บทที่ 42 เป็นความผิดของแพะ
“หลาน....” หลังจากที่เข้ามา ป้าใหญ่ที่คิดว่าตนเองสูงส่งอยู่เสมอก็ส่งเสียงเศร้าใจออกมาทันที ใบหน้านั้นฉายชัดถึงความกังวลใจ และมันเป็นเรื่องที่น่าแปลกเพราะว่าวันนี้เธอมาที่นี่เพียงลำพัง ไม่มีพี่น้องคนอื่นมาด้วย เหมือนกลัวว่าทั้ง 3 อาจจะพูดอะไรออกมาที่มันไม่ฉลาดก็เป็นได้
กระนั้น ข้างๆเธอก็ยังมีเด็กผู้ชายวัย 18-19 ปีคนหนึ่งเดินตามมาด้วยร่างกายที่สั่นเทาด้วย ปลายฝนพยายามนึกว่าเด็กคนนั้นเป็นใคร แต่เขาก็นึกไม่ออกจริงๆ จำไม่ได้ด้วยว่าเคยเจอคนๆนี้ที่ไหน แล้วก็ไม่รู้ว่าป้าใหญ่จะพาผู้ชายคนนี้มาทำไม
“นั่งก่อนสิ” ต้นหนาวผู้ที่มักจะไม่ต้อนรับคนบ้านใหญ่ วันนี้เขากลับเชิญหญิงวัยกลางคนนั่งเสียอย่างนั้น เห็นท่าทางที่แปลกไปเช่นนี้ คนอายุมากกว่าก็อดที่จะระแวงไม่ได้ ทว่าเธอที่มาวันนี้ก็เพื่อที่จะอธิบายความจริงให้กับสองพี่น้อง ดังนั้นจึงไม่สามารถหนีไปได้เช่นกัน ตอนนี้คุณพ่อและคุณปู่ก็โกรธอย่างมาก ทั้งสองได้ลั่นวาจาให้พวกเขาเป็นคนจัดการ เพราะถ้าจัดการไม่ได้ก็จะตัดขาดพวกเขาทิ้ง ปล่อยให้สังคมจัดการพวกเขาแทน
“เอ่อ หนูต้นหนาว ปลายฝนจ๊ะ....ป้าใหญ่รู้ว่าหลานๆนั้นรู้สึกไม่ชอบใจกับเรื่องในอดีตที่เกิดขึ้น ป้า...ป้าต้องขอโทษจริงๆนะ ป้ายอมรับผิดที่ตีหนูปลายฝน แต่ทั้งหมด...ป้าหวังดีกับเรานะ” มาถึง คนก็แสดงละครที่เตรียมมาทันที
“หวังดี?” ต้นหนาวไม่คาดเหมือนกันว่าอีกฝ่ายจะมาไม้นี้ ดูเหมือนว่าคนไม่คิดจะปฎิเสธอีกแล้วสินะที่กล้าแตะต้องน้องชายของเขา และทำให้ปลายฝนต้องบาดเจ็บน่ะ
ปลายฝนมองดูสองคนคุยกัน ตัวเขายังอยู่ที่หว่างขาของพี่ชาย ดังนั้นจึงได้แค่แอบมองผู้ใหญ่ทั้งสอง บางครั้งก็ก้มหน้าลง บางครั้งก็แอบมอง ดูๆแล้วเหมือนกับไม่กล้าสู้หน้าเพราะยังเสียใจและเจ็บปวดกับเรื่องที่เกิดขึ้น
“ใช่ ป้านึกไปถึงเรื่องในอดีตแล้วก็จำได้ ตอนนั้นป้าได้ยินจากเด็กรับใช้ที่เป็นลูกของคนรับใช้ในบ้านอีกที วิ่งมาบอกว่าหนูปลายฝนนั้นกำลัง...กำลังทำเรื่องไม่ดี”
“อ่อ งั้นเด็กคนนั้นก็เป็นแพะที่คุณพามาสินะ” ต้นหนาวที่ได้ยิน เหมือนจะเข้าใจที่คนกำลังจะสื่อ เขาแค่นหัวเราะออกมา มองดูเด็กยากจนที่คงจะทำเพื่อเงินด้วยความรู้สึกสมเพช
