จ้าวตงอวี่ได้ยินแบบนั้นก็ร้อนรนขึ้นมาทันที “หลิงเยว่ เห็น ๆ อยู่ว่ายัยนี่เป็คนขโมย เธอจะไปปกป้องทำไม?” พูดจบเขาก็หันไปพูดกับครูเฉินอย่างร้อนใจ “ครูครับ คุณยังไม่รู้ว่าเจียงมั่วกร่างขนาดไหน หลิงเยว่โดนเธอข่มขู่จนไม่กล้าพูดความจริง เื่นี้ต้องตรวจสอบให้กระจ่างนะครับ!”
“เอ่อ...” ครูเฉินหันกลับไปมองเจียงมั่วอีกรอบ ก่อนจะถามความจากอีกฝั่ง “เธอมีอะไรจะอธิบายไหม?”
เจียงมั่วยังคงยืนยันคำเดิมอย่างไม่ยี่หระ “สร้อยคอเส้นนี้กู้หลิงเยว่เป็คนให้ฉันเองค่ะ”
“เป็ไปไม่ได้!”
พอได้ยินแบบนั้น ครูเฉินก็หันไปถามกู้หลิงเยว่ต่อ “อีกฝ่ายบอกว่าเธอเป็คนยกสร้อยคอให้ จริงไหม?”
กู้หลิงเยว่ก้มหน้า ดูท่าทางหวาดกลัวเป็พิเศษ ก่อนจะตอบเหมือนแค่อยากให้เื่จบไปโดยเร็ว “ค่ะ”
จ้าวตงอวี่ที่รู้สึกโกรธและไม่ยอมจบพูดต่อทันที “ครูดูสิครับ พอมีเจียงมั่วอยู่ตรงนี้ หลิงเยว่ก็ไม่กล้าพูดความจริง จากตอนแรกที่ยอมบอกว่าสร้อยคอโดนขโมย จนตอนนี้กลายเป็ยกให้ไปแล้ว เจียงมั่วกำลังข่มขู่หลิงเยว่ทางอ้อมชัด ๆ !”
ครูเฉินกำลังจะอ้าปากพูด แต่พอเหลือบไปเห็นตรงประตู สายตาก็เปลี่ยนเป็เฉียบคมทันควัน “ไม่ไปเรียนคาบเช้ากันหรือไงฮะ?! มีเื่อะไรน่าสนุกนักหนา พวกไอ้พวกตัวดีทั้งหลาย กลับห้องเรียนไปให้หมดเลยนะ!”
ห่าวซือฉีโดนถลึงตาใส่เป็คนแรก เธอเบ้ปากยอมขยับตัวถอยไปข้าง ๆ นิดหน่อย แต่ยังไม่ยอมไปไหน ไหน ๆ ก็อยู่นี่แล้ว แปะหูเข้ากับประตูฟังต่อซะเลย
ภายในห้อง
ครูเฉินขมวดคิ้วคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจ “ในเมื่อเื่นี้ส่งผลกระทบที่ร้ายแรงมาก ฉันคิดว่าจำเป็ต้องเชิญผู้ปกครองของพวกเธอมาพบสักหน่อย!”
กู้หลิงเยว่กุมมือเข้าหากันแน่น พลางลองหยั่งเชิงพูดขึ้นว่า “ครูเฉินคะ สร้อยเส้นนั้นไม่ได้มีราคาค่างวดอะไร ช่างมันเถอะค่ะ! หนูไม่ได้คิดจะเอาความกับเจียงมั่วอยู่แล้ว”
แต่เจียงมั่วกลับหัวเราะออกมา “ไม่ได้หรอก เธอไม่เอาความ แต่ฉันเอาความนะ! ครูคะ เชิญผู้ปกครองมาเลยค่ะ!”
จ้าวตงอวี่หันไปมองเจียงมั่วด้วยสายตาแปลก ๆ ทำไมถึงทำตัวนิ่งเฉยได้ขนาดนี้?
