ตอนที่ 20 สาดน้ำเย็น
ตอนที่ 20 สาดน้ำเย็น[1]
เยี่ยสือกำลังมองไก่สามบุปผาในกรงด้วยตาลุกวาว
เยี่ยสือชอบกินไก่มาก ตอนที่มารดาของเยี่ยสือยังมีชีวิตอยู่ เยี่ยสือสามารถกินน่องไก่ฉ่ำนุ่มได้เกือบทุกวัน ่เวลานั้นคือ่เวลาที่เยี่ยสือมีความสุขที่สุด ทุกครั้งที่เยี่ยสือหวนนึกถึง่เวลานั้น มุมปากก็อดยกขึ้นไม่ได้
“เ้าชอบไก่สามบุปผาตัวนี้หรือ ข้าซื้อให้เ้า” มู่เฉินยืนอยู่ข้างๆ เยี่ยสือ ถามอย่างเอาใจใส่
เยี่ยสือที่กำลังติดอยู่ในความทรงจำถูกมู่เฉินทำให้ใ มู่เฉินยิ้มบางๆ มองเยี่ยสือ เอ่ยว่า “ชอบหรือ ให้เ้า”
เมื่อได้ยินคำพูดของมู่เฉิน ใบหน้าของเยี่ยสือก็เจือไปด้วยความโกรธหลายส่วนทันที
“วิธีการพวกนี้ของเ้า เก็บไว้กล่อมคนในดวงใจของเ้าเถอะ ข้าไม่หลงกลเ้าหรอก” เยี่ยสือกล่าวกับมู่เฉินอย่างดุดัน
มู่เฉินมองเยี่ยสืออย่างไร้เดียงสา เยี่ยสือก็ถลึงตาใส่มู่เฉินแรงๆ ก่อนจะหมุนกายเดินจากไป
มู่เฉินเกาศีรษะด้วยความปวดหัว ตอนอยู่ที่โลกเดิม รักร่วมเพศไม่เป็ที่ยอมรับของคนส่วนใหญ่ มู่เฉินจึงได้แต่แอบเพ้อฝันถึงหนุ่มหล่อบนนิตยสาร พอมาถึงต่างโลก พบว่าประเพณีนิยมของผู้คนบนโลกนี้เปิดกว้าง ความรักระหว่างชายและชายนับเป็เื่ปกติ ก็รู้สึกดีใจจนแทบบ้าในทันที
มู่เฉินผู้น่าสงสารเมื่อชาติที่แล้วไม่เคยมีความรักมาก่อน ชาตินี้จึงเลียนแบบท่าทางของเ้าของร่างเดิมเข้าใกล้ผู้อื่น กลับถูกคนสาดน้ำเย็นกะละมังใหญ่ใส่
มู่เฉินมองไก่สามบุปผาที่อยู่ในกรง พลางนวดคลึงหน้าผาก ‘การมีความรักเื่นี้ ระดับความยากสูงยิ่งนัก!’
วังหลุนมองเยี่ยสือแล้วถาม “สือโถว คุณชายมู่เฉินพูดอะไรกับเ้าหรือ”
เยี่ยสือพองแก้ม เอ่ยว่า “ไม่มีอะไรขอรับ”
‘มู่เฉินเ้าคนสารเลว ไก่สามบุปผาตัวเดียวเพิ่งจะหนึ่งศิลาทิพย์ เพื่อคนอื่นแล้วมู่เฉินทุ่มเงินได้ แต่พอถึงตาข้า กลับยอมจ่ายแค่หนึ่งศิลาทิพย์ แค่หนึ่งศิลาทิพย์ก็คิดจะซื้อข้าเยี่ยสือแล้วหรือ ฝันไปเถอะ!’