“แพะอะไรกัน เด็กคนนี้ไม่ใช่แพะ แล้วเรื่องที่ป้าเล่าก็เป็นเรื่องจริงนะ ถึงต้นหนาวจะโกรธจะเกลียดป้า แต่ป้ารู้ว่ามันก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว ป้าไม่ได้ห้ามอะไรเราเลย ป้ายอมรับเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ป้าผิดเองที่เชื่อลูกคนรับใช้ ถึงอย่างนั้นหนูปลายฝน ป้าก็หวังดีกับหนูจริงๆนะ ป้าได้ยินว่าหนูยั่วยวนลุงสาม ป้าก็ต้องติเตียนหลานเป็นเรื่องธรรมดา ยิ่งเห็นหลานอยู่ในห้องน้ำกับลุงสามอีก เพราะป้าหวังดีไม่อยากให้หนูโตมากลายเป็นคนไม่ดีนะ หนูเชื่อป้าได้ไหม” ป้าใหญ่เหมือนจะรู้แล้วว่าในบ้านนี้ใครใหญ่สุด เธอไม่สนใจต้นหนาวด้วยซ้ำ แต่กลับมองมาที่ปลายฝนเหมือนกับร้องขอความเมตตาอย่างไรอย่างนั้น
ปลายฝนเองก็สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อจู่ๆเรื่องก็ถูกโยนมาที่ตัวเอง เขาจับแขนของพี่ชายแน่น มองดูคนรุ่นราวคราวเดียวกันด้วยความไม่เข้าใจ ปากเล็กๆขยับเอ่ยถามเสียงเบา
“แล้วคุณจะโกหกทำไมครับ? ผม...ไม่ได้ทำ ไม่ได้ยั่วยวนคนอื่น” ปลายฝนที่ใจอ่อนและใสซื่อเอ่ยถามไปยัง “แพะ” ตัวเล็กที่ถูกนำมาด้วย เด็กหนุ่มปากสั่นเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยตอบคำถามของปลายฝน
“ผะ ผม ผมอิจฉาคุณที่ได้กลายเป็นนายของบ้านทั้งๆที่เป็นคนนอกเหมือนกัน ผมเองก็อยากได้โอกาสแบบนั้นบ้าง ดังนั้นก็เลยวางแผนใส่ร้ายคุณ” เด็กคนนั้นพูดเหมือนกับเตรียมเอาไว้แล้ว ปลายฝนลอบมองป้าใหญ่ที่ยกยิ้มอย่างพึงพอใจออกมา เขาหรี่ตาลงเล็กน้อยในขณะที่ไม่มีใครสนใจ
“ตอนนั้นเราทั้งคู่น่าจะอายุแค่ไม่กี่ปีเองนะ .... พี่ครับ...ผมว่าจะต้องมีคนยุให้เด็กคนนี้คิดแบบนี้แน่เลยครับ พี่อย่าโกรธเขาเลยนะครับ” ปลายฝนทำเสียงเศร้า เหมือนว่าเขาจะเป็นคนดีที่เป็นห่วงทุกคนแม้แต่คนทำร้ายตัวเอง แต่คำพูดของเขานั้นกลับทำให้คนที่ได้ยินเบิกตากว้าง
“ไม่ๆ ผมทำเอง ไม่มีใครอยู่เบื้องหลังทั้งนั้น” เด็กหนุ่มแพะแตกตื่น เนื่องจากมันไม่ใช่ความจริงอยู่แล้ว ทั้งเขาก็ยังรับอาสามาทำหน้าที่เป็นแพะเองเพื่อแลกกับเงิน ดังนั้นแล้วจึงแสดงไม่แนบเนียนนัก
“ไม่จริงหรอก!! ผมไม่เชื่อว่าคุณที่อายุ 10 ปีเท่าผมจะคิดอะไรแบบนี้ได้ ผมว่าต้องเป็นใครสักคนที่คุณเชื่อถือนั่นแหละที่มาพูดให้คุณฟัง เป็นพ่อแม่ของคุณหรือเปล่า? เมื่อครู่ป้าใหญ่บอกว่านายเป็นลูกของพนักงานในบ้านใหญ่ใช่ไหมล่ะ พี่...ผมว่าต้องเป็นทั้งสองคนนี้แน่ๆ ต้องมีใครคนหนึ่งที่...”
“ไม่! หยุดนะ แม่ของผมไม่เกี่ยว! ผมทำมันเอง ผมทำเองทุกอย่าง อย่าไปยุ่งกับแม่ของผมนะ!” เด็กน้อยร้อนรน กลัวว่าเรื่องยากลำบากนี้จะไปทำลายคนเป็นมารดาที่ป่วยออดๆแอดๆอยู่บ้าน
และก็ใช่...
