ณ บ้านร้างแถบชานเมือง
“ อืมมมมม ~ ” ซ่า ~ !!! น้ำเย็นจากถังขนาดใหญ่ถูกสาดมาที่หน้าสวยสุดแสนจะเย้ายวนเข้าอย่างจัง
อาจจะเป็ผลของยาสลบทำให้หล่อนยังไม่สามารถปรับตัวกับเหตุการณ์ที่อยู่ตรงหน้าได้ คิ้วสวยยักขึ้นเล็กน้อย อาการปวดศรีษะเจ็บแปลบขึ้นมา
“ นายน้อย ฟื้นแล้วครับ ” ชายหนุ่มที่พึ่งสาดน้ำใส่หันไปพูดกับชายวัยกลางที่นั่งอยู่โชฟาด้วยความเคารพ
เหมือนหล่อนเริ่มจะได้สติขึ้นมา ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความใพยายามตั้งสติให้มั่น ยาสลบแรงกว่าที่คิด หากไม่ใช้วิธีนี้กลุ่มคนเหล่านี้คงทำอะไรหล่อนไม่ได้ เห็นร่างกายกำลังถูกจับมัด ก็มีอาการใเล็กน้อยแล้วก็กลับมาสงบสติอารมณ์เหมือนเดิม
สถานการณ์เช่นนี้ หล่อนรู้ดีว่าจะมีจุดจบอย่างไร ชายวัยกลางคนนั้นเดินเข้ามาใกล้อย่างช้าๆ แววตาเต็มไปด้วยไอสังหารและความเกลียดชัง ถ้าจะให้พูดคือแค้นเสียมากกว่า แค้นที่ไม่สามารถเฉือนเนื้อหล่อนตอนนี้ได้ เผชิญหน้ากับชายวัยกลางผู้นั้น หล่อนไม่มีความกลัวใดๆเลยแม้แต่น้อย
เฉิงเหวินคนผู้นั้นใเล็กน้อยกับแววตาที่มองมาที่ตน เขานั่งลงเก้าอี้อยู่ตรงหน้าอย่างใจเย็น ก่อนจะดึงเอาผ้าขี้ริ้วที่ยัดปากหล่อนอยู่ออก
“ คุณหนูรองตระกูลหลี่มีวันนี้จนได้สินะ ” น้ำเสียงช่างดูถูกหล่อนนัก
หลี่ซีซวน ใเล็กน้อย เฉิงเหวินรู้ตัวตนที่แท้จริงของหล่อนแล้ว แม้ว่าจะเป็คุณหนูรองแห่งตระกูลหลี่ ตลอดเวลาสิบเจ็บปีที่ผ่านมา หล่อนได้รับแรงกดดันอย่างมากไม่ว่าจะเื่เรียน เื่ฝึกวิชาต่อสู้ถูกฝึกมาไม่ต่างจากมือสังหาร จุดประสงค์เพียงเพื่อเป็เครื่องมือให้กับตระกูลหลี่กลายเป็ตระกูลที่มีอำนาจที่สุดในจีน
“ ท่านไม่น่าโง่จับฉันมาทำอย่างนี้เลย ช่างน่าประทับใจเสียจริง ”
หล่อนแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ สายตาช่างน่าสะพรึงกลัว
“ นังนี่ !!! ” ชายชุดดำอยากจะเข้าไปตบสั่งสอนเสียหน่อย แต่กลับถูกชายวัยกลางผู้นั้นห้ามไว้
เฉิงเหวิน มองหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า เขาเคยชอบคนอย่างหล่อน ชอบมาก เขาไม่อยากจะเชื่อว่าหล่อนจะใช้เขาเป็เครื่องมือเพื่อฆ่าพ่อของเขา ทำให้ตระกูลเขาล้มสลาย ที่แค้นที่สุดคือทำให้แม่ต้องมาตรอมใจตายตามพ่อไป เฉิงเหวินโผล่บีบคอหล่อนอย่างแรง หล่อนไม่ขัดขืนรู้ว่าไม่สามารถรอดออกไปจากที่นี่ได้