ผ่านไปไม่นาน กู้เหลียนก็มาถึงโรงเรียน หลังจากฟังครูเฉินเล่าเื่ราวทั้งหมดแล้ว สีหน้าของกู้เหลียนก็สลดลงทันที จากนั้นจึงรีบอธิบายว่า “สร้อยคอเส้นไหนครับ? ขอผมดูหน่อย”
หลังจ้าวตงอวี่ได้ยินคำถาม เขาก็ส่งสร้อยคอที่กำไว้ในมือแน่นมาตลอดออกมา
ส่วนกู้หลิงเยว่ได้แต่หดหัวอยู่มุมห้อง ไม่กล้าส่งเสียงอะไรเลยสักนิด
กู้เหลียนแค่นหัวเราะเบา ๆ ทันทีที่เห็น “เส้นนี้เองเหรอ?”
ครูเฉินเห็นสีหน้าของกู้เหลียนไม่ค่อยดีจึงรีบถาม “มีอะไรหรือเปล่าครับ? คุณกู้รู้จักสร้อยเส้นนี้เหรอ?”
“ครับ สร้อยเส้นนี้เยว่เอ๋อร์เป็คนยกให้มั่วมั่วต่อหน้าผมเอง”
พอประโยคนี้หลุดออกมา จ้าวตงอวี่ก็ตาโตด้วยความไม่ยากเชื่อหูตัวเอง เขารีบหันขวับไปมองกู้หลิงเยว่ทันที “หลิงเยว่ เธอเอาของที่ฉันตั้งใจให้เธอ ยกให้เจียงมั่วจริง ๆ เหรอ?”
“ฉัน...ตอนนั้นฉันแค่เห็นว่าเส้นนี้มันสวยดี...”
ยังไม่ทันที่กู้หลิงเยว่จะพูดจบ จ้าวตงอวี่ก็แค่นยิ้มออกมา ก่อนจะกระชากประตูแล้วเดินออกไปทันที ฝูงชนที่มุงดูอยู่หน้าห้องรีบหลีกทางให้เป็สาย จ้าวตงอวี่กวาดสายตามองรอบ ๆ ด้วยความรู้สึกอับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี
ส่วนครูเฉินรีบไกล่เกลี่ยต่อ “ถ้าอย่างนั้น เื่นี้ก็เป็แค่เื่เข้าใจผิดกันใช่ไหมครับ?”
กู้เหลียนพยักหน้ารับ เขาขมวดคิ้วหันไปมองกู้หลิงเยว่ พลางพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เยว่เอ๋อร์ บอกพี่ใหญ่หน่อยสิ ทำไมเื่มันถึงบานปลายกลายเป็แบบนี้ไปได้?”
“ฉัน...ฉันน่าจะจำสลับกันระหว่างสร้อยสองเส้นที่คล้าย ๆ กันน่ะค่ะ ขอโทษค่ะพี่ใหญ่”
“ทีหลังก็ระวังหน่อยแล้วกัน” ถึงยังไงก็เป็น้องสาวที่เลี้ยงดูมากับมือ กู้เหลียนจึงทำใจดุกู้หลิงเยว่ไม่ลง ได้แต่ตักเตือนเธอด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลไปคำหนึ่ง
พอหันกลับมามองเจียงมั่ว ความรู้สึกสงสารและเอ็นดูก็เอ่อล้นขึ้นมาในใจของกู้เหลียนทันที โดนใส่ความว่าเป็หัวขโมย แถมยังโดนคนอื่นรุมชี้หน้าด่า จะต้องรู้สึกคับแค้นใจขนาดไหนกันนะ? สิ่งสำคัญคือเด็กคนนี้เข้มแข็งและรู้จักอดทน ต่อให้โดนรังแกก็ไม่ยอมปริปากบอกเขา ช่างเป็เด็กดีจนน่านับถือจริง ๆ !
เขามองเสื้อผ้าบนตัวเจียงมั่ว เป็เพราะความสะเพร่าของเขาเอง บางทีอาจเป็เพราะเจียงมั่วแต่งตัวซอมซ่อไปหน่อย คนพวกนี้ถึงได้คิดว่าเธอจะกล้าทำเื่แบบนั้นลงไป!