เขาเป็นแพะจริงๆ แต่เป็นแพะที่รับเงินมาอย่างจริงใจ เขาต้องการมอบเงินนั้นเป็นค่ารักษาของแม่ เขารู้ว่าการที่ตนเองจะกลายมาเป็นแพะครั้งนี้ อย่างมากก็ติดคุกไม่กี่ปีเพราะไม่มีเงินจ่ายค่าประกันตัว กระนั้นเขาก็คาดหวังให้แม่มีชีวิตอยู่ต่อไป รอวันกระทั่งเขาออกมาจากคุกเพื่อที่จะได้มาอยู่พร้อมหน้าอีกครั้ง เขาไม่พร้อมที่จะปล่อยให้แม่ต้องตายจากไปทั้งยังที่ไม่ได้ทำอะไรแบบนี้
ปลายฝนชะงักไป เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่เชื่อว่าตนเองพูดมามากพอแล้ว ตอนนี้เขาได้ชี้ช่องให้ทุกคนเห็นแล้วว่าเด็กคนนี้เป็นแพะตัวจริงที่น่าจะต้องการเงินเพื่ออะไรสักอย่าง ทว่าเด็กคนนี้ที่รักมารดามากเหลือเกินนี้ไม่น่าจะเปิดปากได้ยากเท่าไร ดูจากท่าทางร้อนรนและไม่แนบเนียนนี้ คาดว่าน่าจะทำเรื่องเช่นนี้เป็นครั้งแรก
“หน้าที่แพะตัวใหญ่นี้ทำเงินให้มากเท่าไรล่ะ” ต้นหนาวเอ่ยถามเสียงเรียบ แพะอายุน้อยชะงักไป รู้แล้วว่าตนเองนั้นแสดงท่าทางออกไปมากเกินจนอาจจะทำให้คนจับได้ แต่ถ้าเขายังยืนยันคำเดิมก็อาจจะยังได้เงินอยู่ใช่ไหม?
คนมองไปยังคุณนายใหญ่ของบ้านที่ตอนนี้มีสีหน้าไม่ดีนัก ดวงตาของเธอมืดครึ้มลงทำให้ลูกคนใช้อย่างเขารู้สึกหวาดกลัว
“เงินอะไรครับ? พวกคุณจะจับก็จับเลย อย่ามาคาดคั้นอะไรผม” เขาพูดปัดออกไปทั้งหมด
“เงินอะไรงั้นหรอ? แกไม่รู้ว่าฉันเป็นคนที่มีเงินมากที่สุดในประเทศหรอ? อยากได้เงินมาก โดยไม่ต้องติดคุกหรือเปล่าล่ะ” ต้นหนาวมองเหยียดไปที่ป้าใหญ่ ผู้ที่ไม่อาจจะรักษาสีหน้าใจเย็นเอาไว้ได้อีกแล้ว
ป้าใหญ่คนนี้ย่อมรู้ดีว่าเด็กที่เธอนำมานั้นขาดเงินมากขนาดไหน เดิมทีคิดว่าอย่างไรอีกฝ่ายก็ต้องยืนยันรับความผิดนี้ไปเพราะไม่อย่างนั้นก็จะไม่ได้เงิน ทว่าใครจะคิดว่าหลานชายสารเลวกลับคิดจะใช้เงินเพื่อซื้อคนต่อจากเธอกันล่ะ!
“อ่อ....ป้าอาจจะไม่ได้ติดตามข่าวภาค 2 เพราะกำลังเร่งหาแพะมารับเรื่องนี้ ป้าน่าจะรู้ว่าถ้าป้าจ้างใครด้วยเงินแล้วผมจะทำยังไง” เขาพูดก่อนจะให้เชษส่งไอแพดให้อีกฝ่ายได้ดู
ตอนนี้เป็นแถลงการณ์สดของพ่อแม่บุญธรรมของปลายฝน พวกเขากำลังพูดว่าทั้งหมดถูกจ้างมาโดยใคร เพื่อใส่ร้ายให้ปลายฝนนั้นกลายเป็นเด็กผิดปกติทั้งๆที่เดิมทีแล้วปลายฝนเป็นเด็กดี เป็นเด็กฉลาดและว่านอนสอนง่าย รวมถึงยอมรับผิดเรื่องขายเลือดเด็กๆให้คนรวยบางกลุ่มจริงๆ พร้อมที่จะเข้าคุกชดเชยสิ่งที่ตนเองได้ก่อเอาไว้
พอได้ยินแบบนี้ ป้าใหญ่ก็เหมือนกับว่าใบหน้าของเธอถูกตบไปมาด้วยฝ่าเท้าของหลานที่เธอเกลียดชัง สองคนผัวเมียนั้นหักหลังเธอแล้ว ทั้งยังมีเอกสารว่าจ้างและเงินที่โอนเข้าบัญชีเป็นหลักฐานอีกด้วย
เห็นได้ชัดว่าทั้งสองคนนั้นกำลังทำเพื่อปลายฝน!
