ซูอวี้เจ๋อเอ่ยตอบ “ลูกไม่กล้าโกหก ทุกคำล้วนเป็ความจริงพ่ะย่ะค่ะ”
โจวอวิ๋นเฉินตบไหล่เขา และเปลี่ยนท่าทีกลับไปเป็บิดาผู้เปี่ยมเมตตา “ลูกรัก เ้าคือไท่จื่อของกว่าเหริน บุตรบิดาต่างมีใจเดียวกัน ในวันหน้า กว่าเหรินย่อมมอบแผ่นดินนี้ให้เ้าในเร็ววัน หากแผนที่หงส์เพลิงอยู่ในมือเ้าจริง เช่นนั้นเ้ามอบมันให้เป็หน้าที่ของกว่าเหรินจะดีกว่า”
ซูอวี้เจ๋อคุกเข่าลงด้วยความหวาดกลัว “เสด็จพ่อก็ทรงเห็นอย่างชัดแจ้ง ลูกไม่รู้เลยจริง ๆ พ่ะย่ะค่ะ”
โจวอวิ๋นเฉินจับจ้องโอรสของตนอยู่เป็นาน จากนั้นจึงหันไปมองอวิ๋นหวง ใบหน้าฉายความลังเลอย่างเห็นได้ชัด
ในเวลานี้ องค์หญิงหกและองค์หญิงแปดถูกทรมานจนใกล้ตายเต็มทีแล้ว ทว่าทหารเ่าั้กลับยังไม่หนำใจ แต่ละคนต่างแสดงความหื่นกระหายออกมา
องค์หญิงหกทนการทารุณไม่ไหวอีกต่อไป จู่ ๆ ก็ฟื้นคืนสติ มือเล็กคว้ามีดสั้นที่ผ้าคาดเอวบนพื้นข้างกายขึ้นมา แล้วจ้วงแทงอย่างสุดแรงไปที่ร่างของชายที่อยู่บนตัวนาง คมมีดปักเข้ากลางหัวใจ สองตาของชายผู้นั้นเหลือกกลับ ก่อนจะล้มลงขาดใจตาย
ฉับพลันเหล่าทหารที่อยู่ข้าง ๆ ก็ลุกขึ้น พวกเขารุมกระทืบและทุบตีองค์หญิงหกอย่างรุนแรงจนสิ้นใจ!
องค์หญิงหกตายตาไม่หลับ ขณะเหลือลมหายใจเฮือกสุดท้าย นางจ้องมองอวิ๋นหวงเขม็ง พร้อมกับน้ำตาหยดสุดท้ายไหลรินลงที่หางตา
เมื่อประสบกับความน่าสยดสยองนี้ ทหารเ่าั้จึงพาลหมดอารมณ์ พวกเขารีบดึงกางเกงขึ้น จัดชุดเกราะให้เรียบร้อย จากนั้นก็สังหารองค์หญิงแปดที่นอนหมดสติในดาบเดียว
ั้แ่เริ่มต้นจนถึงบัดนี้ องค์ชายสี่เฉินเจิ้นตงเอาแต่ขดตัวอยู่ด้านข้าง เฝ้าดูเหตุการณ์อันน่าสะพรึงกลัวตรงหน้านี้ด้วยความหวาดกลัวจนสติฟั่นเฟือน จิตใจเหม่อลอย เขาเอามือกุมศีรษะตัวสั่นไม่หยุด ปากก็เอาแต่พึมพำจับความไม่ได้
องค์หญิงเจ็ดเฉินซินอี๋และสวีกุ้ยเฟยยังคงนั่งประจำอยู่ที่เดิม ไม่รู้ว่าพวกนางกำลังคิดอะไรอยู่ สีหน้าเหม่อลอย เงียบกริบอย่างน่าประหลาด
เสียงอึกทึกในท้องพระโรงที่ดังอยู่เป็นาน ในที่สุดก็เบาลง
ในอากาศเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเืและกลิ่นความใคร่ ทำให้บรรยากาศดูแปลกประหลาดเป็อย่างยิ่ง
ยามนี้หัวใจของอวิ๋นหวงเต็มไปด้วยาแเหวอหวะ ราวกับโดนเถาวัลย์หนามพันเกี่ยวพันรัดรึง การแบกรับความเคียดแค้นชิงชังของครอบครัวและของแคว้นเอาไว้ รวมไปถึงความอัปยศอดสูที่ต้องคุกเข่าต่อหน้าผู้อื่น ทำให้นางคิดแค่อยากจะลากซูอวี้เจ๋อลงนรกไปพร้อมกัน
อวิ๋นหวงแค่นยิ้มหยัน มองตรงไปที่โจวอวิ๋นเฉิน “ท่านช่างโหดร้ายไร้คุณธรรมยิ่งนัก ทั้งยังไร้เหตุผลสิ้นดี ์ย่อมไม่ให้อภัยท่าน ต่อให้ท่านหาสมบัติพัสถานนั่นพบ ท่านก็จะอยู่ได้อีกนานแค่ไหนกัน? องค์ไท่จื่อยังหนุ่มแน่นและเก่งกาจ หากคิดจะสร้างรากฐานแห่งความยิ่งใหญ่ คาดว่าคงเป็จริงในไม่ช้า ยิ่งไปกว่านั้น เขายังสัญญาเอาไว้ว่าจะแต่งตั้งข้าเป็ฮองเฮาอีกด้วย...”