เมื่อรู้เช่นนั้นแล้ว จะขัดขืนไปเพื่ออะไร ไร้ประโยนช์เปล่าๆ หล่อนติดค้างเขา ต้องใช้ชีวิตของตนเพื่อชดใช้ ถึงว่าจะต้องตายไป ตระกูลหลี่ยังคงมีอำนาจเหมือนเดิม ส่วนเขาไม่เหลืออะไรเลย
ซีซวนเริ่มจะหายใจไม่ออก ใบหน้าแดงก่ำ แต่ก็ไม่ขัดขืนใดๆ ซีซวนหัวเราะให้กับชีวิตอันน่าสลดของตน หล่อนทำทุกอย่างเพื่อตระกูลหลี่ ข้าคนไปไม่รู้กี่พันคน ทำลายครอบครัวคนอื่นอย่างอานาถ แล้วดูชีวิตหล่อนตอนนี้สิ ถึงแม้จะรู้ว่าตัวเองไม่มีทางรอดจากเงื้อมมือเฉิงเหวินได้ แต่ซีซวนก็ไม่อยากมีชีวิตแบบนี้อีกต่อไป
เฉิงเหวินไม่อยากจะฆ่าหล่อนให้ตาย แต่เมื่อนึกถึงตระกูลตนแล้ว ความแค้นที่มีอยู่เต็มอกก็เข้าคอบงำเขาอีกครั้ง เขาลงแรงบีบคออีกครั้ง ซีซวนหัวเราะไม่หยุด หล่อนคงต้องขอบคุณเขาสินะ นี่คงจะเป็ทางออกที่ดีสำหรับซีซวน หล่อนเบื่อชีวิตในตอนนี้เต็มทนแล้ว ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ซีซวนทำงานให้กับตระกูลหลี่ชีวิตไม่เคยสงบสุขเลยสักวัน
เฉิงเหวินไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าหล่อนเป็เพียงเด็กกำพร้าที่ท่านชายตระกูลหลี่เก็บมาเลี้ยงเท่านั้น เพื่อฝึกฝนให้หล่อนเป็มือสังหารให้กับตระกูลหลี่ ดีเหมือนกัน หากซีซวนตายไป ไม่มีใครใช้หล่อนเป็เครื่องมือได้อีก
ในขณะที่กำลังจะขาดอากาศหายใจ ซีซวนก็รู้สึกเหมือนร่างกายกำลังลอยขึ้นไปบนฟ้า ความทรงจำทั้งหมดในชีวิตค่อยๆปรากฎขึ้นมาในสมองของซีซวน ภาพเด็กชายที่มีใบหน้าอวบอั๋นสะท้อนอยู่ในประสาทของหล่อน ริมฝีปากไร้เืของซีซวนยักขึ้นเล็กน้อย
ในวันนั้น บ้านร้างที่แถบชานเมืองเกิดไฟไหม้รุนแรง ทุกอย่างถูกเผาไหม้ไม่เหลือซาก ไม่เหลือแม้แต่กระดูกของซีซวน ห้าวันต่อมา ท่านชายหลี่ได้ให้นักข่าวลงหนังสือพิมพ์เขียนข่าวว่าซีซวนได้เกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตไปแล้ว
ณ ที่ยุคโบราณ
รู้สึกถึงอะไรเย็นๆอยู่บนใบหน้าของตน ซีซวนค่อยๆลืมตาขึ้น นางเห็นมือของใครบางคนอยู่ตรงหน้า ตามสัญชาตญาณนางบีบข้อมือนั่นแน่น
“ ใคร !!!! ” นางเอ่ยถามเสียงเข้ม สายตาคมเต็มไปด้วยไอสังหาร
“ อ๊ากกกก คุณหนู บ่าวเองเ้าค่ะ ” สาวใช้คนสนิทของนางรีบเอ่ยขึ้น ผ้าขาวที่เช็ดตัวนางก่อนหน้านี้ถึงกับร่วงตกลงไปที่พื้น
‘ อะไรนะ ? ผู้หญิงคนนี้พึ่งเรียกหล่อนว่าอะไรนะ คุณหนูงั้นเหรอ ? ยังแทนตัวเองว่าบ่าวด้วย ’