“เธอ เธอ...”
“อืม ยังมีใครที่คุณกำลังมองหาอยากจะจ้างมาทำการแสดงตลกอีกไหมครับ ครั้งต่อไปจะให้เงินก็ช่วยให้เยอะกว่านี้หน่อยได้ไหม ขนาดฉันเกทับไปเท่าตัว ยังรู้สึกว่าค่าจ้างนี้ถูกเกินไปเลย” ต้นหนาวมองอย่างดูถูก สายตาแบบนั้นที่ถูกส่งมาทำให้ป้าใหญ่กรี้ดแตก
เธอไม่ชอบสายตาดูถูกที่สุด ใบหน้าของเธอสำคัญที่สุดในชีวิตแล้ว เมื่อถูกดูถูกเช่นนั้นก็ทำให้เธอไม่อาจจะทนได้อีกต่อไป
“กรี้ด!! แก แกคิดว่าตัวเองร่ำรวยมาจากไหน!! แกมันเหมือนพ่อของแกจริงๆ ไอ้น้องที่น่ารังเกียจคิดว่าตัวเองฉลาดไปหมดนั่นน่ะ! ดีแล้วที่มันตายๆไป คนสารเลวอย่างพวกแกต้องตายไปให้หมด ฉันจะฆ่าแก ฆ่าไอ้เด็กเปรตที่หน้าตาน่าเกลียดนี่ด้วย! ถือดียังไงมาใช้หน้าตาของตนเองทำให้คนอื่นๆสนใจ ทั้งๆที่แกเป็นสายเลือดชั้นต่ำแท้ๆ แกไม่สามารถมาเชิดคอเหนือลูกๆของฉันได้ พวกแกทั้งหมดต้องตาย!!” พูดจบก็กระโจนเข้ามาอย่างขาดสติ เหมือนต้องการตบตีนายของบ้าน
เหล่าบอดี้การ์ดนั้นรวดเร็วมาก เข้ามาจับแขนทั้งสองข้างของผู้หญิงเสียสติไว้แน่น
“เปิดเผยคลิปนี้ตอนนี้เลย ให้สังคมตัดสินใจว่าใครที่มีความป่วยทางจิตกันแน่” ต้นหนาวไม่ยั้งมือ เขาล่อสุนัขให้มาเห่าที่รังแล้วจะปล่อยออกไปอย่างนี้ได้ยังไง
คนเป็นป้าใหญ่ที่รักชื่อเสียงรักหน้าตาของตนเองเป็นที่สุด ผู้หญิงคนนี้จะไม่เจ็บปวดหากตบตีเธอแรงๆ แต่เธอจะเจ็บมากหากใบหน้าของเธอถูกสังคมตราหน้า เชื่อว่าต่อไปเธอคงจะกลายเป็นโรคจิตที่แท้จริง และแน่นอนว่าต้นหนาวพร้อมที่จะทำให้เรื่องมันเกิดขึ้น
เขามีกลุ่มคนที่พร้อมจะไปด่าทอที่หน้าบ้านของอีกฝ่ายเป็นเวลา 3 ปี ด้วยเงิน 3 ล้านบาทเท่านั้น ด่าเช้าด่าเย็น ผลัดเปลี่ยนหน้าไปในทุกๆวัน ทำให้ป้าใหญ่ไม่สามารถออกจากบ้านได้ นี่คือการเอาคืนที่กล้าใส่ร้ายน้องชายของเขา
ส่วนเรื่องที่กล้าทำร้ายร่างกายของน้องชายเขาน่ะ....ปล่อยให้กรรมตามสนองก็แล้วกัน
นึกไปถึงเด็กหนุ่มที่เป็นลูกของอีกฝ่าย ผู้ที่อยู่ในกลุ่มอันธพาลบางกลุ่ม ตอนนี้อาจจะยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามารดาของตนเองกลายเป็นพวกป่วยทางจิตแล้ว ตราบใดที่ป้าใหญ่ทำให้เจ้าตัวอับอายจนเพื่อนๆล้อเล่น ต้นหนาวเชื่อว่าเด็กนั่นจะมีวิธีระบายโทสะของตนเอง
อ่อ...ไม่ต้องกลัวว่าเพื่อนๆอันธพาลจะไม่ล้อเลียนมันนะ เพราะพวกเพื่อนๆที่ว่านั่น...ก็มีคนของเขาแฝงเข้าไปตั้งแต่ตอนแรกแล้วไงล่ะ!