“เ้าอย่าได้คิดจะยุยงให้พวกเราพ่อลูกแตกกัน!” โจวอวิ๋นเฉินผู้มากเล่ห์เอ่ยขัดคำพูดของหญิงสาว ก่อนจะบีบคางนางพร้อมเผยรอยยิ้มเยาะ “กว่าเหรินเชื่อเขา”
อวิ๋นหวงพยายามสะบัดมือของอีกฝ่ายออกอย่างสุดแรง “ท่านเชื่อเขา? หากเชื่อเขา เมื่อครู่ท่านคงไม่เอ่ยถาม! เขากับข้ารักกันมาั้แ่เด็ก เรามีความรู้สึกที่ดีต่อกัน และข้าเองก็เชื่อใจเขา ดังนั้นหากเขา้าสิ่งใด ข้าล้วนหามาประเคนให้ ตอนนี้ท่านก็ได้เห็นแล้ว คนที่ทำให้เ็ปได้มากที่สุดก็คือคนใกล้ชิด ข้าให้แผนที่แก่เขาไปแล้วอย่างชัดเจน เพื่อที่จะปิดฟ้าข้ามทะเล[1] เขาถึงกับใช้ข้ามาเป็เกราะกำบังหลอกท่านอย่างไร้สำนึกชั่วดี ในเมื่อเป็เช่นนี้ ข้าไม่มีทางเลือก ทำได้เพียงบอกเล่าความจริง ส่วนจะเชื่อหรือไม่ย่อมแล้วแต่ท่าน ถึงอย่างไร ต่อให้ท่านฆ่าราษฎรในแคว้นต้าเฉินทุกคน ข้าก็ไม่สามารถมอบแผนที่หงส์เพลิงแผ่นที่สองให้ได้!”
หลังพูดจบ อวิ๋นหวงก็มองไปยังซูอวี้เจ๋ออย่างท้าทาย
ไม่มีเื่น่าเศร้าใดจะยิ่งใหญ่ไปกว่าการที่หัวใจตายด้าน อา~ ถึงแม้ไม่ได้เกิดวันเดือนปีเดียวกัน แต่จักขอตายในวันเดือนปีเดียวกัน เช่นนี้ก็คงไม่เสียแรงที่เขาทุ่มเทให้นางอย่างจริงใจมาตลอดหลายปี
ซูอวี้เจ๋อเผยสีหน้าเ็า ทว่ากลับยังคงความสงบเยือกเย็นไว้ได้
ูเาไท่ซานถล่มลงมาตรงหน้าแล้ว แต่หน้ากลับไม่เปลี่ยนสี นับว่าเขาฝึกฝนมาดีจริง ๆ
อวิ๋นหวงเศร้าโศกและโกรธเคือง “ซูอวี้เจ๋อ หลายปีที่ผ่านมา ท่านช่วยข้าไว้หลายครั้ง ข้าไม่รู้ว่าท่านมีแผนการอื่นกับข้า แต่ใจข้านั้นรู้สึกซาบซึ้ง ขอบคุณ และอยากตอบแทนท่านในสักวันหนึ่งจริง ๆ ข้าอุตส่าห์มอบแผนที่หงส์เพลิงให้แก่ท่าน แต่ท่านกลับทำลายบ้านเกิดเมืองนอนของข้า ดังนั้นบุญคุณความแค้นระหว่างเราถือว่าจบลงเช่นกัน...”