ศรีษะนางเจ็บแปลบขึ้นมาอีกครั้ง มือเล็กกุมขมับแน่น นางถูกเฉิงเหวินฆ่าตายแล้วไม่ใช่หรือ ไยนางถึงได้กลับมามีชีวิตใหม่ได้เล่า นางกวาดตามองสำรวจดูรอบๆห้อง อึ้งไปชั่วขณะ ข้าวของในห้องนี้อยู่ในยุคโบราณชัดๆ สาวใช้เห็นนางมีทีท่าเปลี่ยนไปก็ประหลาดใจสงสัย
“ คุณหนูเ้าคะ คุณหนูพึ่งจะฟื้น สามวันก่อนคุณหนูไม่สบายหนักหมดสติไปนานเ้าค่ะ บ่าวกลัวแทบแย่ ”
ซีซวนประมวนเหตุการณ์ที่อยู่ตรงหน้าอีกครั้ง นางทะลุมิติมาที่นี่ หรือ สลับิญญากับิญญาร้ายหรือ นางไม่อยากจะเชื่อ เื่นี้มีแค่ในนิยาย ไยถึงเกิดกับนางได้เล่า แม้ว่านางจะเคยอ่านนิยายทะลุมิติมาแล้วหลายเล่ม นางคิดว่ามันเป็แค่เพียงจินตนาการเท่านั้น
‘ หรือว่าเราทำเลวไว้เยอะ ยมทูตถึงไม่ต้อนรับเรา แล้วให้เรามาเกิดใหม่งี้เหรอ ให้ชีวิตใหม่งี้เหรอ ’
“ คุณหนูพักผ่อนเถอะเ้าค่ะ บ่าวจะไปทูลท่านลู่ท่านฮูหยินก่อนนะเ้าคะ ”
ซีซวนส่องดูเ้าของร่างเดิมในกระจก สตรีผู้นี้อายุไม่น่าจะเกินสิบเจ็ด ใบหน้าสะสวยดูฉลาดใช้ได้
“ ลี่มี่ !!! ” ความจำของเ้าของร่างเดิมผุดขึ้นในสมองของนาง ลี่มี่คือชื่อสาวใช้คนสนิทเมื่อครู่ของนาง
เ้าของร่างเดิม เป็บุตรสาวคนรองของท่านแม่ทัพ ‘ ลู่เลี่ยงหวง ’ นางมีนามว่า ‘ ลู่อิ้งเย่ว ’ ท่านแม่ด่วนจากไปเมื่อนางอายุได้เพียงสี่หนาว นางเป็สตรีที่อ่อนแอมาั้แ่เด็ก ท่านพ่อจึงไม่โปรดปรานเท่าพี่คนโต แม้ว่าท่านพ่อจะคอยดูแลนางอยู่ตลอดเวลาก็ตาม ท่านพ่อก็มิอาจทิ้งราชกิจในวังหลวงมาดูแลนางตลอดเวลาได้
ฮูหยินเอก ‘ หวงฟางหรง ’ จะเป็คนคอยดูแลคนภายในจวนสกุลลู่ทั้งหมด พี่สาวคนโตมีนามว่า ‘ ลู่อิ้งฟาง ’ มีชื่อเสียงเลื่องลือว่าเป็สตรีหญิงที่มากความสามารถในเมืองนี้ พี่คนโตเป็ที่โปรดปรานรักใคร่ของทุกคนก็ว่าได้ ส่วนคุณหนูรองลู่อิ้งเย่วเป็เพียงคุณหนูที่ไร้ประโยนช์ไม่มีผู้ใดสนใจ
ที่ที่นางทะลุมิติมาคือแคว้นต้าหยง ที่น่าสนใจคือแคว้นต้าหยงถูกปกครองด้วยตระกูลต้วน เมื่อสองเดือนก่อนองค์รัชทายาทพึ่งนำทัพไปออกศึกที่แคว้นกั๋วหยง ขยายอาณาเขตแคว้นต้าหยง ขณะที่กำลังครุ่นคิดอยู่นั้น อิ้งเย่วก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินมา
“ คาราวะท่านชาย ฮูหยิน คุณหนูอิ้งฟาง ” ลี่มี่โค้งศรีษะคาราวะทำความเคารพ
“ เ้าลุกขึ้นเถิด ” เลี่ยงหวงบอกให้ลี่มี่ลุกขึ้น เห็นอิ้งเย่วฟื้นก็ดีใจมาก ท่านพ่อเดินเข้าไปใกล้อิ้งเย่วหยุดอยู่ข้างๆเตียง
“ เย่วเอ๋อร์ เ้าเป็อย่างไรบ้าง ? อาการดีขึ้นหรือไม่ ? ” อยู่ต่อหน้าท่านพ่อที่มิใช่ท่านพ่อแท้ๆ นางถึงกับทำตัวไม่ถูก
