากยิ่งขึ้น
สามคนที่ยืนอยู่ถึงกับอ้าปากค้าง ไม่คิดว่านางจิ้งจอกตรงหน้าจะหน้าด้านขนาดนี้ ถูกหลอกด่าแล้วยังไม่รู้ตัวอีก แต่พอเห็นมือสีขาวเรียวยาวที่กำลังกำด้ามเสียมอยู่ก็ชะงัก ปฏิเสธไม่ได้ว่าหล่อนผิวดีจริงๆ
ได้ข่าวว่าเมื่อก่อนบ้านหยางประคบประหงมลูกสาวคนนี้มาก เพราะเกิดมาทั้งหน้าตาและผิวพรรณดีกว่าพี่น้องคนอื่นๆ แต่ก็เท่านั้น เพราะหลังจากขายลูกสาวกินแล้วก็ไม่สนใจหล่อนอีกเลย
“พวกฉันหมายความว่าคนไม่ได้เื่อย่างหล่อน วันๆเอาแต่เข้าบ่อน นึกยังไงถึงขึ้นเขามาหาหน่อไม้ได้ต่างหากล่ะ” ในเมื่อพูดอ้อมแล้วอีกฝ่ายไม่เข้าใจ ก็ต้องพูดมันออกมาตรงๆแบบนี้นี่แหล่ะ
“จุ๊ๆ ไม่นะ” หยางจูส่ายหน้า ยกนิ้วชี้ขึ้นมาปิดปากสีแดงระเรื่อเบาๆ
“ไม่อะไรของหล่อน” เห็นท่าทางยั่วโมโหของอีกฝ่ายแล้ว เธอถึงกับต้องเท้าสะเอวถามอย่างหาเื่
“ไม่เสือก!” หยางจูพูดจบก็เดินหนีไป
วันนี้ตั้งใจจะมาหาหน่อไม้ ไม่ได้อยากจะมาหาเื่ อีกอย่างพวกหล่อนมีกันตั้งสามคน เธอไม่อาจเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงได้
เื่แบบนี้ไม่เกี่ยวว่ามาจากอนาคตหรือปัจจุบัน ถ้าเป็ตัวต่อตัวเธอยังพอสู้ได้ แต่ถ้ามาพร้อมกันทีเดียวสามคน ต่อให้เก่งแค่ไหนก็มีโอกาสเพลี่ยงพล้ำได้ มีแต่คนโง่เท่านั้นที่ชอบใช้กำลัง
เสียงกรีดร้องดังลั่นป่า แต่เธอทำเพียงยกยิ้มมุมปากแล้วเดินไปหาหน่อไม้ทางอื่น น่าเสียดายที่ร่างนี้ไม่เคยทำงานหนัก ขุดหน่อไม้ได้ไม่เท่าไหร่ก็เหนื่อยหอบ ปวดล้าไปทั้งแขนแล้ว มองดูหน่อไม้ในตะกร้าแล้วก็พยักหน้าอย่างจำยอม เธอตั้งใจจะทำเกี๊ยวน้ำไส้หน่อไม้หมูสับให้ลูกชายกิน
“กลับมาแล้วเหรอ” คุณย่าหวงเดินจูงมือเหลนชายมาต้อนรับที่หน้าบ้านอย่างตื่นเต้น
“รอนานหรือยังคะ เข้าไปข้างในบ้านกันเถอะ” หยางจูรีบบอก
“ใครมารอหล่อน ฉันแค่ออกมาเดินเล่น” คนแก่กลัวว่าจะถูกจับได้เลยตีหน้าตึงใส่
หยางจูส่ายหน้ายิ้มๆ แต่ไม่ได้พูดอะไรต่อ เท่าที่สังเกตดู คุณย่าหวงก็ไม่ได้ร้ายกาจอะไร บางครั้งก็ดูเหมือนว่าท่านใจดีกับเธอมากเป็พิเศษ แต่บางครั้งก็ดูเ็า ทำให้ยากที่จะเดาอารมณ์คนแก่คนนี้
