“คิดว่าข้าไม่กล้ารึ”
“ท่านกระทั่งกล้าทำผิดกติกา เราย่อมเชื่อว่าท่านกล้า… พลันมีเสียงที่มีพลังปราณอันสมบูรณ์แกร่งกร้าวขั้นนภาระดับเบื้องกลางดังขึ้นมา จนหลายคนต้องตะหนก “ท่านทั้งสองโปรดเห็นแก่เรา เลิกแล้วต่อกันเถอะ ขนาดนี้ก็มีปัญหามากพอแล้ว”
“ท่านเจ้าเมือง ข้า …เฮอะ” ถึงตอนนี้หลงต้าพลันแค่นเสียงดัง เฮอะ !แล้วหันกลับตรงไปหาหลงไค่และอุ้มมันพุ่งกายจากไปทันที
“เด็กน้อยเจ้าเป็นเช่นไรบ้าง” หลินซีถามขึ้นมา
“ไม่ถึงกับ ตายหรอก” มันยังหยอกเย้าอีกฝ่ายได้
“ย่อมแน่นอนว่าตอนนี้ยังไม่ตาย แต่อาจจะตายเพราะคำพูดนี่แหละ เฮ้อ !! จะว่าไปกระทั้งข้ายังคิดไม่ถึงว่ามันจะได้ลงมือต่อเจ้า แต่ก็พอจะเข้าใจมันผู้เป็นพ่อนะ ต้องโทษบุตรของมันที่ออกจะมีจิตใจที่อำมหิตเกินไป”
“ว่าแต่เจ้าจะสู้ต่อไหวไหมหละ ดูๆไปแล้วเจ้าได้รับบาดเจ็บไม่น้อยเลยหนิ”
“นั่นสิ ยิ่งเจ้านั่นมันยิ่งอำมหิตกว่าเจ้าหลงไค่อีกหลายเท่านัก หรือเจ้าพอจะมีวิธีช่วยข้าละ”
“จะว่ามีก็พอจะมีนะ แต่ติดตรงที่เวลาสั้นๆนี้เกรงว่าจะทำไม่ได้”
“เจ้าว่าต้องใช้เวลาเท่าใดจึงจะพอ”
“อย่างน้อยก็ต้องเป็นครึ่งชั่วยาม( หนึ่งชั่วโมง )”
“อืม!!! เดียวข้าจะลองขอเลื่อนเวลาออกไปอีกครึ่งชั่วยาม” จากนั้นเล้งปวยพลันลืมตาขึ้นมา จึงพบว่าพวกของตระกูลจวงอยู่ที่นี่จนครบ ทั้งจวงยี่หลานที่ดูจะกระวนกระวายใจกว่าใครเพื่อน แม้แต่จวงจั่นที่ฟื้นแล้วก็ยังอยู่และมองเขาอย่างขอบคุณที่ช่วยแก้แค้นให้ เล้งปวยได้ขอให้ผู้นำตระกูลจวงไปประสานเรื่องที่เขาตัดสินใจจะสู้ต่อแต่ขอเวลาพักอีกครึ่งชั่วยาม เขารับปากแล้วเดินจากไปทางคณะกรรมการ แล้วครู่ใหญ่ๆก็ได้มาแจ้งว่ากรรมการได้อนุญาตให้ตามที่ขอ จากนั้นเล้งปวยจึงได้ขอนั่งโคจรพลังอยู่ในห้องพักเพียงลำพัง เพื่อให้หลินซีหาทางช่วย
แน่นอนที่ทางท่านเจ้าเมืองได้มีการชี้แจงให้ผู้คนที่รอชมการประลองคู่สุดท้ายให้เข้าใจ และทั้งหมดล้วนพอใจที่จะรออีกเพียงครึ่งชั่วยามเพื่อจะได้ชมการประลองคู่สุดท้านที่น่าตื่นเต้นให้ได้เพราะมีให้ชมเพียงแค่ปีละหนึ่งครั้งเท่านั้น
ไม่นานนักเวลาครึ่งชั่วยามที่ได้กำหนดไว้ก็สิ้นสุดลง ผู้คนราวๆเกือบแสนก็ได้มารออยู่รอบๆเวทีท่ียกสูงจนแน่นขนัด กรรมการได้ขึ้นไปบนเวที่และประกาศรายละเอียดของผู้เข้าชิงอันดับหนึ่งทั้งสองคนอีกครั้งหนึ่ง คนแรกที่ถูกประกาศรายละเอียดคือ เซียวเล้งหยวน พอแนะนำข้อมูลต่างๆเสร็จสิ้นแล้วท่ามกลางเสียงปรบมืออันกึกก้อง สะท้านสะเทือนฟ้าดิน นั้นปรากฏเงาร่างของชายหนุ่มที่ทั้งหล่อเหลา คมคายสูงส่งดั่งเทพจุติพลันล่องลอยจากฟากฟ้าลงมายังกลางเวทีประลอง จนกระทั่งเรียกเสียงปรบมือฮือฮาอันกึกก้องจนสะเทือนถึงสวรรค์มาอีกคำรพหนึ่ง เขาได้ก้าวเข้ามายืนเด่นอยู่กลางเวทีประลองแล้ว