[ติ๊ง~ อัปเดตความคืบหน้าค่าความประทับใจ]
[กู้เหลียน : 8]
[กู้โย่ว : -50]
[กู้อวี๋ : -50]
[ยินดีด้วยค่ะโฮสต์ โปรดพยายามต่อไปนะ!]
เจียงมั่วได้แต่บ่นอุบในใจ ระบบนี้มันของปลอมหรือเปล่าเนี่ย! ค่าความประทับใจมีแต่เพิ่มไม่เคยลด แล้วมันจะมายินดีด้วยทำไมล่ะนั่น?
เมื่อเห็นเจียงมั่วทำหน้าตาบื้อใบ้ กู้เหลียนก็อดไม่ได้ที่จะลูบหัวเธอเบา ๆ “มีเื่อะไรเกิดขึ้นอย่าลืมบอกพี่ใหญ่นะ อย่าแบกรับไว้คนเดียว”
กู้หลิงเยว่ที่ยืนดูอยู่ข้าง ๆ หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ ไอ้จ้าวตงอวี่คนนี้ ทำงานไม่เคยสำเร็จ มีแต่สร้างเื่ให้พังพินาศ!
ส่วนห่าวซือฉีที่อยู่หน้าห้องมองเห็นภาพนี้แล้ว ก็ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันจนเสียงดังกรอด กระทั่งมีคนมาสะกิดหลังเธอ “ซือฉี กินลูกอมอยู่เหรอ? ขอฉันเม็ดนึงดิ”
ห่าวซือฉีได้ยินแบบนั้นก็ฟึดฟัดใส่ ก่อนจะสะบัดหน้าเดินกระแทกส้นเท้าหนีไปด้วยความโมโห
กู้หลิงเยว่เดินออกจากห้องพักครูฝ่ายปกครอง ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บใจ นอกจากแกล้งเจียงมั่วไม่สำเร็จแล้ว ยังทำให้ตัวเองต้องมาแปดเปื้อนไปด้วยอีก คิดยังไงก็ไม่สบอารมณ์ พี่ใหญ่ลำเอียงไปทางเจียงมั่วอย่างเห็นได้ชัด ดูท่าเธอจะหวังพึ่งเขาฝ่ายเดียวไม่ได้แล้ว
คิดได้ดังนั้น กู้หลิงเยว่ก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาส่งข้อความหากู้โย่วทันที [พี่รอง เมื่อไรพี่จะกลับมาเหรอคะ หนูคิดถึงพี่จังเลย พี่ใหญ่เอาแต่ขลุกอยู่กับเจียงมั่วทั้งวัน วันนี้ยังดุหนูเพราะเจียงมั่วอีกด้วย... /ทำหน้าหงอย ทำตาน่าสงสาร]
ฝั่งนั้นตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว [อะไรนะ? เขาพายัยเด็กนั่นกลับมาบ้านจริง ๆ เหรอ? แถมยังกล้ามาดุเ้าหญิงน้อยของพี่รองอีก? รอแป๊บนะ เดี๋ยวพี่รองจะเก็บกระเป๋าบินกลับไปจัดการให้เธอเอง!]
[อื้อ หนูคิดถึงพี่รองที่สุดเลย จริง ๆ ไม่ต้องให้พี่รองช่วยเอาคืนให้หนูหรอก ความสัมพันธ์ของพี่กับพี่ใหญ่มันก็ไม่ค่อยดีอยู่แล้ว หนูไม่อยากให้ความสัมพันธ์ของพี่รองกับพี่ใหญ่แย่ลงเพราะหนู แค่พี่รองกลับมาอยู่เป็เพื่อนหนู หนูก็ดีใจมากแล้วค่ะ!]
ในขณะเดียวกัน เจียงมั่วที่กำลังเดินกลับห้องเรียนก็พลันได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบขึ้นมา
[ติ๊ง~ อัปเดตความคืบหน้าค่าความประทับใจ]
[กู้เหลียน : 8]
[กู้โย่ว : -65]
[กู้อวี๋ : -50]
[โฮสต์พยายามต่อไป! นอกจากนี้ เนื่องจากวันนี้ค่าความประทับใจมีการเปลี่ยนแปลงเกิน 15 แต้ม จึงขอมอบไอเทมภารกิจให้เป็รางวัลแก่โฮสต์หนึ่งชิ้น โปรดตรวจสอบด้วยค่ะ!]