ราวกับมีลูกศรนับหมื่นแทงทะลุหัวใจ ซูอวี้เจ๋อกำหมัดแน่น เล็บจิกลึกเข้าไปในาแก่อนหน้า เืไหลซึมออกมาเป็ทาง
เขาไม่ได้โทษอวิ๋นหวง แต่โทษโชคชะตาที่น่าชิงชังนี้ เขาเป็ลูกผู้ชายอกสามศอก ทว่ากลับต้องยอมจำนนต่อผู้อื่นชั่วคราว และทำในสิ่งที่ขัดต่อความรู้สึกของตนเอง
โจวอวิ๋นเฉินผู้ขี้ระแวงค่อย ๆ หันหลังกลับมา ดวงตาของเขาจ้องมองไปยังผู้เป็โอรสอย่างมืดมัว “ลูกรัก เวลาคนใกล้ตาย คำพูดของพวกเขามักเป็ความจริงเสมอ เฉินอวิ๋นหวงจะมีชีวิตอยู่ถึงแค่วันนี้เท่านั้น คงไม่มีความจำเป็ต้องหลอกกว่าเหริน เช่นนั้นเ้าจะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของเ้าอย่างไร?”
เขาจะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองได้อย่างไร? ซูอวี้เจ๋อตอบคำถามไม่ได้ไปชั่วขณะ
เหล่าทหารที่ยืนอยู่สองฟากฝั่งกำลังทำตัวไร้มารยาท โดยการจับจ้องไปที่อวิ๋นหวงผู้แสนงดงามราวกับอยากกลืนกิน
เมื่อเทียบกับองค์หญิงหกและองค์หญิงแปดแล้ว อวิ๋นหวงดูเหนือกว่าหลายเท่า งดงามราวกับนางฟ้าจนน่าตื่นตะลึง ทำให้พวกเขารู้สึกหื่นกระหาย
เมื่อซูอวี้เจ๋อมองดูใบหน้าอันน่าขยะแขยงของพวกเขา ความคิดในใจพลันหมุนคว้าง
“ลูกรัก เ้าจะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองอย่างไร?”
โจวอวิ๋นเฉินถามขึ้นอีกครั้ง น้ำเสียงไม่มีความเมตตาเจืออยู่ดั่งก่อนหน้าอีกต่อไป
ทหารเ่าั้ต่างหันไปมองซูอวี้เจ๋อด้วยสีหน้าระแวดระวัง
“มือสะอาดไม่จำเป็ต้องล้าง เสด็จพ่อ ลูกไม่รู้สึกละอายในการตรวจสอบตนเองพ่ะย่ะค่ะ!”
ซูอวี้เจ๋อข่มกลั้นความกระวนกระวายจากก้นบึ้งของหัวใจ เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงสงบ
“ไม่ละอายในการตรวจสอบตนเอง? เพื่อตัวเ้าเอง หรือเพื่อกว่าเหริน?”
ครั้นโจวอวิ๋นเฉินถามขึ้นเช่นนี้ แน่นอนว่าเขาได้เชื่อคำพูดอวิ๋นหวงไปแล้ว
“เสด็จพ่ออยู่เหนือเกล้า ลูกจงรักภักดีอย่างที่สุด ฟ้าดินเป็พยาน คำเท็จแม้เพียงครึ่งคำก็ไม่มีพ่ะย่ะค่ะ!”
ซูอวี้เจ๋อใ คุกเข่าลงบนพื้นด้วยความหวาดกลัว
“นั่นหมายความว่า เฉินอวิ๋นหวงพูดจาเหลวไหลหลอกลวงผู้คน แผนที่หงส์เพลิงยังคงอยู่ที่ตัวนางใช่หรือไม่?”