เช่นกันพอประกาศข้อมูลของเล้งปวย ซึ่งมีเพียงสั้นๆเสร็จ เสียงปรบมืออันกึกก้องพลันตามมา แต่พลันไร้วี่แววของเขาจนทุกคนมองหน้ากันไปมา แต่ก็ไร้คำตอบ…
“หรือเขาไม่สู้แล้ว”“หรือเขาอาจจะยังไม่หายดี”“อาจจะหนีไปแล้วก็ได้”“เขาจะมาไหมนี่ เมื่อกรรมการไปตามถึงที่ในหัองพัก กลับไร้ร่องรอยของเล้งปวย
ขณะที่หลายคนได้เริ่มอึดอัดกับการรอที่หาคำตอบมิได้นั้น พลันปรากฏความผิดปกติขึ้นมาบนเวทีประลอง ในมวลของบรรยากาศโดยรอบ มีระรอกคลื่นกระเพื่อมคล้ายดังคลื่นนำ้
ณ จุดใจกลางของคลื่นนั้น ค่อยๆปรากฏคนผู้หนึ่งโผล่ออกมาด้วยเสื้อผ้าที่ยังเปื้อนด้วยคราบโลหิต ทว่าสีหน้าของมันในยามนี้กลับดูสงบนิ่ง หนักแน่นดุจดั่งเทพแห่งสงครามยามอยู่ต่อหน้าขุนทหารนับแสนกระไรเช่นนั้น มันย่อมไม่ใช่ใครนอกจากเล้งปวยที่ทุกคนรอคอย
สายตาทุกคู่ย่อมจ้องมาท่ีมันที่กำลังยืนประจันหน้ากับเซียวเล้งหยวนอยู่กลางเวที พลางอุทาน“อา !!! นั่นมัน …จู่พลันโผล่มาจากไหนหละ”
“หึ !! นึกว่าเจ้าพลันใจฝ่อกลัวตายหลบหนีขึ้นมาจริงๆเสียแล้ว เจ้ามดปลวก” เสียงของอีกฝ่ายที่รออยู่
“เจ้าตัวอำมหิตบัดซบ หากข้าไม่มาจะมีใครสอนให้เจ้าหายจากอาการแห่งโรคบ้าเย่อหยิ่งอำมหิตของเจ้า ลงได้เล่า”
“เอ้ะ!! เจ้าตัวบัดซบน่าตาย !! ข้าจะรวมโทษที่เจ้ากล้าจ้าบจ้วงข้านี้เข้าไว้กับสองบัญชีแรกที่เจ้ากล้าบังอาจมาเกาะแกะรบกวนใจผู้หญิงของข้า และที่ปากสุนักเจ้ากล้าเห่าหอนใส่เราตอนอยู่ขั้นบันไดนั้นคิดบัญชีให้เจ้าได้เอน็ถอนาถในคราเดียวนี้เลย”
“เห็นได้ว่ามันผู้นี้มีจิตใจที่คับแคบ ผูกใจเจ็บ เจ้าคิดเจ้าแค้นอย่างยิ่ง คนเช่นนี้คือตัวอันตรายอย่างแท้จริง หากหลีกเลี่ยงได้สมควรให้ห่างไกลเป็นการดีที่สุด” เสียงของหลินซีพลันเตือนเขาขึ้นมา ซึ่งเล้งปวยย่อมเห็นด้วยอย่างยิ่ง
หากจ้องเข้าไปในดวงตาของมันในยามนี้ จะต้องสะดุ้งตกใจที่เห็นแววอำมหิตแห่งจิตสังหารของมันที่พลันพวยพุ่งออกมาวูบวาบ คล้ายดวงตาของปีศาจกระหายเลือด
พลังมีเสียงซูมๆๆเบาๆเกิดขึ้นพร้อมกับพลังปราณไร้สภาพได้ปรากฏออกมาเป็นเส้นสายคุกคามเข้าใส่เล้งปวยอย่างเงียบเชียบ
ขณะนั้นเล้งปวยพลันสะดุ้งตื่นตกใจขึ้นมาเล็กน้อย คล้ายถูกกดดันจากพลังไร้สภาพไม่น้อย มันเขม้นมองอีกฝ่าย ก่อนกระแอมขึ้นมาเบาๆ จนรู้สึกดีขึ้นแล้วพลันยั่วยุอีกฝ่ายไม่หยุด
“ฮ่าๆๆๆ หรือนี่คือสภาวะแห่งความเป็นอัจฉริยะผู้เยาว์อันดับหนึ่งของเมืองทรัพย์นาคาอันยิ่งใหญ่ หึแท้จริงเจ้าก็แค่สุนัขขี้เรื้อนตัวหนึ่งที่คอยแยกเขี้ยวห่อนหอนเข้าใส่ผู้คนดั่งกับสุนัขที่คอยหวงก้าง พอผู้หญิงเขาไม่เอาด้วยก็เที่ยวกัดใครต่อใครมั่วไปหมด เหอะๆๆน่าขำนัก”