เหรินซานมองเงาหลังของเยี่ยสือ พลางกล่าว “คุณชาย ท่านเป็อะไรไปขอรับ”
มู่เฉินเอียงศีรษะแล้วกล่าว “ซวงเอ๋อร์ผู้นั้นไม่เลว แต่ดุไปหน่อย เมื่อครู่ข้าอยากจะมอบไก่ตัวหนึ่งให้เขา แต่เขาปฏิเสธ เห็นชัดๆ ว่าเขาดูจะชอบมากแท้ๆ”
เหรินซานเอ่ยพลางมองมู่เฉินอย่างจนใจ “คุณชาย ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนว่ามีใครส่งของขวัญให้ซวงเอ๋อร์ด้วยไก่ตัวหนึ่งขอรับ”
มู่เฉิน “...” ‘ก็ไม่มีประสบการณ์ไง!’
เหรินซานมองมู่เฉิน อดพึมพำออกมาไม่ได้ ‘มู่เฉินรสนิยมเปลี่ยนเป็เช่นนี้ั้แ่เมื่อไรกัน’
...
“น้องเฉิน เ้ากลับมาแล้ว!” มู่หงเดินออกมาทักทาย
มู่เฉินพยักหน้าเอ่ย “ขอรับ!”
“น้องเฉิน ่นี้พี่หงการเงินค่อนข้างขัดสน เ้าให้ข้ายืมหน่อยได้หรือไม่” มู่หงกล่าว
มู่เฉินกล่าวด้วยเสียงราบเรียบ “พี่ใหญ่ล้อเล่นแล้ว ข้าไหนเลยจะมีเงินเก็บ!”
มู่หงเอ่ยอย่างไม่เห็นด้วย “น้องเฉินโกหกนี่! หากบนมือเ้าไม่มีเงินเก็บมากมาย ไหนเลยจะซื้อโลหิตอสูรมากมายราคาสองร้อยศิลาทิพย์ได้!”
“พี่ใหญ่ ท่านรู้ได้อย่างไร โลหิตอสูรพวกนี้ข้าซื้อมาสองร้อยศิลาทิพย์!” มู่เฉินแสร้งทำเป็ถามอย่างไร้เดียงสา
มู่หงแย้มยิ้มเอ่ย “ข้าคาดเดาเอาว่าจะต้องเยอะประมาณนั้น”
มู่เฉินมองมู่หงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเลื่อมใสแล้วกล่าวว่า “พี่ใหญ่ คาดเดาได้แม่นยำดุจเทพจริงๆ”
สีหน้ามู่หงเริ่มอดกลั้นอารมณ์เอาไว้ไม่อยู่ “น้องเฉิน เ้าให้พี่ใหญ่ยืมหน่อย พี่ใหญ่คืนทุนแล้วจะคืนให้เ้า”
มู่เฉินกล่าวอย่างไม่เห็นด้วย “พี่ใหญ่ พนันสิบครั้งแพ้เก้าครั้ง ท่านควรเพลาๆ ลงบ้าง”
มู่หงชื่นชอบการพนัน ทั้งยังลากมู่เฉินไปพนันด้วยกันบ่อยๆ มู่เฉินแพ้เสียศิลาทิพย์เป็จำนวนไม่น้อย และค่อยๆ หมดความสนใจในการพนัน
สีหน้าของมู่หงแปรเปลี่ยน พลันเอ่ยขึ้น “น้องเฉิน เ้าพูดเช่นนี้ได้อย่างไร นี่เ้ากำลังแช่งพี่ใหญ่ของเ้าอย่างข้าอยู่หรือ”
“เฉินเอ๋อร์” มู่หย่วนเฟิงเดินออกมาเอ่ยเรียก
มู่หงเห็นมู่หย่วนเฟิงก็หน้าเปลี่ยนสี ทักทายตามมารยาทสองสามประโยคแล้วจากไป
มู่หย่วนเฟิงจ้องมองแผ่นหลังของมู่หง ดวงตาเปล่งประกายมืดมน การกระทำของมู่หย่วนหางไม่สมเหตุสมผลน้อยลงทุกที โชคดีที่เฉินเอ๋อร์รู้จักกลับตัวแล้ว
เชิงอรรถ
^ อุปมาว่า ใช้คำพูดหรือการกระทำโจมตีผู้อื่นให้เสียกำลังใจ