โจวอวิ๋นเฉินเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
“เสด็จพ่อ บางทีแผนที่หงส์เพลิงอาจไม่ได้อยู่ที่ตัวองค์หญิงเก้าจริง ๆ พ่ะย่ะค่ะ ลูกกับองค์หญิงเก้าเติบโตด้วยกันมาั้แ่ยังเด็ก ลูกคอยเฝ้าดูชีวิตประจำวันของนางอย่างใกล้ชิด ไม่เคยเห็นแผนที่หงส์เพลิงเลยจริง ๆ ใน่เวลานั้น มีหลายครั้งที่หลายแคว้นส่งคนมายังูเากูหลงเพื่อสืบข่าวและค้นหาอย่างลับ ๆ องค์หญิงเก้าต้องเผชิญกับอันตรายต่าง ๆ มากมาย ลูกย่อมรู้เื่ราวเ่าั้ทั้งหมด แต่ไม่เคยได้ยินองค์หญิงเก้าพูดถึงแผนที่หงส์เพลิงว่าอยู่ที่ใดเลยพ่ะย่ะค่ะ”
ในยามคับขัน ซูอวี้เจ๋อก็คิดหาวิธีการดี ๆ ออกมาได้อย่างฉับพลัน “ลูกคิดว่า บางทีแผนที่หงส์เพลิงอาจไม่มีอยู่จริง หรือหากมี ก็อาจจะไม่ได้อยู่ที่องค์หญิงเก้า แต่อยู่กับไท่จื่อแคว้นต้าเฉิน หรือไม่ก็ที่องค์หญิงใหญ่พ่ะย่ะค่ะ”
โจวอวิ๋นเฉินทำท่าทางครุ่นคิด “องค์หญิงใหญ่อภิเษกไปอยู่แดนไกลกับองค์ชายรองแห่งแคว้นฉู่ เป็ไปไม่ได้ที่เฉินหลงจะมอบแผนที่หงส์เพลิงให้แก่นาง ส่วนไท่จื่อแคว้นต้าเฉิน...”
“ไท่จื่อแคว้นต้าเฉินสู้รบอยู่ที่ชายแดนมาหลายปีแล้ว มีผลงานความชอบทางการทหารในสนามรบมากมาย กองกำลังป้องกันของแคว้นต้าเฉินไม่อาจมองข้ามได้ ครั้งนี้หากไม่ใช่เสด็จพ่อประเมินสถานการณ์ โดยให้ลูกไปอยู่ที่วัดกูหลงเพื่อรอโอกาส รวมถึงร่วมมือกับสวีกุ้ยเฟยใช้ในนอกตีขนาบประสานกัน ก็คงไม่ราบรื่นเพียงนี้ ฮองเฮาแคว้นต้าเฉินทรงทุ่มเทอบรมบ่มเพาะไท่จื่อแคว้นต้าเฉินอย่างเต็มที่ แม้ว่าจะมีแผนที่หงส์เพลิงอยู่จริง ก็คงส่งมอบให้ไท่จื่อแคว้นต้าเฉิน การที่บอกว่ามอบให้องค์หญิงเก้านั้น เกรงว่าคงเป็แผนลวง เพื่อปกป้องไท่จื่อแคว้นต้าเฉินจากอันตราย ยามนี้ไท่จื่อแคว้นต้าเฉินกำลังนำทัพกลับเมืองหลวง ลูกคิดว่าตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะตามหาแผนที่หงส์เพลิง แต่ควรเร่งจัดระเบียบกองทัพเพื่อรับมือกับไท่จื่อแคว้นต้าเฉินแทนพ่ะย่ะค่ะ”
ซูอวี้เจ๋อใช้ปัญญาโน้มน้าวอย่างสุดความสามารถ
เมื่อคำพูดเหล่านี้ผ่านเข้าหูอวิ๋นหวง ภายใต้ความเกลียดชังที่บดบัง นางไม่สามารถทำความเข้าใจได้ไปชั่วขณะ และคิดเพียงว่าซูอวี้เจ๋อ้ากวาดล้างตระกูลเฉินของนางให้สิ้นซาก ความชิงชังที่มีต่อเขาจึงทบเท่าทวี
สิ่งที่ซูอวี้เจ๋อพูดมานั้นมีเหตุผลและไร้ช่องโหว่ โจวอวิ๋นเฉินรู้สึกสองจิตสองใจ ก่อนหันไปมองอวิ๋นหวงด้วยสายตาเ็า “เขาบอกว่าเ้าไม่ได้ให้เขา แต่เ้ากล่าวว่าเ้ามอบให้ สุดท้ายแล้วกว่าเหรินควรเชื่อใครดี?”
