เทพมังกรเหนือปฐพี

    ตอนที่24 บาดเจ็บทั้งคู่


          “คิดว่าข้าไม่กล้ารึ”


    “ท่านกระทั่งกล้าทำผิดกติกา  เราย่อมเชื่อว่าท่านกล้า…           พลันมีเสียงที่มีพลังปราณอันสมบูรณ์แกร่งกร้าวขั้นนภาระดับเบื้องกลางดังขึ้นมา จนหลายคนต้องตะหนก “ท่านทั้งสองโปรดเห็นแก่เรา  เลิกแล้วต่อกันเถอะ  ขนาดนี้ก็มีปัญหามากพอแล้ว”
    “ท่านเจ้าเมือง ข้า …เฮอะ”   ถึงตอนนี้หลงต้าพลันแค่นเสียงดัง เฮอะ !แล้วหันกลับตรงไปหาหลงไค่และอุ้มมันพุ่งกายจากไปทันที


    “เด็กน้อยเจ้าเป็นเช่นไรบ้าง”   หลินซีถามขึ้นมา
    “ไม่ถึงกับ  ตายหรอก” มันยังหยอกเย้าอีกฝ่ายได้
    “ย่อมแน่นอนว่าตอนนี้ยังไม่ตาย   แต่อาจจะตายเพราะคำพูดนี่แหละ  เฮ้อ !! จะว่าไปกระทั้งข้ายังคิดไม่ถึงว่ามันจะได้ลงมือต่อเจ้า   แต่ก็พอจะเข้าใจมันผู้เป็นพ่อนะ  ต้องโทษบุตรของมันที่ออกจะมีจิตใจที่อำมหิตเกินไป”
    “ว่าแต่เจ้าจะสู้ต่อไหวไหมหละ  ดูๆไปแล้วเจ้าได้รับบาดเจ็บไม่น้อยเลยหนิ”
    “นั่นสิ   ยิ่งเจ้านั่นมันยิ่งอำมหิตกว่าเจ้าหลงไค่อีกหลายเท่านัก   หรือเจ้าพอจะมีวิธีช่วยข้าละ”
    “จะว่ามีก็พอจะมีนะ   แต่ติดตรงที่เวลาสั้นๆนี้เกรงว่าจะทำไม่ได้”
    “เจ้าว่าต้องใช้เวลาเท่าใดจึงจะพอ”
    “อย่างน้อยก็ต้องเป็นครึ่งชั่วยาม( หนึ่งชั่วโมง )”
    “อืม!!! เดียวข้าจะลองขอเลื่อนเวลาออกไปอีกครึ่งชั่วยาม”              จากนั้นเล้งปวยพลันลืมตาขึ้นมา  จึงพบว่าพวกของตระกูลจวงอยู่ที่นี่จนครบ ทั้งจวงยี่หลานที่ดูจะกระวนกระวายใจกว่าใครเพื่อน  แม้แต่จวงจั่นที่ฟื้นแล้วก็ยังอยู่และมองเขาอย่างขอบคุณที่ช่วยแก้แค้นให้              เล้งปวยได้ขอให้ผู้นำตระกูลจวงไปประสานเรื่องที่เขาตัดสินใจจะสู้ต่อแต่ขอเวลาพักอีกครึ่งชั่วยาม  เขารับปากแล้วเดินจากไปทางคณะกรรมการ  แล้วครู่ใหญ่ๆก็ได้มาแจ้งว่ากรรมการได้อนุญาตให้ตามที่ขอ               จากนั้นเล้งปวยจึงได้ขอนั่งโคจรพลังอยู่ในห้องพักเพียงลำพัง   เพื่อให้หลินซีหาทางช่วย