“ ขอบพระคุณท่านพ่อที่เป็ห่วง ลูกรู้สึกดีขึ้นมาหน่อยแล้วเ้า ... ค่ะ ”
อิ้งเย่วมองไปที่สตรีที่กำลังยืนอยู่ข้างๆเลี่ยงหวง สายตาที่พวกเขามองมาที่นางเต็มไปด้วยความเกลียดชัง พวกเขาคือฮูหยินเอกกับท่านพี่ของนางงั้นหรือ อิ้งเย่วผุดยิ้มที่มุมปาก ถึงว่าฮูหยินจะปกปิดสีหน้าได้ดีเพียงใด แต่สายตาที่มองมาที่นางไม่อาจปกปิดความรู้สึกที่แท้จริงภายในใจได้
ฮูหยินรังเกียจนาง นางรู้สึกได้จากแววตาคู่นั้น ส่วนอิ้งฟางสตรีที่ทุกคนโปรดปรานที่สุด รูปโสมงดงามอย่างที่ทุกคนเลื่องลือ สุขุม เยือกเย็น น่ากลัว
“ เย่วเอ๋อร์ เป็เพราะข้าเองที่ดูแลเ้าไม่ดี ” ฟางหรงเอ่ยตำหนิตัวเองต่อหน้าท่านพ่อของนาง แล้วหันไปตำหนิลี่มีด้วย
“ เลี้ยงเ้าเสียข้าวสุขเสียจริง ไยถึงไม่ดูแลคุณหนูให้ดี ปล่อยให้คุณหนูไม่สบายหมดสติไปหลายวันได้อย่างไรกัน เห็นทีข้าจะต้องลงโทษเ้าให้หนักเสียแล้ว ”
ลี่มี่กลัวจนตัวสั่น ลี่มีเป็เพียงบ่าวรับใช้ จะเผชิญหน้ารับมือกับฮูหยินชั่วเช่นนี้ได้อย่างไรกัน อิ้งเย่วปรายตามองลี่มี่ก่อนจะเอ่ยกับนางว่า
“ ฮูหยินแค่แหย่เ้าเล่นน่ะ ลี่มี่เป็สาวใช้ที่คอยรับใช้ข้ามานาน ข้าย่อมรู้ดีว่านางมีนิสัยเช่นไร หากฮูหยินลงโทษลี่มี่ ข้าคงเสียใจแย่เ้าค่ะ ”
อิ้งเย่วแสร้งทำเป็อ่อนแอ ไอสองสามที ก่อนจะบีบน้ำตาให้ไหลออกมาเป็สายน้ำ คำพูดของนางเป็การเย้ยหยันฟางหรงที่ไม่ยอมเข้าใจความรู้สึกของเ้านายกับบ่าว ประการที่สองคือ หากฟางหรงลงโทษลี่มี่จะทำให้นางเสียใจหนักแล้วไม่สบายได้ พวกเขาน่าจะเข้าใจความหมายที่นางจะสื่อได้ดี
“ ฟูเหริน เ้าทำเกินไปแล้ว ” เลี่ยงหวงเอ่ยเสียงเข้ม สายตามองไปที่ฟางหรงเป็การเตือน
ฟางหรงถึงกับหน้าถอดสี นังเด็กคนนี้ไยถึงได้ร้ายกาจเช่นนี้ ? แค่คำพูดเพียงคำเดียวทำให้เลี่ยงหวงถึงกับโกรธถึงเพียงนี้เชียวหรือ นังเด็กคนนี้เดิมทีเป็เด็กที่โง่เขลาไม่ใช่หรอกหรือ
“ เย่วเอ๋อร์ เ้าอย่าถือสาข้าเลย ข้าแค่เป็ห่วงเ้าน่ะ ข้าได้ให้บ่าวทำแกงบำรุงร้อนๆมาให้เ้าด้วยนะ ”
สาวใช้เดินถือถ้วยแกงร้อนเข้ามาให้อิ้งเย่ว นางคลี่ยิ้มบางๆก่อนจะบอกออกไปว่า
“ ฮูหยินไม่ต้องอธิบายหรอกเ้าค่ะ ข้าเข้าใจ ” นางคิดไว้ไม่มีผิด ฮูหยินเป็สตรีเ้าเล่ห์ชั่วร้ายจอมวางแผน ที่เ้าของร่างเดิมอ่อนแอเช่นนี้คงเป็ฝีมือของฮูหยินเป็แน่
คำพูดของอิ้งเย่วเหมือนมีดนับพันเล่มปักลงที่หน้าอกของฮูหยินฟางหรง ในใจแค้นอิ้งเย่วนักแต่ก็ต้องพยายามแสดงสีหน้าที่เป็ห่วงต่อหน้านาง