หนึ่งในดวงใจ (จบ)

    บทที่ 6

    จากนั้นช่างเทคนิค ช่างกล้อง และเพทก็ได้ขึ้นรถของชาร์ลีเพื่อเดินทางไปยังเทเลกราฟ ฮิลล์ ปาร์ค อันเป็นที่ตั้งของ สเตท อาร์ท เซ็นเตอร์ ดวงอาทิตย์ทอแสงสีทองนวลละมุนลงบนอาคารหลังใหญ่สีขาวที่มีเสาทรงกลมค้ำยันเสริมสร้างความสง่างามไว้ พรมหญ้าผืนมหึมาเป็นสีเขียวขจีเรืองไรด้วยหยาดน้ำค้าง ต้นไม้ใบหญ้ายืนสงบราวทหารที่เข้าแถวรอรับการเสด็จมาของสุริยเทพ พันธุ์ไม้ดอกชูช่องดงามแข่งกันอยู่ราวดรุณีน้อยที่เริงระบำรำร่ายอยู่ในสายลม เพทอยากให้ตัวเองมีเวลามากกว่านี้ เพื่อที่จะชื่นชมธรรมชาติในยามเช้าเช่นนี้ให้สมใจแต่ชาร์ลีขับรถอ้อมไปทางด้านหลัง ซึ่งตรงนั้นมีรถเทรลเลอร์บรรทุกอุปกรณ์ในการถ่ายทำที่ทันสมัยจอดอยู่ เจ้าหน้าที่ประจำกองถ่ายเดินทางมาถึงก่อนหน้าแล้วหลายคนและยังมีอีกเป็นจำนวนไม่น้อยที่กำลังขับรถตามมาขณะที่เพทลงจากรถของชาร์ลีนั้น เดน คิงสตัน เพิ่งจะเดินลงบันไดเหล็กที่พาดอยู่กับประตูรถเทรลเลอร์มา เขาเห็นเธอในทันที สีหน้าและดวงตาที่เปล่งประกายกร้าวนั้นคล้ายจะบอกว่า เพทจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบกับการที่ช่างกล้องทั้งหลายต้องมาถึงช้าเกินเวลาที่กำหนดไว้ไปแต่กระนั้น ก็ไม่มีเวลาพอที่จะมาหมกมุ่นครุ่นคิดอยู่กับทัศนคติที่เขามีต่อเธอแล้ว ทั้งกล้อง เครื่องแสง และเสียง จะต้องติดตั้งและตรวจสอบให้เรียบร้อย ทุกคนจึงต้องลงมือทำงานกันในทันที เพท ลอน ชาร์ลี และแอนดี้ เทอร์เนอร์ เดินไปที่ศูนย์ศิลปะแห่งนั้นเพื่อตรวจตำแหน่งที่ตั้งของกล้องแต่ละจุดที่จะใช้ในการถ่ายทำกล้องทั้งหมดมีด้วยกัน 4 ตัว กับอีกตัวหนึ่งที่สำรองไว้ถ้าตัวใดเกิดเสียขึ้น เพทประจำกล้อง 2 ซึ่งถ่ายเฉพาะเวทีการแสดงด้านตรง แอนดี้ประจำกล้อง 1 ซึ่งอยู่ทางด้านขวา ชาร์ลีอยู่กล้อง 3 ทางด้านซ้ายของเธอ ส่วนลอนประจำกล้องที่ใช้มือบังคับ ซึ่งเขาสามารถเคลื่อนที่ไปได้โดยรอบด้วยกล้องที่มีน้ำหนักเบามาก เนื่องจากทุกคนทำงานร่วมกันเป็นทีม ดังนั้นจึงสามารถจัดตำแหน่งทุกอย่างได้ตรงตามเวลา เพททำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับผู้ชายทุกคน แม้จะต้องทำงานบางอย่างที่หนัก และควรจะเป็นหน้าที่ของผู้ชาย เธอก็ไม่เคยคิดจะเอาเพศที่อ่อนแอของตนขึ้นมาอ้างในขณะที่กลุ่มของเธอกำลังจัดเตรียมทุกสิ่งทุกอย่างให้พร้อม เจ้าหน้าที่อื่นๆ ในกองถ่ายต่างก็ทำหน้าที่ของตนเช่นกัน ทั่วบริเวณที่มีเจ้าหน้าที่ทำงานเกือบ 30 คน จึงเต็มไปด้วยเสียงเอะอะ เสียงพูด เสียงออกคำสั่งดังขรม สายไฟพาดไปทั่วพื้นในบริเวณถ่ายทำ กล้องและเครื่องมือในการทำตั้งระเกะระกะไปหมดทันทีที่การจัดฉากเสร็จสิ้นลง ทุกคนก็เตรียมแบกกล้องที่อยู่ในกระเป๋าโลหะเพื่อทำการติดตั้ง