         แน่นอนที่ทางท่านเจ้าเมืองได้มีการชี้แจงให้ผู้คนที่รอชมการประลองคู่สุดท้ายให้เข้าใจ  และทั้งหมดล้วนพอใจที่จะรออีกเพียงครึ่งชั่วยามเพื่อจะได้ชมการประลองคู่สุดท้านที่น่าตื่นเต้นให้ได้เพราะมีให้ชมเพียงแค่ปีละหนึ่งครั้งเท่านั้น
         ไม่นานนักเวลาครึ่งชั่วยามที่ได้กำหนดไว้ก็สิ้นสุดลง  ผู้คนราวๆเกือบแสนก็ได้มารออยู่รอบๆเวทีท่ียกสูงจนแน่นขนัด   กรรมการได้ขึ้นไปบนเวที่และประกาศรายละเอียดของผู้เข้าชิงอันดับหนึ่งทั้งสองคนอีกครั้งหนึ่ง       คนแรกที่ถูกประกาศรายละเอียดคือ  เซียวเล้งหยวน พอแนะนำข้อมูลต่างๆเสร็จสิ้นแล้วท่ามกลางเสียงปรบมืออันกึกก้อง สะท้านสะเทือนฟ้าดิน  นั้นปรากฏเงาร่างของชายหนุ่มที่ทั้งหล่อเหลา คมคายสูงส่งดั่งเทพจุติพลันล่องลอยจากฟากฟ้าลงมายังกลางเวทีประลอง  จนกระทั่งเรียกเสียงปรบมือฮือฮาอันกึกก้องจนสะเทือนถึงสวรรค์มาอีกคำรพหนึ่ง        เขาได้ก้าวเข้ามายืนเด่นอยู่กลางเวทีประลองแล้ว

       เช่นกันพอประกาศข้อมูลของเล้งปวย ซึ่งมีเพียงสั้นๆเสร็จ   เสียงปรบมืออันกึกก้องพลันตามมา  แต่พลันไร้วี่แววของเขาจนทุกคนมองหน้ากันไปมา  แต่ก็ไร้คำตอบ…
       “หรือเขาไม่สู้แล้ว”“หรือเขาอาจจะยังไม่หายดี”“อาจจะหนีไปแล้วก็ได้”“เขาจะมาไหมนี่     เมื่อกรรมการไปตามถึงที่ในหัองพัก  กลับไร้ร่องรอยของเล้งปวย
        ขณะที่หลายคนได้เริ่มอึดอัดกับการรอที่หาคำตอบมิได้นั้น  พลันปรากฏความผิดปกติขึ้นมาบนเวทีประลอง ในมวลของบรรยากาศโดยรอบ มีระรอกคลื่นกระเพื่อมคล้ายดังคลื่นนำ้   
           ณ จุดใจกลางของคลื่นนั้น ค่อยๆปรากฏคนผู้หนึ่งโผล่ออกมาด้วยเสื้อผ้าที่ยังเปื้อนด้วยคราบโลหิต   ทว่าสีหน้าของมันในยามนี้กลับดูสงบนิ่ง  หนักแน่นดุจดั่งเทพแห่งสงครามยามอยู่ต่อหน้าขุนทหารนับแสนกระไรเช่นนั้น  มันย่อมไม่ใช่ใครนอกจากเล้งปวยที่ทุกคนรอคอย
    สายตาทุกคู่ย่อมจ้องมาท่ีมันที่กำลังยืนประจันหน้ากับเซียวเล้งหยวนอยู่กลางเวที  พลางอุทาน“อา !!! นั่นมัน  …จู่พลันโผล่มาจากไหนหละ”
    “หึ !! นึกว่าเจ้าพลันใจฝ่อกลัวตายหลบหนีขึ้นมาจริงๆเสียแล้ว   เจ้ามดปลวก”  เสียงของอีกฝ่ายที่รออยู่
    “เจ้าตัวอำมหิตบัดซบ  หากข้าไม่มาจะมีใครสอนให้เจ้าหายจากอาการแห่งโรคบ้าเย่อหยิ่งอำมหิตของเจ้า  ลงได้เล่า”