“ท่านอยากจะเชื่อใคร ก็เชื่อคนนั้นเถอะ!”
อวิ๋นหวงโกรธจนตัวสั่น เห็นอยู่ว่าโจวอวิ๋นเฉินตกหลุมพรางแล้ว แต่ซูอวี้เจ๋อกลับพลิกสถานการณ์ได้ด้วยคำพูดแค่ไม่กี่คำ นางประเมินเขาต่ำไปจริง ๆ
สิ่งที่น่าเจ็บใจที่สุดก็คือ ที่แท้สวีกุ้ยเฟยแอบสมรู้ร่วมคิดกับโจวอวิ๋นเฉิน ทรยศบอกที่อยู่เสด็จพ่อเสด็จแม่ของนาง จนนำพาพวกเขาไปสู่หายนะ
มิน่าเล่า แม่ลูกคู่นี้ถึงอยู่รอดปลอดภัย เพราะกินในคายนอก[2] จนสามารถทำตัวหยิ่งผยองแบบนี้ได้
หากหาแผนที่หงส์เพลิงไม่เจอ ก็ฆ่าอวิ๋นหวงไม่ได้ ทว่าซูอวี้เจ๋อก็เอาแต่ปฏิเสธลูกเดียว เขาเองก็ทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้เช่นกัน
โจวอวิ๋นเฉินขมวดคิ้วมุ่น รู้สึกยุ่งยากใจ
“ฝ่าา หม่อมฉันคิดว่าเฉินอวิ๋นหวงชั่วร้ายและอำมหิต ไม่ควรเก็บนางไว้! นางคิดจะใส่ร้ายกล่าวโทษองค์ไท่จื่อ ทำให้ฝ่าาและพระโอรสต้องบาดหมางกัน แค่เจตนาของนางก็สมควรถูกลงโทษแล้ว นอกจากนี้ ดูท่าแล้วนางคงไม่รู้จริง ๆ ว่าแผนที่หงส์เพลิงอยู่ที่ใด เก็บนางไว้ก็ไม่มีประโยชน์ มิสู้ให้องค์ไท่จื่อสังหารนางทิ้งเสียดีกว่า ประการแรกเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ขององค์ไท่จื่อ ประการที่สอง ฝ่าาจะได้ไม่ต้องกังวลพระทัยอีกต่อไปอย่างไรเล่าเพคะ”
สวีกุ้ยเฟยที่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่เงียบ ๆ มาโดยตลอด ด้วยกลัวว่าโลกจะไม่วุ่นวายพอ จึงพยายามยุยงโจวอวิ๋นเฉิน
“ใช่เพคะ ฆ่านางเสีย เก็บนางไว้รังแต่จะเป็หายนะ!” องค์หญิงเจ็ดเฉินซินอี๋ ช่วยพูดสนับสนุน
**
[1] กลยุทธ์ปิดฟ้าข้ามทะเล (瞒天过海) เป็กลศึกในเื่สามก๊ก เป็ยุทธวิธีในการต่อสู้กับศัตรูที่แข็งแกร่งกว่า เมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูที่เข้มแข็งกว่าควรใช้วิธี ‘นบน้อมถ่อมตน’ ปฏิบัติตนอย่างนอบน้อมทำให้ศัตรูเกิดความเหลิงลำพอง หย่อนคลายความระมัดระวัง แล้วจงรอคอยจนกระทั่งได้จังหวะและโอกาสเหมาะสมจึงรุกเข้าโจมตีให้พินาศย่อยยับ
[2] กินในคายนอก (吃里扒外) หากเป็สำนวนก็คือ ‘เลี้ยงเสียข้าวสุก’ ความหมายภาษาไทยคือ กินข้าวในบ้านแต่ไปช่วยคนนอกบ้าน; กินในบ้านแต่ขี้บนหลังคาเรือน (พจนานุกรมจีน-ไทย ฉบับใหม่, 177) หรือเทียบได้กับเกลือเป็หนอน
.
.
.