มันมิใช่เรื่องง่ายที่เพทจะแบกกระเป๋าที่ค่อนข้างจะหนักและเทอะทะใหญ่โตเช่นนั้น แต่ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา เธอพอจะเรียนรู้วิธีการที่จะไม่ต้องใช้แรงกายและกล้ามเนื้อมากเกินไปนักมาบ้าง ดังนั้น เพทจึงไม่คิดจะขอความช่วยเหลือจากใครและอาจปฏิเสธด้วยถ้ามีใครมาแสดงความเอื้อเฟื้อดังกล่าว“คุณวิลลิส นั่นคุณคิดจะทำอะไรน่ะ” เสียงตวาดดังขึ้นด้านหลังเสียงกระชากนั้นทำให้เพทต้องวางกล้องตัวใหญ่ลงบนพื้นเวทีอีกครั้ง ทั้งๆ ที่เพิ่งยกขึ้นมาได้ไม่กี่นิ้ว เธอเอี้ยวตัวหันไปมองทางด้านหลัง และเห็นเดน คิงสตัน กำลังเท้าเอวจ้องหน้าเธออยู่เขามิได้แต่งกายแตกต่างไปจากเจ้าหน้าที่ประจำกองถ่ายเลย แต่สีหน้าท่าทางของเขาในยามนี้มิได้ทำให้เพทรู้สึกสบายใจแม้แต่น้อย เธอเห็นเขาปรายตามองไปทางชาร์ลีและกล่าวว่า“เอ้า...ชาร์ลี มาช่วยเอากล้องตัวนี้ขึ้นมาบนเวทีหน่อยสิ” น้ำเสียงของเขาบอกอารมณ์หงุดหงิด“ไม่หรอกค่ะ ฉันทำได้” เพทร้องทักท้วงเมื่อชาร์ลีจะเข้ามาช่วย“ผมไม่สนใจหรอกว่าคุณจะทำได้หรือเปล่า” เดนทำท่าจะเดินผละไป“นี่ไม่ใช่กล้องตัวแรกที่ฉันแบกนะคะ ฉันทำมานักแล้ว ไม่ต้องมีใครมาช่วยหรอกค่ะ” เธอยืนยันเดนหันขวับมาทันที ดวงตาเป็นประกายวาวโรจน์“คุณอยากจะเป็นซูเปอร์วูแมนก็เอาไว้แสดงเวลาอื่นเถอะ ผมเห็นจะยอมให้คุณเล่นกับไอ้กล้องราคาแพงของผมอย่างนั้นไม่ได้หรอก ถ้ามันเกิดหลุดมือแล้วชำรุดเสียหายขึ้นคุณจะว่ายังไง และเราก็ไม่มีกล้องสำรองอีกแล้ว คุณอย่ามาทำปัญญาอ่อนกับผมหน่อยเลย คุณก็รู้ว่าตัวเองไม่แข็งแรงพอที่จะยกไอ้กล้องตัวนั้นขึ้นจากพื้นได้ เพราะฉะนั้นก็ควรจะให้คนที่เขาทำได้ทำไป ที่พูดมาทั้งหมดนี่ชัดไหม”แม้เพทจะพยายามสงบระงับอารมณ์ของตนเองมากเพียงไร แต่ประกายในดวงตาคู่สีเขียวขาบก็ยังขุ่นอยู่ดี“ชัดแจ๋วเลยละค่ะ คุณคิงสตัน”“ก็ดีแล้ว อย่าให้ผมต้องเตือนคุณอีกล่ะ”เพทได้แต่มองตามไหล่กว้างๆ นั้นไปด้วยความคั่งแค้น“ฉันก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นซูเปอร์วูแมนสักหน่อย” เธอคำรามอย่างโกรธจัด “แล้วฉันก็ไม่เคยขอร้องให้ใครมาปฏิบัติต่อฉันเป็นพิเศษเพราะฉันเป็นผู้หญิงด้วย...บ้าที่สุดเลย”สายตาของชาร์ลีที่มองมายังเธอในยามนี้บอกความไม่แน่ใจอยู่“เพท อันที่จริง คุณก็ควรจะยอมรับนะว่า ไอ้กล้องตัวนี้มันหนักเกินกำลังคุณไปหน่อย”“เชอะ” เพททำสีหน้าเยาะให้ แต่ชาร์ลีมิได้เห็นหรือได้ยินเพราะเขาหันไปพูดอะไรบางอย่างกับแอนดี้อยู่ในตอนสายวันนั้นการตั้งกล้องบนเวทีก็เสร็จเรียบร้อยลง“พักได้” เสียงคล้อดตะโกนสั่งมา “มีกาแฟกับขนมปังหวานตั้งไว้ข้างล่างด้านหน้า”“ทีไอ้คำพูดหวานๆ ละก้อไม่มีให้กินมั่งเลย” เพทบ่นพึมพำก่อนที่จะกระโดดลงจากเวที “ไอ้ขนมปัง 2 แผ่นที่กินไว้เมื่อเช้านี้ไม่รู้มันหายไปไหนหมด