    “เอ้ะ!!  เจ้าตัวบัดซบน่าตาย !! ข้าจะรวมโทษที่เจ้ากล้าจ้าบจ้วงข้านี้เข้าไว้กับสองบัญชีแรกที่เจ้ากล้าบังอาจมาเกาะแกะรบกวนใจผู้หญิงของข้า และที่ปากสุนักเจ้ากล้าเห่าหอนใส่เราตอนอยู่ขั้นบันไดนั้นคิดบัญชีให้เจ้าได้เอน็ถอนาถในคราเดียวนี้เลย”
        “เห็นได้ว่ามันผู้นี้มีจิตใจที่คับแคบ  ผูกใจเจ็บ เจ้าคิดเจ้าแค้นอย่างยิ่ง  คนเช่นนี้คือตัวอันตรายอย่างแท้จริง  หากหลีกเลี่ยงได้สมควรให้ห่างไกลเป็นการดีที่สุด”   เสียงของหลินซีพลันเตือนเขาขึ้นมา   ซึ่งเล้งปวยย่อมเห็นด้วยอย่างยิ่ง 
       หากจ้องเข้าไปในดวงตาของมันในยามนี้ จะต้องสะดุ้งตกใจที่เห็นแววอำมหิตแห่งจิตสังหารของมันที่พลันพวยพุ่งออกมาวูบวาบ  คล้ายดวงตาของปีศาจกระหายเลือด
       พลังมีเสียงซูมๆๆเบาๆเกิดขึ้นพร้อมกับพลังปราณไร้สภาพได้ปรากฏออกมาเป็นเส้นสายคุกคามเข้าใส่เล้งปวยอย่างเงียบเชียบ
       ขณะนั้นเล้งปวยพลันสะดุ้งตื่นตกใจขึ้นมาเล็กน้อย  คล้ายถูกกดดันจากพลังไร้สภาพไม่น้อย   มันเขม้นมองอีกฝ่าย  ก่อนกระแอมขึ้นมาเบาๆ  จนรู้สึกดีขึ้นแล้วพลันยั่วยุอีกฝ่ายไม่หยุด
    “ฮ่าๆๆๆ  หรือนี่คือสภาวะแห่งความเป็นอัจฉริยะผู้เยาว์อันดับหนึ่งของเมืองทรัพย์นาคาอันยิ่งใหญ่   หึแท้จริงเจ้าก็แค่สุนัขขี้เรื้อนตัวหนึ่งที่คอยแยกเขี้ยวห่อนหอนเข้าใส่ผู้คนดั่งกับสุนัขที่คอยหวงก้าง   พอผู้หญิงเขาไม่เอาด้วยก็เที่ยวกัดใครต่อใครมั่วไปหมด   เหอะๆๆน่าขำนัก”
       ได้ผลอย่างยิ่ง  เล้งปวยพูดแทบไม่ทันจบคำด้วยซ้ำ   อีกฝ่ายกับคล้ายได้ถูกเปลวเพลิงแห่งโทสะลุกไหม้โหมกระพรือจนไม่มีสิ่งใดมอดดับลงได้  เพราะนี่คือจุดเปราะบางที่สุดของมันที่ใครก็แตะต้องมันไม่ได้  
    ทันใดพลันมีเสียง   ซูม!!!!   ก้องกัวาลลากยาวดังขึ้น  ปรากฏกระบี่สีดำสนิท  รังสีกระบี่ที่พวยพุ่งออกมาก็เป็นเงาสีดำ พลันพุ่งวนว้าบโค้งขึ้นสู่ท้องฟ้าทันที       ฮึงๆๆๆๆ!!!!!!!!!!    บรรยากาศรอบๆกระบี่พลันกระเพื่อมเป็นระรอกดั่งคลื่นทะเล บูมๆ!!!!!!!เซียวเล้งหยวน ที่มีสีหน้าอันอำมหิต  มันพลันทะยานขึ้นไปสะบัดฝ่ามือจี้ไปที่ตัวกระบี่ ทำให้มันเต้นระริกราวมีชีวิตขึ้นมา หลอมรวมทั้งคนทั้งกระบี่พุ่งใสเล้งปวยทันที      “จิตวิญญาณกระบี่”