“แกนี่มันเข้าใจเล่นกับคนจริงๆ” เมื่อป้าใหญ่ถูกลากตัวออกไปพร้อมกับคลิปที่ตัดต่อออกมาว่ามีคนเสียสติบุกเข้ามาทำร้ายเขาถึงที่บ้านเพราะว่าวางแผนใส่ความไม่สำเร็จ อีกทั้งน้ำเสียงในคลิปก็ยังชัดเจนอย่างมากอีกด้วย ทั้งสื่อและกระแสสังคมที่ให้ความสนใจเรื่องนี้อยู่ก่อนแล้วก็เลยทำให้มันกลายเป็นคลิปไวรัลในเวลาไม่นาน
*เสียสติไปแล้ว! คุณหญิงแห่งตระกูลอธิบรักขณกุลที่ออกมาร่ำไห้เสียใจในตอนแรก เมื่อรู้ว่าตนเองถูกเปิดโปงก็ตรงไปยังบ้านของหลานชายเพื่อประกาศว่าจะฆ่าพวกเขาทั้งคู่
+ โอ้ บ้าไปแล้ว ผู้หญิงคนนี้ตอนแรกใส่ความว่าปลายฝนเป็นคนป่วยทางจิต ตอนนี้เหมือนตัวเองนั่นแหละที่จิตป่วย มีความสุขที่น้องชายได้ตาย อยากจะฆ่าหลานที่น้องรับมาเลี้ยงเพราะโดดเด่นมากกว่าลูกตัวเองงั้นหรอ ผู้หญิงคนนี้ต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ
+ ดูหน้าของน้องปลายฝนสิ เหมือนว่าเขาเจ็บปวดมากเลยนะที่ได้ยินแบบนี้ ฉันสงสารเขา
+ โอ๋ๆ เด็กน้อย อย่าไปคิดมากกับป้ามหาภัยนี่เลยนะ คนป่วยจิตก็แบบนี้แหละ ชอบคิดว่าคนอื่นป่วยจิตไปด้วย
+ ฝากพี่ต้นหนาวดูแลน้องดีๆนะ กระผมอยากไปดูแลเอง แต่กลัวว่าพี่จะฆ่าผมก่อน
+ ชอบเม้นบน แต่จริงๆอยากดูแลน้องเหมือนกันนะ น้องน่าสงสาร
+ ผมเข้าใจเลยว่าทำไมพี่บุญธรรมถึงได้หลงรักน้อง น้องดูน่ารักน่าเอ็นดูไปหมดเลย ตอนนี้แค่เห็นหน้าน้อง ผมก็อยากร้องไห้ตามแล้ว
+ ป้าคนนี้พูดออกมาได้ไงว่าพ่อหลานควรตาย นั่นน้องชายตัวเองนะ
+ อิป้านี่เลวมากนะ คือเห็นคนเขาฉลาดแล้วอิจฉาป่ะ ตอนแรกที่คุณเหมันต์ยังไม่กลายเป็นคนรวยอันดับหนึ่ง ทำไมไม่เคยเห็นติดต่อกันนะ ลองไปดูข่าวท้องถิ่นย้อนหลังนะ ตอนจัดงานใหญ่ๆโตไม่เคยเชิญคุณเหมันต์ไปเลยนี่ ไม่พูดถึงด้วยนะ แต่พอเขารวยแล้วอยากจะเข้าเป็นญาติของเขา #ตระกูลอธิบรักขณกุลมีดีแค่สองคน
+ คือเด็กๆต้องมีชีวิตอยู่ยังไง นับถือพี่ต้นหนาว แล้วก็สงสารน้องมากๆ พอดูคลิปที่น้องหวาดกลัวย้อนหลังแล้วรู้เลยว่าเหตุการณ์นั้นคงฝังใจน้องมากๆอ่ะ
+ จริงๆต้นหนาวอายุน้อยกว่าผม แต่ผมนับถือเขาจากใจจริง เขาแข็งแกร่งมาก แล้วก็สุขุมเยือกเย็นมากๆเช่นกัน
+ ป้าต้องติดคุกแล้วป่ะ แต่ก็อย่างว่า...ถ้ามีเงินก็คงไม่ติดก็ได้มั้ง แค่จ้างทนายดีๆก็จบแล้วนี่ อีกอย่างคุณต้นหนาวไม่เห็นยื่นฟ้องคดีเลย