ได้ผลอย่างยิ่ง เล้งปวยพูดแทบไม่ทันจบคำด้วยซ้ำ อีกฝ่ายกับคล้ายได้ถูกเปลวเพลิงแห่งโทสะลุกไหม้โหมกระพรือจนไม่มีสิ่งใดมอดดับลงได้ เพราะนี่คือจุดเปราะบางที่สุดของมันที่ใครก็แตะต้องมันไม่ได้
ทันใดพลันมีเสียง ซูม!!!! ก้องกัวาลลากยาวดังขึ้น ปรากฏกระบี่สีดำสนิท รังสีกระบี่ที่พวยพุ่งออกมาก็เป็นเงาสีดำ พลันพุ่งวนว้าบโค้งขึ้นสู่ท้องฟ้าทันที ฮึงๆๆๆๆ!!!!!!!!!! บรรยากาศรอบๆกระบี่พลันกระเพื่อมเป็นระรอกดั่งคลื่นทะเล บูมๆ!!!!!!!เซียวเล้งหยวน ที่มีสีหน้าอันอำมหิต มันพลันทะยานขึ้นไปสะบัดฝ่ามือจี้ไปที่ตัวกระบี่ ทำให้มันเต้นระริกราวมีชีวิตขึ้นมา หลอมรวมทั้งคนทั้งกระบี่พุ่งใสเล้งปวยทันที “จิตวิญญาณกระบี่”
เสียงกระหึ่มแห่งคลื่นพลังกระบี่อันสูงสุดได้พุ่งเข้าใส่เล้งปวยดุจสายรุ้งจากฟากฟ้า
ในทางด้านเล้งปวยนั้นพลันได้เห็นโอกาสที่มีเพียงน้อยนิดที่เขาต้องลงมือเพียงครั้งเดียวให้สำเร็จเท่านั้นได้แว่บขึ้นมา เมื่อเห็นอีกฝ่ายโกรธเป็นฟืนเป็นไฟขึ้นมา
เขาพลันสะบัดกระบี่เกล็ดมังกรในมือพลางทะยานขึ้นด้วยท่าร่าง มังกรทะยานฟ้า ร่างพุ่งวาบขึ้นไปราวเหินบิน กู่ก้องกังวาล
“มังกรสะบั้นเมฆา” พลันมีเสียงบูม!!!!!!!เกิดภาวะแห่งเมฆอันหนาทึบขึ้นมามีประกายอันเจิดจ้ารอบๆคนกับกระบี่ พลางพวยพุ่งใส่กลุ่มก้อนเมฆจนมีเสียง ตูมๆ!!!ประกายแปลบปลาบสะท้อนไปมาระหว่างก้อนเมฆ จนเกิดสภาวะแห่งพลังอันสูงสุดขึ้นมาแล้งจึพุ่งเข้าปะทะกับพลังของอีกฝ่ายราวฟ้าผ่า
เปรี้ยง!!!ตูม!!!!!!!!! ซูม!!!!!!!!!!!!!! ยังไม่ทันสิ้นเสียงพลันมีละอองโลหิตสาดกระจายทั่วท้องฟ้า กระแสพลังที่บดกระแทกกันพลันกระจายออกไปทุกทิศทุกทาง ผู้คนลุกฮือแตกหนีอลหม่านด้วยความหวาดผวา
กลุ่มเมฆหมอกยังไม่ทันจางหายพลันมีคนสองคนกระเด็นออกไปคนละทางในทิศตรงกันข้ามกัน ด้วยสภาพที่เอน็ถอนาถทั้งคู่
เล้งปวยรับแผลจากกระบี่ไปสิบกว่าแห่งแต่ละแห่งเลือดไหลซึมตลอดเวลา ใบหน้าซีดเซียว ลมหายใจติดขัด มันยกมือขึ้นสะกัดไปตามจุดสำคัญได้อย่างยากลำบาก พลางกลืนโอสถลงไปหนึ่งเม็ดค่อยหลับตาลงโคจรพลัง จากนั้น กรรมการได้พุ่งเข้ามาตรวจดูอาการ พบว่าไม่ถึงกับน่าเป็นห่วง
เซียวเล้งหยวนนั้นอนาถยิ่งมันรับบาดแผลกระบี่จำนวนพอๆกันแต่ล้วนอยู่ใกล้จุดสำคัญทั้งสิ้น โลหิตพุ่งกระฉูดออกไม่หยุด มันได้หมดสติในชั่ววูบนั้น กรรมการจึงได้รีบสกัดจุดห้ามเลือดให้ก่อน จากนั้นนำเขาใส่เปลหามออกไป
“ผลการประลองของคู่ชิงอันดับหนึ่งเล้งปวยเป็นฝ่ายชนะ……” เสียงประกาศของกรรมการได้ดึสติอันแตกตื่นตะลึงพึงเพลิดของผู้คนให้กลับมาพร้อมพูดคุยวิจารณ์ถามไถ่กันไม่หยุดกระทั่งแยกกันไป