    เสียงกระหึ่มแห่งคลื่นพลังกระบี่อันสูงสุดได้พุ่งเข้าใส่เล้งปวยดุจสายรุ้งจากฟากฟ้า
        ในทางด้านเล้งปวยนั้นพลันได้เห็นโอกาสที่มีเพียงน้อยนิดที่เขาต้องลงมือเพียงครั้งเดียวให้สำเร็จเท่านั้นได้แว่บขึ้นมา  เมื่อเห็นอีกฝ่ายโกรธเป็นฟืนเป็นไฟขึ้นมา
       เขาพลันสะบัดกระบี่เกล็ดมังกรในมือพลางทะยานขึ้นด้วยท่าร่าง  มังกรทะยานฟ้า  ร่างพุ่งวาบขึ้นไปราวเหินบิน  กู่ก้องกังวาล   
    “มังกรสะบั้นเมฆา”  พลันมีเสียงบูม!!!!!!!เกิดภาวะแห่งเมฆอันหนาทึบขึ้นมามีประกายอันเจิดจ้ารอบๆคนกับกระบี่ พลางพวยพุ่งใส่กลุ่มก้อนเมฆจนมีเสียง  ตูมๆ!!!ประกายแปลบปลาบสะท้อนไปมาระหว่างก้อนเมฆ จนเกิดสภาวะแห่งพลังอันสูงสุดขึ้นมาแล้งจึพุ่งเข้าปะทะกับพลังของอีกฝ่ายราวฟ้าผ่า
       เปรี้ยง!!!ตูม!!!!!!!!!    ซูม!!!!!!!!!!!!!!    ยังไม่ทันสิ้นเสียงพลันมีละอองโลหิตสาดกระจายทั่วท้องฟ้า     กระแสพลังที่บดกระแทกกันพลันกระจายออกไปทุกทิศทุกทาง  ผู้คนลุกฮือแตกหนีอลหม่านด้วยความหวาดผวา   
        กลุ่มเมฆหมอกยังไม่ทันจางหายพลันมีคนสองคนกระเด็นออกไปคนละทางในทิศตรงกันข้ามกัน  ด้วยสภาพที่เอน็ถอนาถทั้งคู่
        เล้งปวยรับแผลจากกระบี่ไปสิบกว่าแห่งแต่ละแห่งเลือดไหลซึมตลอดเวลา ใบหน้าซีดเซียว ลมหายใจติดขัด  มันยกมือขึ้นสะกัดไปตามจุดสำคัญได้อย่างยากลำบาก  พลางกลืนโอสถลงไปหนึ่งเม็ดค่อยหลับตาลงโคจรพลัง   จากนั้น  กรรมการได้พุ่งเข้ามาตรวจดูอาการ  พบว่าไม่ถึงกับน่าเป็นห่วง
         เซียวเล้งหยวนนั้นอนาถยิ่งมันรับบาดแผลกระบี่จำนวนพอๆกันแต่ล้วนอยู่ใกล้จุดสำคัญทั้งสิ้น   โลหิตพุ่งกระฉูดออกไม่หยุด  มันได้หมดสติในชั่ววูบนั้น  กรรมการจึงได้รีบสกัดจุดห้ามเลือดให้ก่อน จากนั้นนำเขาใส่เปลหามออกไป
          “ผลการประลองของคู่ชิงอันดับหนึ่งเล้งปวยเป็นฝ่ายชนะ……”  เสียงประกาศของกรรมการได้ดึสติอันแตกตื่นตะลึงพึงเพลิดของผู้คนให้กลับมาพร้อมพูดคุยวิจารณ์ถามไถ่กันไม่หยุดกระทั่งแยกกันไป