“ได้เท่านี้เหรอ?” คุณย่าหวงหน้าเจื่อนเมื่อเห็นหน่อไม้ที่ตะกร้าด้านหลังของหลานสะใภ้ พอนึกถึงหน่อไม้ที่หลานสะใภ้ใหญ่แบกมาจนหลังแทบหักเมื่อครู่แล้ว ท่านก็ได้แต่ถอนหายใจด้วยความจำยอม
“เท่านี้ก็พอแล้วค่ะ กินแค่สองคนแม่ลูกไม่รู้จะหามาเยอะทำไม” หยางจูแก้ตัว รู้สึกอาย เพราะตอนนี้ในตะกร้าเธอมีหน่อไม้แค่ 3 หน่อเท่านั้น ใครใช้ให้สามสาวนั้นมาหาเื่เธอกันล่ะ
“ช่างเถอะๆ รีบไปล้างเนื้อล้างตัวที่ลำธารเถอะ" คุณย่าหวงโบกมือไล่ ไม่อยากคุยกับหลานสะใภ้คนนี้อีก ไม่ได้ดั่งใจเลยให้ตายเถอะ
หยางจูรู้สึกมึนงงกับคนแก่ แต่เธอก็ยอมไปล้างตัวที่ลำธารตามที่ท่านบอก เพราะด้านหลังของบ้าน จะมีมีลำธารสายหนึ่งไหลผ่าน เรียกได้ว่าสองฝั่งของหมู่บ้าน ถูกคั่นกลางด้านแม่น้ำสายนี้ และหมู่บ้านตรงข้าม ก็คือหมู่บ้านเดิมของหยางจูนั่นเอง
“อ้าว แม่มิงเอ๋อร์ ขึ้นเขามาเหมือนกันเหรอ?” สะใภ้ใหญ่ทักทาย
หยางจูพยักหน้า เพราะตามความทรงจำแล้ว เธอไม่ได้มีอะไรกับพี่สะใภ้ใหญ่คนนี้ เพียงแต่ดุถูกว่าหล่อนเป็คนโง่ เพราะทำงานหามรุ่งหามค่ำยิ่งกว่าผู้ชาย ถึงอย่างนั้นก็ยังถูกแม่สามีดุด่า เื่ที่หล่อนช้าและไม่ทันคน
หางตาของเธอเหลือบไปเห็นหน่อไม้หน่อใหญ่ สีขาวที่ถูกปอกเปลือกออกมา พวกมันถูกล้างด้วยน้ำจนล้นออกมานอกตะกร้า
“หน่อไม้พวกนี้ พี่หาคนเดียวเหรอคะ?”
“ใช่แล้วล่ะจ้ะ ปีที่แล้วไปพบเข้าโดยบังเอิญ ปีนี้ก็เลยลองไปดูอีก ไม่น่าเชื่อว่ามันจะขึ้นมาเยอะกว่าเดิมเสียอีก ถ้าไม่รังเกียจ วันหยุดหน้าพวกเราไปหาด้วยกันดีไหม” เห็นตะกร้าของน้องสะใภ้ที่มีหน่อไม้เพียงแค่ 3 หน่อ เธอก็รู้สึกสงสาร
“ไม่รังเกียจค่ะ ไม่รังเกียจเลย พี่หยุดวันไหนก็บอกฉันล่วงหน้าได้เลยค่ะ” หยางจูไม่ปฏิเสธ เธออยากจะแสดงให้คุณย่าหวงได้เห็นว่าตัวเองไม่ใช่คนที่เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ
“ดะ ได้ ถ้าอย่างนั้นก็ตามสบายนะ ส่วนนี่ให้เธอ พี่ไปก่อนนะ”
หยางจูมองหน่อไม้ 2 หน่อบนโขดหินอย่างพูดไม่ออก สะใภ้ใหญ่เป็คนเดียวที่ไม่คิดแก่งแย่งกับใคร ตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากิน เสียอย่างเดียว หล่อนเป็คนขี้เหนียวมาก หน่อไม้ 2 หน่อนี้ถือว่าหล่อนมีน้ำใจมาก
เอ็นดูแบ่งหน่อไม้ให้น้องสะใภ้ 2 หน่อ 5555555