+ จริงด้วย ทำไมคุณเขาไม่ฟ้องให้หนักๆไปเลยเนอะ หลักฐานมีขนาดนี้แล้ว
+ คุณเขาอาจจะไม่อยากทำร้ายผู้หลักผู้ใหญ่ในตระกูล หรือเปล่า
+ โถ่ ฉันสงสารเด็กๆ ฉันสงสารน้องทั้งสอง
+ เดี๋ยวนะ? มีใครเห็นคนที่อยู่ในบ้านนั่นไหม ที่นั่งตัวขาวๆหล่อนั่นน่ะ ใช่นักธุรกิจที่บอกว่าสงสารน้องก่อนหน้านี้หรือเปล่า
+ กรี้ด!! เป็นเขาจริงๆ พอบอกว่าอยากปลอบน้องก็ไปหาเขาที่บ้านเลยหรอ? หรือจริงๆแล้วพี่ต้นหนาวกับน้องปลายฝนรู้จักคุณออเดรย์อยู่แล้ว
+ นี่มัน นี่มันการรวมตัวของผู้ทรงอิทธิพลของโลกใช่ไหม! แล้วยัยป้ามหาภัยก็ดันไปด่าทอเขาที่บ้านต่อหน้าคนรวยระดับโลก มายก้อดดดด ยัยป้า....โรคจิตให้ถูกที่หน่อยไหมล่ะ
คอมเม้นท์มากมายแห่กันเข้ามาในคลิปที่ถูกตัดต่อให้เหมือนกับว่าป้าใหญ่นั่นเป็นคนโรคจิต ทิศทางกระแสนั้นถูกปั่นโดยคนของต้นหนาว แต่หลังๆก็เป็นประชาชนจริงๆ ผู้คนมากมายต่างก็เข้ามาดูคลิปนี้ ยิ่งเมื่อพวกพ่อแม่บุญธรรมของปลายฝนโยงไปที่ป้าใหญ่ว่าเป็นคนวางแผนทั้งหมด ผู้คนก็รุมด่าเธอ
นักสิทธิมนุษย์ชน กรมเด็กและเยาว์ชน รวมถึงกลุ่มพิทักษ์ความดีทั้งหลายออกมาประนาณเรื่องนี้กันใหญ่โตมากๆ กลายเป็นเรื่องระดับประเทศและใกล้จะเป็นระดับโลกในเร็วๆนี้แล้วหากคนเป็นพ่อที่แท้จริงของปลายฝนรู้เรื่อง เหตุการณ์นี้จะทำให้ตระกูลอธิบรักขณกุลไม่มีทางออกอื่นนอกจากต้องเก็บตัวให้เงียบเพื่อรอเรื่องมันซาลง ธุรกิจของเขาที่ถูกลอยแพเองก็ถูกฟ้องล้มละลายเพราะไม่มีใครกล้ายื่นมือเข้ามาช่วย
อีก 7 วันต่อมา กลายเป็นว่าเจ้าของธุรกิจที่หนี้ท่วมหัวและไม่พอจ่ายนั้นต้องใช้ตัวเองเข้าไปรับผิดชอบต่อในตะราง แน่นอนว่ายังเป็นคนแก่ที่สุดเป็นผู้เสียสละ ใครจะคิดว่าเขายังไม่ทันจะเข้าตะรางดี คนก็ตัดสินใจฆ่าตัวตายก่อนเพื่อรักษาเกียรติยศครั้งสุดท้ายของเขาไว้
วันนั้นปลายฝนเสียใจมากที่รู้ข่าวว่าอีกฝ่ายเสียชีวิตลง ต้นหนาวให้เหตุผลว่าทนต่อความเครียดไม่ไหมก็เลยหัวใจล้มเหลว ไม่ได้บอกว่าคนฆ่าตัวตายเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด เด็กน้อยจึงขอให้เขาส่งพวงหรีดไปให้เป็นการไว้อาลัย เพราะรู้ดีว่าการที่ตนเองไปงานศพในช่วงเวลานี้ไม่น่าจะเหมาะสมเท่าไร
ผ่านไปหลายวัน เด็กดื้อจึงได้เบาความเสียใจลง และใช้เวลาแต่งนิยายของเขาต่อไป
....................................