ดวงตาของเจียงมั่วเป็ประกายขึ้นมาทันที มีรางวัลให้ด้วยแฮะ! เธอรีบแตะไปที่สัญลักษณ์ต้นหญ้าหางหมาบนมือ ทันใดนั้น ในหัวก็ปรากฏม้วนวิดีโอม้วนหนึ่งขึ้นมา เธอพยายามจะเปิดม้วนวิดีโอนี้ดูแต่กลับพบว่าไม่สามารถดูได้เลย
“ทำไมดูไม่ได้ล่ะ?” เธอถามจิ้มระบบดูอีกที
[โฮสต์ต้องรอให้ค่าความประทับใจที่กู้เหลียนมีต่อคุณถึง 10 แต้มก่อน ถึงจะปลดล็อกได้ค่ะ]
เจียงมั่วกระตุกมุมปาก 'นี่เธอคงไม่ได้กำลังบีบให้ฉันทำงานย้อนศรหรอก?'
ได้ยินคำถามระบบก็เริ่มแกล้งตายทันที เจียงมั่วเลิกใส่ใจเื่นี้ ก่อนจะจัดการปรับสีหน้าแล้วเดินต่อ ผลลัพธ์คือเดินไปชนคนเข้าอย่างจัง “ขอโท...ฮั่วจิ่ง?” อ้าว คนคุ้นเคยนี่นา
“ระเบียงทางเดินนี้เดินตรงไปก็มีแต่ห้องพักครูฝ่ายปกครอง ไม่ก็ห้องพักครูใหญ่ นายไปทำอะไรตรงนั้นน่ะ?” พูดไป เจียงมั่วก็ปรายตามองกระดาษในมือฮั่วจิ่งไป แล้วก็เห็นคำว่า 'จดหมายสำนึกผิด' ตัวเบ้อเริ่ม
ฮั่วจิ่งรีบซ่อนจดหมายสำนึกผิดไว้ข้างหลัง ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นเถียง “ใคร ๆ ก็เคยทำผิดกันทั้งนั้นแหละ เมื่อวานพี่ก็โดนทำโทษเหมือนกันไม่ใช่หรือไง?”
เจียงมั่วหัวเราะขึ้นมา จากนั้นเธอก็ยื่นมือไปโบกหัวฮั่วจิ่งทีหนึ่งพลางกัดฟันพูด “ไอ้เด็กบ้า เมื่อวานตอนบ่ายนายกล้าดียังไงมาแกล้งฉันฮะ!”
“โอ๊ย เจ็บนะพี่ พี่ทำตัวเป็ผู้หญิงหน่อยดิ หยาบคายชะมัด!” ฮั่วจิ่งกุมหัวพลางบ่นอุบอิบ “ผมไม่ได้แกล้งพี่ซะหน่อย ผมช่วยพี่ต่างหาก ผู้ชายโปรไฟล์ดีแบบอารองของผมน่ะ เป็ของแรร์ที่หาไม่ได้ง่าย ๆ นะ! เอางี้ไหม...ผมจะหาทางพาพี่ไปบ้านอารอง แล้วพี่ก็ใช้ความสามารถของพี่มัดใจเขาเอง เป็ไง?”
เหอะ ชอบรังแกคนอื่นนักใช่ไหม เดี๋ยวให้คุณอารองจัดการซะให้เข็ด
เจียงมั่วนึกถึงใบหน้าเ็าของฮั่วหลินเชินแล้วส่ายหัว “ช่างมันเถอะ! เื่แบบนี้มันต้องค่อยเป็ค่อยไป”
แผนการเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จวนจะพังนี้ ทำเอาฮั่วจิ่งฮึดฮัดไม่ยอมแพ้ “พี่ก็ต้องหาทางเข้าหาอารองของผมก่อนสิ ถึงจะมีโอกาสค่อยเป็ค่อยไปได้ เลิกเรียนตอนบ่ายเจอกันที่สนามโรงเรียน ห้ามเบี้ยวนะ!”