ฉันหิวจนแทบจะเป็นลมอยู่แล้วนะนี่”“ผมเห็นจะต้องกินกาแฟสัก 8 ถ้วย มันจะได้หายสั่น”โต๊ะยาวตัวหนึ่งตั้งอยู่บนบันไดหนีไฟทางด้านขวาของเวที มีเหยือกกาแฟสเตนเลสขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางโต๊ะ โดยมีถ้วยกระดาษตั้งใหญ่กับกล่องใส่ขนมปังตั้งรายเรียงอยู่ เพทเดินไปเข้าแถวร่วมกับคนอื่นๆ เพื่อช่วยตนเองเมื่อได้กาแฟกับขนมปังผิงหน้าสับปะรดแล้ว เพทก็เดินไปยังบริเวณด้านล่างของเวทีกลาง แอนดี้เดินตามไปพร้อมกับเจ้าหน้าที่ในกองถ่ายอีกบางคน เพื่อปรึกษาหารือเรื่องงานที่จะทำต่อไป เพทเป็นเพียงผู้รับฟังเงียบๆ และรับประทานของว่างไปพลางเนื่องจากเธอสนใจในเรื่องการอธิบายทางด้านเทคนิคที่แอนดี้กำลังให้ความรู้อยู่ เพทจึงวางถ้วยกาแฟลงบนยกพื้นหน้าเวที ยันร่างขึ้นไปนั่งห้อยอยู่บนนั้น หยิบถ้วยกาแฟขึ้นมาจิบต่อ และสอบถามแอนดี้ในบางเรื่องที่ต้องการความกระจ่างเธอล้วงมือลงไปในกระเป๋าเสื้อตรงหน้าอก เพื่อจะหยิบซองบุหรี่ แต่แล้วก็นึกขึ้นมาได้ว่ามันตกอยู่กับพื้นตอนที่ก้มลงจะแบกกล้องนั่นเอง“ใครมีบุหรี่บ้าง ขอมวนสิ” เธอเอ่ยขึ้น “ของฉันมันตกอยู่ที่พื้นเวที”“เอ้า” ลอนจุดบุหรี่ส่งมาให้“ขอบใจมาก กินกาแฟแล้วไม่ได้สูบบุหรี่มันเหมือนกินสเต๊กไม่ได้ใส่เกลือ” เพทว่า“หรือเหมือนเตียงที่ขาดผู้หญิงนอนด้วย” เสียงใครคนหนึ่งพูดต่อ และทุกคนก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน มีแต่เพทเท่านั้นที่ทำหน้ายิ้มๆ“เพทเขาไม่ได้คิดอย่างนั้นหรอก” ลอนซึ่งสังเกตเห็นความเงียบขรึมอย่างผิดปกติอยู่ยั่วขึ้น“นั่นสิ เพราะฉันมีหมีตัวใหญ่ไว้กอดแล้วนี่ แล้วมันก็ไม่อุทธรณ์ด้วยถ้าฉันเกิดปวดหัวขึ้นมา”“ทำไม คุณชอบปวดหัวบ่อยๆ งั้นหรือ” ชาร์ลีถามยิ้มๆ“ทำงานร่วมกับพวกคุณ มันก็ต้องมีเรื่องปวดหัวตลอดเวลานั่นแหละ” เพทตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง“เอากาแฟอีกสักถ้วยไหมล่ะ เพท” แอนดี้แสดงความเอื้อเฟื้อ“นั่นสิ อยากได้อยู่พอดีเลย แต่ไม่เป็นไรหรอก ฉันไปเอาเองได้”“ผมกำลังจะไปเติมให้ตัวเองอยู่แล้ว ส่งมาเถอะไปเอาให้” เขาบอกพร้อมกับยื่นมือมา ซึ่งเธอก็ส่งให้แต่โดยดี“ถ้าพระราชินีประชุมเสนาอำมาตย์เรียบร้อยแล้ว ก็เชิญเสด็จไปทำงานต่อได้” เดนซึ่งเดินเข้ามาถึงกลุ่มพอดีมองเพทด้วยแววตาเฉยเมยพวกผู้ชายในกลุ่มต่างรับรองคำพูดของเขา แต่ก็อดมองไปทางเพทซึ่งนั่งตัวแข็งอยู่บนเวทีไม่ได้ เธอกำลังประสานสายตาอยู่กับเดนแน่วนิ่ง จะเรียกว่าการประชุมอย่างนั้นรึ เธอเพิ่งจะรับฟังคำอธิบายของแอนดี้เมื่อไม่กี่นาทีมานี่เอง แต่คำพูดของเดนมันคล้ายกับว่า พวกผู้ชายเหล่านี้มารุมล้อมให้ความสนใจในตัวเธอเพียงผู้เดียว แม้เพทจะโกรธกับคำพูดของเขาสักแค่ไหน แต่เธอก็พยายามเก็บปากเก็บลิ้นไว้